สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวง ทบวง กรม และยืนยันว่าไม่ปล่อยปละละเลยหรือไม่สนใจในฐานะหัวหน้ารัฐบาล โดยเสนอวิธีการจัดซื้อเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและให้เหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ก่อนซื้อ และหารือเรื่องรถบรรทุกที่มีปัญหาการตรวจสอบ โดยกล่าวอ้างว่าไม่มีการทุจริต แต่ขอความชัดเจนและเรียกร้องให้รองนายกรัฐมนตรีสุเทพชี้แจงรายละเอียด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย อย่างที่กระผม ได้หารือท่านประธานก่อนหน้านี้ก็คือว่าตอนที่ยื่นญัตติและยื่นถอดถอน กล่าวหาทํานองว่ามีการ ทุจริตนะครับ แล้วก็ไม่ได้กล่าวหาผมเพราะว่าไม่ได้ยื่นถอดถอนผม แต่ว่าผมจําเป็นจะต้อง ตอบประเด็นที่ท่านได้กล่าวว่าผมปล่อยปละละเลย ไม่สนใจ ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าที่จริงแล้วไม่ใช่เฉพาะเรื่องของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง หรอกครับ แต่ว่าข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาซึ่งอาจจะมีการทุจริตในการ จัดซื้อจัดจ้าง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง กรมใด ผมขอยืนนะครับ แล้วก็ในช่วงวันพรุ่งนี้ ที่ผมจะชี้แจงในตอนท้าย ก็จะชี้ให้เห็นถึงแนวทางของการทํางานของผม แต่ว่าเฉพาะที่ท่าน ได้มีการพาดพิงถึงในโครงการเหล่านี้ อยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ครับ

ประเด็นแรก ท่านพูดเฉียดไปถึงเรื่องของจีที ๒๐๐ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีมาก เลยนะครับว่าแนวคิดการทํางานเป็นอย่างไร เพราะว่าจีที ๒๐๐ ไม่ได้มาเริ่มซื้อในสมัยรัฐบาล ชุดปัจจุบันนะครับ ซื้อกันมาต่อเนื่อง ๔-๕ปีเป็นอย่างน้อย และผมเองผมไม่รู้จัก จีที ๒๐๐ เลยนะครับตอนที่ผมมาเป็นนายกรัฐมนตรี ผมรู้จักครั้งแรกก็เพราะว่ามี คณะกรรมาธิการชุดหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ คือคณะกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องยาเสพติด มาพบกับผมครับ อยากให้ผมจัดงบประมาณซื้อเครื่องมือตัวนี้ครับ โดยอ้างว่าเป็นเครื่องมือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงานแล้วได้ผล นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินครับ ผมยังจําได้ว่า ผมก็สอบถามซักไซ้ไล่เรียงว่าเครื่องมือตัวนี้ใช้ได้ผลจริงหรือไม่ อย่างไร ผมคงจําเป็นที่จะต้อง ให้หน่วยงานต่าง ๆ ตรวจสอบเพิ่มเติม ผมอยากจะกราบเรียนว่าเพราะฉะนั้นในวันนั้น ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ฝ่ายค้านหรือ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลเราก็ได้รับข้อมูลมาจากผู้ปฏิบัติว่าเครื่องมือ ตัวนี้ดีอยากให้ซื้อเพิ่ม จริง ๆ มาขอพบผมเพื่อให้จัดงบประมาณซื้อเพิ่มด้วยซ้ํา แต่ยังไม่ได้ ดําเนินการครับ ต่อมาจึงมีผู้ที่มาตั้งข้อสังเกตเพราะว่ามันมีข่าวสารที่เกิดขึ้นในต่างประเทศว่า เครื่องมือตัวนี้มันใช้ไม่ได้จริง เป็นของเก๊ละครับพูดกันง่าย ๆ ซึ่งเมื่อเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น ผมก็ตัดสินใจชัดเจนครับว่าเรื่องนี้จะต้องมีการพิสูจน์กันทางวิทยาศาสตร์ ก็จึงได้มอบหมาย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในขณะนั้นซึ่งมีคุณหญิงกัลยาท่านเป็นรัฐมนตรี ไปดําเนินการในการที่จะออกแบบ การทดสอบ การทดลองทุกอย่าง แล้วก็ทําตรงไปตรงมา โปร่งใส เปิดเผย นําผลดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีซึ่งเมื่อผลการตรวจสอบ พบว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ไม่ได้ คณะรัฐมนตรีก็มีมติชัดเจนว่าต่อไปนี้ก็ต้องระงับการซื้อเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซื้อโดยหน่วยไหนอย่างไร เห็นไหมครับเรื่องนี้ทํากันมากี่รัฐบาลไม่ทราบ กี่ปีไม่ทราบ แต่เมื่อมีข่าวว่ามันมีความผิดปกติมันใช้ไม่ได้ ผมไม่ได้เพิกเฉย ผมเป็นคนเอาเรื่องนี้เข้าไปด้วย ตัวเอง แล้วก็กระทรวงอย่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นกระทรวงที่มี ความเป็นกลางก็ไปดําเนินการ เมื่อดําเนินการเสร็จก็เอาเข้ามาสู่การพิจารณาของ คณะรัฐมนตรี และทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็ต้องนําไปปฏิบัติเพราะขณะนั้นจะมีทั้ง กระทรวงกลาโหม ทั้งกระทรวงมหาดไทย ทั้งกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีความคิดในการที่จะซื้อ อุปกรณ์ตัวนี้หรือลักษณะเดียวกัน เรื่องอื่นเหมือนกันครับที่จริงในบรรดาเรื่องที่ท่านพูดมา ทั้งหมด ที่คณะรัฐบาลชุดปัจจุบันอาจจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องมากที่สุดก็คงจะเป็นเรื่อง เรือเหาะ ซึ่งรายละเอียดในประเด็นที่ว่าแพงไปหรือไม่ ใช้การได้หรือไม่ มีการดําเนินการ รักษาผลประโยชน์ของรัฐตามสัญญาหรือไม่ เดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ชี้แจง ในรายละเอียด ผมติดตามข่าวแล้วก็กราบเรียนเลยครับว่าเมื่อมีข่าวหรือมีเสียงทักท้วง หรือมีหนังสือร้องเรียน ผมยกตัวอย่างเช่น พลเอก ปฐมพงษ์ ก็ทําหนังสือร้องเรียนมาถึงผม ผมก็จะคุยกับท่านผู้บัญชาการทหารบกขณะนั้นคือท่าน ผบ. อนุพงษ์ และผมกําชับมาตลอด ว่าถ้าทําไม่ได้ตามคุณลักษณะที่ได้กําหนดไว้อย่าตรวจรับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมเข้าใจว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็จะอธิบายว่าทําไมกระบวนการต่าง ๆ มันดําเนินการมาถึง ทุกวันนี้ก็เพราะไม่ได้ละเลยครับ ก็เอาใจใส่ครับ ไม่ใช่ปล่อยว่าอย่างไรก็ได้ ใครจะทักท้วง ใครจะเสนอข้อมูลมาก็ปล่อยไปเช่นนั้น อันนี้น่าจะเป็นการพิสูจน์ยืนยันได้นะครับว่าเป็นเรื่องที่ ทุกเรื่องผมจะมีการติดตาม มีการเอาใจใส่

ส่วนกรณีรถบรรทุก ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ โครงการนี้น่าจะเป็นโครงการ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลก่อน เพราะว่าอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๕๒ ท่านต้องให้ความเป็นธรรม กับผมนะครับ กระบวนการที่ท่านมาพูดทั้งหมดในเรื่องการตรวจรับอะไรต่าง ๆ เรื่องเหล่านี้ อย่าว่าแต่ผมเลยครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรี โดยปกติจะไม่ได้เป็นคนเข้าไป ทําของเหล่านี้เองเลยนะครับ แต่ถ้าท่านเสนอข้อมูลมาและเห็นว่ามีความไม่ชอบมาพากล รับรองได้ครับว่าพวกเราไม่มีเพิกเฉย แล้วก็ขณะนี้เท่าที่ผมตรวจสอบก็มีการตรวจรับไปบ้าง แต่เป็นจํานวนค่อนข้างน้อยนะครับ เดี๋ยวจะมีรายละเอียด ซึ่งถ้ามีประเด็นความไม่ถูกต้อง ความไม่ชอบมาพากล ไม่เป็นไปตามความต้องการนั้นเราก็พร้อมที่จะไปดําเนินการ ตรวจสอบเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นข้อหาที่ท่านกล่าวหาผม พวกท่านยอมรับเองว่าไม่ได้ กล่าวหาว่าผมทุจริต เพียงแต่บอกว่าผมไม่สนใจ ไม่เอาใจใส่ ก็กราบเรียนว่าทั้ง ๓ เรื่อง ที่ท่านพูดขึ้นมาแล้วเกี่ยวข้อง ผมได้เอาใจใส่ ได้ติดตามแล้วก็มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ส่วนรายละเอียดนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพจะเป็นผู้ชี้แจงต่อไป