สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

สุเทพ เทือกสุบรรณ อภิปรายเรื่องโครงการเรือเหาะ เพื่อตรวจการณ์ความมั่นคง และขอให้ท่านประธานรับฟังเรื่องราวและข้อมูลเพิ่มเติม โดยกล่าวถึงรถบรรทุกทหาร 1,474 คันที่เขากล่าวหา และอธิบายว่าเป็นยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในทางทหาร และได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลก่อนหน้า

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบงานทางด้านความมั่นคง กระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่า มีประเด็นที่ท่านได้ยกขึ้นมา อภิปรายเป็นข้อกล่าวหาผม สําคัญอยู่ ๒ ประเด็น คือเรื่องเรือเหาะกับเรื่องรถบรรทุกทหาร นอกนั้นท่านก็พาดพิงไปซึ่งผมก็ไม่ถือเป็นสาระเพราะว่าคงเป็นลูกติดพันของท่าน ก่อนที่ผม จะเรียนในรายละเอียดเรื่องนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเป็นพื้นฐานอย่างนี้ ท่านประธานครับ ในการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในพื้นที่ส่วนหน้า เต็มไปด้วยภัยอันตราย คนร้ายออกปฏิบัติการทั้งกลางวัน กลางคืน และเลือกพื้นที่เป้าหมาย ได้อย่างเสรี จะเป็นรถโดยสาร จะเป็นรถไฟ จะเป็นโรงเรียน วัดวาอาราม มัสยิด บ้านเรือนราษฎร แม้กระทั่งผู้คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง อย่างเช่น แม่ค้าหรือเด็กนักเรียน ปัญหาก็คือว่าในพื้นที่ปฏิบัติการ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นกว้างใหญ่ ภูมิประเทศ ยากลําบากในการปฏิบัติงานกับทางเจ้าหน้าที่ แล้วเจ้าหน้าที่ต้องเสี่ยงชีวิตอยู่ตลอดเวลา โดนซุ่มโจมตี โดนวางกับระเบิด เราก็คิดกันครับว่าทําอย่างไรเราถึงจะมีระบบตรวจการที่ดี ที่มีประสิทธิภาพแล้วลดความเสี่ยงภัยของเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งเป็นลูกหลานของคนไทยเรา ให้มากที่สุด วิธีที่เขาใช้กันอยู่ตามปกติ ท่านประธานครับ ก็คือใช้เครื่องบิน ใช้เฮลิคอปเตอร์ ถ้าเป็นประเทศใหญ่มหาอํานาจเขาก็มีเครื่องบินตรวจการลําใหญ่เลยครับขึ้นไปลอยอยู่ ข้างบน เราไม่มีปัญญาซื้อครับท่านประธาน เราก็พยายามหายุทโธปกรณ์ที่มีความเหมาะสม กับกําลังเงินของเราและภูมิประเทศของเรา ก็คิดกันครับว่าระบบเฮลิคอปเตอร์น่าจะเป็น ประโยชน์น่าจะเหมาะกว่าอย่างอื่น แต่ว่าเฮลิคอปเตอร์ก็มีความจํากัดครับท่านประธาน บินได้ในบางสภาพอากาศ บินได้กลางวัน กลางคืนก็ยุ่งยากแล้วก็เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ ที่เป็นภูเขาสูงมีโอกาสเสียหายมาก การบินตรวจการด้วยสายตานี่ไม่เพียงพอ ท่านประธานครับ ถ้าบินต่ําลงไปก็ถูกยิง เพราะฉะนั้นก็ต้องหาระบบตรวจการที่เราสามารถอยู่ในที่สูงแล้วก็ มองมาเห็นในระยะไกลแล้วเขาทําอันตรายทหารของเราไม่ได้ ความคิดในเรื่องนี้จึงคิดเรื่อง ระบบตรวจการที่มีเป้าหมายอย่างที่ผมว่า ซึ่งแท้ที่จริงแล้วจะประกอบด้วยเฮลิปคอปเตอร์ ๓ ลําในแต่ละครั้งของการปฏิบัติการหรือว่าการปฏิบัติการปกติ แล้วก็บวกด้วยบอลลูน ที่เรียกว่าเรือเหาะอีก ๑ ลํา องค์ประกอบของทั้งหมดนี้ครับท่านประธาน ก็จะมี เฮลิปคอปเตอร์ จะมีเรือเหาะแล้วจะมีกล้องที่ใช้ตรวจการได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน แต่บังเอิญว่าพอทําโครงการ เรียกเป็นโครงการเรือเหาะดูมันเข้าใจง่ายแล้วก็ดู เป็นที่น่าตื่นเต้นนะครับ เพราะฉะนั้นโครงการนี้ก็เลยเรียกกันว่าโครงการเรือเหาะ มูลค่าโครงการทั้งหมดก็เป็นอย่างที่ท่านสมาชิกว่านะครับ ๓๔๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นั่นไม่ได้หมายความว่าเรือเหาะลําเดียวหรือบอลลูนลูกนั้นมีราคา ๓๔๐ ล้านบาทนะครับ ใน ๓๔๐ ล้านบาทนี้ ก็จะประกอบด้วย ๑. คือเรือเหาะ ตัวบอลลูนหรือตัวเรือเหาะ พร้อมด้วยโรงเก็บ พร้อมด้วยอุปกรณ์ภาคพื้นดินที่เกี่ยวกับการบํารุงรักษาเรือเหาะทั้งหมดนี้ ๑๐๒ ล้านบาทเท่านั้น อีก ๒๓๐ กว่าล้านบาท เป็นกล้องตัวการณ์ ไม่ว่าจะตรวจ จากเฮลิคอปเตอร์หรือตรวจลงมาจากเรือเหาะนี้ ทั้งหมดด้วยกัน ๕ กล้อง สําหรับใช้ติดที่ ตัวบอลลูนหรือเรือเหาะมี ๒ กล้อง ติดเฮลิคอปเตอร์อีก ๓ กล้อง กล้องนี้ใช้ได้ทั้งกลางวัน ใช้ได้ทั้งกลางคืน คือในเวลากลางคืนบินผ่านไปพลังงานความร้อนนี้มันแสดงขึ้นมาในจอ ทําให้รู้ว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไร ส่วนที่ ๓ นอกจากตัวเรือเหาะ ตัวกล้องแล้ว ก็คือมี รถหุ้มเกราะกลิซลี ๑ คัน รถหุ้มเกราะนี้ก็เหมือนกับห้องควบคุมการปฏิบัติการเคลื่อนที่ เรือเหาะไปลําเดียว คนเดียว ตรวจการออกมาไม่สามารถถ่ายทอดภาพมาให้กองบัญชาการได้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร ก็ต้องมีรถตรวจการณ์ตามเพื่อรับช่วงกันมา ท่านประธานครับ อย่างที่ผมกราบเรียนว่าค่าเรือเหาะ ๑๐๐ ล้านบาท พร้อมโรงเก็บ พร้อมอุปกรณ์บริการ ภาคพื้นดินทั้งหมด ค่ากล้องส่องทั้งกลางวัน กลางคืน ๕ กล้องนี้ รวมแล้ว ๒๑๙ ล้านบาท ๒ กล้องแรกนี้ ๘๘ ล้านบาท ๓ กล้องหลังนี้ ๑๓๑ ล้านบาท รถหุ้มเกราะราคา ๑๙ ล้านบาท ท่านสมาชิกพูดนั้นถูกต้องแล้ว ที่ผมต้องมาเรียนแจกแจงราคาอย่างนี้ เพื่อไม่ให้ท่านได้ไปรู้สึก พะวงกับน้ําหนักว่าเรือเหาะลําเดียวราคาตั้ง ๓๐๐ กว่าล้านบาทอย่างที่ว่า ในการดําเนินการ สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมด ผมจับประเด็นได้ ๓ เรื่อง ว่า ๑. ราคาแพง ๒. ใช้ไม่ได้ ๓. เขาส่งของช้าเราไม่ปรับ หรือปรับถูก ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าในการพิจารณา ราคานี้มีคณะกรรมการเขาพิจารณากัน เรื่องของกล้องสําหรับตรวจการณ์นี้ ผมคิดว่า ท่านคงจะมองเห็นเป็นไปได้ เพราะเป็นราคาที่ค่อนข้างจะมาตรฐาน กล้องหนึ่งราคา ประมาณ ๔๓.๘ ล้านบาท ทั้งกล้องทั้งระบบ ๑ ชุด ตัวที่เป็นของใหม่ที่ไม่เคยซื้อ ไม่เคยหา กันมาก่อนก็คือตัวบอลลูนนี้ ตัว ๑๐๒ ล้านบาทนี้ครับ ซึ่งก็ได้มีคณะกรรมการเขาตรวจสอบ แล้วเห็นว่าในราคาอย่างนี้ ที่เขาใช้กันอย่างนี้ ต้นทุนอย่างนี้ ส่งมอบให้เรามีการค้ําประกัน ดูแลรักษา ก็มีความสมเหตุสมผล อันที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าใช้ไม่ได้ ผมเรียนท่านด้วยความ เคารพ ตอนเข้ามาใหม่ ๆ มีปัญหา เพราะว่าเป็นของที่ทําไว้สําหรับใช้ในประเทศที่มี ภูมิอากาศ มีความชื้น มีความร้อนอีกแบบหนึ่ง มาบ้านเราก็มีปัญหา แต่ว่าเราไม่ได้ผลีผลาม เอามาถึงใช้เลยครับ เอามาทดลองกันดูก่อน เอามาฝึกใช้กันดูก่อน ประสิทธิภาพของบอลลูน นี้ตามปกติมันบินได้สูง ๑๐,๐๐๐ ฟุตจริงครับ ตามที่ท่านว่าแล้วเราก็ดูสเปกนั้น แต่ว่าเวลา เราเอาคนขึ้นไปอยู่ ๕-๖ คน เอาอุปกรณ์ตรวจการณ์ทั้งหลายเพิ่มน้ําหนักขึ้น มันก็แน่นอนละครับ มันจะบิน ๑๐,๐๐๐ ฟุตไม่ได้ มันก็ลดต่ําลงมา แต่ในทางทหารเราคิดว่าถ้าบินได้สูงเกิน ๓,๐๐๐ ฟุต เกิน ๑ กิโลเมตร ปืนเล็กยาวยิงไม่ถึงอยู่แล้ว ทหารของเราปลอดภัยอยู่แล้ว ในตอนแรก ๆ เอามาใช้มีการรั่วซึม เราก็ไม่รับ ทางกองทัพก็ส่งคืนไป เขาก็เอากลับไป สหรัฐอเมริกา เปลี่ยนวัสดุหุ้มใหม่จะเรียกว่าผ้าใบหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เรียกอย่างนั้น คือตัวหุ้มที่กันไม่ให้แก๊สฮีเลียมมันรั่วออกไป เขาปรับมาเรียบร้อย ระยะเวลาตรงนี้ ที่ทําให้เสียเวลากันอยู่ แต่ว่าอุปกรณ์อื่นที่เราจะต้องเอามาใช้ก่อน เราเอามาแล้วครับ คือกล้องที่จะติดกับเฮลิคอปเตอร์ทั้งหลาย แล้วเราต้องปฏิบัติงานทั้งกลางวันกลางคืน มีกล้องอยู่ ๓ ชุด เราก็ต้องเตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้ ๖ ลํา ผลัดเปลี่ยนถอดจากลํานี้ขึ้นลํานี้ เมื่อลํานี้พัด เราก็มีวิธีการที่จะทํางานกันอย่างนั้น ตอนส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ไปให้เขาติดตั้ง ระบบก็มีเสียเวลาอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามผมเรียนยืนยันกับท่านสมาชิกครับ เรียนยืนยัน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าในขณะนี้ระบบนี้ทํางานได้ผลครับ ทําอยู่ ผมยังคิดว่า เสร็จเรื่องเสร็จราว อภิปรายกันเสร็จ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนเชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการการทหาร เพื่อนสมาชิกไปช่วยกันดู เมื่อวานนี้ท่านผู้บัญชาการทหารบก ก็ยังไปดูอยู่ครับ ยังยืนยันกับผมว่าปฏิบัติงานได้ผล ท่านสมาชิกครับ มันจะได้ผล ร้อยเปอร์เซ็นต์ พันเปอร์เซ็นต์หรือไม่ สําหรับผมขอให้ใช้งานได้ผลแล้วก็ทําให้ทหารของเรา ที่มีหน้าที่ลาดตระเวนไม่ต้องเสี่ยงภัย ไม่ต้องเสียชีวิต ผมพอใจแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็ อยากจะขอความกรุณาว่าช่วยกรุณาพิจารณาด้วยใจที่กว้าง ผมเรียนกับท่านครับว่าที่ท่าน บอกว่ากล้องเสียอยู่ ๓ กล้อง ใช้ไม่ได้ ใช้ได้หมดครับ วันนี้ใช้ได้อยู่เรียบร้อย ถ้าใช้แล้ว มีปัญหา มีอุปสรรค ตัวที่เสียนี่จะเป็นตัวที่ติดกับเฮลิคอปเตอร์ครับ เวลาบินแล้วมันสั่น ไม่ได้ เหมือนกับบอลลูน แต่นี่ถ้ามีปัญหาก็ซ่อมบํารุง ว่ากันตามปกติ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่าตอนที่ท่านพูดมาผมก็ตกใจครับ เพราะท่านตั้งข้อหานี้ว่ามีการทุจริต ถอดถอนผม ผมกราบเรียนว่า ที่ท่านบอกว่ารัฐบาลนี้ทหารต้องการอะไรก็ให้หมด ไม่มีระบบ ไม่จริงครับ ทําเหมือนกับตอนที่ท่านเป็นรัฐบาลครับ การจัดซื้อจัดจ้าง ทหารเขาก็ต้องปฏิบัติ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ทหารก็ต้องถูกตรวจสอบด้วย สํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน มีอะไรที่ไม่เข้าท่า ไม่ดี เขาฟ้อง ป.ป.ช. ก็ต้องถูกสอบ เหมือนกันครับ เรื่องนี้พวกท่านยื่นเรื่องไปที่ ป.ป.ช. แล้ว เราก็ตรวจสอบแล้ว เราก็ส่งเอกสาร หลักฐานทุกอย่างให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. ทุกอย่างครับ อย่าเป็นห่วง อย่ากังวลเลยครับ แล้วที่ท่านตั้งเป็นประเด็นว่าคนขายไม่รับเงินล่วงหน้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ มีพิรุธ จนเดี๋ยวนี้ ส่งของมาแล้วยังไม่ดําเนินการปรับในฐานะที่เขาส่งของล่าช้า ไม่ใช่ครับ เวลาเราทําสัญญากัน คนขายมีสิทธิที่จะเบิกเงินล่วงหน้าได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เขาไม่เบิกเรื่องของเขา ไม่ได้เสียหาย อะไรกับเรา แต่ว่าเมื่อเขาส่งมอบเรานะครับ ส่งกล้อง ส่งรถยนต์มาตามลําดับ เราก็จ่ายเงิน ตามสินค้าที่เรารับมา ส่วนที่ยังมีปัญหาอยู่ก็คือเรือเหาะที่เขาส่งมาแล้วมีปัญหา เอาไป ซ่อมแซม เอากลับมาใหม่ ตอนนี้ยังเถียงกันอยู่ครับว่าปรับกี่วัน ปรับกี่บาท ที่ท่านตั้ง ข้อสังเกตถูกแล้วครับ ท่านอยากให้ปรับเยอะ ๆ คนขายก็อยากให้ปรับน้อย ๆ ขณะนี้ยังไม่ได้ ข้อยุติครับ ยังไม่มีอะไรที่จะส่อไปในเรื่องของทุจริตคอร์รัปชันอย่างที่ท่านเป็นห่วง แล้วผม พร้อมที่จะร่วมมือกับท่านในการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป ที่ไปตรวจสอบนี้ไม่ใช่ไม่ไว้ใจเขา แต่ว่าเพื่อให้เกิดความสบายใจและผมต้องการให้ท่านมีความรู้สึกที่ดีต่อทหาร ต่อกองทัพด้วย เพราะว่าเขาทําหน้าที่แทนเราอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัย นี่เป็นเรื่องเรือเหาะนะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ท่านพูด อันนี้ผมยิ่งงงใหญ่เลยครับท่านประธาน ท่านพูดถึง เรื่องรถบรรทุกทหาร ๑,๔๗๔ คัน ท่านกล่าวหาผม ฟังดูน่ากลัว แถมเอารูปรถบรรทุกมาดูว่า รถก๋องแก๋งอย่างนี้ เป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ดูไม่น่าจะมีราคาแพงเท่านั้นเท่านี้ ผมขอความกรุณา เถอะครับ เขาใช้รถอย่างนี้กันมาตลอดในทหาร ไม่ค่อยสวยงามเหมือนรถที่เราใช้กัน ไม่ใช่รถเก๋งนั่งสําหรับพวกเรา เป็นยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในทางทหาร วิ่งลุยน้ํา วิ่งลุยโคลน วิ่งเข้าไปในภูมิประเทศแห่งการสู้รบ ก็ต้องมีส่วนที่พะรุงพะรังน้อยที่สุด เอาของที่มีคุณภาพ เอาของที่ทนทาน เอาของที่สามารถพาทหารเข้าไปถึงแนวรบได้ทันที ผมยังไปนั่งพูดด้วย ภาษาเขาเลยครับว่าทําไมไม่ซื้อรถปกติ รถตลาดที่เราใช้ได้มา ทหารเขาก็อธิบายครับ ชอบครับ ถ้าเรามีรถโค้ช (Coach) รถบัส (Bus) ขนทหารให้ได้เขาก็นั่งสบาย แต่ว่าพอไปถึง แนวรบนี่ต้องลงเดินกันนะครับ ไปไม่ทัน เขาก็ต้องใช้รถที่เป็นพิเศษอย่างนั้น ท่านประธาน ครับ และที่มากล่าวหาตั้งข้อสงสัยผมนี่ไม่เป็นธรรมกับผมอย่างยิ่งครับ เพราะว่าโครงการนี้ อนุมัติไปรัฐบาลท่าน ๑,๔๗๔ คัน อนุมัติทําไว้ก่อนพวกผมมาเป็นรัฐบาล แต่ว่ากระบวนการ ในการส่งมอบนี่มันมาตกถึงช่วงรัฐบาลนี้ครับ และผมเรียนกับท่านว่าที่ส่งมอบมาแล้ว ๑,๔๗๔ คันนี่เพิ่งส่งมา ๙๐ คันเองครับ แล้วก็ตรวจสอบอยู่ ที่เหลือนี่ถ้าท่านยังสงสัยผมก็ยัง จะชวนท่านไปตรวจสอบอีก ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าที่กราบเรียนมานี่เพียงแต่ต้องการให้ท่าน ได้มั่นใจได้ว่า ผมไม่ได้ทําอะไรผิดแผกออกไปจากที่เคยปฏิบัติตามปกติ และผมไม่ได้กล่าวหา ว่าที่ท่านทําไปนั้นผิดใช่ไหมครับ ผมเพียงแต่เรียนให้ท่านได้ตระหนักว่าทั้งหมด ที่ท่านกล่าวหาผมนี่เป็นเรื่องที่ติดพันมาจากรัฐบาลของรัฐบาลท่านครับ ผมก็ขออนุญาต กราบเรียนเพื่อความเข้าใจเท่านี้ครับท่านประธานครับ