สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ หารือเรื่องการซื้อเครื่องบินเรือเหาะที่มีมูลค่า 3,400 ล้านบาท และเรียกร้องให้ท่านประธานสภาและท่านนายกรัฐมนตรีตรวจสอบความเหมาะสมและความปลอดภัยของเครื่องบินนี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการมีส่วนร่วมของพลเอก ประวิตร ในการแก้ไขปัญหาทหาร และเรียกร้องการสนับสนุนให้กองทัพมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดซื้อรถยนต์บรรทุกจากประเทศญี่ปุ่น 1,474 คัน มูลค่า 5,000 ล้านบาท และเรียกร้องให้กรมสรรพาวุธทหารบกชะลอการตรวจรับเพื่อตรวจสอบรายละเอียด

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ไม่ได้ เป็นปัญหาครับ ขอเรียนว่าท่านจะตอบหรือท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพจะตอบ ไม่เป็นไรครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าผมเชื่อได้ว่าความเข้าใจความรู้ในเรื่องการทหาร มันมีไม่มากคนหรอกครับ เพราะฉะนั้นใครถนัดก็ตอบได้ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจครับ แต่อย่างน้อยที่สุดการกํากับดูแลเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก ท่านประธานครับ ที่ผมพูด ตรงนี้เพราะว่าท่านเป็น ผอ.กอ.รมน. ครับ และเสธ.กองทัพเป็นเสธ.กอ.รมน. นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเรียนให้ทราบว่านี่คือสิ่งที่มันจําเป็นที่จะต้องกล่าวถึงท่านนะครับ ทีนี้ผมเรียนอย่างนี้ ท่านประธานครับ เรือเหาะนี่นะครับ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หลังจากที่มีการที่จะพยายามแก้ไขเพื่อที่จะให้ภาคใต้สงบ ผมยินดีครับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมที่ได้กรุณามานั่งตรงนี้ ผมเรียนว่าผมดีใจครับ นี่คือแนวคิดครับ แนวคิด ที่จะหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ทั้งหลายเพื่อที่จะไปเฝ้าตรวจชายแดน เพื่อที่จะ ไปดูเส้นทางคมนาคม เพื่อที่จะไปอํานวยการยุทธ์ เพื่อที่จะตรวจตราเฝ้าดูบุคคลที่เราสงสัย แต่ในเวลาเดียวกันนั้นปัญหาที่ตามมาก็คือว่าเราดูสภาพพื้นที่ ท่านประธานครับ วันนี้ภาคใต้มรสุม ๘ เดือน ฝน ๘ แดด ๔ ท่านประธานครับ แล้วเรือเหาะขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ มีคนครับ ท่านประธานครับ ฝนตกนี่ในระยะไม่ต้องเกิน ๑ กิโลเมตร ท่านประธานครับ เรือเหาะนี้ถูกซื้อมาด้วยราคา ๓๔๐ ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จอุปกรณ์ก็ ๒ ระบบ ประเดี๋ยวถ้าเกิดว่าผมพูดว่า ๓๔๐ ล้านบาท ก็จะบอกว่าแพง จริง ๆ แล้วมันซื้อเป็น โททอล แพคเกจ (Total Package) ก็ไม่ได้ว่ากัน ระบบที่ ๑ ระบบที่ ๒ แต่ผมเรียนว่า วันนี้ถ้าหากว่าไปดูประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้เขาไม่ได้ใช้กัน เป็นครั้งแรกที่เราจัดซื้อเข้ามา เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ เฝ้าตรวจ เฝ้าระวังตรวจตราอะไรทั้งหลายทั้งปวง แต่ว่าสิ่งที่กําลังจะบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าวันนี้ความเอาใจใส่ ความสนใจ การเจรจา การดูแล คณะกรรมการมาตรฐานการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์คงไม่มี ความสําคัญมาก ในฐานะท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ผมอยากให้ท่านลงไปดูลึก ลงไปดู รายละเอียด อาวุธยุทโธปกรณ์แต่ละชนิดที่จะซื้อมันเกิดประโยชน์จริงไหม มีคุณภาพสมกับ เม็ดเงินที่ได้ใช้จ่ายไปหรือเปล่า แต่ที่ผ่านมานั้นท่านไม่ได้ดูตรงนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ท่านควรจะโยนไปให้กระทรวงกลาโหม ขวามือของท่านสุเทพคือท่าน พลเอก ประวิตร ทีนี้ผมเห็นว่าสิ่งที่มันเป็นปัญหาก็คือเนื่องจากว่าเราซื้อมาแล้ว ตามสัญญานะครับมันขึ้นไม่ได้ หลายคนวิพากษ์วิจารณ์เมื่อเอามาสู่ที่อู่ตะเภาแล้วมันขึ้นไม่ได้ สาเหตุที่ขึ้นไม่ได้ก็เพราะว่า มันมีรอยรั่วซึม ปริ ท่านประธานครับ ที่ผมให้ดูตรงนี้นะครับ ดูไม่กี่วันที่ผ่านมา ที่ทดสอบบิน อยู่ที่ภาคใต้ที่จังหวัดปัตตานี ขาวโพลนครับ เห็นแล้วดูดีดูสวยงาม แต่อันนี้สวยแต่รูปจูบไม่หอม ท่านประธานครับ ท่านประธานดูนะครับเดี๋ยวจะหาว่าผมพูดเปล่า ๆ ท่านประธานครับ นี่เอาเข้ามาที่อู่ตะเภาครับ อันนี้รอยซึม รั่วหมดเลยครับ นี่คือปัญหาตั้งแต่แรกเริ่มเอาเข้ามา แล้วในสัญญาบอกไว้ชัดเจนต้องใหม่ ไม่ชํารุดเสียหาย เรื่องการประกันไม่ว่ากันพูดกันทีหลัง ท่านประธานครับ ท่านดูครับ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ยืนยันชัดเจน มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า เอามาแล้วยังไม่ทันใช้เลย ท่านประธานครับ เอามาแช่อยู่ที่อู่ตะเภา ๔ เดือน พยายามที่เอา ขึ้นแล้ว เอาขึ้นอีกโผล่ไม่พ้นยอดตาลเลยท่านประธาน ครั้งแรกที่ผ่านมา เห็นไหมครับ นี่คือปัญหาอุปสรรคในการจัดซื้อและวิธีการจัดซื้อนั้น ท่านประธานครับ ส่งเจ้าหน้าที่เทคนิค ครับ ก่อนที่จะส่งเจ้าหน้าที่เทคนิค ๓ คนไปดู ส่ง ๙ คนไปสังเกตการณ์ว่าเรือเหาะนี้ใช่ได้ หรือไม่ ส่งไปดูที่สหรัฐอเมริกา ตัดมาเสร็จปั๊บให้ ๓ คนเจ้าหน้าที่เทคนิคไปดู ไปดูปั๊บกลับมา เซ็นสัญญาตรวจรับทางเทคนิคครับ เซ็นรับทางเทคนิคเท่านั้นเองครับ ไม่ใช่ตรวจรับพัสดุ ตามกฎหมายนะครับ จ่ายเงินทันที ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่ต้องดูอะไรเลยครับ เห็นแต่ของ อยู่เฉย ๆ เจ้าหน้าที่เทคนิค ๓ คน ถามว่าทําได้ไหม เอาละในระเบียบท่านจะหลบ ท่านเลี่ยง อย่างไรก็สุดแล้วแต่ สรุปว่าทําได้ก็แล้วกัน แต่ไปดู ถามว่าดูละเอียดไหม ล่องให้ดูหรือเปล่า ตัวเรือเหาะ ทุกขั้นตอนได้ดูไหม ได้ดูเขาขึ้นบินไหม ได้ดูที่สนามบินหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่เป็น ปัญหาครับ เสร็จแล้วก็ปรากฏว่าเมื่อนําเข้ามาแล้วมันใช้การไม่ได้ ก็ป่วยเป็นไข้อยู่ที่อู่ตะเภา ๔ เดือนครับ สุดท้ายล่าสุดพอรั่วซึมขึ้นมา แก๊สฮีเลียม (Gas Helium) ที่ใช้นะครับ ลูกบาศก์เมตรเพียง ๙๐๐ บาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเรียนว่านี่คือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องงบประมาณทั้งสิ้น สุดท้ายหลังจากที่นําเข้ามาแล้ว ผมขออนุญาตเรียนนิดหนึ่งครับ ขอดูเอกสารนิดเดียว วันที่ ๒๓ ท่านทําสัญญา แต่ก่อนที่จะทําสัญญาก็ยื่นซองถูกไหมครับ ท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพครับ ๒๙ ธันวาคม ยื่นซองเสนอราคาครับ ยื่นซองเสนอราคา บริษัท เอเรียล อินเตอร์เนชันแนล คูเปอเรชั่น ได้เป็นบริษัทเดียวที่ถูกเรียกเข้ามาเพราะว่าดูจากแค็ตตาล็อก ท่านประธานครับ ดูจากแค็ตตาล็อกแล้วบอกว่าบริษัทนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว ดูแล้วชัดเจนที่สุดมีประโยชน์ที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด ราคาถูกที่สุด เอาละเอาบริษัทนี้ก็ไม่ว่ากันครับท่านทําได้ไม่เป็นไร ท่านประธานครับ พอ ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ นาฬิกา ยื่นซองเสนอราคา วันเดียวกันครับ ๒๙ ธันวาคม เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา ขอแก้ไขเงื่อนไขเลย การชําระเงินด้วย ปกติแล้ว ๑๕ เปอร์เซ็นต์ รับเงินล่วงหน้า ถ้าบริษัทมีหลักประกันให้ธนาคารรับไปเลย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้วก็ส่งไปงวดที่ ๒ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ งวดที่ ๓ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วงวดสุดท้าย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เปลี่ยนมาเป็นรับสัญญาหลังจากเซ็นสัญญาแล้วเบิกล่วงหน้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ พองวดที่ ๒ เบิก ๗๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ท่านประธาน เบิก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อ ๓ คน ไปตรวจรับแล้วมีของ ไม่จําเป็นต้องส่งลงเรือมาก่อน เห็นว่ามีของกลับมาตรวจรับเสร็จ เรียบร้อยด้วยเทคนิค เบิกไปเลย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๓๘ ล้านบาท ท่านประธานครับ ของยัง ไม่มาเลย ๒๓๘ ล้านบาท นี่คือสิ่งที่ผมถามว่าถ้าเกิดว่าท่านจะเลี่ยง จะหลบ จะช่วยกัน อย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่ให้มันเนียนกว่านี้หน่อย แล้ว ๑๕ เปอร์เซ็นต์หลังนี่ถึงมาว่ากัน เมื่อมาถึงแล้วใช้การได้แล้ว ตรวจพิสูจน์แล้วอะไรเรียบร้อยหมดแล้ว บินขึ้นในระยะเพดาน บินเรียบร้อยหมดแล้วถึงจะเบิก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ท่านดูตรงนี้นิดหนึ่งครับ ปรากฏว่าบริษัทนี้ครับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์แรกนี่นะครับไม่ยอมรับ เบิกเงินล่วงหน้า ไม่รับครับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้ารับไปแล้วนี่นะครับท่านประธาน จะรับไปได้ ๑,๔๕๕,๐๐๐ เหรียญ สหรัฐ ก็ประมาณ ๔๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ แต่การรับเงินสดไป ๔๐ กว่าล้านบาท ในงวดแรกจะต้องมีหลักทรัพย์มากันกับทางธนาคาร ราคาเท่ากัน ๔๐ กว่าล้านบาทครับ ถ้ามองว่าบริษัทนี้มีเงินเยอะแยะ ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องใช้ ไม่ต้องเบิกล่วงหน้า ใช้เงินบริษัท ถ้ามองไว้ก็ดีครับท่านประธาน แต่เรามาติดตามต่อว่าบริษัทนี้ไม่ค่อยจะมีเงินทุนเท่าไรนัก ครับ ไม่มีการตรวจสอบนะครับท่านประธาน ตรวจสอบเรื่องเงินของบริษัท เงินหมุนเวียน ของบริษัทก่อนที่จะทําสัญญากันครับ ไม่มี ปรากฏว่าเบิกไปเลยพองวดที่ ๒ ปั๊บโดดเลยครับ พอทําสัญญา เมื่อ ๓ คนไปตรวจ ๓ นายทหารไปตรวจเสร็จกลับมาปั๊บเบิกได้เลยครับ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ๗๐ เปอร์เซ็นต์นี่เบิกไปวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ เป็นเงิน ๖,๗๙๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ตกอยู่ที่ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ของยังไม่มาเลย ถ้าคุณจ่ายสัก ๓๕ ไม่ว่าเลยครับท่านประธาน นี่ ๓๐ น้อยลงไปหน่อยก็ไม่ว่าครับ เมื่อมาถึงแล้วนี่นะครับมาดูว่า ระบบของเขา มันไม่ใช่เอาบอลลูน เอาเรือเหาะขึ้นอย่างเดียวนะครับ ระบบมันมีหลายอย่าง ท่านประธานครับ จะต้องมีรถคอมมานด์คอนโทรล (Command Control) หรือรถกริซลี่ (Grizzly) ๑๙ ล้านบาท ท่านประธานท่านดูด้วยนะครับ ข้างล่างนี่ครับ นี่ครับรถที่จะต้องวิ่ง ตรวจสอบคู่ไปกับเรือเหาะ แล้วถามว่าวันนี้มาครั้งแรกเข้ามาถึงประเทศไทย ส่งเข้ามาถึง ประมาณวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ สุดท้ายเป็นไปได้หรือครับ ๑๙ ล้านบาท สตาร์ท (Start) ไม่ติดครับ เอาละไม่ว่ากันเมื่อมาถึงแล้วสตาร์ทไม่ติด ไม่ว่ากัน อาจจะต้องเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่อะไรก็สุดแล้วแต่ ไม่ได้ตําหนิตรงนั้น แต่เรียนให้เห็นว่าวันนี้ คุณภาพก็ดีอะไรก็ดี ถ้าดูจากภาพประกอบ เพราะว่าท่านซื้อจากแคตตาล็อกไม่ได้เห็นของ จริง เพราะฉะนั้นตรงนี้มันก็เลยเป็นอุปสรรคเป็นข้อขัดข้อง เป็นข้อที่เราวิพากษ์วิจารณ์และดู เหมือนเสียหาย ท่านประธานครับ หันมาในเรื่องของราคาหน่อย ที่จริงแล้วอยากจะพูดเรื่อง คุณภาพก่อนแล้วกัน ท่านประธานครับ ในแคตตาล็อกเขียนไว้ชัดเจนว่าเรือเหาะจะต้องบิน ได้สูงถึง ๑๐,๐๐๐ ฟุต ก็ประมาณ ๓,๐๘๔ เมตร ก็ประมาณ ๓ กิโลเมตรกับอีกนิดหน่อย ท่านประธานครับ หลังจากที่รั่วซึมแล้วก็มีการส่งกลับไป ๑๕ เดือนนะครับอยู่ที่เมืองไทย ส่งกลับไปแก้ไขที่สหรัฐอเมริกา ทีนี้ก็กลัวถูกปรับสิครับก็กลายเป็นว่าระยะการดําเนินสัญญา ๑ ปี ก็บอกว่าเอาไปปรับปรุงครับไม่ใช่เอาไปซ่อม เพราะว่าสภาพอากาศของประเทศไทย ไม่เหมาะสม แล้วคุณไม่รู้หรือ เจ้าหน้าที่ ๙ คนไปไม่รู้หรือ แล้วก็มาอยู่อู่ตะเภาอีกตั้ง ๔ เดือนอย่างนี้ท่านประธานเขาไม่รู้หรือสภาพอากาศประเทศไทยเป็นอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีงงไหมครับ ๑๕ เดือนครับ ส่งกลับไปครับ แสดงว่าระหว่างที่บอกว่า จะต้องการทําการฝึกนักบิน นักบิน ๒ คนแล้วก็นายช่างอีก ๑๒ คนเป็น ๑๔ คน ๑ คอร์ส (Course) ๖ สัปดาห์ ถามว่าฝึกหรือเปล่า ก็เรือเหาะไม่อยู่บินไม่ได้แล้วมาชี้แจง บอกว่าผมบินด้วย บินกลางคืนด้วย กลางคืนเวลาบินก็ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ ไม่ใช่บิน ได้อย่างเดียวมันจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือประกอบการช่วยบินหลายอย่าง เรื่องนี้มันไม่ได้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เวลาบินขึ้นไปจริง ๆ แล้วนี่นะครับในสเปกเขียนไว้ ชัดเจนว่าบิน ๓ บินระยะบินทําการ ระยะบินสูงสุดนี่นะครับอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ ฟุต ๓ กิโลเมตร กับอีก ๘๔ ๓ กิโลเมตรเศษ ๆ ก็แล้วกัน บินอยู่ได้ ๓,๐๐๐ ฟุตครับเกือบ ๆ กิโลเมตรครับ แล้วกองทัพบกเองบอกว่าต้องใช้เรือเหาะนี่บินด้วยครับ สูงเกินระยะปืนเล็ก ท่านประธานครับ ผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ กระซิบถามท่าน พลเอก ประวิตรก็ได้ครับ ปืนเล็กอาก้าถึงไหมครับ กิโลเมตรถึงไหมครับ แล้วถ้าเกิดไปเจอ ๗.๖๒ และสไนเปอร์ (Sniper) ซุ่มยิงนี่นะครับ มันจะไป ๒ กิโลเมตรกว่านะครับ เพราะฉะนั้นบินได้แค่ ๓,๐๐๐ ฟุต ประมาณ ๑ กิโลเมตร เพราะฉะนั้น ๑ กิโลเมตรนี่ผมถามว่ามันจะรอดจาก ปืนเล็กได้อย่างไร ใครตาย เจ้าหน้าที่ทหาร ท่านไม่ได้นั่งข้างบน ลูกน้องนั่ง ลูกน้องต้องไป เสี่ยงชีวิตก่อนท่านเลย เห็นไหมครับ นี่คือสิ่งที่ต้องบอกว่าวันนี้ดูในแคตตาล็อกแล้ว ท่านประธาน แล้วก็มาบอกว่าเมื่อทดสอบบินได้ ๓,๐๐๐ ฟุต ๑ กิโลเมตร เขาบอก นี่ละมีแค่นี้ ระยะปฏิบัติการอยู่แค่นี้ละครับ ๓,๐๐๐ ฟุต เวลาคุณไปซื้อรถมา คุณจะต้องรู้สเปกว่าคุณจะ ซื้อรถที่มันวิ่งเร็วเท่าไร แต่เวลาทดสอบอาจจะไม่ถึงประมาณ ๑๗๐ ๑๘๐ หรอก แต่ว่า มันอยู่ในเกณฑ์ได้ เขาบอก ๑๐,๐๐๐ ฟิต ก็ต้อง ๑๐,๐๐๐ ฟิต ปรากฏทุกวันนี้ทําไมไปเป็น ๓,๐๐๐ ฟิต แล้วทาง ทบ. เขาออกมาบอกนี่ละครับสเปก นี่ละครับมาตรฐาน พอแล้วในการ ตรวจการณ์ นี่คือสิ่งที่ผมเป็นกังวลว่าวันนี้ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ไม่เข้าไปดูแลเรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใกล้ชิด ต่อให้มีคณะกรรมการมาตรฐาน การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพอย่างไรก็ตาม ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นอีก ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ดูเรื่องราคาครับท่านประธาน คงไม่พูดถึงเรื่อง ประสิทธิภาพแล้วครับ ท่านประธาน ดูนะครับ เดี๋ยวเวลาชี้ อธิบายจะได้ถูกต้องนะครับ เรือเหาะนี่นะครับ ผมไปได้ใบอินวอยซ์เก็บเงินนี่นะครับ ใบส่งมาเรียกเก็บสตางค์ ได้ราคามา นี่ครับ ดูเรือเหาะนะครับ แล้วก็พวกเครื่องยนต์นี่นะครับ อยู่ที่ ๑,๕๘๐,๒๗๐ ดอลลาร์ เป็นเงินอยู่ที่ประมาณ ๕๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานดูนะครับ เรือเหาะ ๑,๕๘๐,๒๗๐ ดอลลาร์ เป็นเงิน ๕๕ ล้านบาทครับ ขอโทษครับ ท่านประธานครับ ๕๕,๕๔๖,๔๙๐ บาทครับ นี่เฉพาะตัวเรือเหาะกับเครื่องยนต์นะครับท่านประธาน มีใบหลักฐานชัดเจนครับ จากกรมศุลกากร ทีนี้ไปเช็กราคานําเข้าอุปกรณ์เรือเหาะ ซึ่งประกอบเป็นสัดส่วนของ เรือเหาะที่ต้องใช้ในตัวเรือเหาะยังไม่รวมกล้อง อยู่ที่ ๒๖๓,๐๐๐ ดอลลาร์ เป็นเงินไทยก็อยู่ที่ ๙,๒๔๔,๔๕๐ บาท ท่านประธานครับ เบ็ดเสร็จรวมกันแล้วอยู่ที่ ๖๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน ไม่รวมกล้องครับ กล้องนี่เขาจะติดที่เฮลิคอปเตอร์ ๓ ตัว ๓ ลํา ตัวละลํา แล้วก็ติดอยู่ที่ เรือเหาะเวลาขึ้นไปแล้วตรวจส่องลงมาข้างล่าง กล้องต้องส่องกลางวันได้ กลางคืนได้ ท่านประธานครับ เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวผู้ที่ต้องสงสัย วัตถุ บุคคลทั้งหลาย ระยะที่ เขาประกาศ บอกเอาไว้เลยครับว่ากล้องที่ใช้นี่อย่างน้อยที่สุด ๓๐ กิโลเมตรท่านประธาน ส่องจากเครื่องบินลงมาครับ ๒.๑ ล้านพิกเซล (Pixel) เป็นอย่างไรครับ หลังจากที่บินขึ้นไป ๓,๐๐๐ ฟุต ถ่ายลงมานี่ครับ ป้ายรถยังไม่รู้เลยหมายเลขอะไร ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ ประสิทธิภาพ ที่ผมกําลังเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ นี่คือประสิทธิภาพครับ ส่วนรถคอมมานด์คอนโทรล หรือรถกริซลี่ นี่นะครับ ก็ส่งตามเข้ามาหลังจากที่เบิกเงิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ไปแล้วนะครับ ก็ปรากฏว่าขณะนี้ อยู่ในพื้นที่ใช้การได้แล้ว ราคา ๑๙ ล้านบาทท่านประธาน ๑๙ ล้านบาทนะครับตรงนี้ เบ็ดเสร็จแล้วท่านประธานครับ ผมรวมเลยครับ กล้อง ๓ ตัว ๓ ตัวที่ติดในเฮลิคอปเตอร์นี้ ราคา ๑๓๑,๖๓๘,๐๐๐ บาทเศษก็แล้วกันนะครับ สรุปว่าเบ็ดเสร็จว่าประมาณ ๑๓๑ ล้านบาท ส่วนกล้องที่ติดกับตัวเรือเหาะคือแอร์ชิพ (Airship) ๒ กล้องนะครับ เป็นเงิน ๘๗.๗ ล้านบาท โดยประมาณ เพราะฉะนั้นเบ็ดเสร็จกล้อง ๕ ตัวรวมกันเป็นเงินประมาณ ๒๑๘ ล้านบาท ๒๑๘ ล้านบาทนี้นะครับ รวมด้วยเรือเหาะ ๖๔.๗ ล้านบาท บวกด้วยรถคอมมานด์คอนโทรล อีก ๑๙ ล้านบาท รวมเป็น ๓๐๑ ล้านบาทโดยประมาณ เขาบอกว่าเป็นตัวต้นแพ็กเกจ (Package) เขาจะจัดโรงเก็บให้ โรงเก็บประมาณ ๒๐-๓๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นั่นคือของแถม ของแถมมาคิดบวกราคาตรงนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเรียนว่า นี่คือ ๓๐๑ ล้านบาทเศษ ๆ แต่ ทบ. อนุมัติ กรมการขนส่งทหารบกอนุมัติ ขออนุมัติอยู่ที่ ๓๔๐ ล้านบาทโดยประมาณ เศษส่วนนิดหน่อยไม่พูดถึง ท่านประธานครับ เรื่องนี้ถูกร้องเรียน ถูกร้องเรียนไปยังเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เขาร้องเรียนว่าราคาแพง เอาละ ผมไม่อ่านรายละเอียดอะไรมากมายครับ ร้องเรียนไปยัง กองทัพบก มีหนังสือด่วนมากจากกองทัพบกนะครับ ออกหนังสือมาที่ เลขที่ กห ๐๔๐๗/๗๐๕ ลงวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ กองทัพบก ศูนย์ปฏิบัติการของ ทบ. กองบัญชาการ กองทัพบก เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐ เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงการจัดหาเรือเหาะ พร้อมระบบกล้องตรวจการเวลากลางวัน กลางคืน เรียน เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในนี้นะครับ เขาแจ้งว่า หากพิจารณาเฉพาะราคา เรือเหาะเอรอส ๔๐ ดี (Aeros 40D) จากข้อมูลดังกล่าวมีราคา ๒.๘-๓.๒ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๙๘-๑๑๒ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทั้ง ๆ ที่ราคาตามใบอินวอยซ์อยู่ที่ ๖๔.๗ ล้านบาท แต่ในนี้รายงานไป ป.ป.ช. เองเลยครับ ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อคนที่ลงนามนะครับ บอกสักหน่อยดีกว่า ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ผมเชื่อได้ว่าลูกน้องคงตรวจสอบไม่ละเอียดหรอก แล้วก็บวก ลบ คูณ หารก็ไม่รู้จะลงตัวอย่างไร ทบ. มาชี้แจง เอาสมุดเล่มสีฟ้ามาชี้แจง ก็อยู่ที่ ๑๐๓ ล้านบาท ตรงนี้รายงานมา ๙๘ อยู่ถึง ๑๑๒ ก็ไม่เป็นไร ตัวเลขเรายังไม่ฟิกซ์ (Fix) ไม่ชัดเจน จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ ขอแสดงความนับถือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ทําการแทนผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ไม่ละเอียดครับท่านประธาน ไม่ได้ดูให้ละเอียดว่า ใบนําเข้า ใบอินวอยซ์ราคาเท่าไร อะไรราคาเท่าไร บวก ลบ คูณ หารแล้ว มันไม่ถูกต้องครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาอย่างไรบินไม่ได้ มาอย่างไรมาแช่อยู่ นอกเหนือจากนั้นครับท่านประธาน กองทัพบกเองก็พยายามแก้ไขปัญหา ผมก็รู้ครับ ท่านเองก็พยายามแก้ไขปัญหา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอโทษนะครับ สุดท้าย ก็ปรากฏว่าส่งเกินระยะเวลาตามสัญญา เบ็ดเสร็จ บวก ลบ คูณ หารแล้วอยู่ที่ ๓๓๔ วันครับ บริษัทเอาผ้าใบเก่า ๆ มา แล้วก็เอากลับไปเปลี่ยนใหม่หรือเอาไปซ่อมใหม่ นี่คือสิ่งที่เขาล่าช้า ไม่ใช่ความผิดของกองทัพบกครับ แล้วทําไมกองทัพบกจะต้องไปรักษาประโยชน์กับผู้ขายละ ทําไมไม่ดูแลประโยชน์ของกองทัพ กลายเป็นว่าวันนี้เขาผิดสัญญาไป ๓๓๔ วัน โดยอ้างว่า กล้องที่จะติดกับเฮลิคอปเตอร์นี้ เนื่องจากว่าเฮลิคอปเตอร์ต้องใช้งานปฏิบัติหน้าที่ มาไม่ทัน เสียเวลา ทําให้เขาล่าช้าไป ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงไม่เป็นไร ก็นับ บวก ลบ คูณ หาร กันให้เรียบร้อย เบ็ดเสร็จวันนี้ได้ ๓๓๔ วัน ท่านประธานครับ ถ้าปรับกันจริง ๆ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ต่อวัน เป็นเงินวันละ ๑๙,๔๐๐ เหรียญครับ วันหนึ่งครับท่านประธาน ผ่านไป ยังท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพด้วย ถ้าปรับนะครับ ๑๙,๔๐๐ เหรียญ ทั้งหมด ๓๓๔ วัน รวมทั้งหมดเป็นเงิน ๖,๔๗๙,๖๐๐ เหรียญครับ ลองคุณดู เอา ๓๕ คูณครับ เพราะในขณะนั้น แลกเปลี่ยนอยู่ที่ ๓๕.๑๓ ครับ ท่านประธานครับ ปรากฏด้วยความห่วงใยของบริษัทและ ดูเหมือนว่าบริษัทนี้ถ้าจะทุนน้อย กองทัพบกพิจารณาแล้วด้วยความรอบคอบสุขุม ปรับอยู่ที่ ๑๒ วันท่านประธาน ปรับอยู่ที่ ๑๒ วันครับจากที่เขาผิดสัญญาไป ๓๓๔ วัน ผมตามไป สตง. สตง. บอกว่า สตง. ก็ทําหนังสือถึงกองทัพ บอกว่าพิจารณาใหม่ในเรื่องของค่าปรับได้ไหม เพราะดูแล้วน่าห่วงว่าวันนี้ไม่ใช่ ๗ วันผิดของกองทัพบก ผมเรียนแต่ทีแรกแล้วครับ ท่านประธานครับ ผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเห็นด้วยครับ เอาอาวุธยุทโธปกรณ์ เอาสิ่งที่จะมาใช้อํานวยความสะดวกในการที่จะดูแลพื้นที่ภาคใต้ให้เรียบร้อย สมบูรณ์ ซื้อไปเลยครับ แต่เอามาแล้วต้องได้ประโยชน์ครับ ต้องมีคุณภาพครับ ไม่ใช่ปล่อยอย่างนี้ ท่านประธานดูนี่สิครับ นี่ที่ผมบอกสวยแต่รูปจูบไม่หอมครับ ท่านประธานครับ คณะกรรมการ จะเป็นส่วนรับ ถ้าพิสูจน์ได้ เรือเหาะนี่สีจะต้องทาให้สวย ถ้าจะสวยหน่อยต้องใส่สีแดง เยอะ ๆ หน่อยท่านประธาน แล้วมันมีอื่น ๆ สีอื่นก็มีนะครับ แล้วในแบบก็มีกองทัพบก มี ๒ แบบครับ แต่ ณ วันนี้เอาขึ้นไปบินเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ขาวโพลนเลยครับ ถึงเรียกว่า เรือเหาะหรือลูกกรงปะผุนิรนาม แล้วอย่างนี้ครับ แล้วเซ็นรับไปได้อย่างไรครับ เรียนท่านประธานผ่านท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรู้ไหมว่าสติกเกอร์ (Sticker) นี่มันมาจาก ประเทศเยอรมัน ถ้าติดหนักมากมันขึ้นบินไม่ได้ มันบินไม่ขึ้น ผมเรียกมาชี้แจงว่า ถ้าบินไม่พ้นระยะปืนนี่ทําอย่างไร เขาบอกเขากําลังคิดหาแผ่นอะไร รองใต้คนขับ ที่เจ้าหน้าที่นั่งขับเครื่องบินอยู่นี่ครับเพื่อกันกระสุนปืน ลองติดอยู่ครับท่านประธาน เขาบอกลองติดอยู่แต่ว่าติดแล้วมันขึ้นไม่สูงก็เลยต้องเอาลงมา แล้วก็มาเป็นอย่างนี้ ท่านประธาน แต่ดูแล้วสวยเชียว พาพี่น้องสื่อมวลชน นัดพี่น้องสื่อมวลชนออกไปว่าไปดู หน่อยวันนี้ขึ้นได้แล้ว เพียงแต่ว่าต้องให้สื่อมวลชนเชียร์ สื่อมวลชนบางฉบับก็เชียร์ครับ บางคนไปถึงเข้าดูไม่ได้ เข้าไปดูแทบไม่ได้ ท่านประธานครับ สื่อที่จะพาไปดูว่าเรือเหาะ เหาะได้แล้ว ก็ดีใจเหาะได้แล้ว เหาะได้แต่ปฏิบัติการไม่ได้ วันนี้มันต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ถ่ายทอดสัญญาณลงมาอีก ยูเอชเอฟ (UHF) วีเอชเอฟ (VHF) อีกครับ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นซื้อมันทั้งระบบมันใช้อะไรไม่ได้ ณ วันนี้เลยท่านประธาน วันนี้ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ๓๔๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เอาไปให้คนยากคนจน หาที่ดินให้อยู่ให้กินดีกว่า เห็นไหมครับ อ้ายที่ผิดพลาดก็ผิดพลาดไป แต่วันนี้ท่านเอง ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ ไม่รับผิดชอบไม่ได้ ดูสักหน่อยก็ได้ครับ ผมดูในแคตตาล็อก ต่ออีกหน่อยก็ได้ครับท่านประธาน ท่านเป็นนักเรียนต่างประเทศด้วย โอเปอเรติ้ง อัลติจูด เรนจ์ ๑๐,๐๐๐ ฟีต (Operating Altitude Range 10,000 Feet) หรือ ๓,๐๔๘ เมตร แมกซิมัม โอเปอเรติ้ง แอท อัลติจูด ๗,๕๐๐ ฟีต (Maximum Operating at Altitude 7,500 ฟีต) และ ๓,๐๐๐ ฟีต มันจะอยู่ในข้อกําหนดตรงนี้หรือเปล่า อยู่ในแคตตาล็อกของบริษัทนี้ หรือไม่ ท่านประธานครับ กล้องครับ กล้องตัวละ ๔๐ ล้านบาทครับ เสียดายครับ ผมมีแต่เอกสารก็ให้ดูตรงนี้นิดเดียวท่านประธาน หาตัวอย่างไม่ได้ พยายามจะหาก็มีแต่ ในรูปครับ ๕ ตัวครับ ล่อเข้าไป ๒๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้ได้ขึ้นไปข้างบนส่องลงไปข้างล่างนี่ มันต้องชัดแจ๋วเลย ชาวไร่ชาวนาถือจอบหรือถือปืนนี่ต้องรู้ทันทีนะครับ สูงขึ้นไป ๓๐ กิโลเมตรครับ หันไปทางท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลความมั่นคงครับ เพราะฉะนั้น นี่คือปัญหาที่ต้องแก้นะครับ แต่วันนี้มันเลยเวลาที่ท่านจะแก้แล้ว เพราะว่ามันสั่งมาแล้ว แล้วก็ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล ถ้าท่านยอมรับนี่ ผมว่าถ้าท่านยอมรับแล้วแก้ไข นะครับมันก็เป็นเรื่องที่น่าคิด แต่ผมเรียนท่านวันนี้ ท่านประธานครับ กล้องตัวนี้ท่านไปเช็ก เลยครับ มันเสียอยู่ ๓ กล้อง ท่านประธานได้ยินไหมครับ ใช้ได้ ๒ กล้องครับ เขาบอกว่า บริษัทนี้ก่อนที่จะมานี่ เขาซื้อผ่านบริษัท พีวีที เนื่องจากว่าจะเลี่ยงพัสดุ เพื่อซื้อผ่านบริษัท พีวีที แอนด์แอสโซซิเอสท์ จํากัด ไม่ได้ซื้อตรง จริง ๆ แล้วถ้าซื้อตรงต้องถามเอกอัครราชทูต ต้องถามคนที่อยู่ต่างประเทศซึ่งเป็นคนไทย ลองสืบราคาดูสิว่าเรือเหาะทั้งระบบนี่ราคาขนาดนี้ ใช้ได้หรือไม่ นี่คือระเบียบ แต่เอาละไม่ถาม ท่านบอกบินไปเองเลย ส่ง ๙ คนไปดู ส่ง ๓ คน ไปตรวจทางเทคนิค ก็กลายเป็นว่าเขาส่งมาอย่างไรก็เอาอย่างนั้นท่านประธาน เพราะฉะนั้น กลัวว่าจะต้องผ่านเอกอัครราชทูตก็เลยผ่านบริษัท พีวีที แอนด์แอสโซซิเอสท์ จํากัด ท่านประธานครับ ผมก็ไปค้นว่าเขาเป็นใคร บริษัทนี้จดทะเบียน บค ๑๒๖๘๑/๒๕๓๔ ครับ ท่านประธาน ทุนของบริษัทกําหนดไว้จํานวนแค่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธาน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ จะผ่านตรงนี้ด้วยเรื่องอะไร อย่างไร ก็ไม่ได้ตามไปดูอะไร มากมาย แต่บอกให้เห็นนะครับ แล้วปี ๒๕๕๒ ไม่ได้ปิดงบดุลด้วย ไม่ได้ปิดงบดุล ท่านประธาน แล้วเอาบริษัทนี้มาเป็นตัวแทนของกองทัพ เอาบริษัทที่มันเข้าท่าเข้าทางหน่อย มีต้นทุนสูง ๆ หน่อย มีประสบการณ์หน่อย ไม่ว่ากัน เอาละไม่ไปก้าวก่ายอะไรมากมาย ถึงชื่อเขาอะไร แต่เรียนให้ทราบ เห็นไหมครับท่านประธาน ดูแล้วมันช่วยเหลือกันไปหมด ปรับ ๑๒ วันมันก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ก็คงจะใช้เวลาเพียงเท่านี้ ละครับ ที่ผมเรียนว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ผมไม่ได้เกลียดทหารนะครับ ผมบอกหลายครั้งหลายหนแล้ว ผมเป็นลูกเขยทหาร เพื่อน ๆ เยอะแยะ มีความรัก แล้วท่านเอาอุปกรณ์ดี ๆ ไปให้เขาใช้เถอะครับ วันนี้เขาลําบากมากครับ เดือดร้อน เรื่องนี้เขาก็ไม่อยากจะเซ็นหรอก แต่ไม่เซ็นก็ไม่ได้ ทําไมเซ็นช้า ทําไมไม่เซ็น อะไร ต่าง ๆ เหล่านี้ คนมันอยู่ในเครื่องแบบครับท่านประธาน มันก็มีวินัย บางทียอมครับ เพื่อผู้บังคับบัญชา ใจมันถึงใจกันอย่างนั้น ก็เลยเซ็นรับไป ดังนั้นตรงนี้ต้องเรียนว่านี่คือสิ่งที่ผม บอกว่าผมเป็นห่วงครับท่านประธาน ถ้าเกิดกองทัพเป็นอย่างนี้มันจะเข้มแข็งได้อย่างไร ท่านประธาน มันเข้มแข็งไม่ได้ท่านประธานครับ ท่านจะเห็นได้เลยในเรื่องการจัดซื้อ ยุทโธปกรณ์ทั้งหลายทั้งปวงในวันนี้วิธีพิเศษกันหมด ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรอง นายกรัฐมนตรีท่านทราบดี วิธีพิเศษ ๆ ไม่ยอมอะไรกันนักหนา ผมนี่มั่นใจในตัว ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ครั้งแรกก่อนที่ท่านจะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ผมคนหนึ่งดีใจ อยู่ในใจ ผมเคยบอกท่านแล้วในสภาแห่งนี้ แต่วันนี้ท่านต้องลงไปดูลึกละเอียด เพราะมันมี ทุกเรื่อง ไล่ตั้งแต่กริพเพน (Gripen) ยานเกราะล้อยางจากยูเครน จีที ๒๐๐ เรือเหาะ การซ่อมรถถังเบา นี่ครับทุกอย่าง ทุกเรื่อง ท่านประธาน ผมเคยยื่นเอกสารผ่านมือ ท่านนายกรัฐมนตรี เลื่อนการคัดค้านเพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบการซื้อปืนเอเค ๑๐๒ (AK102) อาก้า ๑๐๒ ที่ในช่วงนั้นกระทรวงมหาดไทยเขาซื้อ เขาอยากได้มาก เขาซื้อไว้ที่ ๘๕,๐๐๐ บาท ให้อาสารักษาดินแดน นิดเดียวครับท่านประธาน ผมบอกว่า อาสารักษาดินแดนเขาไม่มีความรู้ทางด้านนี้เท่าไรนัก ต้องใช้เวลาฝึกฝนอบรม แม้กระทั่ง ทหารหลักยังไม่ใช้เลยท่านประธาน ที่แบกกันโครม ๆ ที่มาบอกว่านี่ละเป็นปืนอาก้า ปืนอาก้าไม่มีในกองทัพ ไม่มีได้อย่างไรเต็มไปหมด วันนี้หยิบตรงไหนก็ได้ท่านประธาน แต่นั่นคือสิ่งที่ผมจะบอกว่าสิ่งที่เรากําลังบอกท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีเองไปให้ กระทรวงมหาดไทยแก้ไข ตั้งกรรมการสอบสวน หรือไม่ก็เอาไปตรวจสอบสิควรอนุมัติ ไม่ควรอนุมัติ แต่ท่านไม่เคยลงมาด้วยตัวเองเลยท่านประธาน เอาสักครั้งสิ เรียนท่านประธาน ผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรี ลงไปสักครั้ง ดูสิครับ ท่านลงไปเขาเกรงใจหมด เขาจะกลัว เขาจะระวังเยอะแยะมากกว่านี้ ทีนี้ความสําคัญ ความสนใจ ความเอาใจใส่ นี่อย่างไรครับ มันมีเงื่อนงําหรือเปล่า ผมถึงอภิปรายท่านทั้งสอง วันนี้ท่านเห็นไหมครับ วันนี้เหมือนกัน ท่านประธาน เดี๋ยวเรื่องที่ ๒ ผมทําหนังสือถึงท่านอยู่ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าผมไม่รู้จะ ไว้วางใจท่านได้อย่างไร ในเมื่อท่านปล่อยปละละเลยอย่างนี้ ข้าราชการลําบากใจมากครับ เจตนาดีแต่ข้าราชการลําบากใจมาก เพราะมันใช้ประโยชน์ลําบากมาก แล้ววันนี้ ผบ.ทบ. ออกมาบอกว่าถ้าอย่างนั้นจะให้ไปตรวจป่าไม้ด้วย เห็นไหมครับ พอรู้แล้วมันขึ้นสูงไม่ไหว ท่านประธาน แล้วนักบินวันนี้พอเขาฝึก ๑ คอร์ส เป็นนักบิน ๒ คน นายช่างอีก ๑๒ คน เป็น ๑๔ คน ผู้ขายออกให้แล้วก็มาฝึกอีก ๔ รุ่น อีก ๔ รุ่นหรือ ๖ รุ่น ผมจําไม่ได้ทั้งหมด ท่านประธาน วันนี้ถามว่าวันนี้ฝึกเรียบร้อยหรือยัง มันเพิ่งจะเหาะได้ มันเพิ่งจะบินได้ แช่ไว้ ๘ เดือนแล้ว เรียกมาชี้แจงบอกฝึก บอกบินแล้วกลางคืนก็ขึ้นแล้ว กลางคืนมันขึ้นอย่างไร ผมบอกเอากล้องมาดูที่ส่องกลางคืนมันจะปรากฏเลข วันที่ เวลา เอาให้ไม่ได้ครับ ท่านประธาน ก็แสดงว่ากลางคืนยังไม่ได้ขึ้น กล้องกลางคืนยังไม่ได้ถ่าย ไหนบอกว่ามีแสง และอินฟราเรด (Infrared) ที่มันสามารถตรวจสอบได้ว่าคน ๆ โน้น คนนี้คนนั้น ใครเคลื่อนไหวไปอะไร อย่างไร เอกสารไม่มีไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องบอกว่าวันนี้ถ้าปล่อยให้ การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปในลักษณะนี้ตายหมด ท่านประธานครับฝากไปให้ท่านช่วยคิดครับ ในเรือเหาะมันมีบอลลูนข้างใน ข้างหน้าลูกหนึ่ง ข้างในลูกหนึ่ง ผ่านท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพก็ได้ ไปดูเสียเดี๋ยวนี้เลยมันรั่วซึม เปลี่ยนแต่ผ้าใบอย่างเดียว มันรั่วซึม วันนี้มันถึงขึ้นสูง ไม่ได้ครับ บอลลูนอากาศมันออก มันลอยไปกับก๊าซฮีเลียมมันก็ขึ้นสูงไม่ได้มันก็ต้องลงต่ํา เฉพาะผ้ายางของบอลลูนท่าน ๕๐,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์ (US Dollar) ท่านประธานครับ แล้วถามว่าใครจะเป็นคนออกเงินละทีนี้ บริษัทนี้เขาบอกว่ามันไม่มีเงิน กล้องที่ล่าช้า แล้วบอกสภากลาโหมสหรัฐอเมริกาตรวจสอบ เพราะว่ากล้องนี้น่าจะเป็นกล้องที่ใช้ในทาง ทหาร ดูท่าทางดี ข้อมูลลึก ๆ ขอให้ตรวจสอบก่อนที่จริงไม่ใช่ครับ ไม่มีเงิน เห็นไหมครับ ทําไมถึงต้องมาเบิก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมถึงต้องมาแก้เงื่อนไขในการเบิกจ่าย ท่านประธาน มีบริษัทอยู่บริษัทหนึ่ง ท่านไปเช็กเองจะเท็จจะจริงไม่รู้ เขาบอกว่าเป็นคนให้ยืมเงิน ๒๐๐ ล้านบาทไปซื้อกล้อง ให้บริษัทนี้ไปซื้อกล้อง มันถึงล่าช้า ท่านประธาน ท่านตรวจสอบ นะครับตรงนี้ เห็นไหมนั่นคือสิ่งที่บอกว่าตายแล้ว ถ้าเกิดวันนี้ในกองทัพเป็นอย่างนี้ พี่น้องทหารของเราที่รักทั้งหลายเขามีความตั้งใจดีกับกองทัพ เขาอยากทํางาน อยากปฏิบัติ หน้าที่มีเครื่องมือเครื่องไม้ อาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะช่วยสนับสนุนเขาในการรบ ในการทํางาน ในการตรวจตรา แต่ ณ เวลาเดียวกันข้างบนก็กัดอย่างนี้เละเทอะไปหมดวิธีพิเศษ ๆ สุดพิเศษจริง ๆ ก็ขออนุญาตในส่วนนี้เท่านี้ครับท่านประธาน ก็ไม่ไว้วางใจท่านครับ เพราะท่านปล่อยปละละเลยไม่รักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน

ท่านประธานครับ อีกเรื่องครับ ขออนุญาตต้องพูดจริง ๆ ด้วยความรัก โชคดี ท่านประธานครับ พลเอก ประวิตร ท่านไม่ได้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้วยบารมี ด้วยความมีเพื่อน ด้วยความน่ารักของท่านก็เลยไม่มีชื่อก็ไม่เป็นไรท่านประธาน ท่านนั่งอยู่ฟังตรงนี้ก็จะได้ รับทราบปัญหา ขอโทษทีครับ พูดแบบชาวบ้านหน่อย อย่ายักคิ้วหลิ่วตา ท่านประธาน อย่าปากว่าตาขยิบ ขอโทษทีที่ใช้คําอย่างนี้ ก็ขออภัย สิ่งที่พูดนี้หมายถึงว่าท่านรับทราบ ผมหน่อยในสิ่งที่มันเป็นปัญหา ไม่มีเจตนาอื่นใดต้องการที่จะให้กองทัพเข้มแข็ง ต้องการให้ พี่น้องทหารทั้งหลายเขามีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ชั้นหนึ่งเยี่ยม

เรื่องต่อไปที่ผมต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน คือการจัดซื้อรถยนต์บรรทุก จากประเทศญี่ปุ่นครับ อีซุซุ (Isuzu) ทั้งหมด ๑,๔๗๔ คัน มูลค่างบประมาณที่ตั้งเอาไว้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท บริษัทนี้เก่งมาก เปิดซองมา ๔,๙๙๔,๖๔๙,๐๐๐ บาท ใกล้เคียงกับ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เป็นไร เปิดจะได้ดูนิดหน่อยว่าเป็นปกติ อย่างที่เรารู้ ๆ กันอยู่ก็ไม่ได้ว่ากัน สัญญาเลขที่ ๑๖๕/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ ผมก็พยายามที่จะทําเรื่องนี้ กับเพื่อนผู้แทนอีกหลายท่านหลายคนด้วยความห่วงใยของท่าน ว่าสิ่งของที่ซื้อมามันจะ ไม่สมประโยชน์กับราคา เพราะทหารเขาก็อยากได้อาวุธยุทโธปกรณ์ รถราที่ใช้ที่มีประโยชน์ และเป็นของดี ไม่ใช่เดือนหนึ่งก็ซ่อม เดือนหนึ่งก็ซ่อม ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ท่านประธานครับ บริษัทที่ได้นี่เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดแก่ฝ่ายการเมืองไม่น้อย คือบริษัท อิทธิพรอิมปอร์ต จํากัด ก็ไม่ได้ว่าเขาจะใกล้ชิดใคร ไม่ได้แปลกในการที่จะไปใกล้ชิดใคร แต่ประโยชน์กองทัพ ต้องได้ ประโยชน์ประชาชนต้องมีเพราะเสียภาษีอากร เป็นเงินของพี่น้องประชาชน ขายราคาคันละ ๓,๓๘๘,๕๐๐ บาท ๑ คันนะครับ เช่นเดียวกันนะครับท่านประธาน ตรงนี้ซื้อผ่านแคตตาล็อก ซื้อผ่านแคตตาล็อกอีกแล้ว วิธีพิเศษอีกแล้ว ท่านประธานครับ ท่านดูนะครับ นี่คือแบบครับ มีการประทับตราของบริษัทเรียบร้อยครับ ๔ คูณ ๔ นี่ ๔ ล้อนะครับ บรรทุกลําเลียงคนได้ ๑๒ คน นี่คือแบบ แบบที่ตกลงกันไว้ในสัญญาครับ ดูท่าทางน่าแข็งแรง บึกบึนครับ ในสัญญามันก็แปลกนิดหนึ่งครับท่านประธาน มีเอกสารแนบท้ายสัญญา สัญญาของกรมสรรพาวุธทหารบกเขียนบอกว่า ให้ใช้รถกระบะแบบลอยตัว ให้ใช้รถกระบะ แบบลอยตัวนะครับ นี่คือสัญญาของทางราชการ ส่วนบริษัทนั้นก็มีสัญญาอีกฉบับหนึ่ง แนบไปในสัญญาฉบับนี้ บอกว่าใช้รถกระบะที่ผลิตในประเทศไทย เติมเข้าไปด้วยนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นในสัญญานี้ก็มีเงื่อนงํา อยู่ดี ๆ ทําไมเมื่อบอกกระบะลอยตัว ซื้อรถ ซื้อทั้งคันต้องซื้อจากประเทศญี่ปุ่นถูกไหมครับ ผ่านอีซูซุตรีเพชร ท่านประธาน ๑,๔๗๔ คันต้องซื้อทั้งคัน รถมาทั้งคันครับ ราคา ๓,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท รถต้องมาทั้งคัน นี่ไม่เสียภาษีนะครับ เสียแต่มูลค่าเพิ่มครับ ๗ เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นภาษีขาเข้านะครับ ๓,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ท่านประธานครับ พอมาถึงปั๊บเปลี่ยนเลยครับมาแต่คัสซีกับหัวเก๋ง เราก็โต้แย้งว่าสัญญานี้มันต้องรักษาประโยชน์ทางราชการถ้าตีความกันจริง ๆ แล้ว จะไปตีความเข้าทางผู้ขายได้อย่างไรครับ ต้องตีความให้เข้ากับกองทัพครับ เขาก็แจ้งมา เขาบอกว่ามันไม่ได้หมายความว่าประกอบในประเทศไทยไม่ได้ เอาละครับไม่ว่ากันตรงนั้น แต่ว่าสิ่งที่เขามาเปลี่ยนแปลงทีหลัง ท่านประธานครับ ถ้าหากว่ากล้องจะโคลสเข้าไปหน่อย จะเห็นครับ หัวเก๋งนี่รุ่นเอฟทีเอส (FTS) ๔ คูณ ๔ ๒ ตันครึ่งเอฟทีเอสอีซูซุ ท่านประธานครับ ดูอะไร ดูทะมึน ดูเท่ ดูสง่า ดูอดทน ดูบึกบึนมาก เห็นไหมครับ ดูแล้วยังน่าเกรงขามบ้างครับ รถบรรทุกทหารเอาไปเป็นแบบคอมเมอร์เชียล (Commercial) เอาเป็นแบบรถธุรกิจ ที่วิ่งไปวิ่งมาส่งของ ส่งขนม ขนมปังไม่ได้ มันกลายเป็นว่าเมื่อเวลาส่งมอบแล้วกลายเป็น หัวเก๋งอีกแบบหนึ่งท่านประธาน ต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยนะครับ แต่ตอนที่มันต่างกัน เจ้าของบริษัทคือนายสมานทําหนังสือถึงท่านเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกว่าขอเปลี่ยนหัวเก๋งครับ ทําง่าย ๆ อย่างนี้ท่านประธาน แล้วก็เปลี่ยนกันมันต้องมีคณะกรรมการ มีการตรวจเทคนิค แล้วก็มีทดลองใช้ มันใช้ได้ไม่ได้ มันดีไม่ดี นี่ผมพูดถึงในเรื่องของราคา สรุปเบ็ดเสร็จ ท่านประธานครับ เมื่อผมร้องไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ร้องหรอกครับ ขอให้ท่านระงับ ชะลอการตรวจรับไว้ก่อน เพื่อให้ได้ตรวจสอบให้รายละเอียดก่อนถึงท่าน ถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมครับ ผมเป็นคนลงนามเอง ด้วยความห่วงใยครับ เพราะพี่น้องทหาร หลายคนคุยกับผม บอกว่าถ้าปล่อยอย่างนี้ไม่ได้ เพราะว่าเขาจะไม่ได้ซื้อแค่นี้ ปี ๒๕๕๔ ก็ซื้ออีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ จะซื้ออีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท เบ็ดเสร็จ ๓ ปี ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าเอารถอย่างนี้มาให้พี่น้องทหารใช้นี้มันจะใช้ได้นานแค่ไหน ระยะ ประกัน ๒ ปีก็จริง เราก็อยากได้สิ่งของที่ดี ๆ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน นายกรัฐมนตรีครับ เวลาท่านขับรถท่านอยากจะซื้อรถเก๋ง เมดอินไทยแลนด์ (Made in Thailand) หรือเมดอินเจแปน (Made in Japan) หรือเมดอินยูเอสเอ (Made in USA) ถามท่านตรง ๆ ก่อน เหมือนกันครับ ความรู้สึกไม่ได้ต่างกันครับ เพราะเทคโนโลยีเรา ยังไม่ถึง ฝีมือเรายังไม่สเปเชียลไลซ์ (specialize) อะไรเท่าไรนัก ทั้ง ๆ ที่เราก็พยายามที่จะ ทําให้ แต่นี้ก็ต้องบอกว่าวันนี้กองทัพเขาก็อยากจะใช้สิ่งที่ดี เจ้าหน้าที่คนใช้ก็อยากจะใช้สิ่งที่ ดี ๆ วันนี้เพียงแต่บันทึกถึงเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกขอเปลี่ยนหัวเก๋ง อย่างนั้นจบแล้วครับ แล้วก็เอาสแปร์ พาร์ท (Spare part) เอาจากส่วนอื่น เอาผ้าใบมาจากที่อื่นทั้งนั้น บริษัทสมุทรสาครนี้ไม่เอ่ยชื่อ เป็นคนผลิตและส่งครับ ท่านประธานครับ ผมส่งเจ้าหน้าที่ไป ตรวจสอบ ซึ่งเป็นอดีตเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก อดีตเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกการันตี ชัดเจนในเรื่องความรู้ความสามารถไม่ได้ด้อยไปกว่าคนอื่น ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้ากรมสรรพาวุธ ทหารบกในขณะนี้ แต่สิ่งที่เขาเป็นห่วงคือความเป็นห่วงที่อยากจะเห็นกองทัพมีอาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่อยากจะเขียนสัญญาอะไรก็เขียน อยากจะแก้ไข อย่างไรก็แก้ไข เรียนท่านประธานผ่านท่านนายกรัฐมนตรีครับ เข้มแข็งอีกหน่อยครับ ท่านอยู่นานอีกนิดหนึ่ง เข้มแข็งอีกหน่อยให้ผมเห็นหน่อย เพราะฉะนั้นนี่คือ สิ่งที่บอกว่าผมอยากเห็นท่านเข้มแข็ง กองทัพเขาเสนออะไรมา ผมไม่อยากพูดว่าตามใจ ไม่ใช่ เพราะพี่น้องประชาชนเขามองกันวันนี้ท่านมาอย่างนี้ กองทัพขออะไร ผมไม่อยากจะ พูดตรงนี้เลย ไม่อยากจะให้เกิดความรู้สึกจริง ๆ เพราะอะไรที่มันผ่านไปแล้ว พอผ่านได้ ผมก็อยากจะผ่าน แต่ ณ วันนี้เห็นท่านครับ ยังไม่ทันไรเลย พล.ร.๗ มาอีกแล้ว พล.ม.๓ มาอีกแล้ว พล.ร.๗ ท่านประธาน เริ่มต้นที่เท่าไร ๖ ระยะ ระยะกี่หมื่นครับ ๒๐,๐๐๐ ระยะหนึ่ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เห็นไหมครับท่านยอมหมด ทันทีเลย จ่าย ๒,๓๐๐ ๒,๐๐๐ เอาไป พล.ร.๗ พล.ม.๓ ท่านเอาไป ๒,๐๐๐ พล.ม.๓ จําเป็นแค่ไหน รถถังวันนี้วิ่งติดโคลนหมดขึ้น ไม่ได้ ผมอยากจะพูดอีกสักนิดหนึ่งด้วยซ้ําไป พล.ม.๑ มันยังกลวงอยู่ ท่านประธานครับ ผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีท่านเข้าใจว่ากลวงไหมครับ พล.ม.๑ นี้มีแค่ ๒ กรม อีกกรมหนึ่ง ไม่กลับเลยครับอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ วันนี้เผลอไปตั้งที่จังหวัดขอนแก่นแล้วครับ พล.ม.๓ มันอะไรละ ๗๐,๐๐๐ เริ่มต้นนะครับถ้าเกิดทําไปทํามานี้เขาบอกว่า ฉันขี้เกียจเอาไป ๒,๐๐๐ ตามมาอีก ๗๐,๐๐๐ อย่างต่ํา ไม่ใช่แค่รถถังนะครับ ตามมาหมด ปืนใหญ่สนับสนุนการรบมาหมด กําลังพลมาหมดโยกย้ายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา นี่ละครับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอยากจะตั้งนี่นะครับ เอา พล.ม.๒ รอ. ที่เกียกกายนี้ไปอยู่ จังหวัดขอนแก่นเลย เอาไปเลย อยู่ตรงที่การเมืองทั้งนั้น ท่านประธานครับ หันมาทางนี้ครับ ท่านมาดูภายในเขาสิครับ ๓,๓๘๐,๐๐๐ ก่อนที่จะมาถึง ๓,๓๘๐,๐๐๐ ท่านประธานครับ มีการเสนอราคา ๒ ครั้ง เสนอราคา ๒ ครั้งครับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีประวิตร ที่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยก็แล้วกัน ผมไม่ทราบรายละเอียด ท่านทราบไหมครับ เสนอครั้งแรก บริษัทนี้ได้ บริษัทนี้ก็ถูกเสนอด้วยแต่ยังไม่ได้ บริษัท อิทธิพรอิมพอร์ต จํากัด นี้เสนอไป ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาทต่อคัน พอมีการเสนอหนที่ ๒ นี้ท่านประธาน ปกติมันจะต้องต่ําลง ถูกไหมครับ กลายเป็นว่าบริษัทอื่นไม่รู้ว่ารู้ได้อย่างไรบริษัทอื่นเขาเพิ่มมา บริษัทนี้เลยตาม พรวดเข้าไป ๓,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ครั้งแรกเสนอ ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท แสดงว่ามีกําไรแล้ว ถูกไหมครับ เที่ยวนี้เสนอไป ๓,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท พอผมทําหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านก็ไม่ได้ส่งคนเข้าไปตรวจสอบ ท่านก็ไม่ได้เอา คนนอกเข้าไปตรวจสอบ ท่านไม่ได้ใช้สํานักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเข้าไปตรวจสอบให้เขาสอบ กันเอง ให้เขาตรวจสอบกันเองแพงไม่แพง เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมแล้วก็รายงานท่านขึ้นมา ชี้แจงมาทางผม ท่านประธานครับ ผ่านท่านนายกรัฐมนตรีครับ เงินขนาดเกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านมีคณะของท่านในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรีลงไปดูหน่อย อัยการลงไปดูหน่อย ท่านมีในมืออยู่แล้ว เอาหลาย ๆ คนมีความรู้ทางด้านกฎหมายไปดูหน่อย ตามใจไปหมด เฉยอย่างเดียวอย่างนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน ให้ไปตั้งกรรมการสอบกันเอง เขาก็แจ้งมา คณะกรรมการต่อรองราคา ๓๓๐,๐๐๐ บาท ต่อรองราคาเพื่อรักษาประโยชน์ เพื่อรักษา ประโยชน์ของกองทัพครับ ไปต่อรองราคา ลดราคาแล้ว ลดไปคันละ ๑,๕๐๐ บาท ซึ่งผมพูดมาแล้วครั้งหนึ่ง บ้านผม รถมอเตอร์ไซด์บ้านผมไปซื้อบริษัทห้างร้าน ลด ๑,๕๐๐ บาท เขายังไม่เอาเลย เขาไม่ลดรถ แล้วอันนี้ลด ๑,๕๐๐ บาทครับประธาน เพื่อประโยชน์รักษาของชาติแผ่นดิน ของกองทัพ ลดให้ ๑,๕๐๐ บาท แล้วกองทัพเอง ก็ทําหนังสือแจงมาทางผม ผมไม่ทราบแจ้งไปทางท่านหรือเปล่า สรุปเบ็ดเสร็จตัวเลขมาให้ เรียบร้อยหมดท่านประธาน แปลกไหมครับ ตอบแทนผู้ขายเลยครับ แทนที่จะแจ้งมา ว่าได้สรุปตรวจสอบอะไรก็สุดแล้วแต่ สอบสวนกันไปก็สอบสวนกันมาแล้ว ปรากฏว่าเขามี กําไรน้อย ก็บอกไปสิ ไม่ได้กําไรมากมาย กี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ามา ปรากฏว่าวันนี้แจ้งมาบอกว่า ได้ตรวจสอบแล้ว เสียค่ามูลค่าเพิ่มแล้ว ยกเว้นภาษีนําเข้าแล้ว ค่าโน้นค่านี้เท่านั้น แล้วกําไรคันละ ๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ กําไรครับ แล้วไม่ได้ยกเว้นเรื่องของค่าขนส่งค่าอะไร ๔๐๐,๐๐๐ บาท ครั้งแรกเสนอ ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท ครั้งที่ ๒ เสนอ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทยังกําไรอยู่แค่ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท ก็ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาท แสดงว่าคันนี้มีกําไรประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาทจริงหรือเปล่า นี่บวก ลบ คูณ หาร ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเห็นได้เลยว่า เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วท่านลองเอา ๑,๔๗๔ คูณ คูณได้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท กองทัพแจ้งมาเอง ขนส่งแจ้งมาเองครับ กําไรคันละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ หากินสบายเลยท่านประธาน เดี๋ยวมาอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวมาอีก ๑๐,๐๐๐ บาท ดูครับ ประสิทธิภาพ นี่ภายในตัวรถครับ ท่านประธาน ท่านมองเห็นหรือเปล่า ไม่ทราบ นี่ระหว่างหัวเก๋งกับข้างหลังนะครับ ข้างล่างโล่งเลยเห็นไหมครับ แล้วดูสิครับ การจัดวาง ฟิลเตอร์ (Filter) อะไรอย่างไร ไม่ได้ดูให้มันชัดเจนเลย ไม่มีอะไรที่จะหุ้มจะอะไร อย่างไร นี่รถลําเลียงพลทหารที่จะต้องวิ่งไปในป่า ในเขา ในดง แล้วท่านประธานดูข้างล่าง ขออีกรูปครับ นี่สวยใหญ่เลยท่านประธาน นี่เห็นไหมครับ นี่เป็นอย่างไรครับสายยางร้อยท่อ ตรงเฟือง น้ํามันเฟืองอะไร ท่านดูสิครับ สายเบรกรุงรัง พะรุงพะรังไปหมด นี่ตรวจรับแล้ว ปล่อยให้ ผ่านหูผ่านตาไปได้อย่างไรกรรมการตรวจรับ ใครรับผิดชอบ นี่ภายนอกใต้ท้องรถ นี่ภายในครับ ท่านประธาน ดูคร่าว ๆ ท่านไปดูดี ๆ ยกทีมรัฐมนตรีไปดูทั้งหมดเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีนําไปเลยครับ ท่านประธานครับ นี่ดูผ้าใบครับ ก็บอกว่ารถ ๔ คูณ ๔ ๒ ตันครึ่ง รุ่นเชียงกงผลิตหรือเปล่า ท่านดูครับ ผ้าใบนี้ครับ ไปตรวจสอบนะครับ ดูไกล ๆ อาจจะไม่ชัดเท่าไร คราวหน้าท่านประธานต้องไปเช็กแล้ว ไม่มีการนําเข้านะครับท่านประธาน ไม่ได้นําเข้าจากต่างประเทศ เอาในนี้ เขาก็มาโต้แย้งว่าต้องให้ได้ปีผลิตมากมันคนละเรื่องกัน ไม่เกี่ยวครับ เพราะนี่เซ็นสัญญาเขียนให้ไว้ชัดเจน จะไปตีความเข้าข้างผู้ขายไม่ได้ นี่ครับ ขนาดไปตรวจสอบครับท่านประธาน แล้วดูข้างใต้นี่อีกนิดครับ กล้องจับหน่อยครับ กล้องอย่าเพิ่งผ่านไปสิ ตรงนี้ เรื่องตรงนี้สําคัญ หน้าพวกเราตรงนั้นเอาไว้ค่อยดูกันทีหลัง พวกเราเห็นกันบ่อย ๆ ในโทรทัศน์ ท่านประธานดูครับ อันนี้ไฟท้ายนะครับ จะอยู่ด้านใน ท้ายรถ อยู่ด้านในใต้ท้องรถนะครับ ท่านประธานดูนะครับ ร้อยสายไฟ นี่หรือครับ ๓,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ยกเว้นภาษี ท่านไปดูสิครับ จังหวัดศรีสะเกษว่าอย่างไร ท่านพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ มันไปวิ่งที่จังหวัดศรีสะเกษ ข้ามไปภูมะเขือยังไม่ทันไรเลย ไฟท้าย ไฟทางดับ หมดแล้ว สวิตช์ที่เขาบอกให้ตั้งแต่รุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ครับ ไม่มีขายผลิตอยู่ใน ประเทศญี่ปุ่นแล้วท่านประธาน ผมทําหนังสือถึงเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น เพราะผมรู้ว่าถ้า ประเทศญี่ปุ่นผลิตรถลําเลียงพลทหาร ผลิตไม่ได้ ส่งไม่ได้ ขายไม่ได้ เพราะมันมีสัญญากันอยู่ ระหว่างที่เขาแพ้สงคราม ถ้าเราเรียกว่ารถยนต์บรรทุก ไม่ใช่คําว่า ทางทหาร เขาไม่ใส่ ทางทหารไป อย่าคิดว่าผมทําอะไรต่อไม่ได้นะครับ ที่พูดหมายถึงว่าเวลาซื้อมาก็เอาของดี ๆ มาให้ทหารหน่อย มาให้ทหารเขาใช้ดี ๆ หน่อย ถ้าผมทําไปถึงยูเอ็น (UN) เพราะว่าในนี้ เขียนไว้หมดเลย สเปก ลําเลียงพลทหารไปเท่าไร ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์กันอะไร อย่างไร สัพเพเหระหมด แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วส่งไป มันไม่กระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นหรอกครับ นี่คือความไม่รอบคอบ ความไม่เอาใจใส่ ความไม่สนใจ ท่านประธาน เห็นไหมครับ ๓,๓๘๘,๕๐๐ บาทต่อคัน ท่านประธาน ท่านไปดูอีกนิด จะไม่ให้ถอดถอนท่านได้อย่างไรท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เพราะท่านดูแลเรื่องความมั่นคง ท่านประธานครับ อีกสักนิดหนึ่งครับ เมื่อผมได้แจ้งหนังสือ เพื่อขอให้ชะลอการตรวจรับ ถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ให้ทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ดําเนินการตรวจสอบ เรื่องนี้ ตรวจสอบภายในกันเองครับ ทางบริษัทนี้ก็ทําหนังสือถึงท่านเจ้ากรมสรรพาวุธ ทหารบก ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ หลังจากที่รับหนังสือการให้ชะลอ จากคณะกรรมาธิการการทหารแล้ว เขาทําหนังสือเรื่องรายละเอียดราคารถบรรทุกขนาด ๒ ตันครึ่ง ยี่ห้ออีซูซุ เอฟทีเอส แบบ ๔ คูณ ๔ ซึ่งมาเปลี่ยนใหม่ ไม่ใช่แบบเอฟทีเอส เป็นอีกแบบหนึ่ง ท่านประธานครับ เขาบอกว่า ในการนี้บริษัทขอชี้แจงรายละเอียด ค่ารถยนต์บรรทุก ๒ ตันครึ่ง ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นเอฟทีเอส แบบ ๔ คูณ ๔ ๔ ล้อดังนี้ ค่าหัวรถบรรทุกอีซูซุ เอสทีเอส แบบ ๔ คูณ ๔ ล้อ พร้อมอุปกรณ์ราคาคันละ ๒,๘๓๘,๕๐๐ บาท นี่เฉพาะหัวกับคัสซี ท่านประธานครับ ตัวประกอบนี่อย่างลอยตัวนะครับ เอาละ มาเอากระบะในเมืองไทย ก็ไม่ว่ากันครับ ค่าประกอบตัวถังรถบรรทุกราคาคันละ ๕๕๐,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน เฉพาะกระบะข้างหลังนะครับ ๕๕๐,๐๐๐ บาทครับ ผมก็เลยไปดูที่กรมศุลกากรครับท่านประธาน ว่า เอ๊ะ เขาส่งมาเก็บเงิน ส่งอินวอยซ์มาเท่าไร ใบราคาเท่าไร ก็ปรากฏว่าราคานําเข้ารถบรรทุก ๑,๗๕๙,๘๙๙.๓๕ บาทเท่านั้นเองครับ ท่านประธาน และนี่ตัวบริษัท ตัวผู้จัดการบริษัท กรรมการผู้จัดการแจ้งเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก มาว่าตัวนี้ราคา ๒,๘๓๘,๕๐๐ บาท ไม่ตรวจสอบเลยหรือครับ ผู้ตรวจคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุไม่ตรวจสอบเลย พวกกันทั้งนั้น เป็นญาติโกโหติกากันหรือเปล่าครับ หรือว่า อย่างไรครับท่านประธาน บริษัทอื่นอีกเหมือนกันที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ ไม่ปรับเขา ไม่ปรับ ปรับ ๑๒ วัน มันเป็นญาติเป็นพี่เป็นน้องกันตั้งแต่เมื่อไร เราได้ไม่ดีก็ส่งไปเปลี่ยน ไปปรับสิ ถูกไหมครับ หรือไม่ก็ยึดเงินสิครับ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันดีเหลือเกิน ก็ไม่รู้จะไว้วางใจ ท่านอย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็รับผิดชอบนโยบายนะครับ ไม่ไว้วางใจท่านครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ ด้วยความเคารพครับ ด้วยความห่วงใยเช่นเดียวกัน ไม่ได้ต่างกันครับ ผมก็เลยขออนุญาตสรุปไว้เพียงสั้น ๆ เท่านี้ครับท่านประธาน แล้วเดี๋ยวผม มีอีกรอบนะ ผมมีอีกรอบครับท่านประธาน ไม่ใช่รอบนี้ รอบหน้าครับ ก็เรียนด้วยความเคารพครับ เพราะฉะนั้นผมไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ แล้วก็ไม่ไว้วางใจท่านสุเทพด้วย ขออนุญาต เสนอถอดถอนท่านด้วย เนื่องจากว่าท่านปล่อยปละละเลย ไม่สนใจ ไม่เอาใจใส่ ไม่รักษา ประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ไม่กล้าหาญพอที่จะเข้าไปตรวจสอบงบประมาณของแผ่นดิน ท่านเป็นส่วนที่คุมนโยบาย กราบขอบคุณครับท่านประธาน