สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

ศุภชัย โพธิ์สุ หารือเรื่องการเก็บเงินเซสยางพารา และยืนยันว่าไม่ได้ตัดสินใจโดยพลการ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนชี้แจงไปค่อนข้างละเอียดนะครับ ใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมง ในการชี้แจงเรื่องนี้นะครับ แล้วก็ได้อ้างตัวบทกฎหมายเป็นที่ชัดเจน เดี๋ยวก่อนที่จะพูดถึง เรื่องที่ดิน ผมย้ําอีกนิดหนึ่งครับว่า เรื่องมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคมนี่นะครับ ผมเองไม่ได้เสนอมตินี้เข้าไปโดยพลการนะครับ แต่เป็นการเสนอเรื่องการจัดเก็บเงินเซส นี่นะครับ มีการเสนอเข้าไปในที่ประชุมคณะ กนย. หรือคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ โดยมีท่านสุเทพเป็นประธาน ถึง ๓ ครั้งครับ พิจารณาเรื่องนี้ถึง ๓ ครั้งใน กนย. เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาล คนที่จะตัดสินใจในเรื่องว่าจะตัดสินใจปรับอัตรา เก็บเงินเซสเพิ่มขึ้นไหม ปรับอัตราใหม่ไหม ต้องผ่าน กนย. กนย. ประชุมครั้งแรกเมื่อ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ ครับ ครั้งที่ ๒ ประชุมเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๓ และประชุมครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๔ ครับ นี่เป็นการประชุม กนย. เพื่อพิจารณาการปรับปรุงอัตราการเก็บเงินเซส พอ กนย. มีมติว่านโยบายต้องปรับอย่างนี้ จึงมอบให้ทาง กสย. หรือบอร์ดของคณะกรรมการสงเคราะห์การทําสวนยางมาพิจารณา ทําในรายละเอียด พอ กสย. บอร์ดคณะกรรมการสงเคราะห์การทําสวนยางพิจารณา ในรายละเอียดแล้วก็เสนอผ่านไปที่ กนย. ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง แล้วเสนอเข้า ครม. คนที่เสนอเข้า ครม. ไม่ใช่ผมครับ เป็นท่านรองนายกรัฐมนตรี ชื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะท่านเป็นประธาน กนย. ฉะนั้นเรื่องนี้ผมจึงยืนยันว่าผมไม่ได้ ตัดสินใจทําอะไรโดยพลการครับ และการที่ได้มีมติเสนอเป็นมติ ครม. เพื่อที่จะให้คนที่ทํา สัญญาล่วงหน้าก่อนวันที่ ๔ มิถุนายนนั้น ก็ออกจากความเห็นของคณะกรรมการ กนย. ซึ่งมีทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งผู้ประกอบการ ทั้งตัวแทนเกษตรกร ทั้งผู้ส่งออกยาง ทั้งสมาคม อะไรต่าง ๆ เยอะแยะได้ลงมติกันเสนอเข้าไป เมื่อเป็นมติคณะรัฐมนตรีออกมาแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเอามติคณะรัฐมนตรีนั้นมาดําเนินการ มาประกาศเป็น ประกาศกระทรวง มาตั้งคณะทํางาน ออกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ แล้วก็ดําเนินการตรวจสอบ ที่ท่านบอกว่าถ้าเอาตามมติ ครม. ตัวเดิม ประเทศชาติจะเสียหายมากมาย ผมย้ําตัวเลขอีก นิดหนึ่งครับ ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ ท่านประธานครับ ท่านช่วยดูตัวเลขหน่อยครับ ผู้ประกอบการขอเข้ามา ๗๘ บริษัท ๕๑๐ สัญญา ยางทั้งหมด ๗๒๑,๘๐๗ ตัน ไม่ใช่ ๗๐,๐๐๐ นะครับ ๗๒๑,๘๐๗ ตัน เราทําตามมติคณะรัฐมนตรี ทําตามประกาศกระทรวง กลั่นกรองมา ๒ ชุด ๓ ชุด กลั่นกรองมาจนกระทั่งได้ข้อสรุปว่าบริษัทที่สมควรได้รับสิทธิแค่ ๘๖,๔๐๘ ตันเท่านั้น แล้วยังมีอีก ๑๔๙,๘๐๕ ตัน ทั้งหมด ๑๓๑ สัญญา ๑๔๙,๐๐๐ ตัน ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม ให้โอกาสเขาส่งเอกสารเพิ่มเติมอีกภายใน ๓๐ วัน แล้วถ้าสมมุติว่า เอกสารถูกต้อง สัญญาอะไรถูกต้อง คุณต้องมีการส่งใบอินวอยซ์ ใบขนส่งสินค้าลงเรือ ใบตราสินค้า หลักฐานต่าง ๆ ใบรับเงินสงเคราะห์ คือยืนยันว่าเขาส่งยางออกจริง เขาได้จ่ายเงินเซสจริง เมื่อเขาส่งออกจริง จ่ายเงินเซสจริง จะเป็นใคร อย่างไรไม่รู้ แต่ว่าเขา ได้ทําตามกฎเกณฑ์ ตามกติกา ทําตามมติคณะรัฐมนตรีแล้วเขาก็ควรจะได้รับสิทธิในการ ชําระเงินเซสในอัตราเดิม ตามมติคณะรัฐมนตรี ไม่ได้ทํานอกเหนือ แต่ทีนี้ถามว่าทําไม กนย. ที่ประชุมเมื่อวันที่ ๔ ที่ผ่านมาต้องให้มีการเสนอไปเพื่อปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรี ก็เมื่อมี ผู้ประกอบการบางส่วนร้องเข้ามาถึงท่านนายกรัฐมนตรี ถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นอย่างนี้ ควรจะเป็นอย่างนี้ น่าจะเกิดความเป็นธรรมมากกว่า คณะ กนย. ก็ประชุมกันอีก ผมก็เป็นรองประธาน กนย. ประชุมทุกครั้งกับท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ถ้าเสียงส่วนใหญ่ ของ กนย. พิจารณาว่าเอาอย่างไร ปรับอย่างไร เราก็ยืนยันว่าต้องเสนอเข้า ครม. ให้ ครม. เห็นชอบ ครม. ก็จะได้พิจารณาทบทวนว่ามติเดิมเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม มันบกพร่องตรงไหน ผิดอย่างไร แล้วมติที่จะแก้ใหม่เป็นอย่างไรก็ต้องไปว่ากันใน ครม. ถ้า ครม. เห็นชอบอย่างไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางก็ต้องปฏิบัติตามตามนั้นครับ ไม่มีข้อแม้เลย และยืนยันว่าทุกวันนี้ยังไม่ได้จ่ายเงินคืนให้กับใครแม้แต่สตางค์แดงเดียวครับ ยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมไม่ได้คิดนอกกรอบมติคณะรัฐมนตรี แล้วมติคณะรัฐมนตรีนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพเป็นคนเสนอ ถ้าท่านจะชมรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ก็ต้องชมผมด้วยในฐานะผมเป็นรองประธาน กนย. นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนให้ท่านทราบ และอีกอย่างหนึ่งเรื่องที่ดินของผม ผมก็ได้อธิบายจนหมดแล้วครับ ว่ามีข้อกฎหมายข้อใด เกี่ยวข้องอะไร อย่างไร ผมก็คงจะไม่ไปพูดซ้ําอีก ผมขอยืนยันว่าท่านอ้างทุกทีว่าหน่วยงาน ต่าง ๆ หน่วยงานโน้นก็บอกว่าผิด หน่วยงานนี้ผิด เอาเอกสารหลักฐานมายืนยันหน่อยสิครับ ว่าหน่วยงานไหนยืนยันว่าผมครอบครองที่อยู่ตรงนั้นผิดเอามายืนยันว่ามีข้อกฎหมายข้อใด เกี่ยวข้องอะไรอย่างไร ผมก็คงไม่ไปพูดซ้ําอีก ผมขอยืนยันว่าท่านอ้างทุกทีว่าหน่วยงานต่าง ๆ หน่วยงานโน้นก็บอกว่าผิด หน่วยงานนี้ก็ผิด เอาเอกสารหลักฐานมายืนยันหน่อยสิครับว่า หน่วยงานไหนยืนยันว่าผมครอบครองที่อยู่ตรงนั้นผิด เอามายืนยันสิครับ วันนี้ผมมีหลักฐาน หนังสือสั่งการจากกรมที่ดินหลายฉบับ กรมที่ดินมีหน้าที่ในการดูแลที่ดินของประเทศ แล้วถ้า มีหนังสือสั่งการจากกรมที่ดิน แล้วผมไม่เชื่อกรมที่ดิน ผมจะเชื่อใคร วันนี้ท่านที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านพีรพันธุ์ว่าถึงแม้ผมจะไม่เรียนจบกฎหมาย แต่เรื่องนี้ผมละเอียดครับ ผมดูมายาวนาน เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับผม ก็ไปบอกกันต่อ คือขั้นตอนกระบวนการ การจัดที่ดินมันจบแล้ว จบหลังจากที่จัดแบ่งแปลง โดยเจ้าหน้าที่ที่ดินจัดแบ่งแปลงแล้วจัดคน เข้าไปจับสลาก แล้วถือว่าประชาชนที่ได้รับเข้าไปดําเนินการแล้ว แล้วรายงานให้กรมที่ดิน รับทราบ นั่นถือว่าเป็นการปิดโครงการ นี่คือหลักการทั่วไปของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ มันระบุเอาไว้อย่างนั้นครับ แล้วจากนั้นที่ตรงนี้ก็ต้องไปดําเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่ง พาณิชย์และกฎหมายที่ดินทั่วไปที่จะต้องมาดูแลว่า ถ้าคุณได้ น.ส. ๒ แล้วคุณเข้าไปทํา ประโยชน์ ๓ ใน ๔ แล้ว ภายใน ๓ ปีแล้ว คุณก็สามารถที่จะออกโฉนดออกอะไรได้ตามปกติ ก็ยืนยันว่าที่ตรงนี้มันเป็นที่รกร้างว่างเปล่าแล้วครับ มันปิดโครงการมันจบไปแล้ว จากปี ๒๕๑๘ ปี ๒๕๑๙ จนกระทั่งผมเข้าไปครอบครองปี ๒๕๓๒ปี ๒๕๓๓ เริ่มเข้าไปทํา ไร่อ้อยที่นั่น โดยการเช่าเริ่มต้น แล้วก็มีใครมาขอให้ผมช่วยเหลือ ก็ได้ช่วยเหลือไปนะครับ ผมไม่ได้ซื้อใบจอง แต่ผมซื้อสิทธิที่จะเอาไปครอบครองทําประโยชน์ตรงนั้นในฐานะที่เป็น เกษตรกรคนหนึ่งเท่านั้น ผมไม่ได้ใช้สิทธิที่ไปแย่งที่ชาวบ้านตอนที่เขาจัดสรร ตอนจัดสรร เขาจัดสรรกันไปหมดแล้ว แต่ว่าพอที่ตรงนั้นถูกละทิ้ง พอที่ตรงนั้นมีคนครอบครองใหม่ คนครอบครองใหม่เขามีสิทธิในการทําประโยชน์ครอบครอง แล้วเขาเดือดร้อน เขามาให้ผม ช่วยเหลือผมก็ดําเนินการไป ไม่เป็นไรครับ ก็พิสูจน์กันต่อไป ไม่มีปัญหา ผมยืนยันว่า ผมพร้อมที่จะพิสูจน์ทุกเมื่อ จะฟ้องศาลก็เชิญ ถ้าศาลตัดสินว่าผมผิดผมพร้อมครับ แต่ถ้าศาลบอกว่าผมไม่ผิด พวกคุณจะรับผิดชอบอย่างไร ผมยืนยันครับว่าผมนี่เกิดมามีแต่ตัว เวลาตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ครับ แต่ที่ผมได้มาตอนที่ผมเป็นเกษตรกร ตอนที่ผมเป็น ชาวบ้านธรรมดา ๆ เป็นครูใหญ่ ไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีเลย นี่ถ้าผมใช้อํานาจ การเป็นรัฐมนตรี ป่านนี้ที่ ๒๐๐ กว่าไร่ที่ผมซื้อสิทธิครอบครองมาผมออกโฉนดไปแล้วครับ แต่วันนี้ความจริงเขาเดินรังวัดออกโฉนดได้ ผมบอกเจ้าหน้าที่ที่ดินว่าอย่าเพิ่งมาแตะของผม ไปออกให้ชาวบ้านทั้งหมดก่อน เพราะผมรู้ว่าเรื่องนี้ยังเป็นประเด็นการเมืองที่เขาต้องการ ทําลายล้างผมอยู่ก็ให้เขาเล่นกันให้เต็มที่เสีย ของผมไม่มีปัญหา ถ้ากฎหมายยืนยันว่า ออกโฉนดให้ผมได้ก็ค่อยว่ากันไป ถ้าออกไม่ได้ก็ค่อยว่ากัน ถ้าศาลบอกว่าผมผิดผมก็ยินดี ที่จะคืน เพราะตายไปก็ไม่มีอะไรจะเอาไปได้ แต่วันนี้ผมยืนยันว่าผมครอบครองต่อจากคนที่ ครอบครองสิทธิอีกต่อหนึ่ง แล้วผมยืนยันว่าผมไม่มีอะไรผิดครับ เรียนท่านประธาน ได้รับทราบ นี่มีแต่กล่าวหาว่าหน่วยงานนั้นก็ว่าผิด หน่วยงานนี้ก็ว่าผิด หน่วยงานที่เขา รับผิดชอบเรื่องที่ดินเขายืนยันว่ามันไม่ผิด เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดนครพนมเขาก็บอกว่าไม่ได้ ไปบุกรุก นี่ครับท่านประธานครับ ที่ถนนหนทาง โอเคเป็นที่สาธารณะ ที่มีสีเหลืองติดแปะ ๑๐ แผ่น คือที่กันไว้เป็นที่หลวง ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่ของผมอยู่ตรงนี้ครับ ไม่ได้ เกี่ยวกับที่สาธารณะ ไม่ได้เกี่ยวกับถนน ไม่เกี่ยวกับที่กันไว้เป็นส่วนกลาง ส่วนหลวง นี่คือสิ่งที่ ผมยืนยันว่าผมเข้าทําประโยชน์ตรงนี้มา ๓๓ ปีแล้ว ใช้สิทธิความเป็นคนไทยนี่ละครับ ครอบครองที่ตรงนี้ ฉะนั้นก็อยากจะให้ได้ช่วยเข้าใจด้วยนะครับ ความจริงแล้วผมก็ขอเรียนว่า ประธานคณะกรรมาธิติดตามการบริหารงบประมาณ ก็ยอมรับว่าท่านขยันจริง ๆ นะครับ ท่านขยันมาก ไปตรวจสอบเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณที่จังหวัดนครพนมไปหลายครั้ง แล้วก็ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ผมก็เพียงแต่สงสัยว่าทําไมจึงต้องไปตรวจสอบ การใช้จ่ายงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ปี ๒๕๑๘ ปี ๒๕๑๙ ข้าราชการเขายุ่งมากเลยครับ ปวดหัวมากครับท่านประธาน ไม่รู้จะไปเอาหลักฐานอะไรที่ไหนมาให้ตรวจสอบ แต่ทําไมละครับ การใช้จ่ายงบประมาณในช่วงปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ หลายโครงการ ที่ทางคนนครพนมเขาได้ร้องกับท่านเอาไว้ ที่เราบอกว่าเป็นโครงการอัปยศครับ ไม่ว่าจะเป็น โครงการเลี้ยงปลาเผาะ ขายกระชัง โครงการปลูกไม้เศรษฐี งบประมาณเป็นร้อย ๆ ล้านบาท ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการเป็นกระยาจก แต่คนผลักดันงบประมาณเข้าไปเป็นเศรษฐี จริงครับ แต่ชาวบ้านจนครับ โครงการสร้างถังประปาแล้วรอไฟฟ้า ๖ ปีแล้วยังมีไฟฟ้าไปไม่ถึง หอถังจะล้มทับแล้ว โครงการที่ไปเอาหนองน้ําสาธารณะหนองญาติ มาถมที่แล้วก็ขุดที่ งบประมาณหลายร้อยล้านบาททุ่มเทลงไป สร้างสุสาน ความจริงเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ครับ แต่สร้างแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ เป็นพิพิธภัณฑ์อยู่เดี๋ยวนี้ ย้ายที่ว่าการอําเภออยู่ในเมืองดี ๆ เขาอยู่ติดถนน เขาอยู่ติดตลาด อยู่ติดที่ราชการ ย้ายไปอยู่ตําบลหนองญาติห่างออกไปตั้งอีก ๖ กิโลเมตร ไปถมที่หนองน้ําสาธารณะ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ไร่ เดี๋ยวนี้เหลืออีกนิดเดียวเท่านั้น ทําไมท่านจึงไม่ตรวจสอบครับ ขณะนี้ก็พยายามผลักดันเงินงบประมาณลงไป ผมจะอ่าน ให้ท่านฟัง เลี้ยงปลาเผาะเพื่อขายกระชังก็ ๔๑๒ ล้านบาท พิพิธภัณฑ์ปลาน้ําโขง ๔๖ ล้านบาท หอเฉลิมพระเกียรติที่ตําบลหนองญาติ ๕๐ ล้านบาท ศูนย์แสดงสินค้า โอทอป (OTOP) หนองญาติ ๕๐ ล้านบาท ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง อีก ๑๖.๕ ล้านบาท โครงการปลูกต้นไม้เศรษฐี ที่คนผลักดันงบประมาณลงไปเป็นเศรษฐีเอง ๓๐ ล้านบาท สนามกีฬากลางจังหวัดมีดี ๆ ครับ แต่ว่าไม่ไปสร้างและบูรณะ เอาที่ไปถมหนองน้ําสาธารณะ มาสร้างสนามกีฬา ตอนนี้เท่าไร ๒๓ ล้านบาท ย้ายที่ว่าการอําเภอดี ๆ อยู่ในเมืองแท้ ๆ ออกไปอีก ๖ กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ไปกลับ ๑๕๐ บาท ๑๔ ล้านบาท สร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขุดสระน้ําขนาดใหญ่หนองญาติ คือไปถม และเอางบประมาณส่วนหนึ่งไปขุดนะครับ ๙๐ ล้านบาท ทําไมไม่ตรวจสอบ โครงการโรงสีข้าวตําบลขามเฒ่า สร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๒ มูลค่า ๒๒ ล้านบาท ตอนนี้ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย ชาวบ้านมาถือหุ้นด้วย หลอกชาวบ้านมาถือหุ้นด้วย เจ๊งแล้ว ชาวบ้านขอหุ้นคืนก็ไม่มี โครงการประปาหมู่บ้าน อย่างที่ผมบอก ๖ ปีแล้วครับ ทําไมไม่หาไฟฟ้าเข้าไปให้เขา วิสาหกิจชุมชน พนมโขงฟิชเชอรี่ ท่าค้อถังห้องเย็น สร้างแล้วไม่ได้ทําอะไรเลยครับ ๑๒ ล้านบาท ทิ้งเอาไว้เฉย ๆ รวมมูลค่าที่เป็นผลงานอัปยศ ที่คนคนนี้ผลักดันงบประมาณลงไปเกือบพันล้านครับ อาศัยความเป็นเลขานุการของประธาน คณะกรรมการแก้ไขปัญหาความยากจน แล้วโยนงบประมาณลงไป คนผลักดันไปรวยครับ แต่ชาวบ้านนครพนมเดือดร้อนและยากจน ผมยินดีครับดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ พี่น้องนครพนมรอพิสูจน์ในการเลือกตั้งเที่ยวนี้ ผมท้าครับ เอาเขตไหนก็ได้จังหวัดนครพนม ผมพร้อมที่จะสู้กับท่าน ให้พี่น้องนครพนมตัดสินชะตาชีวิตของผมว่าผมทําขนาดนี้ ถ้าพี่น้อง นครพนมให้ท่านชนะผม ผมก็หยุดการเมืองครับ ก็ให้ท่านดูแลจังหวัดพนมไปก็แล้วกัน ท่านชวลิตรับคําท้าผมนะครับ เขตไหนก็ได้ครับ ผมพร้อมที่จะสู้กับท่าน ไม่ใช่เขตเลือกตั้งผมก็ได้ เชิญครับ