พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องการเก็บเงินเซสของเกษตรกรยางพาราและเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องที่ดินของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ โดยอ้างว่าท่านครอบครองดินโดยไม่ชอบและไม่ถูกต้อง และเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอธิบายและแก้ไขปัญหา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ฟังคําตอบจาก ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วนะครับ ในประเด็นเรื่องเงินเซส วันนี้ถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีสักหน่อย ท่านคงไม่ต้องเสียเวลามาอธิบายให้มากมายเลย เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเงินเซสนั้นคืออะไร และที่มติคณะรัฐมนตรีให้ไปเก็บใหม่นั้นเพราะอะไร ท่านก็มัวไปตอบเสียยาวเหยียด จะไปอันโน้นอันนี้ คําถามผมนะครับถามท่านเพียงว่า มติ ครม. เมื่อ ๓ สิงหาคมนั้นที่ให้เอาสัญญาที่ซื้อขายล่วงหน้า ณ วันที่ ๔ มิถุนายน มาคิด ซึ่งไม่เคยทํามาก่อน ตรงนี้มันเปิดช่องให้มีการเรียกหาผลประโยชน์โดยมิชอบได้ง่ายมาก เปิดช่องอย่างไร เห็นไหมครับ ผมก็พูดให้ฟังแล้ว ท่านที่เป็นประธาน สกย. รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั่นละครับ ตั้งคณะทํางานขึ้นมา ชุดแรก เอาคณะฝ่ายการเมือง ของท่านเองไปทํา คนที่เป็นกรรมการ สกย. อยู่หลายคนเขาก็ไม่เห็นด้วย เขาถึงเอาเรื่องนี้ ออกมา ผ่านหลายหน่วยงาน เสนอความเห็นไปหลายฝ่าย เขาก็พยายามที่จะบอกว่าไม่เห็นด้วย เพราะว่ามันกําลังจะมีอะไรเกิดขึ้น พรรคพวกท่านโดยที่ท่านเองจะรู้เห็นเป็นใจ กําลังจะไป เรียกผลประโยชน์จากบางราย เพราะเขาขอชําระเงินในอัตราเดิม ๑.๔๐ บาท แทนที่จะเป็น ๕ บาท เพราะย้อนกลับไปให้ตามเดิม ส่วนต่างมัน ๓.๖๐ บาท อย่าลืมนะครับ เงินนี้เป็นเงิน ของราษฎร เงินของชาวสวนยางนะครับ ถ้าคิดจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เห็นไหมครับ เมื่อกี้ท่านบอกผมแล้วว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าคิดกันไว้เสนอ ที่เสนอเข้ามา ๗๐๐ กว่าตันครับ ท่านลองคูณ ๓.๖๐ บาท เข้าไป เป็นเท่าไร เกือบหมดนะครับ เงินเซสที่มีอยู่ เห็นไหมครับ แล้วตอนหลังนี้เขาก็ต่อต้าน เขาก็เปิดตัวเรื่องนี้มากขึ้น ๆ สุดท้ายท่านก็ไปตั้งคณะกรรมการ กลั่นกรองชุดที่ ๒ บอกว่าชุดนี้ไม่มีฝ่ายการเมืองอยู่เลย เห็นไหมครับ สุดท้ายก็มีการอนุมัติ จากที่เคยเสนอมา ๗๐๐ กว่า ไม่ผ่าน ๔๘๕ ท่านอนุมัติ ๒๓๒ แสนตัน เห็นหรือยังว่าที่ผม พยายามจะบอกท่าน ว่าการเอาตามมติ ครม. เดิมซึ่งไม่เคยทํามา เพราะเดิมเขาเอาสต็อก อย่างเดียวเท่านั้น ตามของจริง พอท่านเปิดช่องให้ใช้สัญญาล่วงหน้า สัญญาผีมันถึงเกิดขึ้น แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกว่ามีความพยายามจะหาผลประโยชน์หรือ ดีนะครับที่ผู้ประกอบการ หลายฝ่ายเขาไม่เห็นด้วย เขาถึงมีการจัดประชุม จัดสัมมนาอะไรออกมา สุดท้ายท่านก็ บอกว่าให้ความเป็นธรรม เห็นไหม ถ้าท่านมั่นใจว่าที่ทํามาถูก ทําไมไม่เดินหน้าต่อ และสุดท้ายเมื่อกี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกแล้ว ยอมรับแล้วว่าสุดท้ายเนื่องจากสมาชิกน้ํา ยางข้นไทยบอก เสนอย้อนศร ครม. เลย บอกว่าไม่เอาสัญญาล่วงหน้า เอาสต็อกอย่างเดียว ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่เป็นประธาน กสย. ยังพยายามอีก จะดันอีก จะเอาสัญญาล่วงหน้า สมาคมยางพาราไทยทนไม่ไหว ทําอีก ย้ําอีก ขอสต็อกอย่างเดียว แล้วเมื่อกี้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการฟังหรือยังครับ ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ไปทํา กนย. เขาบอกว่าอย่างไร เพื่อความเป็นธรรม ไม่เอาแล้วสัญญาล่วงหน้าเพราะมันเปิดช่องให้มีการทุจริตกันมาก ผมถึงบอกท่านบอกว่าอ้อยกําลังจะเข้าปากช้างมีคนมาดึงออกมา สุดท้ายก็กลับไปที่เดิมก็คือ ต้องประชุมมติ ครม. เมื่อวันที่ ๓ นั่นล่ะ กลับไปที่เดิม เอาแต่สต็อกอย่างเดียว แล้วตรวจกันจริง ตรวจ ณ วันที่ ๒๐-๓๐ กันยายน ปี ๒๕๕๓ ผมถึงบอกว่าใช้ความพยายาม ของภาคผู้ประกอบการ ของสมาคมต่าง ๆ ที่เห็นความไม่ชอบมาพากลของการดําเนินงาน ของคณะทํางานของรัฐมนตรีช่วยว่าการ มันไม่ถูกต้อง ผมก็หวังว่าคงจะเอาเข้า ครม. ให้เร็ว นะครับ และเป็นไปตามมติ กนย. แล้ว ก็ต้องชมนะครับว่าผู้ประกอบการเขามุ่งมั่น เขาพยายามจะรักษาประโยชน์ของพี่น้องจริง ๆ เพราะเงินเซสมันไม่ใช่เงินของใครครับ ท่านประธาน เก็บมาจากชาวสวนก็คืนให้เขา นี่คือข้อต่อสู้ของพวกเขา เขาไม่ได้คัดค้าน เรื่องเก็บเงินเซสเลย แต่เห็นว่าความพยายามที่มันผ่านมามันเกิดขึ้นอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่ผมถาม มาแล้วท่านก็เลี่ยงไปตอบเรื่องอื่นกันอยู่เรื่อย
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ดินของท่าน ผมก็อยากจะเรียนต่อท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ เราจะเป็นพี่น้องกันอยู่เสมอ แต่ว่าความถูกต้องมันต้องเหนือกว่าความเป็นพี่เป็นน้องกันนะครับ ประชาชนต้องเป็นหลัก ผมคิดว่าท่านพยายามจะพูดตั้งนาน บอกว่าท่านมีผลงาน พยายามจะแก้ไข ปัญหาคนยากคนจนมากที่สุด ก็ขอให้เป็นอย่างนั้น แต่ว่าจะมีผลงานมากแค่ไหน จะมีความ ตั้งใจมากแค่ไหน ท่านก็ไม่มีสิทธิที่จะมาเอาที่ทํากินของชาวบ้านไปเป็นของตัวเองโดยไม่ชอบ นี่คือเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนท่าน เพราะหลายครั้งที่ท่านพูดมาถึงพวกผม บอกว่าผมนี่ เป็นเครื่องมือของคนอื่นบ้าง รับจ๊อบ (Job) มาจากคนอื่นบ้าง ดูถูกกันอย่างนี้ ไม่ใช่ครับ กว่าเรื่องจะถึงอย่างนี้ พวกผมถกเถียงกันมากพอสมควรว่าควรหรือไม่ควรที่จะเอาเรื่องของท่าน หลายคนบอกว่ามันเรื่องเล็ก ผมก็เห็นว่าถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กแต่นี่เป็นเรื่องประโยชน์ ของชาวบ้าน เพราะท่านพยายามเลี่ยงบาลีมานานแล้ว หลายหนแล้ว ทั้งที่หลายหน่วยงาน เขายืนยันว่าท่านครอบครองที่ดินนี้โดยไม่ชอบ ไม่ถูก ก็มันชัดเจนว่าเป็น น.ส. ๒ ซึ่งตาม ระเบียบ ตามกฎหมาย ห้ามซื้อ ห้ามขาย ห้ามจําหน่ายจ่ายโอน ตกทอดไปทางมรดกเท่านั้น นี่คือสิ่งที่กฎหมายได้เขียนไว้ เพราะฉะนั้นท่านเองนั่นละสับสน อ้างเอาหนังสือจากกรมที่ดินบ้าง จากคนโน้น จากคนนี้มาบ้าง มาพยายามที่จะอธิบาย หลายเรื่องก็พาดพิงไปถึงบุคคลอื่น บอกว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณจะเอาเรื่องของท่าน ให้ได้ ผมก็ถึงบอกท่านเจริญไป บอกอย่าไปกลั่นแกล้งครูแก้วนะ เราพี่น้องกันอยู่ อย่าไปกลั่นแกล้ง ตรงไปตรงมา ท่าน ส.ส. ชวลิตนี่ครับ ท่านก็หาว่าเขานี่มีความเคียดแค้น ทางการเมือง จะเอาท่านตายให้ได้ คนที่เอาท่านตายไม่ใช่ ส.ส.ชวลิตครับ พี่น้อง ที่จังหวัดนครพนมนั่นละ ที่อย่างน้อยผมก็ทราบว่าเขาก็รอวันที่จะเอาท่านออกจากตําแหน่ง เหมือนกันในการเลือกตั้ง เนื่องจากพวกท่าน เขารู้สึกว่าท่านหักหลังพวกเขา เพราะตอนหาเสียง พูดอย่างหนึ่ง พอมีตําแหน่งหน้าที่แล้วเป็นอีกอย่างหนึ่ง นี่คือเรื่องที่มันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าที่ดินที่ผมถามมันเป็นที่ป่าจัดสรรหรือที่เรียกว่าป่าดงพะทาย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ก็เอาหนังสือของคนโน้นคนนี้มาอ่านนะครับ ที่จริงเมื่อประกาศเป็นที่จัดสรรแล้วนี่นะครับ มันจะปิดเมื่อไร ไปจัดสรรเสร็จก็จะต้องมีการดําเนินการตามระเบียบ เมื่อดําเนินการออก ใบจองให้เรียบร้อยแล้ว กรมที่ดินก็จะปิดโครงการ เรียกว่าปิดหน่วยที่ดิน มีการปิดโครงการนี้ ไหมครับ ไม่มีนะครับ ท่านเอาหนังสือทั่วไปของกรมที่ดินที่อธิบายหลักทั่ว ๆ ไปซึ่งไปใช้ อันนั้นเป็นหลักทั่วไป บอกที่ไหนที่มีการปิดแล้วก็ให้ดําเนินการอย่างนั้นอย่างนี้ได้ ผมได้ถาม ชัดเจนแล้ว ข้อมูลเรื่องนี้ก่อนที่จะนํามาพูดกันนี่นะครับ บอกมีการปิดโครงการนี้ไหม เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันชัดเจนว่ายังไม่มีการปิด ส่วนที่ท่านพยายามจะพูดอย่างนั้นอย่างนี้ขึ้นมา นี่นะครับก็เป็นเรื่องความเข้าใจของท่าน แต่กฎหมายไม่ได้เขียนอย่างนั้น กฎหมายบอกว่า ใบจอง เขาห้ามจําหน่ายจ่ายโอน ตกทอดทางมรดกเท่านั้น แล้วท่านบอกว่าท่านเข้าไป ครอบครอง ชาวบ้านมาเสนอให้เป็นเจ้าของใบจองบ้างไม่เป็นบ้าง เห็นไหมครับ มันก็คนละเรื่องอีก ใบจองที่ว่านี้มันออกตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๓๐ ไม่จําเป็นต้อง บอกว่าผมนี่จบดอกเตอร์อะไรต่ออะไรเสียมาก เป็นกฎหมายที่ดินทั่ว ๆ ไปนี่ละครับ ท่านเองก็อ่านดูได้ เป็นการออกใบจองตามมาตรา ๓๐ ส่วนที่ท่านอ้างมาว่าของท่าน ได้อย่างนั้น ได้อย่างนี้ มันคนละเรื่องกันอีก คือในระเบียบเขาก็เขียนไว้ถ้าเป็นกรณี ออกใบจองตามมาตราอื่นคือมาตรา ๓๒ จึงจะเข้ากรณีอย่างของท่าน ซึ่งท่านก็ต้องไปออกไป ขอใบจองเหมือนกัน ท่านพยายามจะบอกว่าที่ดินตรงนี้มันเป็นที่จัดสรรเขายังไม่ปิดโครงการ และออกใบจองนี่นะครับตามมาตรา ๓๓ ที่ท่านพูดว่าไปเอามาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสองนั้น เป็นการออกใบจองตามมาตรา ๓๓ คนละมาตราอีก ครูแก้วครับ ท่านประธานครับ ก็ต้องบอกกลับไปอีกทีถ้าจะอ่านก็อ่านให้มันครบ กฎหมายที่ดินไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก หรอกครับ คนละมาตรา เพราะฉะนั้นเรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้ ท่านบอกว่าท่านมีหลายเรื่อง ก็ไปฟ้องชาวบ้าน ผมก็อ่านดูแล้วคําฟ้อง คําพิพากษาของศาล เขาไม่ได้ตัดสินเรื่องกรรมสิทธิ์ เรื่องสิทธิครอบครอง ท่านฟ้องศาลละเมิด ที่ศาลยกคําร้องก็เพราะฟ้องละเมิดทําให้ทรัพย์เสียหาย ท่านจ่ายเงินเขาแล้วก็ไม่เสียหาย ศาลก็เลยยกคําร้องก็แค่นั้น นี่ท่านกําลังจะไปตีความ คําพิพากษา บอกว่าเห็นไหม ศาลยังเห็นด้วยว่าผมมีกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ไม่ใช่ หลายคดีที่ท่านอ้างเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น เอาเรื่องไป ป.ป.ช. ก็เอาอีกแล้ว อ่านเอง เข้าใจเอง ทําไมไม่ถาม ป.ป.ช. แปลว่าอะไร ที่เขายกเพราะว่าเขาฟ้องไปที่ ป.ป.ช. ฟ้องผิดเรื่อง เท่านั้นเอง ฟ้องผิดเรื่อง เขาฟ้องว่าท่านเป็นเจ้าหน้าที่ ที่จริงตอนนั้นเป็นครูแก้ว ไม่ใช่ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ก็เลยไม่รับคําร้องก็แค่นั้นละ ไม่ได้หมายความว่าท่านไม่ผิดนะ คนละเรื่องอีก เห็นไหมครับที่พูดมานี่ผมยังเข้าใจว่าท่านเข้าใจผิดเยอะเลย ผมถึงบอกท่านว่า ทางที่ดีที่สุด ไม่ต้องมาทะเลาะกับผมหรือเพื่อนผมต่อไปอีกแล้ว ออกจากที่ดินแปลงนั้นเสีย เพราะอะไรครับ ก็เพราะ น.ส. ๒ นี่เขาเขียนไว้ชัด ห้ามจําหน่ายจ่ายโอน คนที่เข้าไปครอบครองไม่มีสิทธิ ที่ไปครอบครอง เมื่อไม่ได้ทําประโยชน์ กรมที่ดินก็ต้องทําการเพิกถอนและเอาที่ตรงนั้น มาจัดสรรให้คนอื่นต่อไป ถ้าคนที่ชื่อครูแก้วอยากจะได้ ก็ไปยื่นคําขอสิครับ ไปตรวจสอบ คุณสมบัติสิครับ ท่านบอกว่าเมื่อปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๓๒ ท่านเป็นครู เป็นเกษตรกรด้วย ผมนี่ ก็ไม่ต่างกับท่าน ตอนเป็นเด็ก ๆ พ่อผมก็ผู้ใหญ่บ้านเหมือนกัน ไม่ได้มีอะไร แต่ผมก็รู้ว่าผมไป ยื่นแล้วผมไม่เข้าคุณสมบัติหรอก ผมก็เลยไม่ทํา แต่ท่านนี่ไปทํา ก็แปลว่าทํา คือทํานี่ ท่านไม่ได้ไปยื่นคําขอ ท่านเป็นผู้ซื้อขายจากชาวบ้านเอง ซึ่งเป็นการซื้อขายทางแพ่ง มันซื้อขายกันได้ แต่ท่านมาซื้อขาย มาทํากับรัฐไม่ได้ เพราะที่นี่เป็นที่สาธารณะสมบัติ ของแผ่นดิน ต้องดําเนินการตามกฎหมายที่ดินครับ ท่านประธานครับ ฉะนั้นก็อยากจะเรียน ท่านอีกครั้งหนึ่งว่าเวลาอ่านอะไรนี่นะครับ ถ้าไม่เข้าใจ ว่าง ๆ มานั่งถามผมก็ได้ แล้วผมจะ อธิบายให้ฟังว่าจริง ๆ เป็นอย่างไร หนังสือของกรมที่ดินแต่ละเรื่อง ๆ ที่เขาพูดคืออะไร ไม่ใช่ไปเห็นอันไหนที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง เอาแล้ว นี่เห็นไหม เขาให้ผมทําได้ ให้ผมทําได้ ไม่ใช่ รายละเอียดมันมากกว่านั้น ก็อยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น มีพรรคพวกหลายคนเขาก็ห่วงท่าน ก็รู้ดีว่าท่านเป็นมาอย่างไรนะครับ ท่านเคยเป็นผู้คนที่มี อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ เขาเรียกว่า อ้ายน้องสหาย หลายคนที่นั่งอยู่ข้างหลังผม ก็อยากจะฝาก ท่านบอกว่า ยังไม่สายหรอก สําหรับสหายท่านรัฐมนตรี สงสารพี่น้องสหายร่วมอุดมการณ์ สงสารพี่น้องชาวนครพนม สงสารกรรมาชีพ หยุดเถอะท่านรัฐมนตรีสหาย คืนที่ให้ประชาชน เขาเถอะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ