พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องเงินสงเคราะห์การปลูกยางพารา (เซส) และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการเก็บเงินเซสที่เกิดขึ้น
ในประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับ เงินสงเคราะห์การทําสวนยาง ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าเซส ตัว ซี อี ดับเบิลเอส ท่านประธานครับ พวกเราคงทราบกันดีว่ายางพารานะครับมันมีความสําคัญมาก เป็นพืชเศรษฐกิจสําคัญของประเทศไทย เป็นพืชที่ทํารายได้ให้กับประเทศมาก สามารถทํารายได้ ให้กับประเทศถึงปีละ ๓ ๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทําให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นผู้ผลิต และส่งออกเป็นอันดับ ๑ ของโลกได้ ด้วยความสําคัญอย่างนี้ก็จะมีกฎหมายโดยเฉพาะ ก็คือส่งเสริมให้เกษตรกรช่วยตนเองเป็นการเฉพาะ กฎหมายนี้ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ ตามกฎหมายนี้ได้กําหนดให้ผู้ส่งออกต้องจ่ายเงินสงเคราะห์การทําสวนยาง ที่เรียกว่าเงิน เซสตามอัตราเงื่อนไข และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกําหนด เงินนี้ตามพระราชบัญญัติกองทุน สงเคราะห์การทําสวนยางได้กําหนดไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ ว่า ถ้าไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ให้จัดเพื่อ เป็นการค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับกิจการยาง ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อบริหารการสงเคราะห์ ของสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง หรือ สกย. ๘๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อสงเคราะห์ เจ้าของสวนยาง นี่คือวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของเงินที่เรียกว่าเงินเซส ก็คือเป็นเงินที่จะต้อง เอามาสงเคราะห์เจ้าของการทําสวนยางนั่นเอง โดยมุ่งที่จะทําให้มีการปลูกพืชสวนยางใหม่ เมื่อมันครบอายุของมันแล้วนะครับ กฎหมายนี้ยังบอกว่าเงินจํานวนนี้ถ้ามีดอกผลนะครับ ส่วนอื่นก็คือการทดลองหรือการบริหารงานของสํานักงานกองทุนสงเคราะห์สวนยางนั้น ให้ใช้เท่าที่จําเป็นและห้ามเอาไปทําอย่างอื่น ก็คือมุ่งมาให้ใช้เพื่อการนี้อย่างนั้นนั่นเองนะครับ การใช้เงินเซสนี้นะครับก็เป็นอย่างนี้มาตลอด จนกระทั่งอุตสาหกรรมยางพาราของไทย ก้าวหน้าขึ้นมาเป็นลําดับ กลายเป็นสินค้าส่งออกอันดับ ๑ ของประเทศ มีการเก็บเงินเซส เรื่อยมาจนกระทั่งถึงปีปัจจุบันนี้ เมื่อปี ๒๕๕๓ สามารถเก็บเงินเซสได้ถึง ๔,๘๐๐ กว่าล้านบาท เป็นเงินก้อนโตครับ เมื่อปี ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ ราคายางดีขึ้น เมื่อราคายางดีขึ้น ก็มีคนเสนอว่าควรจะเพิ่มอัตราการเก็บเงินเซส คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ให้ปรับอัตราการจัดเก็บเงินสงเคราะห์ เงินเซสให้สูงขึ้น โดยเก็บเป็น ๕ ระดับ จากต่ําสุด ๙๐ สตางค์ต่อกิโลกรัม ไป ๑.๔๐ บาท ๒ บาท ๓ บาท และ ๕ บาท สําหรับราคายางที่เกิน ๑๐๐ บาทต่อกิโลกรัมขึ้นไปนะครับ การจัดเก็บเงินเซสแบบก้าวกระโดดนี้ จากอัตราเดิม ที่เคยเก็บกันทั่วไป ๑.๔๐ บาทต่อกิโลกรัม เป็น ๕ บาท ก็มีหลายหน่วยงานโดยเฉพาะ ผู้ประกอบการเขาก็แสดงความห่วงใยว่ามันจะเกิดผลกระทบต่อราคายางของประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านของเราเขาเก็บเงินเซสต่ํา อยู่แค่ ๑.๔๐ บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น มันอาจจะเกิดทําให้มีการลักลอบส่งยางพาราไปขายบริเวณประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะ ทางภาคใต้มากขึ้นนะครับ การจัดเก็บเงินเซส ท่านประธานครับ มันก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่มันมีปัญหาก็คือตรงที่มีบทเฉพาะกาล บอกว่าให้จัดเก็บสงเคราะห์ในอัตราเดิม สําหรับ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ทํามาก่อนวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการ สกย. ได้เสนอขอมติต่อคณะรัฐมนตรี และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า แห่งประเทศไทยที่กําหนดส่งมอบสินค้าจนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ และในมตินี้ ก็ได้มอบหมายให้สํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง คือ สกย. ได้เข้าตรวจสอบ สต็อก (Stock) ยางพารา ตั้งแต่วันที่ ๒๐-๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ ด้วย บทเฉพาะกาลตรงนี้ ไม่เคยมีมาก่อนท่านประธานครับ ๒๐ ปี ๓๐ ปีที่เก็บเงินเซสมา มีแต่เก็บจากสต็อก เพราะฉะนั้นบทเฉพาะกาลคราวนี้ที่บอกให้เอาสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามาเป็นตัวกําหนดนั้น ถือว่าเป็นการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ใหม่จากเดิมซึ่งเคยปฏิบัติกันมาอย่างที่ผมได้เรียนมาแล้ว โดยรวมเอาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเข้าไปด้วย บทเฉพาะกาลตรงนี้ครับท่านประธาน มันเปิด ช่องให้เกิดความไม่ชอบมาพากลในการที่จะให้สิทธิสงเคราะห์สําหรับเงินสงเคราะห์ในอัตราเดิม ผมเข้าใจง่าย ๆ ว่าถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนกฎหมาย อะไรที่ทําเสร็จไปก่อนแล้ว ก็คงให้ใช้ ของเดิมไปก่อน นั่นก็ถูกต้อง แต่ทุกครั้งที่ทํามาตลอด ๒๐ ปี ๓๐ ปีก็คือเขาตรวจสต็อก ไม่เคยเอาเรื่องสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามาเป็นตัวกําหนด พอมีมติ ครม. ออกไปอย่างนี้แล้วก็ สกย. เริ่มเข้าไปตรวจสอบสต็อก มีการตรวจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ข้อมูลมันเริ่มออกมา ๆ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตรวจแล้วมันผิดปกติมาก มีจํานวนขึ้นสูงมาก สต็อกซึ่งปกติน่าจะเป็นสัก ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ก็เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ตันนะครับ ตรงนี้ในกลุ่มผู้ประกอบการ เขาก็เลยตั้งข้อสงสัยกันว่าใครกันนะ มารดําที่ไหนเป็นคนที่ชงเรื่องนี้เข้าสู่ ครม. จนมีมติ อย่างน ี้ออกมา เปิดช่องให้มีการเรียกผลประโยชน์นี้ได้ง่ายมาก ก็เพราะมีการเปิดช่อง ให้มีการเรียก ให้มีการให้สิทธิแก่คนที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก่อนวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ นั้น ได้สิทธิที่จะชําระเงินเซสในอัตราเดิมได้ รวมทั้งแน่นอนครับ ก็จะมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งไปคอย ควบคุมการตรวจสอบสต็อกยางพาราที่มีอยู่ด้วย ตรงนี้ที่บอกว่าเปิดช่องให้ทํามาหากินกัน ได้มากขึ้น ความไม่ชอบมาพากลมันเกิดขึ้นตรงไหนครับท่านประธาน ความไม่ชอบมาพากล ในเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นจากช่องว่างตรงนี้ละครับ จากช่องที่มีการเปิดในบทเฉพาะกาลที่ให้เอา สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อจะขอสิทธิจ่ายในอัตราเดิม ก็คือ ๑.๔๐ บาท แทนที่จะเป็น ๕ บาท มีการประชุมคณะกรรมการ สกย. เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ คณะทํางานตรวจสต็อก ของ สกย. คือสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางได้เข้าไปตรวจสอบสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่ขอรับสิทธิชําระในอัตราเดิมนะครับ รวมทั้งตรวจสอบสต็อกด้วย ก็มีรายงานเข้าไปสู่ คณะกรรมการว่ามีกลุ่มที่ได้ทําสัญญาล่วงหน้า ทั้งที่ควรได้สิทธิและไม่ได้สิทธินั้นรวมถึง ๘๐๐,๐๐๐ ตัน จากปกติที่เคยมาประมาณ ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ ตันครับ ส่วนสต็อก ที่คาดว่าควรจะได้สิทธิชําระในอัตราเดิม ๓๘๔,๐๐๐ ตัน จากที่เคยมีอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ตรงนี้ละครับทําให้ผู้ประกอบการหลายคนเริ่มสงสัยว่าตัวเลขเหล่านี้มันมาอย่างไร ในคณะกรรมการ สกย. ก็มีข้อถกเถียงกันว่าตกลงควรจะให้ใครไม่ให้ใครนะครับ ผมได้ไปอ่านดูรายงานการประชุมแล้ว มันมีข้อสังเกตครับท่านประธาน คือมีความพยายาม ที่จะหาประโยชน์จากเงินส่วนนี้ เงินเซสเกือบ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่าลืมนะครับเงินเซสจ ริง ๆ เขาบอก เก็บเมื่อผู้ส่งออกส่งออก แต่ข้อเท็จจริงก็คือผู้ส่งออกเขาไม่ได้เสียเอง หรอกครับ เขาก็เก็บจากชาวบ้านแล้วก็นําไปจ่ายเมื่อส่งออกนะครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ เงินนี้ก็คือเงินของเจ้าของสวนยางนั่นเองนะครับ ในการประชุม สกย. ครั้งที่ ๑๑ ปี ๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ ผมอ่านดูรายงานการประชุมอยู่ตลอด มีการถกเถียงกัน พอสมควรว่าจะให้ใครไม่ให้ใคร สต็อกเป็นอย่างไร สัญญาเป็นอย่างไร ดูให้ดี ๆ นะครับ ประธานคณะกรรมการสงเคราะห์การทําสวนยางก็คือท่านรัฐมนตรีศุภชัยซึ่งเป็นประธาน สกย. อยู่นะครับ ก็กล่าวว่าสําหรับวันนี้จะพิจารณาเรื่องหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติ โดยขอปรับปรุงคณะทํางานการตรวจสต็อกของ สกย. ซึ่งก็มีอยู่แล้ว อยู่ดี ๆ ท่านบอกว่า ไม่เอาแล้วคณะทํางานนี้ ขอตั้งคณะกรรมการขึ้นไปกําหนดหลักเกณฑ์เสียใหม่ ในคณะกรรมการนี้ สังเกตดูนะครับมี ๗ ท่าน มีอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเป็นประธาน ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรองประธาน นอกนั้นกรรมการบางท่านก็เป็นกรรมการ สกย. ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ ครม. แต่งตั้ง ตกลงใน ๗ คนนี่นะครับก็จะมีภาคราชการอยู่เพียง ๒ คน เห็นไหมครับ เดิมมีคณะกรรมการ ตรวจสต็อกอยู่ ท่านไม่เอา พอถึงอย่างนี้กําลังพิจารณากันอยู่ดี ๆ ท่านก็พูดอยู่อย่างนี้ ไม่เอาแล้ว เอาคณะนี้ไปพิจารณานะครับ ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่า เห็นไหมครับใน ๗ คน เป็นพวกท่าน เป็นฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็น ๕ คนเข้าไปแล้ว คณะทํางานนี้ก็ไปประชุม เร็วมากครับ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ วันที่ ๘ พฤศจิกายน ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๐ ประชุมครั้งแรกก็คงจะพิจารณา กําหนดหลักเกณฑ์ว่าจะกําหนดหลักเกณฑ์อย่างไร พอวันที่ ๑๐ ผมดูรายงานการประชุม ปรากฏว่าอธิบดีกรมวิชาการเกษตรไม่เข้าประชุม ถามว่าทําไมถึงไม่เข้า เพราะกําลังจะ พิจารณาเรื่องสําคัญ ก็ทราบว่าที่ท่านไม่เข้าก็เพราะรู้แล้วเข้าไปก็จะถูกฝ่ายการเมืองกดดัน ข้อเสนอของท่านหลายอันนะครับเขาไม่เอาด้วย เมื่อเขาไม่เอาด้วย วิธีที่ดีที่สุดก็คือท่านก็เลย ไม่เข้าประชุม นี่เป็นข้อสังเกตนะครับ ข้อเสนอที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เวลาพิจารณา หลักเกณฑ์ว่าจะให้สิทธิชําระเงินเซสในอัตราเดิมแก่ใคร ไม่เอาใครบ้างนะครับ ท่านก็เป็นห่วง หลายเรื่อง ข้อเสนอที่ไปจากอธิบดีกรมวิชาการเกษตรซึ่งถูกปฏิเสธไปนะครับ เช่น ข้อเสนอ ที่บอกว่าการตรวจสอบสัญญาระหว่างบริษัทที่อยู่ในประเทศไทยกับต่างประเทศนั้น ขอให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยที่อยู่ในต่างประเทศที่เป็นคู่สัญญากับบริษัท ของประเทศไทยนั้นได้เป็นผู้ตรวจสอบด้วย เพื่อความชัดเจนแน่นอนไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมันก็จะ เต็มไปด้วยบริษัทนอมินี (Nominee) ก็อย่างที่เห็นเมื่อกี้นี้ สัญญามันไม่น่าจะขึ้นมาเป็น ๘๐๐,๐๐๐ ตัน ไม่กี่เดือนนะครับ ข้อนี้เขาก็ไม่เอา ไปดูในเรื่องบอกว่าการออกสัญญา ขอให้ ระบุราคาซื้อขายที่ชัดเจน กรรมการชุดนี้ซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองเป็นส่วนใหญ่เขาบอกไม่เอาอีก ข้อเสนอที่บอกให้ดูความน่าเชื่อถือของการปฏิบัติตามสัญญาด้วย ความน่าเชื่อถือของการ ปฏิบัติตามสัญญาก็คือให้ดูประวัติการส่งออกย้อนหลังของบริษัทที่เสนอขอใช้สิทธิชําระเงิน เซสในอัตราเดิมด้วย เขาก็ไม่เอา เมื่อไม่เอาอย่างนี้อธิบดีกรมวิชาการเกษตรก็คงไม่มีทาง เป็นอย่างอื่นแล้วไม่เข้าประชุมดีกว่า ก็ปล่อยให้ฝ่ายการเมืองถ้าอยากจะได้อะไรก็เอาไป เขาก็ไปทํา ไปประชุม ๒ ครั้ง วันที่ ๘ วันที่ ๑๐ เสร็จแล้ว แล้วก็รีบทําบันทึกนี้สรุปเสนอ ท่านรัฐมนตรีว่าหลักเกณฑ์และแนวทางการพิจารณาให้สิทธิชําระเงินสงเคราะห์ในอัตราเดิม เป็นอย่างนี้ ข้อเสนอหลัก ๆ ที่ทางฝ่ายข้าราชการประจําที่เขาเป็นห่วง ไม่ได้หยิบขึ้นมาเลย เพราะฉะนั้นในหลักเกณฑ์ที่นําเสนอขึ้นมาอย่างนี้ก็มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องที่เป็นหลักเกณฑ์ หลัก ๆ อย่างนี้ ก็รีบไปทําบันทึกเสนอท่านรัฐมนตรี คนที่ลงนาม ผู้อํานวยการสํานักงานกองทุน สงเคราะห์การทําสวนยาง ซึ่งมีตําแหน่งเป็นเลขานุการ เสนอท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ก็เห็นชอบทันทีเลย แล้วหลักเกณฑ์นี้ไม่ได้นําเสนอเข้าสู่ สกย. อีกนะครับ ทราบว่าในบันทึกนั้น บอกว่าให้เวียน ที่จริงเรื่องอย่างนี้ถ้าจะไม่เป็นหลักเกณฑ์อย่างนี้ ที่ถูกต้องแล้วมันควรจะ เสนอ สกย. อีกครั้งหนึ่ง ให้เกียรติกรรมการคนอื่นหน่อย แต่ผมก็มีข้อสังเกตนะครับว่า เรื่องหลัก ๆ อย่างนี้โดยทางปฏิบัติราชการแล้ว คนที่ควรจะลงนามเสนอท่านรัฐมนตรี ไม่ควร จะเป็นเลขานุการ ต้องเป็นประธานครับ นี่ก็คือข้อสังเกตที่เห็นได้ชัดว่ามีความพยายามที่จะ หาประโยชน์จากเงินเซสตัวนี้ โดยมุ่งที่จะเอาประโยชน์ ไม่เอาสต็อก แต่เอาสัญญาเป็นหลัก เพื่อจะได้เปิดช่องให้ทํามาหากินได้ง่าย ช่วงนั้นก็มีการเปิดเผย รายงานข่าวออกไปว่าบริษัท ที่มีการเสนอออกไปว่าควรจะได้สิทธิมีใครบ้าง ผู้ประกอบการจํานวนมากเห็นตัวเลขเหล่านี้แล้ว เขาก็มองเห็นแล้ว มีบางรายครับตรวจสัญญา ตรวจสต็อก บางรายได้ไปเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของที่อยู่ในบัญชีเสนอว่าผู้ที่ควรจะได้ มันเป็นไปได้อย่างไร ก็นี่ละครับ เมื่อข้อมูลเป็นอย่างนี้แล้ว ก็ทําให้ผู้ประกอบการจํานวนมากสงสัย ไม่เห็นด้วย ช่วงนั้นกระแสข่าว ก็ออกไปสู่สื่อจํานวนมาก ผู้ประกอบการจํานวนมากก็ให้ข้อมูลว่ามีความพยายามของ คณะทํางานของท่าน ฝ่ายการเมือง พยายามที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการบางราย ตรงนี้ที่ผม บอกว่าเงื่อนไขบทเฉพาะกาล ที่ท่านบอกว่าให้เอาผลประโยชน์จากสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มาเป็นเกณฑ์ซึ่งไม่เคยทํามาก่อน มันเปิดช่องให้มีการเรียกหาประโยชน์กันได้ง่าย แล้วอย่าลืมนะครับ ก่อนนั้นยังมีประกาศของ สกย. อีกว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งกําหนด ส่งมอบออกไป ถึงวันส่งมอบแล้วส่งมอบไม่ทันก็ให้เสนอ สกย. ให้ความเห็นชอบได้อีก ก็แปลว่าอะไรครับ แปลว่าเนื่องจากเมื่อเปิดช่องอย่างนี้ เปิดช่องอ้าซ่าไว้อย่างนี้ เพื่อจะให้ ฝ่ายที่อยากหาผลประโยชน์จากใคร จากเงินเซสตรงนี้มันทําได้ง่ายขึ้น ยังเปิดช่อง ยังถ่างออกไปอีก เรียกว่าจะเอาให้ได้ เพราะฉะนั้นก็มีความพยายามหลาย ๆ ฝ่ายว่าเรื่องนี้ เกิดความไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน ก็ทําให้ผู้ประกอบการ ผู้สื่อข่าวหลายสํานัก โดยเฉพาะผู้สื่อข่าวด้านการเกษตร รวมหัวกันตีพิมพ์วิพากษ์วิจารณ์การเก็บเงินเซสใหม่ จํานวนมาก และโดยเฉพาะความพยายามที่จะมีการหาประโยชน์โดยมิชอบจากเงินเซสนี้ ด้วยความพยายามอย่างนี้ก็ทําให้ความพยายามของทีมของท่านมีปัญหา ไม่สะดวกแล้ว แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตามท่านรัฐมนตรีศุภชัยเองซึ่งจะอยู่เบื้องหลัง แต่ผมดูแล้วนะครับว่า ถ้าดูพฤติกรรมอย่างนี้ผมคิดว่าท่านไปอยู่ตรงนั้นไม่นานเท่าไรนะครับ เรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้เร็ว มากว่ามันจะมีช่องทางตรงไหนที่ทํามาหากินได้ง่าย มีคนบอกว่าท่านเรียนรู้จากลูกพี่ของท่าน ได้เร็วมาก เขาพูดกันอย่างนั้นนะครับ ท่านก็ยังไม่ลดความพยายามนะครับ ก็มีการตั้ง คณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมาอีก คราวนี้เอาข้าราชการประจํามาเป็นข้าราชการกลั่นกรอง แถมคณะกรรมการกลั่นกรองนั้นท่านบอกว่าให้เอาหลักเกณฑ์ที่ท่านได้เห็นชอบไว้เมื่อ วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน เป็นหลัก เอาละ เอาคนการเมืองมาทํายังไม่เสร็จ ตั้งคณะกรรมการ กลั่นกรองใหม่อีก แต่กําหนดว่าหลักเกณฑ์นี้ต้องเอาตามที่ผมให้ไว้นะ ยืนยันไปถึง ขนาดนี้ครับ มาถึงตอนนี้ ท่านประธานครับ ภาคเอกชนเขาทนไม่ไหว ผู้ประกอบการรู้ ใครส่งออกจริง ไม่จริง ใครมีสต็อกจริง ไม่จริง ใครที่เคยทําสัญญาส่งออกไปเพียง ๑,๐๐๐ กว่าตันเพิ่มมาเป็น ๑๐,๐๐๐ ตัน ใครที่มีอยู่ ๕๐,๐๐๐ ตัน เพิ่มเป็นแสนตัน ได้อย่างไร เขารู้กัน ในวงในคณะกรรมการรู้กันอีก ก็เลยมีการประชุมสมาคมผู้ผลิตและ ส่งออกน้ํายางข้นไทย มีการประชุมใหญ่วิสามัญของสมาคม คราวนี้เขาทําหนังสือเปิดผนึก ไปถึงนายกรัฐมนตรี ถึงรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ถึงรัฐมนตรีด้วย สวนมติ ครม. เลย ไม่เอาแล้วสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพราะมันเปิดช่องให้มีการทุจริต และเขาเห็น ความพยายามตลอดของฝ่ายพวกท่าน เขาเสนอให้กลับไปใช้สต็อกตามเดิมก่อนมติ ครม. ที่เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นมานะครับ นอกจากนั้นคณะทํางานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็มีการประชุมสัมมนาเรื่องนี้ แล้วเขาก็ได้ พิจารณาเรื่องผลกระทบของการเก็บเงินเซสด้วยว่าไม่ควรจะยึดถือสัญญาซื้อขายเป็นเกณฑ์ ควรจะเอาสต็อกเป็นเกณฑ์ สุดท้ายนะครับ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ข้อเสนอเหล่านี้ส่งไปถึง นายกรัฐมนตรี ก็มีการประชุม กนย. คราวนี้ที่ประธานที่ประชุม กนย. คือท่านรอง นายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เข้ามาประชุม แต่ดูเหมือนการประชุมครั้งนั้น ท่านก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพียงแต่กําชับบอกว่าให้เอาข้อเสนอของ กสย. ไปพิจารณา หน่อยนะ ขณะนั้นความพยายามของท่านศุภชัย เมื่อจะเอาสต็อกเดิม สัญญาซื้อขาย ล่วงหน้าเดิม เพื่อจะให้สิทธิเท่าเดิมยังไม่สําเร็จ ท่านก็ยังมีความพยายามอีกนะครับ มีการประชุมคณะกรรมการ กสย. เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๔ นี้ ก็มีการพิจารณาให้ สิทธิกับบริษัทต่าง ๆ ที่ควรจะได้รับสิทธิชําระเงินเซสในอัตราเดิม คือ ๑.๔๐ บาท แทนที่จะ เป็น ๕ บาท แล้วก็เสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองไปพิจารณาและเสนอ กนย. ต่อไป ตรงนี้ครับ สมาคมผู้ประกอบการเขาทนไม่ไหวกันจริง ๆ สมาคมยางพาราไทยซึ่งไม่ค่อยจะได้ ออกแรงนักจัดประชุม แล้วสุดท้ายเขาก็เสนอกลับไปยังรัฐบาล เหมือนกับสมาคมน้ํายางข้น บอกว่าไม่เอาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้เอาสต็อกอย่างเดียว ความพยายามของภาคเอกชน นะครับ ผู้ประกอบการต่าง ๆ เหล่านี้ ที่สุดก็มีการประชุม กนย. เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ผมทราบว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้พูดในที่ประชุม กนย. บอกว่าเรื่องนี้กําลังจะเป็น เรื่องที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ แต่ในที่สุดคณะกรรมการ กนย. ก็เห็นด้วย ก็คือให้มี การยกเลิกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ทําไว้ก่อนวันที่ ๔ มิถุนายน ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยนั้นให้เป็นไปตามบัญชีเดิมได้ และให้ชดเชย เฉพาะสต็อกที่ได้รับการตรวจถูกต้องแล้วเท่านั้น พูดง่าย ๆ ก็คือว่ากลับไปสู่มติเดิม ก่อนมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๕๓ นะครับ ท่านประธานครับ นี่คือความพยายามที่จะก่อให้เกิด การทุจริต ด้วยความพยายามของผู้ประกอบการต่าง ๆ ครับ เขาก็สามารถที่จะดึงอ้อยออกจาก ปากช้างได้ครับ ท่านประธานครับ นั้นเป็นเงินที่จริง ๆ แล้วก็คือเก็บจากพี่น้องเจ้าของสวนยาง นั่นละ อย่ามาหาประโยชน์จากเงินเหล่านี้เลยนะครับ ที่จริงถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรี ไปดูเสียหน่อยก็คงจะทราบว่าเงินเซสของประเทศเพื่อนบ้านนั้นเขาเก็บถูกกว่าเรามาก ๑.๔๐ บาท หลายประเทศไม่เก็บครับ มีแต่ประเทศมาเลเซียเท่านั้นที่เก็บ เพราะฉะนั้ นเป็นปัญหาอย่างนี้ภาคเอกชนเขาถึงขอร้องให้มีการทบทวนเรื่องนี้ และผมทราบว่าขณะนี้ ราคายางมันตกมาก คนเขาเดือดร้อนมาก พ่อค้ายางที่ตุนไว้กินกําไร ตามข่าวเขาบอกราย หนึ่งนี่ช็อกตายไปแล้ว ที่ไหนละครับ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีบ้านท่านเองนั่นล่ะ นี่คือผล จากการดําเนินการเหล่านี้ วันนี้ผมยังไม่เห็นท่านได้ลุกขึ้นมาว่าจะช่วยเหลือชาวสวนยางกัน อย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ขอให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาข้อเสนอของ ภาคเอกชนอย่างเร่งด่วนเพื่อหาทางช่วยชาวสวนยางกันต่อไป โดยเฉพาะในเรื่องการเก็บเงิน เซส ผมได้กราบเรียนมาแล้วว่าด้วยความพยายามของภาคผู้ประกอบการร่วมกับภาคเอกชน ต่าง ๆ เขาสามารถที่จะระงับยับยั้งไม่ก่อให้มีการทุจริตเงินของประชาชนนี้ออกไปได้ อย่าพยายามทําต่อไปอีกเลยนะครับ แน่นอนครับ ที่ท่านบอกว่าท่านจะเอาข้อเสนอของ ผู้ประกอบการไปพิจารณาเสนอ ครม. อีกครั้งหนึ่งนั้น ทราบว่าขณะนี้ยังไม่เสนอ ยังรออยู่ ผมเองก็เลยยังไม่มั่นใจว่า สุดท้ายหลังการอภิปรายที่ผ่านไปแล้ว เผลอ ๆ นะครับท่านอาจจะ ไม่เสนออีก ขอให้รีบกลับไปทําตามที่ผู้ประกอบการเขาเสนอเสีย เอาพิจารณาทบทวน เรื่องเซส แล้วก็อย่าให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก อย่าไปทําร้ายชาวสวนยางต่อไปอีกเลยครับ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่ผมได้กราบเรียนมาแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของท่านรัฐมนตรี ศุภชัยนั้น ท่านได้ครอบครองที่ดินที่ผ่านการสัมปทานโดยไม่ชอบ พฤติกรรมของท่าน ในเรื่องการเก็บเงินเซส มีความพยายามอย่างชัดเจนถึงความพยายามที่จะประพฤติมิชอบ แต่ไม่ประสบความสําเร็จ ด้วยเหตุผลที่ผมได้กราบเรียนมาแล้วอย่างนี้ ผมเองจึงไม่สามารถ ที่จะให้ความไว้วางใจกับท่านและปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ