สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ตอบกลับเรื่องกระทรวงมหาดไทย และเสนอชี้แจงเกี่ยวกับการประกวดราคาเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ของกรมการปกครอง โดยกล่าวว่ากระบวนการนั้นถูกต้องและไม่มีการทุจริต และการชะลอโครงการนั้นเป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี และไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องงบภัยแล้ง การพิจารณาอนุมัติงบภัยแล้ง และปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยปฏิเสธว่าไม่มีการซื้อขายตําแหน่ง และชี้แจงกรณีโยกย้ายท่านวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง และเรียกร้องให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยออกคําสั่งใหม่

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ก็ไม่เป็นไร ขอบคุณมากท่านไพจิต อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านชวลิตบอกว่ากระทรวงมหาดไทยไม่เคยมี ระยะไหนตกต่ําขนาดนี้ ท่านกําลังย่ํายีสถานที่ที่ท่านเคยรับใช้และได้ดิบได้ดีก็เพราะ กระทรวงมหาดไทยไม่ใช่หรือ แต่ตอนนี้ท่านมีความทะเยอทะยานสูงหรืออยากจะไป สูงกว่านั้นอาจจะไปทางด้านการเมืองจะเป็นเสนาบดี หรือเป็นนายกรัฐมนตรีก็ขอให้ได้ ผมขอเข้าเรื่องเลยครับท่านประธาน เรื่องคอมพิวเตอร์ที่พูดถึงประเด็นที่ท่านผู้อภิปราย กล่าวหาว่าเกือบทั้งหมดที่เป็นเรื่องเก่าเรื่องแก่ที่เล่ามาอย่างนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องกรณีการประกวดราคาเข้าระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ของกรมการปกครองเพื่อไม่ให้เสียเวลาของสภาผมจะชี้แจงให้กระชับ และเห็นภาพชัดเจนในที่สุดดังนี้ โครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ของ กรมการปกครอง เริ่มต้นครั้งแรกในปี ๒๕๔๕ เป็นของรัฐบาลในสมัยนั้นซึ่งท่านคงจะรู้ว่า เป็นรัฐบาลสมัยไหนเป็นผู้อนุมัติให้กรมการปกครองดําเนินการ ข้อดีและประโยชน์ ของโครงการนี้ รวมทั้งคุณสมบัติและความสามารถของบริษัทที่มารับจ้างทํางานคงไม่มี ใครสงสัยเพราะทํางานมา ๖ ปีแล้ว ไม่เคยมีคําถามจากพวกท่านเลย เฟส (Phase) ที่ ๑ ทําการในปี ๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๕๓ เปลี่ยนรัฐบาลสมัยนั้นประกวดราคาบริษัทคอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จํากัด เป็นผู้ชนะเสนอราคาต่ําสุด คือ ๓,๔๙๘ ล้านบาท เมื่อเฟสที่ ๑ ได้ครบกําหนด ๖ ปี กรมการปกครองก็เสนอคณะรัฐมนตรีขอดําเนินการต่อเนื่องเฟส ๒ และได้รับการอนุมัติ จึงจัดการประกวดราคาหาผู้ดําเนินการเฟส ๒ อีก ๖ ปี ผลการประกวดราคาปรากฏว่า ได้ผู้เสนอราคาต่ําสุดเป็นรายเดิม คือ บริษัท คอนโทรล ดาต้า ประเทศไทย จํากัด แต่คราวนี้ เสนอราคาต่ํากว่าครั้งแรก ๒๓ ล้านบาทเศษ และการประกวดราคาครั้งนี้มีข้อกําหนดใน ทีโออาร์เพิ่มเติมจากเฟสที่ ๑ คือ บริษัทจะต้องจัดระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ชุดทําบัตร มาใช้ทดแทนระบบและอุปกรณ์เดิมของกระทรวงจํานวน ๑๖๑ ชุด เป็นเวลา ๖ ปี เท่ากับว่า โครงการเฟสที่ ๒ มีเนื้องานมากกว่าเฟสที่ ๑ หากคิดมูลค่าค่าเช่าอุปกรณ์ ๑๖๑ ชุด เป็นเวลา ๖ ปี ตามราคาของเฟสที่ ๑ จะเท่ากับ ๕๑๙ ล้านบาท หมายความว่าการประกวด ราคาเฟสที่ ๒ นี้นอกจากจะมีราคาต่ําว่าครั้งแรก ๒๓ ล้านบาทแล้วยังได้เนื้องานมากกว่า คิดเป็นมูลค่า ๕๑๙ ล้านบาท หรือมองอีกมุมหนึ่งก็คือประหยัดงบประมาณไป ๕๑๙ ล้านบาท เมื่อครั้งที่บริษัทเดียวกันนี้ชนะการประกวดราคาเฟสที่ ๑ ที่รัฐบาลก่อนราคา แพงกว่านี้ท่านไม่เคยสงสัย ไม่เคยตรวจสอบว่าทุจริตหรือไม่ แต่พอบริษัทเดียวกันนี้ชนะ การประกวดราคาในสมัยที่ท่านเป็นฝ่ายนค้านท่านกลับบอกว่ามีปัญหา ทั้ง ๆ ที่เป็น บริษัทเดิม ทํางานแบบเดียวกัน การที่กรมการปกครองสามารถจัดหาผู้ดําเนินการได้ ในราคาที่ต่ํากว่าเดิมน่าจะได้รับคําชมเชยมากกว่าที่จะได้รับการกล่าวหา ซึ่งถ้าหากจะมี ปัญหาก็มีปัญหาเดียวคือทําไมบริษัทเสนอราคาต่ํากว่าสมัยที่ท่านเป็นรัฐบาล เมื่อปี ๒๕๔๕ ถ้าท่านกล่าวหาว่าสมัยนี้มีผลประโยชน์ สมัยของท่านที่ทํากันราคาแพงก็ยิ่งต้องมี ผลประโยชน์มากกว่าใช่ไหมครับ

ต่อมาเมื่อมีผู้ร้องเรียนว่าการประกวดราคาไม่โปร่งใส ไม่ถูกต้อง ในฐานะ รัฐมนตรีกํากับดูแลก็มิได้เพิกเฉย ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบ และยังมีองค์กรอิสระที่เข้ามา ตรวจสอบอยู่ด้วย ทาง สตง. ดีเอสไอ และ ป.ป.ช. ทุกคนที่ทํางานก็พร้อมเข้าสู่การตรวจสอบ รวมทั้งผมด้วย ผลการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยสรุปว่า ไม่มีขั้นตอนใดผิดหรือขัด กฎหมาย ซึ่งตรงกับที่สํานักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีหนังสือแจ้งมาที่ผม เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ว่าการดําเนินการเช่าคอมพิวเตอร์ดังกล่าวยังไม่พอฟังได้ว่าจะถึง ขั้นตอนการทุจริตหรือกล่าวโทษผู้ใด และได้แจ้งให้ดีเอสไอและ ป.ป.ช. ทราบแล้ว เมื่อบริษัท มีคุณสมบัติครบถ้วนและชนะการประกวดราคาตามกระบวนการที่ถูกต้องมาแล้ว หากราชการไม่ทําสัญญาให้กับเขาก็จะถูกบริษัทฟ้องส่งผลถึงภาพลักษณ์ของรัฐบาลได้ ดังนั้นกรมการปกครองจึงต้องทําสัญญากับบริษัทที่ชนะการประกวดราคาตามระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุไม่ทําไม่ได้ จะถูกดําเนินคดีข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานครับถึงแม้กรมการปกครองจะทําสัญญาแล้ว เมื่อนายกรัฐมนตรีสั่งให้มี การตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งผมก็ดําเนินการตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี และขณะนี้ก็สั่งชะลอ โครงการไว้แล้วครับ โดยไม่ได้ดําเนินการและยังไม่ได้เบิกจ่ายงบประมาณแม้แต่บาทเดียว ซึ่งหากมีการทุจริตจริง ซึ่งหากมีการทุจริตจริงตามที่ท่านกล่าวหา ไม่มีใครพ้นเอื้อมมือ กฎหมายรวมทั้งผมด้วย แม้รัฐจะยังไม่เสียหายก็ตาม และหากผมรับประโยชน์มาจริง หรือมีใครได้เงินมาโดยมิชอบจริง แล้วไปสั่งชะลอโครงการ หรือยกเลิกโครงการ ป่านนี้บริษัท ที่ชนะการประกวดราคาคงไม่ยอมอยู่เฉย ๆ คงออกมาแฉหมดแล้ว และบริษัทคงไม่กล้าไป ฟ้องศาล เพราะมีโอกาสถูกดําเนินคดีข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน แต่กรณีนี้บริษัทเดินหน้า ฟ้องศาลแล้วเขาชนะการประกวดราคา ราชการได้ทําสัญญากับเขาแล้ว แต่มีคําสั่งให้ชะลอ โครงการเป็นเหตุให้เขาเสียหาย แสดงว่าเขามั่นใจในความบริสุทธิ์ของเขาเหมือนที่พวกผม มั่นใจในตัวของเราเอง สรุปแล้วการประกวดราคาสมัยผมได้ราคาถูกกว่าสมัยพวกท่านทําไว้ จึงไม่มีเหตุผลเลยที่ท่านจะมากล่าวหาว่าผมทุจริต แต่ท่านควรจะย้อนกลับไปดูสมัยที่พวกท่าน ทํามากกว่าว่าทําไมจึงมีราคาแพง ทั้ง ๆ ที่ด้านทุนต่าง ๆ ในขณะนั้นต่ํากว่าในปัจจุบันนี้ ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธาน

ต่อไปผมขออธิบายเรื่องสั้น ๆ เรื่องงบภัยแล้ว การพิจารณาอนุมัติงบภัยแล้ง กระทรวงมหาดไทยไม่ได้เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ เป็นเพียงผู้เสนอข้อมูลเบื้องต้นให้คณะอนุกรรมการ กลั่นกรองที่มีผู้อํานวยการสํานักงบประมาณเป็นประธาน คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแล้วก็ เสนอให้คณะกรรมการที่มี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พิจารณาอนุมัติ เพราะฉะนั้นจังหวัดใดได้เท่าใดไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย แต่อยู่ที่ คณะกรรมการครับ

เรื่องต่อไป เรื่องการโยกย้ายข้าราชการ การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่พูดกันทุกยุก ทุกสมัย ทุกรัฐบาล ว่ามีการซื้อขายตําแหน่ง ผมไม่สามารถชี้แจงในยุคสมัยอื่น ๆ ได้ว่ามี หรือไม่มีอย่างไร แต่ในยุคนี้ผมยืนยันได้ว่าไม่มีครับ คนอย่างผมไม่เคยขายตําแหน่ง ตําแหน่ง ในกระทรวงมหาดไทยยุคของผมไม่ได้มีไว้ขาย ตําแหน่งในทุกตําแหน่งเป็นของข้าราชการ ใครทํางานให้ราชการก็สมควรได้รับไปตามกติกาที่ราชการกําหนด ไม่ใช่ผมเป็นผู้กําหนด ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกกระทรวงมหาดไทยผมมีอํานาจหน้าที่แต่งตั้งปลัดกระทรวง มหาดไทยเพียงตําแหน่งเดียวเท่านั้น และได้ดําเนินการตามกรอบที่กฎหมายบัญญัติไว้ ทุกประการ ส่วนตําแหน่งอื่น ๆ เป็นอํานาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงและอธิบดีตามที่ กฎหมายกําหนด หากท่านไม่เชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง ขอให้ท่านนําพยานบุคคล พยานหลักฐานมายืนยันว่าเคยจ่ายเงินให้ผมเพื่อซื้อตําแหน่งไม่ว่าตําแหน่งใด ถ้าพิสูจน์ได้ว่า เป็นความจริงผมพร้อมที่จะรับผิดชอบตามกฎหมายถ้าขายตําแหน่งกิน

สําหรับกรณีของท่านวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ นั้นนะครับ ขอเรียนชี้แจงว่า การโยกย้ายระดับอธิบดีเป็นอํานาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมในฐานะรัฐมนตรี ไม่มีอํานาจ การย้ายท่านวงศ์ศักดิ์จากอธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นเป็นผู้ออกคําสั่งและคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เมื่อท่านวงศ์ศักดิ์ เห็นว่าเป็นคําสั่งไม่ชอบธรรม จึงไปร้อง กปค. เมื่อ กปค. มีมติให้ยกเลิกคําสั่งท่านปลัด กระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบันก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาวิธีปฏิบัติว่า จะดําเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องใหม่ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนครับ กปค. แถลงมติ เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งกรรมการขึ้นมาศึกษาในวันที่ ๑๕ มีนาคม จะเห็นว่าไม่มีการดึงเรื่องหรือยื้อเวลาแต่อย่างใด หากท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ข้อยุติอย่างไร ถ้าต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาผมจะดําเนินการให้ทันทีครับ นี่คือ คําสั่งของปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมได้กล่าวมาแล้ว ต่อไปเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านประธานครับเรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าที่เคยชี้แจงไปแล้ววันนี้ชี้แจงอีกครั้งก็เหมือนเดิม เพราะสถานะของผมยังเหมือนเดิม เหมือนกับที่ท่านอภิปรายครั้งที่แล้วว่าผมไม่เกี่ยวข้องกับ บริษัทเอกชนใด ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมและไม่เคยใช้อํานาจเข้าไปแทรกแซงหน่วยงาน ใด ๆ ทั้งสิ้น กรณีของผมคณะกรรมการเลือกตั้งได้ตรวจสอบแล้วและวินิจฉัยแล้วว่า ผมมีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กฎหมายกําหนด คือไม่ได้ถือหุ้นไม่ได้เข้าไปบริหารบริษัทชิโนไทย ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงขอกราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอขอบคุณท่านด้วยครับ

ท่านประธานครับ ต่อไปเรื่องสมาร์ทการ์ดนะครับ กรณีนี้ผมขอยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทยยึดถือกฎหมายเป็นหลักในการทํางานและไม่ได้ปล่อยปละละเลยไม่ใช่ การบริหารราชการล้มเหลวตามที่ท่านกล่าวหาแม้แต่น้อย ท่านประธานที่เคารพปัญหา ในเรื่องนี้มีอยู่ว่าคณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลท่านนายกทักษิณ ชินวัตรมีมติให้กระทรวงไอซีที เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดซื้อวัสดุบัตรประจําตัวประชาชนที่เรียกว่าสมาร์ท การ์ดจํานวน ๖๔ ล้านใบและส่งมอบให้กระทรวงมหาดไทยไปใช้จัดทําบัตรประจําตัวประชาชนให้แก่ ประชาชน ปัจจุบันนี้บัตรประชาชนได้ส่งให้ถึงมือประชาชนไปแล้ว ๘ แสนใบ ภายในเดือน พฤษภาคมจะส่งได้อีก ๔,๕๐๐,๐๐๐ ใบครับ กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รับไปจัดทําบัตร ประจําตัวประชาชน ให้บริการประชาชนเท่านั้นไม่ได้เป็นผู้จัดซื้อสมาร์ทการ์ดครับ ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ ที่มีมติคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงไอซีที จัดซื้อจํานวน ๖๔ ล้านใบนั้น กระทรวง ไอซีที ได้จัดซื้อมาแล้ว ๒ ครั้ง รวมจํานวน ๓๘ ล้านบาท ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ เพราะทุกอย่างทําถูกต้องตามกฎหมาย จนกระทั่งมีการจัดซื้อครั้งที่ ๓ อีก ๒๖ ล้านใบ เพื่อให้ครบตามจํานวนที่คณะรัฐมนตรีมีมติตั้งไว้ตั้งแต่ ๒๕๔๗ จึงเกิดปัญหาขึ้น เพราะกระทรวงไอซีทียุคก่อนที่ท่านจุติ ไกรฤกษ์ จะมาเป็นรัฐมนตรีได้จัดซื้อบัตรที่มีรูปแบบ ขัดต่อกฎหมาย กฎกระทรวง มาส่งมอบให้กรมการปกครองจึงไม่รับบัตรที่กระทรวงไอซีที ส่งมาให้เพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นบัตรที่ขัดต่อกฎหมาย การวินิจฉัยว่าบัตรสมาร์ท การ์ดที่ กระทรวงไอซีทีจัดซื้อมาขัดต่อกฎหมายนั้นกระทรวงมหาดไทยไม่ได้วินิจฉัยเอง แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยว่ารูปแบบบัตรไม่ถูกต้องตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๒๒ ซึ่งออกเมื่อปี ๒๕๕๐ เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ถูกกฎหมายกระทรวงมหาดไทย จะรับได้อย่างไร พูดกันง่าย ๆ กระทรวงมหาดไทยเป็นปลายเหตุของปัญหา ส่วนต้นเหตุ ของปัญหาคือกระทรวงไอซีทีซึ่งเป็นผู้จัดซื้อ กราบเรียนท่านประธานสภา เหตุที่กระทรวงไอซีที ไปจัดซื้อบัตรที่ผิดกฎหมายมานั้นก็เป็นเพราะไปเชื่อข้าราชการท่านหนึ่งที่ใช้ดุลยพินิจส่วนตน อยู่เหนือกฎหมาย บอกว่าให้กระทรวงไอซีทีจัดซื้อบัตรตามแบบที่ตนเห็นชอบได้เลย ทั้ง ๆ ที่ขัดกฎหมาย เพราะมีรายละเอียดเพิ่มเติมจากที่กฎหมายกําหนดไว้ถึง ๕ ประการ ด้วยกัน แม้กระทั่งจะอ้างว่าท่านเป็นผู้รู้ ท่านมีอํานาจ ท่านเจตนาดีแต่ท่านก็ไม่มี อํานาจหน้าที่นอกเหนือกฎหมายที่กําหนด และไม่อาจจะใช้วินิจฉัยส่วนตัวอยู่เหนือ กฎหมายได้ การเพิ่มเติมรายละเอียดที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าไปถึง ๕ จุดบนบัตร สมาร์ทการ์ดใบเล็ก ๆ ขณะนี้ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา และกระทรวงมหาดไทยได้ตั้ง กรรมการสอบแล้วว่าท่านมีเจตนาใดกันแน่และเหตุใดจึงกล้าทําขัดต่อกฎหมาย การจัดซื้อบัตรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายนี้เป็นต้นเหตุทําให้เกิดความล่าช้าที่กระทรวง มหาดไทยไม่สามารถออกบัตรประชาชนได้ ไม่มีใครในกระทรวงมหาดไทยอยากเห็นประชาชน ได้รับบัตรเหลืองแม้แต่วันเดียว ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากว่ากระทรวงไอซีทีจัดซื้อ และส่งบัตรสมาร์ทการ์ดตามรูปแบบที่กฎหมายกําหนดมาให้กระทรวงมหาดไทย ถึงตรงนี้ ท่านผู้อภิปรายน่าจะเข้าใจแล้วว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหานี้ แต่เรา เป็นผู้รักษากฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามขณะนี้ปัญหา ได้ถูกแก้ไขแล้ว โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้มี มติให้ใช้บัตรสมาทการ์ดที่ไอซีทีได้จัดทํามาแล้ว เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ใช้ได้ กระทรวงมหาดไทยก็พร้อมรับมติและดําเนินการทันทีเลยออกกฎกระทรวงฉบับที่ ๒๓ พ.ศ. ๒๕๕๔ มารองรับบัตรตามรูปแบบที่กระทรวงไอซีทีจัดซื้อมาแล้ว และขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ออกบัตรประจําตัวประชาชนบางส่วนถึงมือประชาชนดังที่ผม ได้กล่าวมาแล้ว กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระทรวงมหาดไทยโดยผมยึดกฎหมาย เป็นที่ตั้งและไม่ได้กระทําสิ่งใดที่ขัดหรือเกินเลยที่กฎหมายกําหนดไว้ครับ การจะให้ผม ออกกฎกระทรวงมารองรับสิ่งที่ผิดให้เป็นสิ่งถูกผมไม่ปฏิบัติเด็ดขาดแต่เมื่อคณะรัฐมนตรี มีมติให้ปฏิบัติได้ผมก็ไม่ขัดและกระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ขอยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ใช่ความผิดของกระทรวงมหาดไทย ตรงกันข้ามกับเป็นความ มีประสิทธิภาพในการบริหารราชการและการรักษากฎหมายยึดกฎหมายเป็นแนวทางในการ บริหารราชการที่ควรจะได้รับการชมเชยมากกว่า ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน

สําหรับเรื่องที่ท่าน ส.ส. ประชาอภิปรายถึงเรื่องการซื้อที่ดินกระบี่นั้น ผมไม่อยาก จะให้เสียเวลาในการอธิบายรายละเอียดอีก แต่ได้ขอเรียนให้ท่านทราบว่าทางผมได้ตั้งแต่งตั้ง กรรมการเพื่อสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้วครับตามที่คําสั่งที่ผมออกมาแล้วนี้ ขอบคุณ มากครับท่านประธานครับ