สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

ไพจิต ศรีวรขาน อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชวรัตน์ ชาญวีรกุล โดยกล่าวหาว่าเขาบริหารงานไม่ดี ล้มเหลวในการบริหารราชการ แบ่งเบอร์ประจําตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์แบบเอนกประสงค์ (สมาร์ทการ์ด) ให้กับพวกพ้อง

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับเป็นอีกครั้งหนึ่งนะครับ เป็นครั้งที่ ๒ ที่ผมต้องทําหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านชวรัตน์ ชาญวีรกุล ท่านเป็นผู้ใหญ่ คนหนึ่งในแวดวงทางการเมืองในช่วงชีวิตตลอด ๒๐ กว่าปีที่ผมรู้จัก ท่านประธานครับ จะใหญ่ขนาดไหนก็ตามเมื่อประพฤติตนในทางที่ไม่เหมาะสมที่จะเป็นเสนาบดี ซึ่งเป็น ตําแหน่งที่สําคัญที่สุดในการบริหารราชการแผ่นดินก็ต้องไม่ไว้วางใจกันท่านประธานครับ ผมถือโอกาสได้กราบเรียนท่านประธานว่าท่านชวรัตน์ ชาญวีรกลุ โดยมีข้อกล่าวหาหลัก ๆ อยู่ ไม่แตกต่างจากเพี่อนสมาชิกทีได้ตั้งไว้ ท่านเป็นรัฐมนตรีที่ล้มเหลวในการบริหารราชการ แผ่นดินไร้ประสิทธิภาพ บริหารราชการในกระทรวงเป็นทิศเป็นทาง ไม่ดูแลให้เป็นไปตาม กฎหมายอย่างถูกต้องและเป็นธรรม รัฐมนตรีท่านนี้บริหารงานในกระทรวงมหาดไทย ล้มเหลวแล้วยังเอื้ออํานวยให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของ บ้านเมือง มีหลายกรณีครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรณีสอบเข้าโรงเรียน นายอําเภอ กรณีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมที่มีมติให้เพิกถอนคําสั่งแต่งตั้ง ซี ๑๑ นายอําเภอ ซึ่งแต่งตั้งผิดหลักเกณฑ์ระเบียบบริหารราชการพลเรือนกรณีเอื้อฉาวเกิดขึ้น ครั้งแล้วครั้งเล่า การบริหารงานบุคคลที่ล้มเหลวย่อมทําให้การบริหารราชการส่วนอื่น ล้มเหลวตามไปด้วย ขาดปริสิทธิภาพ สร้างความเสื่อมเสีย ทําลายความน่าเชื่อและประกัน ในการบําบัดทุกข์ บํารุงสุข อันเป็นอุดมการณ์ของกระทรวงมหาดไทย ที่จะดําเนินให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนแม้แต่ข้าราชการในกระทรวงเอง ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกุล หากเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นรัฐมนตรีแต่เพียงที่ในนาม อย่างไรก็ตามแต่ก็มีศักยภาพ ที่จะต้องทําหน้าที่ในการบริหารกระทรวงให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้เกิดขวัญกําลังใจในการ ปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ ท่านประธานครับภาพพจน์ของกระทรวงมหาดไทยเสียหายอยู่ ในฐานะที่ตกต่ําสูงสุดตั้งแต่เป็นกระทรวงมหาดไทย สอดคล้องกับท่านสมาชิกที่อภิปรายไป เมื่อสักครู่นี้ ผมไล่เรียงไปทั้งหมดให้เห็นประมาณ ๕ ข้อกล่าวหาดังต่อไปนี้ท่านประธานครับ ถ้าท่านดูตามภูมิฐานความคิดของท่านชวรัตน์ ชาญวีรกุล ในวันที่เข้าไปประชุมข้าราชการ ของกระทรวงมหาดไทย สวยหรูนะครับท่านประธาน สวยหรูแล้วก็น่าเลื่อมใส ท่านกล่าวไว้ ในวันที่เข้าไปให้นโยบายกระทรวงมหาดไทยแล้ว พี่น้องข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ทั่วทั้งประเทศท่านบอกว่าการเข้ามารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของผม จะไม่มีการเอาหัวโขนที่ใส่อยู่นี้มาหาประโยชน์ น่าเลื่อมใสไหมครับ เอื้อประโยชน์แก่ตนเอง หรือผู้ใดทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านสบายใจได้ ผมได้เห็นตัวอย่างมาแล้วว่าผู้ที่นําอํานาจไปใช้ ในทางที่ผิดเพื่อก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนแก่ตนเองและพวกพ้องต้องประสบปัญหา อย่างไร และผมไม่ต้องการจะเป็นเช่นนั้น ผมเริ่มวาระการเมืองของผมจากตําแหน่งรัฐมนตรี ช่วยจนถึงการเป็นรัฐมนตรีว่าการ ๒ กระทรวง ล่าสุดก็ได้ทําหน้าที่รักษาการในตําแหน่ง นายกรัฐมนตรี ผมถือว่าผมได้รับเกียรติยศเกินกว่าความคาดหมายของผมมากแล้ว ผมขอ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงมหาดไทยอย่างมีเกียรติ และเมื่อใดก็ตามที่วาระการทํางาน ของผมในกระทรวงมหาดไทยสิ้นสุดลง ผมจะลุกออกไปอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีเช่นเดียวกัน ขอให้ท่านมั่นใจได้ว่าผมจะไม่มีวันทําความเสื่อมเสียให้แก่กระทรวงมหาดไทยอย่างเด็ดขาด นี่เป็นสัญญาประชาคมที่ได้กล่าวไว้ในวันเข้ารับตําแหน่ง น่าชื่นชมนะครับท่านประธาน เห็นแล้วยกย่องในความตั้งใจที่อยากบริหารงานกระทรวงมหาดไทย แต่เวลาทางปฏิบัติครับ ท่านประธาน ผมจะสะท้อนให้เห็นว่าภายในเวลาที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของท่านชวรัตน์ ชาญวีรกุล ได้เกิดกรณีที่ตรงกันข้ามกับแนวทางที่ได้ให้นโยบายไว้กับ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยอย่างไร กรณีบัตรประจําตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ แบบเอนกประสงค์ ท่านประธาน คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเป็นศูนย์กลางในการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชนแบบเอนกประสงค์ หรือที่เรา เรียกกันว่า สมาร์ทการ์ด และเป็นกรณีที่ฉาวโฉ่อย่างแรง ผมจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพื่อให้ได้ทราบว่ากรณีแบบนี้ กระทรวงไอซีทีเป็นแม่งานหลักร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองเป็นเจ้าภาพ และเป็นกรมที่อยู่ในกํากับดูแลของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกุล นี่ละครับ ตรง ๆ เลยนะครับ ท่านประธานครับ ข้างหลังผมนี่เป็นสัญญาที่กระทรวงไอซีที เขาได้หาผู้รับจ้างเพื่อที่สนองงาน ในการพัฒนางานบัตรประจําตัวประชาชนเพื่อที่จะใช้เอนกประสงค์ในการบรรจุข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นประโยชน์ในทางการปกครอง การควบคุมจํานวนประชากรที่ทันสมัย เขาได้ผู้รับจ้าง เรียบร้อยครับท่านประธาน เป็นการดําเนินการเพื่อให้ได้ผู้รับจ้าง โดยปลัดกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเป็นผู้ลงนามกับผู้รับจ้างในการที่จะจัดหาบัตรทั้งหมด นี่เงิน ๙๐๒ ล้านบาท ไม่มากนะครับ ถ้ามีความจริงใจที่จะสนองงาน อันนี้ท่านจะเห็นความ ฉาวโฉ่เวลาไปทําแล้วนี่ เงินจํานวน ๙๐๒,๑๕๗,๐๐๐ บาทเศษ ท่านประธานครับ กรณีดังกล่าว ไม่เป็นอย่างนั้นนะครับ พอได้ผู้รับจ้างเสร็จ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง สํานักบริหารการทะเบียนของกรมการปกครองก็ได้พิจารณาตั้งคณะทํางานเพื่อพิจารณา รูปแบบบัตรประจําตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์แบบเอนกประสงค์ตามมติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกฎหมายหลักว่าจะต้องทําและให้สอดคล้องกัน และมีการตั้งคณะกรรมการ มีการประชุม คณะกรรมการทั้งสิ้น ๔ ครั้งครับท่านประธาน ทั้งหมดมีมติเห็นชอบแบบบัตรตามแบบ ๑ อี (1E) ท่านประธานครับ บัตร ๑ อี นี่มีลักษณะพิเศษตรงที่มีแถบสีแดง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ในการที่จะป้องกันการปลอมแปลงบัตรประจําตัวประชาชน คณะทํางานที่พิจารณารูปแบบนี้ ก็มีความเห็นตรงกันว่าสามารถที่จะทําให้เกิดประโยชน์ในการควบคุมเรื่องของประชาชน มีบัตร การปลอมแปลงลําบาก ท่านประธานครับ ถ้าเรื่องมันจบเพียงเท่านี้ท่านอธิบดี กรมการปกครองในฐานะผู้มีอํานาจเป็นพนักงานออกบัตรก็ทําเรื่องเสนอรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยผ่านรองปลัด แต่เรื่องไม่ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรอกครับท่านประธาน ก็ถูกเก็บอยู่ที่คณะทํางาน คณะทํางานกระทรวงมหาดไทย ก็ชื่อเดียวกันกับที่ท่าน ส.ส. ชวลิต วิชยสุทธิ์ บอก ก็เก็บไว้ไม่ยอมที่จะให้ความเห็นชอบ แล้วขณะเดียวกันการที่จะนําเรียนปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ไปไม่ถึงละครับ พอไปไม่ถึง ก็มีการสั่งให้มีการตรวจสอบว่าบัตรที่จะเห็นชอบตามกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารทั้งหมดที่ออกมา ที่เขาดําเนินการจัดซื้อเป็นเงิน ๙๐๒ ล้านบาทเศษว่าจะขัดต่อ พระราชบัญญัติทะเบียนบัตรประชาชนหรือไม่อย่างไร เป็นคําสั่งนะครับ เป็นคําสั่งของ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งไปยังกรมการปกครอง ท่านประธานครับ ช่วงเวลาที่มันขาดช่วงกันอยู่อย่างนี้ ก็แปลอย่างอื่นไม่ได้เมื่อกระทรวงเทคโนโลยี ไอซีทีเขา ซื้อแล้ว กรมการปกครองก็มีหน้าที่รับบัตรประจําตัวประชาชนที่จะมาบันทึกถ่ายให้กับพี่น้อง ประชาชนตามความต้องการของคณะรัฐมนตรีมาดําเนินการ และให้สมประโยชน์กับ ประชาชนเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหา ปลัดกระทรวงมหาดไทยนะครับ ขณะที่เรื่องยังไม่ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทยนี่ คณะทํางานก็ให้กรมการปกครองไปตั้งคณะกรรมการทบทวน ตรวจสอบดูว่าบัตรที่ไอซีทีซื้อนี่มันถูกต้องทําได้หรือไม่ ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออก ที่ว่าให้กรมการปกครอง ขณะเดียวกันครับท่านประธาน ก็พยายามที่จะหาวิธีการ ที่จะให้กรมการปกครองเป็นผู้ซื้อบัตรเอง โดยจะใช้เงิน ๑๕๐ ล้านบาท เวลายื้อไปยื้อมานี่ ข่าวภายในรู้กันว่ามีการเจรจาเรื่องผลประโยชน์กับผู้รับจ้างรับทําของกระทรวงไอซีทีที่เขามา ประกวดราคาได้งาน เมื่อไม่สมประโยชน์ก็บอกว่าใช้ไม่ได้ เผอิญเงื่อนไขนี้ท่านประธานครับ คนที่ส่งของแล้วจะได้เงินเขาต้องได้รับการตรวจรับจากกรมการปกครอง จากกระทรวงมหาดไทย นี่ละครับ ฝ่ายที่จะตรวจรับก็ไม่ตรวจแล้วก็บอกว่าจะซื้อเอง ปัญหาอันนี้ทําให้เกิดปัญหาครับ ท่านประธาน ถ้ามีบัตรประชาชนที่ถ่ายบัตรประชาชนโดยปกตินี่ผมไม่ว่านะครับ แต่ปัญหาที่ เกิดขึ้นก็คือไม่มีบัตร แล้วประชาชนที่ไปถ่ายบัตรประชาชนท้ายสุดจะได้บัตรเหลืองที่เรา เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์กันในสภา ท่านประธานครับ ท่านอธิบดีกรมการปกครองท่านมี วิสัยทัศน์ ท่านได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นอนุกรรมการพิจารณาคุณสมบัติบัตรของไอซีที ว่ามันสมประโยชน์ที่จะดําเนินการและเป็นไปตามกฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องบัตรประชาชนหรือไม่ และท้ายที่สุดท่านก็มีความเห็นว่ามันเป็นประโยชน์แบบนี้ก็แจ้ง ไปยังปลัดกระทรวงไอซีทีว่าบัตรแบบ ๑ อี ที่มีอยู่ในนี้ที่มีแถบแม่เหล็กที่ป้องกัน การปลอมแปลงระบาดนี่ถูกต้อง เห็นชอบ ก็เท่านี้ละครับ เมื่อผู้มีอํานาจบาตรใหญ่ ประธานคณะทํางานของกระทรวงมหาดไทยบอกว่าไม่รับ แล้วตัว อธิบดีกรมการปกครอง ก็ไปเห็นชอบแบบ ๑ อี ตามที่กระทรวงไอซีทีได้จัดซื้อจัดหานี่นะครับ ต่อมาไม่นานก็ถูกย้าย เหมือนอย่างกรรมการพิทักษ์คุณธรรมที่บอกเห็นว่าเป็นการที่ไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่จะทํามา หาผลประโยชน์ในกรมการปกครองเรื่องของบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด อะไรไม่เท่ากับสิ่งที่ เสียหายมากไปยิ่งกว่าการพยายามยื้อไม่ตรวจรับ แล้วพยายามที่จะบอกว่าจะซื้อเองอะไรนี่ ใช้เวลายื้อกันอยู่ร่วมปีเองนะครับท่านประธาน ถ่ายบัตรได้ใบเหลือง เขาบอกย้อนไป ๑๔ ปี ที่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้มา ๑๐ ปีย้อนหลัง ๑๔ ปีย้อนหลัง นี่ถ่ายได้ใบเหลืองก่อน แล้วค่อยไปรับ แล้วผู้ที่เสียหาย ๔ ล้านคน ถ้าไปครั้งเดียวประมาณ ๑๐๐ บาท ถ้าไปถ่ายได้ ใบเหลือง ๑๐๐ บาท ๔๐๐ ก็คือ ๔๐๐ ในภาคของประชาชนที่เขาเสีย พอวันจะไปรับบัตรจริง อีก ๑๐๐ บาทอีกครั้งหนึ่งครับ บวกอีก ๔๐๐ เป็น ๘๐๐ ท่านประธานความเสียหายในภาค ประชาชน เขาไม่สนใจหรอก เพียงแต่บอกว่าขอให้ได้สิ่งที่อยากได้ ผลประโยชน์ต่างตอบแทน มีไหม เพราะฉะนั้นทําให้เกิดความระส่ําระสาย ชะรอยครับท่านประธาน ใบเหลืองไม่ได้มีรูป ในขณะนี้ ๔ ล้านใบ แล้วท้ายที่สุด ๔ ล้านใบอีก ๒-๓ เดือนข้างหน้าท่านนายกจะยุบสภา เลือกตั้ง มันโกงกันได้นะครับ เวลาจะไปใช้ก็จะใช้บัตรเหลืองนี่แหละไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง แล้วรอยช่องทางนี้จะวางแผนเพื่อที่จะไปสู่จุดของการโกงการเลือกตั้งแบบไหน มันเป็น ช่องทางที่ไม่เป็นประโยชน์ทั้งนั้นในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ปล่อยปละละเลยปล่อยให้ประธานคณะทํางานใช้เลขานุการท่านลงนามให้ทบทวนให้อะไร ทั้งหลายกลับไปกลับมาเป็นยืดอยู่ ความเดือดร้อนก็ตกกับประชาชน ผมไม่คิดว่าวิสัยทัศน์ แบบนี้จะสามารถใช้บําบัดทุกข์บํารุงสุขพี่น้องประชาชนได้นะครับ มันเพิ่มแต่ความทุกข์นะครับ ลดความสุขเขา และต้องไป ๒ รอบ ๓ รอบนะครับถ่ายบัตร เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สุดท้ายครับพอทีมคณะทํางานของกระทรวงมหาดไทยก็พยายามยื้อบอกว่าไม่ถูกต้อง แต่ที่สุดแล้วรัฐบาลก็ให้แก้กฎกระทรวง แต่ว่าเวลาผ่านปีเศษกว่าจะได้แก้ที่จะให้ใช้ตามแบบ ๑ อี (1E) ที่ว่ามีแถบแม่เหล็กป้องการปลอมแปลงได้ตามที่ไอซีทีเขาเอา ซึ่งวันนี้ต้องชมเชยว่า รัฐบาลแก้ปัญหาแล้ว ขณะที่กระทรวงมหาดไทยคิดแต่เรื่องประโยชน์ต่างตอบแทนอย่างเดียว ผมก็เห็นว่าเป็นจุดสรุปเป็นใบเสร็จที่สําคัญว่าถ้าหากปล่อยให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้อง ประชาชนในเรื่องสมาร์ทการ์ด บัตรเพียงเท่านี้นี่นะครับ แล้วบอกว่าอีก ๒ หรือ ๓ เดือน ๔ ล้านนี้จะทําเสร็จผมไม่ค่อยเชื่อหรอกครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หลายคน ที่เป็น ส.ส. จะไปถ่ายยังต้องคอยเลยว่าเสร็จได้แน่นะ ก็ฟังเท่าที่ฟังตามข่าวเขาบอกว่า จะทําให้เสร็จภายใน ๓ เดือน ท่านประธานครับวิธีการอันนี้เป็นเหตุหนึ่งที่ให้เห็นว่า ท่านไม่ได้สํานึกถึงภาระที่จะต้องทํางานให้กับกระทรวงให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขกับ พี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าด้วยพฤติการณ์ที่เห็นแก่ประโยชน์พวกพ้อง ปล่อยให้คณะทํางาน ตัวท่านเองเป็นผู้นํามีวิสัยทัศน์ในการที่จะนํานโยบายของกระทรวง เป็นไปด้วยความถูกต้องตรงไปตรงมา แต่ท่านเกรงใจ เกรงใจคนมีอํานาจตัวจริงเขาว่า อย่างไรก็ว่าตามนั้น ทั้งที่สมาชิกได้อภิปรายว่าวิธีการแบบนี้ที่จะบริหารกระทรวงมหาดไทย มันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นไม่ควรที่จะให้บริการราชการแผ่นดิน เฉพาะเรื่องบัตร สมาร์ทการ์ดก็เสียหายไปเยอะแล้ว ท่านประธานครับผมจะยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องที่ ส.ส. เชาวลิต วชยสุทธิ์ ได้พูดแล้วสภานี้ก็พูดอยู่หลายรอบเรื่องของการแก้ไขปัญหา ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง งบประมาณปี ๒๕๕๓ เป็นเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือ จําเป็นที่ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในอํานาจ ๔๗,๐๐๐ นี่นะครับ แล้วก็จ่ายไป ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท อะไรนี่ เหลืออีก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คราวนี้ผมตั้งข้อกล่าวหาว่าใช้อํานาจหน้าที่ให้เกิดส่อทุจริต และล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ใช้อํานาจจัดสรรงบประมาณให้พวกพ้องตนเอง มุ่งใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อหาเสียงทางการเมือง ผิดกฎหมาย ไม่ยึดหลักบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ ข้อที่ ๓ การจัด งบประมาณดังกล่าวกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดเชียงราย จังหวัดยโสธร ไม่ตรงกับ ความเดือดร้อนของประชาชนที่เดือดร้อนจริง ๆ ปล่อยให้ประชาชนต้องจําทนกับความ ยากลําบาก ไม่ใส่ใจในความทุกข์ยากที่พี่น้องประชาชนที่ประสบความแห้งแล้งนะครับ ท่านประธานครับ ตัวเลขที่เห็นมีการนําตัวเลขดังกล่าว งบดังกล่าว มีการแจ้งจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแจ้งไปบอกว่าให้จังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้งเสนอ โครงการมา ท่านประธานต่างคนต่างเสนอมา ๓๐ จังหวัด เมื่อประกาศเป็นเขตภัยแล้งแล้วก็ เสนอมา ๓๐ จังหวัด ๒,๔๑๙ โครงการ เสนอเงินมา ๒,๖๕๐ ล้านบาท คณะอนุกรรมการ กลั่นกรองโครงการพิจารณาให้เพียง ๘ จังหวัดครับท่านประธาน พิจารณาให้เพียง ๘ จังหวัด จาก ๓๐ จังหวัด