สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

ไพจิต ศรีวรขาน หารือเรื่องการจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เชาวรัตน์ ชาญวีระกูล และเรียกร้องให้กระจายเงินไปยังจังหวัดที่เดือดร้อนอย่างเท่าเทียมกัน

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียนว่า ผมทําหน้าที่เพื่อสะท้อนให้เห็นว่างบประมาณอะไรก็ตามภาษีอากรของพี่น้องประชาชน แล้วเงินกรณีงบกลางของท่านนายกรัฐมนตรีต้องการให้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินจําเป็นและ อย่างเป็นธรรม ท่านประธานครับ ที่บอกว่ามีการเข้าหลายรอบแล้วก็ไม่ได้เถียงนะครับ มันก็สภาจะกี่รอบไม่ได้มีข้อบังคับก็เพียงแต่ว่าวันนี้เห็นว่ามันทุจริตอย่างไร มันจะเสียหาย อย่างไร ผมก็จะได้สะท้อนให้เห็นว่าไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คนอายุ ๗๕ ปี ฟังแล้วจะเข้าใจไหมแล้วจะไปแก้ไขไหมหรือยังปล่อยให้เป็นแบบนี้อยู่ เมื่อก่อนเราว่าไปท่านอาจจะไม่ได้ยินก็ได้ เมื่อเราอภิปราย ๒ รอบในการพิจารณางบกลางก็ดี ในการพิจารณาของคณะทํางานเกี่ยวกับเรื่องของน้ําก็ดี ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ คือทุกคนมีสมองหมด ๓๐ จังหวัดที่เสนอโครงการมาเดือดร้อนครับ แต่ว่าท่านให้ ๘ จังหวัด แล้วไปกองอยู่จังหวัดเดียวนี่ก็บอกแล้วกองอยู่จังหวัดเดียว ๔๘๖ ล้านบาท มันอะไรหนักหนา แปลว่าแบบนี้คณะกรรมการกลั่นกรองอยู่ในกํากับดูแลของกองป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย ขอท่านว่าการนี่แหละครับเป็นคนกํากับดูแล กรมนี้ก็ทํามาอยู่ทุกรอบก็ต้อง ท้วงกันว่าเรื่องนี้คณะกรรมาธิการเขาบอกว่า ๔๘๖ ล้านบาท จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดเชียงราย ๑๐๗ ล้านบาท จังหวัดยโสธร ๘๖ ล้านบาท จังหวัดตาก ๖๘ ล้านบาท จังหวัดนครราชสีมา ๔๙ ล้านบาท จังหวัดลําปาง ๔๒ ล้านบาท จังหวัดมหาสารคาม ๒๐ ล้านบาท จังหวัดลําพูน ๑๑ ล้านบาท นอกนั้นศูนย์หมดครับท่านประธาน บาทหนึ่งก็ไม่ได้ครับ ผมก็สงสัยว่า แล้วเขาไม่เดือดร้อนหรือหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดูแลแก้ปัญหาภัยแล้ง นี่ต้องมีวิสัยทัศน์กว่านี้นะครับ ท่านต้องเข้าใจว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วกระจายเงินไปยังให้ทั่วถึงมันส่อทุจริต นี่ความแตกต่าง มีผู้หวังดีร้องไปทีคณะกรรมาธิการ ติดตามงบประมาณ ท่านเจริญ จรรย์โกมล นี่ละเจ้าเก่าอภิปรายอีกหลายรอบแล้วนะครับ บอกว่ามันกระจุกตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ๔๘๖ ล้านบาท ขาดอยู่เล็กน้อยถึง ๕๐๐ ล้านบาท มีการตั้งข้อสังเกตว่างบภัยพิบัติครั้งนี้จะต้องใช้งบประมาณของปี ๒๕๕๓ นี่มันเริ่ม งบประมาณปี ๒๕๕๔ ๖ เดือนแล้วครับท่านประธานมันผิดหลักเกณฑ์ต้องทําให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ หรือจะต่อไปอีกได้ ๑ เดือน ๒ เดือน ก็ประมาณนั้น เขาก็บอกว่าให้มีมติส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาระงับนี่บอกว่า ยังไม่ได้ระงับเพียงแต่มีการสั่งให้ชะลอท่านประธาน ชะลอไว้เสียงกระซิบแผ่ว ๆ มาบอกว่า พออภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จค่อยดําเนินการ หนังสือของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งถึงห้องท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าจะเอาอย่างไรเรื่องนี้ แล้วท่านรอง นายกรัฐมนตรี ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ ท่านก็มีความเห็นว่าเห็นตามที่ท่านเจริญ จรรย์โกมล เสนอไปว่าให้ระงับเสีย แต่ว่าวันนี้ยังคอยอยู่ไม่ทราบว่าท่านเห็นบ้างแล้วยัง ถ้าเห็นแล้วปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อยู่ทําไมละครับ ขนาดความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนเขาบอกว่ามันสิ้นสุดแล้ว กระจุกตัวในเฉพาะจังหวัดบางจังหวัด เป็นงบประมาณที่จะต้องทําให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๓ ท่านประธาน นี่ปี ๒๕๕๔ เดือนที่ ๖ แล้ว ผมจึงเห็นว่าเป็นการใช้อํานาจหน้าที่โดยมิชอบแล้วก็เป็นประโยชน์ เอื้อประโยชน์เฉพาะจังหวัดที่ผู้มีอํานาจสูงสุดของจังหวัดบุรีรัมย์นี่ละครับ ผมหวังว่าเรื่องนี้ น่าจะยุติแล้วอย่าให้มาอีกเป็นรอบที่ ๔ นะครับ ไม่ไว้วางใจถ้าจัดแบบนี้ ถ้าตอบว่า จะปล่อยให้เหตุการแบบนี้ต่อไปไหม แล้วก็ไม่ต้องคอยว่าหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว พอยุบสภาเสร็จก็รักษาการณ์ก็ทําไป เพราะมีการจัดสรรเงินจากสํานักงบประมาณไปแล้ว คอยแล้ว เหลือแต่งวดเงินออกไปท่านประธานครับ ผมถึงเห็นว่าเรื่องดังกล่าวนี้เป็นพฤติการณ์ ในการที่บริหารความทุกข์ของประชาชนไม่ให้เกิดความสุขครับ แทนที่จะให้บําบัดทุกข์แล้ว ให้เกิดความสุข ไม่ใช่หรอกครับ ผิดอุดมการณ์ของกระทรวงมหาดไทย ในข้อที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ท่านไม่ปฏิบัติตามแผนบริหารราชการแผ่นดินที่แถลงไว้ต่อ สภาผู้แทนราษฎร มิได้มุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของประชาชน ละเว้น ละเลยการปฏิบัติตนที่เหมาะสมกับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เป็นไป ตามอุดมการณ์ในการบําบัดทุกข์บํารุงสุข ท่านมีแต่ความสุขส่วนตัวของท่าน แต่ว่าความสุข ของประชาชนท่านละเลย ท่านประธานครับ ผมเอาเรื่องง่าย ๆ น้ําท่วม พี่น้องประชาชน เสียชีวิต ท่านประธานยังให้ผมไปมอบเงินมอบทอง เพราะฉะนั้นควรจะเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย แทนท่านนะครับ แต่มันน้อยท่านเป็นประธานรัฐสภาใหญ่กว่าแล้ว ท่านยังให้ไปมอบเงินผู้เสียชีวิต ๒๘๐ คนในอีสานเยอะมากที่สุด แต่ว่าท่านรัฐมนตรีไม่ได้ มอบหรอกครับ ท่านไม่สนใจ ท่านไปเหมือนกันไปอยู่ครั้งหนึ่งที่อยุธยานั่ง ฮ. ไปแจกถุงยังชีพ แล้วประชุมพวกจังหวัดน้ําท่วมส่วนกลาง ไปเหมือนกัน แล้วมีอีกครั้งหนึ่งท่านไปปล่อย คาราวานเอาของไปแจก ผมก็สงสัย มท. ๑ นะครับนี่ไปที่ไหนข้าราชการเขาก็ไปช่วยดูแล เช็ดน้ําตา ช่วยเหลือคนยากคนจน ผมเห็นแล้วว่าภารกิจแบบนี้ท่านขาดความทุ่มเทเอาใจใส่ ในการที่จะช่วยเหลือในยามทุกข์ยากของประชาชน หนังสือพิมพ์เขาบอกว่าอย่างนี้ ต้องให้ฉายานักรบในห้องแอร์กับปู่จิ้นได้แล้วครับ นี่เขาเขียนไว้อย่างนี้ผมก็มอ่าน บอกว่า เรื่องแบบนี้ท่านต้องเอาใจใส่นะครับ ท่านประธานครับเรื่องหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึง ความไม่เอาจริงเอาจังละเลยกับงานในหน้าที่ของท่าน คณะกรรมการอํานวยการกํากับ ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตั้งโดยท่านนายกไม่มีแต่เงาของท่านเชาวรัตน์ ชาญวีระกูล ในคณะนี้นะครับ ไม่มีเลย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองประธาน ท่านที่ปรึกษา ท่าน ส.ส. คนปัจจุบันท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผมก็มาไล่เรียงดูว่ากระทรวงอื่น ก็มีหมดครับ ปลัดสํานัก ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก ทหารเรือ ผมหา ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เป็นหน่วยงานที่จะไปช่วยเยียวยาแก้ปัญหา ไม่มีครับท่านประธาน ไม่มี มีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีอธิบดีอยู่ด้วยยังพอเป็นยา แต่ว่าปลัดไม่มี พอไม่มีธรรมเนียมการบริหารราชการแผ่นดินผมไม่รู้นะว่าทําไมมันไปร่วมทางกันไม่ได้หรือ กับนายกกับคณะ แค่ไปหาในการช่วยเหลือประชาชน เวลาท่านไปท่านก็ต้องไปคณะของท่าน หรืออย่างไร อยู่ในคณะนี้ที่จะเป็นพลัง เงินจะออกมาทีละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราพิจารณาไม่มีชื่อท่านเลยนะครับในการพิจารณามหาดไทยละเลย ภารกิจนี้แม่งานหลัก คือกรมบรรเทาป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตัวจริงเสียงจริงจะต้องทํางาน แต่ว่าท่าน ละเลยครับ ผมบอกว่าถ้าแบบนี้เกิดภัยพิบัติแล้วมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่เข้าใจความทุกข์ความยากในภัยพิบัติเกิดขึ้นแบบนี้อยู่ไม่ได้หรอกครับ เสียของ ไม่ควรที่จะให้อยู่ในการปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานครับ ใช้อํานาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ พวกพ้องของรัฐวิสาหกิจ เดี๋ยวท่านประชา ประสพดี พูด ผมจะกล่าวหาว่าท่านทําลายระบบ คุณธรรมในราชการกระทรวงมหาดไทย การแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย ปล่อยให้มีการ แสวงหาผลประโยชน์และถึงขั้นมีการซื้อตําแหน่งจ่ายเงินจ่ายทอง เขาว่ากันมาหมด ผมว่า จากอดีตผู้ใหญ่ของกระทรวงมหาดไทย ท่านอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยเขาก็ว่ามา ท่านประธาน ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ได้นําตัวอย่างของอธิบดีกรมการปกครอง ท่านวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ มาชี้ให้เห็นแล้ว ก่อนหน้านี้กรณี ๔๑ นายอําเภอ ซี ๙ ก็ฉาวโฉ่แล้ว คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมฟ้องมาบอกว่าที่ไปตั้ง ไปตั้ง ไปตั้งอะไรไม่เหมาะสม ยกเลิกหมด ยกเลิกแปลว่าอะไรครับ แปลว่าท่านทําลายระบบคุณธรรมความก้าวหน้าขวัญ กําลังใจ ผมนี่อยู่ในแวดวงทางการเมืองและมีโอกาสได้ติดตามไปดูแลแก้ปัญหาประชาชน ในกระทรวงต่าง ๆ ผมยังยอมรับว่ากระทรวงมหาดไทยนี่สุดยอดข้าราชการเขาในการที่จะ สนองงาน ดูแลแก้ปัญหาช่วยเหลือประชาชน แต่ว่าในยุคของท่านมันเป็นอะไรถึงเป็น แบบนั้น จับหัวใจเขาไม่ได้หรือครับ ไปแล้วทําให้ขวัญกําลังใจเขาหายหมด วันนี้ ๙๕ อําเภอ ใหญ่ ๆ ทั้งนั้นรอนายอําเภอ ไม่มีหัว มันครึ่งปีงบประมาณแล้ว แล้วจะเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยทําไม แต่งตั้งแค่นายอําเภอ ๙๕ อําเภอ ที่บอกว่า ๔๑ อําเภอ มันเคลียร์กันไม่ได้ เพราะแต่งตั้งเขาไปแล้ว สงสัยของก็รับแล้ว ก็เลยจะทําอย่างไรถึงจะตั้ง ๙๕ อําเภอใหม่ก็ยังไม่ได้ ท่านแก้ปัญหานี้อย่างไร ท่านทําแค่ตั้งนายอําเภอไม่ได้ต้องพิจารณา ตัวเองนะครับ ผมคิดว่าท่านมิได้ทําให้เกิดความเสียหายเฉพาะกับสถานะในการเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานครับ มันสะท้อนถึงบริการต่าง ๆ ของ ประชาชน ในอําเภอก็จะมีปลัดอาวุโสรักษาการทําหน้าที่แทน อย่างบ้านผมจังหวัดนครพนม อําเภอธาตุพนม อําเภอใหญ่ แขกไปใครมาเยอะ แต่ไม่มีนายอําเภอ ๖ เดือนแล้ว แล้วคนที่ เขาอยากเป็นนายอําเภอก็คอยอยู่ เข้าคิวกันเป็นตับ ตับ เมื่อไรครับท่านจะมีประสิทธิภาพ ความรู้สึกช้าแบบนี้ ผมไว้วางใจให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ได้หรอกครับ มันเสียหาย เสียประโยชน์ เสียของ มันเป็นกระทรวงเกรดเอ และเลือกรัฐมนตรี ที่กระฉับกระเฉง มีวิสัยทัศน์ แต่ละคนไปดูประวัติสุดยอดหมด ท่านประธานครับ ผมถือโอกาสนี้เอาตัวอย่างอีกนิดหนึ่งว่าท่านทําลายขนาดท่านพงศ์โพยม วาศะภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เขาบอกว่าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งมีคนที่ตนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง การแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยเพราะทนไม่ไหวต้องออกมาคัดค้าน ส่วนตําแหน่งอื่น ๆ คนที่อยู่ในองค์กรก็คือ ในกระทรวงมหาดไทยควรออกมาปกป้อง ขอเตือนว่าหากข้าราชการ ยังไม่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทุกคนยังนิ่งเฉย ต่อไปจะมีคนขี่หัวข้าราชการกระทรวงมหาดไทย มันเกิดขึ้นแล้วครับ นี่เรียกร้องจากอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เขาออกมารณรงค์ เพื่อเกียรติ เพื่อศักดิ์ศรี ที่บอกสิงห์จะอยู่ที่ไหนก็คือสิงห์ เขาต้องการเกียรติอย่างนี้ให้ เพื่อเป็นขวัญ เป็นกําลังใจไปดูแลแก้ปัญหาพี่น้องประชาชน