สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

ชวลิต วิชยสุทธิ์ กล่าวหาว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและไร้ประสิทธิภาพ ในการบริหารราชการแผ่นดิน และเรียกร้องให้ตรวจสอบความผิดที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการทุจริตและความผิดพลาดในการจัดซื้อบัตรสมาร์ทการ์ด และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

อย่างนั้นผมขอเริ่มเลยครับ ท่านประธานครับ คงต้องขออนุญาตที่จะเริ่มนับเวลานับแต่บัดนี้นะครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้ กระผมขอกล่าวหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดังนี้

๑. มีพฤติการณ์ส่อว่าทุจริต ต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําความผิดต่อตําแหน่ง หน้าที่ราชการ

๒. ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภาวะผู้นํา ไร้วิสัยทัศน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน ในกระทรวงมหาดไทย โดยไม่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลและไม่ปฏิบัติตามนโยบายของ ตนเองที่ได้เดินทางไปให้โอวาทข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยนะครับ ขณะที่เข้ารับ ตําแหน่งในกระทรวงมหาดไทย ทําให้กระทรวงมหาดไทยในยุคนี้เป็นยุคที่ตกต่ําที่สุด ตั้งแต่ ตั้งกระทรวงมหาดไทยเป็นต้นมา โดยสิ่งที่ชี้ถึงความล้มเหลว ความไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภาวะ ผู้นํา และไร้วิสัยทัศน์ ก็คือล้มเหลวในด้านการบริหารบุคคล มีการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ในกระทรวงมหาดไทยอย่างไร้คุณธรรม ทําลายวัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงมหาดไทย จนถึงเปรียบเปรยว่าเอาเณรมาเป็นเจ้าอาวาส สร้างความโกลาหลในกระทรวงมหาดไทย อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นั่นในส่วนของข้าราชการ ในส่วนของประชาชนล้มเหลวในด้าน การบริการประชาชนอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถือเป็นงานหลักของกระทรวงมหาดไทยมาช้านาน ทําให้กระทรวงมหาดไทยถอยหลังเข้าคลองนับ ๑๐ ปี มีปัญหากันข้ามกระทรวงระหว่าง กระทรวงไอซีทีกับกระทรวงมหาดไทย ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า เพราะขัดแย้ง เรื่องผลประโยชน์กัน แต่เอาชาวบ้านเป็นตัวประกัน เช่น โครงการจัดทําบัตรประจําตัว ประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card) มีประชาชนเดือดร้อนถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ทําบัตรแต่ไม่ได้บัตร ได้ใบเหลืองแทน เรื่องนี้จะมีผู้อภิปรายในโอกาสต่อไป

๓. แต่งตั้งคนใกล้ชิดและพวกพ้องบริวารว่านเครือ ทั้งในฝ่ายการเมืองและ ข้าราชการประจํา เป็นคณะทํางานการเมืองบ้าง เป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจบ้าง แล้วหาช่องทาง เพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมตั้งข้อกล่าวหา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลอย ๆ หรือเปล่า ลองฟังเสียงสะท้อนจากข้าราชการ ในกระทรวงมหาดไทยดูบ้าง ยกตัวอย่าง เรื่องที่ ๑. ผมได้มีโอกาสอ่านรายงานการประชุม กรมการปกครอง ครั้งที่ ๒/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ได้สะท้อนถึงความตกต่ํา ของข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในยุคนี้อย่างมากมาย ยกตัวอย่าง ผู้อํานวยการสํานัก ท่านหนึ่ง แสดงความเห็นต่อที่ประชุมว่าสิงห์นั้นเมื่ออยู่ป่าก็งามสง่า และเมื่ออยู่พาราก็ผ่าเผย แต่ขณะนี้สิงห์นั้นเป็นสิงห์หงอยครับท่านประธาน มันเป็นยุคที่ตกต่ําที่สุด นี่ข้าราชการ เขาสะท้อนความเห็นนี้ในที่ประชุมกรมการปกครอง เรื่องที่ ๒ คงจะไม่มียุคใดสมัยใดที่มี ข้าราชการระดับ ๑๐ คือระดับอธิบดีหรือเทียบเท่า รวมตัวกันทําหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ทําหนังสือถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร้องเรียนขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง ข้าราชการระดับสูง เป็นข่าวครึกโครมติดต่อกันมาเป็นระยะ ๆ จนมีคําเปรียบเปรยอย่างที่ผม ได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ว่าเอาเณรมาเป็นเจ้าอาวาส คําพูดนี้ชาวบ้านเขาบอกว่าฟังแล้ว เข้าใจ เพราะในชนบทถ้าเอาเณรมาเป็นเจ้าอาวาส วัดนั้นวุ่นวายแน่นอน พระจะไปฟังเณร หรือเณรจะสั่งพระนี่มันจะฟังกันอย่างไร ข้าราชการระดับสูง เช่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะคุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๗๕-๗๖ จังหวัดอย่างไรครับ นี่วิสัยทัศน์ตรงนี้จะต้องมอง จะต้องเห็นว่าท่านทําลายวัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงมหาดไทยยับเยินอย่างไม่มีชิ้นดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านเคยให้สัมภาษณ์ว่าใช้คนที่ไว้ใจ ถูกต้องครับ ท่านประธาน ท่านใช้คนที่ไว้ใจ แต่นั่นควรจะเป็นบริษัท ชิโนไทย จํากัด ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย นี่คือสิ่งที่ผมถึงมองว่าวิสัยทัศน์นั้นสําคัญยิ่ง ว่าการเป็นผู้บริหารกระทรวงซึ่งใหญ่ ใหญ่อย่างมาก กระทรวงมหาดไทยนี้ใหญ่มาก มีข้าราชการจํานวนมาก ถ้าจัดระบบภายในไม่ดีแล้ว มันระส่ําระสาย และผมมั่นใจว่าจากการที่ได้เคยรับราชการที่กระทรวงมหาดไทยมาก่อน ผมเห็นภาพครับว่าขณะนี้อยู่ในยุคเสื่อมถอยอย่างที่สุด

ประการต่อมาครับท่านประธาน คงไม่มียุคใดที่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ที่เกษียณอายุไปแล้ว ทนเห็นความตกต่ําในกระทรวงมหาดไทยยุคนี้ไม่ไหว รวมตัวกันออกมา แถลงข่าวปกป้องศักดิ์ศรีข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย นี่ข้าราชการเกษียณหรือจะอีก ตัวอย่างหนึ่งครับท่านประธาน ข่าวล่าสุดครับ พาดหัวหนังสือพิมพ์ ถือเป็นข่าวฟ้าผ่า กระทรวงมหาดไทย มะติคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม คืนเก้าอี้ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ กลับอธิบดีกรมการปกครอง โดยย้ายอย่างไม่เป็นธรรม เป็นไปได้อย่างไรครับ ท่านประธาน การย้ายนายวงศ์ศักดิ์ ออกจากตําแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง เป็นมติ คณะรัฐมนตรีตามข้อเสนอของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่มติของ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม สํานักงาน ก.พ. กลับคืนตําแหน่งให้ อย่างนี้ ไม่เรียกว่าฟ้าผ่ากระทรวงมหาดไทย จะเรียกอะไร ใครต้องรับผิดชอบบ้าง จะให้วางใจ ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ โดยส่วนตัว กระผมไม่มีปัญหาอะไรเลยกับท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งกลับมีความสัมพันธ์กันในระดับหนึ่งในฐานะ เพื่อนนักศึกษาต่างวัยที่เรียน หรือศึกษาอยู่ที่เดียวกันที่ กกต. แต่ผมมี ๒ สถานะครับ ท่านประธาน ที่ต้องทําภาระหน้าที่ สถานะแรกคือ การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ ฝ่ายนิติบัญญัติ จําเป็นที่จะต้องตรวจสอบฝ่ายบริหาร ทําหน้าที่ตามที่พี่น้องประชาชน ได้มอบหมาย สถานะที่ ๒ ครับท่านประธาน คือผมเป็นคนมหาดไทย เคยรับราชการอยู่ กระทรวงมหาดไทยถึง ๒๗ ปี ก่อนลาออกมาทํางานการเมืองเพียง ๑๐ ปี ผมมีความผูกพัน กับกระทรวงมหาดไทย เหมือนบ้านหลังที่ ๒ นะครับ เพราะผมเติบโตเป็นตัวเป็นตน จากกระทรวงมหาดไทย แม้ขณะนี้ผมก็ยังรับบํานาญจากกระทรวงมหาดไทยอยู่ทุกเดือน เมื่อคนมหาดไทยเดือดร้อน ผมเป็นผู้แทนราษฎร ผมจะอยู่นิ่งเฉยได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เป็นข้อ กล่าวหาที่ผมขออนุญาตที่จะเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมกล่าวข้างต้น นั่นเป็นข้อกล่าวหา และโยงใยความเป็นมาให้เป็นถึงวิกฤตการณ์ในกระทรวงมหาดไทย จากนี้จะเป็นหลักฐาน จะ ๆ ที่จะมัดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและพวกพ้องว่าทําไมผมถึงไม่ไว้วางใจท่าน เรื่องแรกครับท่านประธาน ๑. การย้าย นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง โดยไม่เป็นธรรม นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ถูกย้ายออกจากตําแหน่งอธิบดีกรมการ ปกครอง เมื่อ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๓ แต่ที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งก็คือ ให้เดินทางภายใน ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ อย่าว่าแต่จะเก็บข้าวของเลย แม้จะล่ําลา ลูกน้อง ก็ไม่ได้ทําครับท่านประธาน นี่ย้ายภายใน ๒๔ ชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่เขาได้ปกป้องรักษา ผลประโยชน์ของทางราชการ เมื่อนายวงศ์ศักดิ์เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ร้องทุกข์ ของความเป็นธรรมไปยังประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ กระผมมีข้อมูล เอกสาร หนังสือร้องทุกข์ดังกล่าว แต่กระผมมิได้ไป ตัดแปะมาจากหนังสือพิมพ์ครับท่านประธาน ในฐานะเป็นคนมหาดไทย ผมเอาเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตก็ดี เรื่องโยกย้ายไม่เป็นธรรมก็ดี เข้าในคณะกรรมาธิการของสภา ผู้แทนราษฎรถึง ๒ คณะ คณะที่ ๑ คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ เป็นประธานนะครับ คณะที่ ๒ เป็นคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีท่านภุชงค์ รุ่งโรจน์ เป็นประธาน ท่านประธานครับ ผมทํางานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และมิได้คิดที่จะกลั่นแกล้ง ใครผู้ใดผู้หนึ่ง เพียงแต่ทําอย่างไรเราถึงจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกลั่นแกล้ง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อท่านวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ร้องเรียนต่อประธาน คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมเป็นเวลาเกือบปี สวรรค์มีตาครับท่านประธาน ความเป็นธรรมมีอยู่จริง คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมมีมติว่า การโยกย้ายนายวงศ์ศักดิ์ ไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต ต้องคืนตําแหน่งอธิบดีกรมการปกครองให้นายวงศ์ศักดิ์ เป็นใบเสร็จ ไหมครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เหมือนกับฟ้าผ่ากระทรวงมหาดไทย ผมเพิ่ง ได้รับคําวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมมาอุ่น ๆ เมื่อเช้านี้เอง เป็นคําวินิจฉัยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม เรื่องดําที่ ๕๓๒๐๐๔๗ เรื่องแดงที่ ๐๐๔๑๒๕๔ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านเฉพาะสาระสําคัญเพื่อให้ที่ประชุมและ พี่น้องประชาชนได้รับทราบดังนี้ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมพิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริง รับฟังได้ว่ากระทรวงมหาดไทยอยู่ภายใต้การบริหารงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล นอกจากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งคณะทํางาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นประธานคณะทํางาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และยังมีการแต่งตั้งข้าราชการประจํามาช่วยงานประธาน คณะทํางานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อีกส่วนหนึ่งในส่วนของข้าราชการประจํา ซึ่งเป็นพี่ ๆ น้อง ๆ กัน ผมขออนุญาตที่จะไม่เอ่ยชื่อทั้ง ๒ ท่าน แต่ทั้ง ๒ ท่าน ท่านหนึ่งย้ายมา จากจังหวัดบุรีรัมย์ แต่อีกท่านหนึ่งก็ย้ายกลับไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ผมขออนุญาต ไม่เอ่ยชื่อนะครับ และข้อเท็จจริงปรากฏว่าคณะทํางานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้ง ๒ ท่าน เป็นบุคคลที่ได้นําเอกสารเกี่ยวกับการทดสอบระบบคอมพิวเตอร์ที่ยังมีปัญหา ในการดําเนินการว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไปให้นายวงศ์ศักดิ์ผู้ร้องทุกข์ลงนามที่สนามบิน สุวรรณภูมิ ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินเดินทางไปราชการต่างประเทศ ซึ่งผู้ร้องทุกข์ไม่ยอมลงนาม เพราะเห็นว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงมีการนํามาให้รองอธิบดีกรมการปกครองท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นรองคนที่สองลงนามแทน และต่อมาในการย้ายครั้งเดียวกันกับผู้ร้องทุกข์ รองอธิบดีท่านนั้น ก็ได้รับการแต่งตั้งให้ไปดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดหนึ่ง อันเป็นลักษณะเป็นการ ปูนบําเหน็จความชอบให้เนื่องจากได้กระทําการตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการ นี่เป็นคําวินิจฉัย ของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม

อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโครงการจัดทํา บัตรสมาร์ทการ์ด ซึ่งเป็นการทํางานร่วมกันระหว่างกระทรวงไอซีทีกักระทรวงมหาดไทย แต่มีความพยายามดึงงานกลับมาให้กระทรวงมหาดไทยจัดซื้อบัตรสมาร์ทการ์ดเองเป็นเหตุ ให้ไม่สามารถจัดหาบัตรเปล่ามาผลิตบัตรประจําตัวประชาชนให้แก่ประชาชนที่มาขอทํา บัตรประจําตัวประชาชนได้ทันตามกําหนดเวลาครับ การที่ผู้ร้องทุกข์ดําเนินการในเรื่องการ เช่าระบบคอมพิวเตอร์บัตรประจําตัวประชาชนให้แก่ประชาชนที่มาขอทําบัตรประชาชน ได้ทันตามกําหนดเวลา การที่ผู้ร้องทุกข์ดําเนินการในเรื่องการเช่าระบบคอมพิวเตอร์และ บัตรประชาชนนั้นเป็นการทํางานเพื่อประโยชน์ราชการ มิใช่เพื่อกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เมื่อมีการย้ายด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นการกระทําที่ขัดต่อมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมจึงมีคําวินิจฉัย ให้คืนตําแหน่งอธิบดีกรมการปกครองแก่ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ โดยให้มีสถานะเป็น อธิบดีย้อนกลับไปตั้งแต่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๓ เช่นเดิม ท่านประธานที่เคารพครับ คําวินิจฉัย ของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม กระผมถือว่าเป็นใบเสร็จที่สําคัญที่สุดใบหนึ่ง เพราะนายวงศ์ศักดิ์ไม่ดําเนินการลงนามเห็นชอบกับการประกวดราคาเช่าระบบคอมพิวเตอร์ ที่ดําเนินการไม่ถูกต้องตามทีโออาร์ คือเห็นว่าผิดก็ไม่ทํา แต่รองอธิบดีท่านหนึ่งลงนามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบกับข้อเสนอของรองอธิบดีกรมการปกครอง กระผมถือว่าความผิดสําเร็จแล้ว

เรื่องที่ ๒ ต่อไปนี้เป็นประเด็นการทุจริตที่มีความสําคัญ ซึ่งผมเคยอภิปราย ไม่ไว้วางใจไปแล้วเมื่อ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา วันนี้ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๔ เป็นภาค ๒ ครับท่านประธาน นั่นคือโครงการทุจริตโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ งานทะเบียน เรื่องนี้มีความสําคัญอย่างไรถึงนํามาอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นภาค ๒ ความสําคัญของเรื่องนี้ มีดังนี้ครับท่านประธาน

ประการที่ ๑ โครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์งานทะเบียนเป็นโครงการขนาดใหญ่ งบประมาณถึง ๓,๔๙๐ ล้านบาท ที่สําคัญประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ๖๐ กว่าล้านคน ต้องใช้บริการนี้ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย จากสํานักทะเบียนอําเภอและท้องถิ่นทั่วประเทศ

ประการที่ ๒ ท่านประธาน ในส่วนราชการโครงการนี้มีส่วนราชการสามารถ เชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน จํานวนมากนับร้อยหน่วย ที่สําคัญ ๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข ด้านบัตรประกันสุขภาพ กระทรวงการต่างประเทศ ด้านการจัดทําพาสปอร์ต (Passport) กระทรวงคมนาคม ทําเรื่อง ใบขับขี่ สํานักงานตํารวจแห่งชาติหรือดีเอสไอ ในเรื่องการทะเบียนประวัติอาชญากรรม สํานักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งด้านทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ความสําคัญประการที่ ๓ ครับ ท่านประธาน เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชน เพราะมีข่าวอื้อฉาว เกี่ยวกับการทุจริตอย่างครึกโครม สื่อมวลชนติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ถึงกับทําให้ หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งคือหนังสือพิมพ์มติชน กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชนได้รับ รางวัลอิศรา อมันตกุล จากการติดตามโครงการนี้ ได้รับรางวัลเมื่อวันที่ ๕ มีนาคมที่ผ่านมา นี้เองหมาด ๆ นี่คือความสําคัญของเรื่องนี้เป็น

ประการที่ ๓ ที่พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนติดตาม นอกจากนั้นมีอะไร ใหม่ไหม ที่เป็นหลักฐานใหม่หรือข้อมูลใหม่ที่เป็นหลักฐานเชื่อมโยงไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและพวกพ้องว่ามีพฤติการณ์ส่อทุจริตจนสามารถนํามาอภิปราย ไม่ไว้วางใจเป็นภาค ๒ มีครับท่านประธาน ผมจะเปิดเผยข้อมูลของดีเอสไอ เป็นผลการ สอบสวนของพนักงานนี่ครับท่านประธานผมจะเปิดเผยข้อมูลของดีเอสไอ เป็นการผลการ สอบสวนของพนักงานสืบสวน ซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีดีเอสไอนะครับ ให้ทําการสืบสวน ตาม มาตรา ๒๓๑/๑ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งสอดคล้องกับข้อทักท้วง ของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินและคณะกรรมการว่าด้วยพัสดุ หรือคณะกรรมการ กวพ.

ประเด็นที่ ๒ ผลการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการป้องและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ เป็นประธาน ซึ่งสอดคล้องกับข้อท้กท้วงของสํานักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและคณะกรรมการ ว่าด้วยพัสดุที่เห็นว่าการประกวดราคาครั้งนี้มิชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมการ กวพ. ประกอบด้วยใครบ้างน่าเชื่อถือไหม ผมขออนุญาตที่จะอ่านว่าคณะกรรมการว่าด้วย พัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เรียกโดยย่อว่า กวพอ. ประกอบด้วย ๑. ปลัดกระทรวง การคลังเป็นประธานกรรมการ ๒. ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นรองประธาน อัยการสูงสุด ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ เลขาธิการกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้แทนกรมสอบสวน คดีพิเศษ ผู้แทนสํานักงานกํากับและบริหารโครงการเปลี่ยนระบบการบริหารการเงินการคลัง ภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย และอธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการและเลขานุการ จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการว่าด้วยพัสดุซึ่งเคยทักท้วง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการเป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้น ทั้งภาครัฐและ เอกชน ความน่าเชื่อถือผมมั่นใจว่าถ้าพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าผู้หลักผู้ใหญ่เหล่านี้เป็น กรรมการเขาคงไม่มีมติอะไรในอันที่จะไม่เป็นกฎเป็นเกณฑ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อมูลใหม่ประเด็นที่ ๓ ผมจะเปิดเผยคําสั่ง คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ที่ ๕๐๒/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้ง คณะอนุกรรรมการไต่สวนกรณีกล่าวหา นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยกับพวกว่ากระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่ง หน้าที่ราชการ

ประเด็นที่ ๔ ครับท่านประธาน สิ่งที่มัดและเป็นใบเสร็จมัดตัวรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเป็นลายลักษณ์อักษรก็คือ ท่านได้ลงนามให้ความเห็นชอบผลการ ประกวดราคาโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์งานทะเบียน วงเงิน ๓,๔๙๐ ล้านบาท โดยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของกระผมครั้งที่แล้วเมื่อ ๑ มิถุนายนที่ผ่านมา ท่านได้ตอบผม ในสภาว่าท่านยังไม่ได้ลงนาม จะต้องตรวจสอบก่อน แต่ ณ ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็น สตง. ก็ดี ดีเอสไอก็ดี คณะกรรมการว่าด้วยพัสดุก็ดี ทักท้วงแต่ท่านกลับให้ความเห็นชอบ ท่านตอบ สิว่าหน่วยงานที่ผมได้เอ่ยมาไม่มีน้ําหนักเพียงพอที่จะยกเลิกการประกวดราคาหรืออย่างไร มีอะไรมาง้างมือท่าน ท่านมีแบล็ก (Black) อยู่ข้างหลังแล้วคือหน่วยงานอิสระที่ผมได้กล่าว ไปเมื่อสักครู่ หากท่านกลัวว่าเขาจะฟ้องร้อง ท่านมีข้อมูลหลักฐานที่จะนําข้อทักท้วงต่างๆ เหล่านี้ไปต่อสู้ได้เหตุใดท่านจึงไม่ยกเลิกการประกวดราคา นี่คือสิ่งที่ผมจําเป็นที่จะต้องอภิปราย ไม่ไว้วางใจท่าน และที่เป็นใบเสร็จมัดอีกรอบแบบตีประตูเลย ก็คือมันได้มาโดยบังเอิญ ๒ วัน ที่ผ่านมาที่เป็นข่าวติดต่อกันเป็นวันที่ ๓ คือมติของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมที่ผม ได้กล่าวไปเมื่อตอนต้น องค์กรนี้เป็นองค์กรอิสระ ไม่มีการเมืองแทรก เขาให้ความเป็นธรรม กับข้าราชการ ท่านไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการ โดยเฉพาะผู้ที่ปกป้องผลประโยชน์ ของทางราชการ แล้วผมจะให้ความไว้วางใจได้อย่างไร องค์กรที่เขาเป็นกลางเขาปกป้อง ผู้ที่รักษาผลประโยชน์ของทางราชการ ท่านไม่เห็นผลงานของนายวงศ์ศักดิ์ ทําไมตํารวจเห็น ตํารวจที่ว่านี้คือ ก.ตร. ครับ เมื่อไม่นานมานี้คณะกรรมการ ก.ตร.ได้ลงมติ ได้ลงคะแนนกัน เห็นชอบให้นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ พลตํารวจเอก อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช มาเป็น ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ ทําไมตํารวจเขาเห็น เดี๋ยวนี้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทุกระดับทุกหน่วย โดยเฉพาะปกครองและตํารวจเขาเรียกหาความเป็นธรรม ทําไมท่านธาริต ทําไมท่านสมบัติ ธํารงธัญญวงศ์ ผมขออนุญาต ผมไม่ได้กล่าวหาท่านอะไร แต่เมื่อมีชื่อออกมา สังคมมองว่า อย่างไร ๒ ท่านนั่นก็ต้องได้รับเลือกเป็น ก.ตร. แต่ทําไมตํารวจเขากลับมาปกป้องและรักษา ศักดิ์ศรีของเขาที่ขณะนี้ถูกการเมืองเข้าไปคุมทุกอย่าง การที่ตํารวจเขาเลือกนายวงศ์ศักดิ์ เขาเลือก พลตํารวจเอก อชิรวิทย์ เป็น ก.ตร. เป็นสิ่งที่สะท้อนสังคมของเราให้ได้รับรู้ ได้รับเห็นอีกกรณีหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเป็นประการต่อมา

ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นเป็นการทําความเข้าใจในเบื้องต้นว่าโครงการนี้ มีความสําคัญอย่างไรถึงอภิปรายต่อเป็นภาคสอง จากนี้จะเป็นสาระของโครงการโดยสังเขป และชี้ให้เห็นว่ามีการทุจริเป็นขั้นเป็นตอนอย่างไรบ้าง ความเป็นมาของโครงการเช่าระบบ คอมพิวเตอร์งานทะเบียนมีดังนี้ครับท่านประธาน ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ คณะรัฐมนตรี เห็นชอบโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ งานทะเบียนของกรมการปกครอง วงเงิน ๓,๔๙๐ ล้านบาท เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่จําเป็นที่จะต้องมีกระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้าง มีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมา ๓ คณะ คือ คณะกรรมการกําหนดร่างขอบเขตของงาน หรือที่เรียกว่า ทีโออาร์ มีการตั้งคณะกรรมการประกวดราคา มีการตั้งคณะกรรมการทดสอบด้านเทคนิค วิธีการทุจริตเขาไม่ได้ทําเนียนแบบที่ท่านเจริญ จรรย์โกมล ได้อภิปรายไปเมื่อวานเรื่องโควตา น้ําตาล เอาดื้อ ๆ แบบนักเลงไม่ให้ก็ทุบเอา เพราะย่ามใจถือว่าเส้นใหญ่ใคร ๆ ก็เกรงใจไม่กล้าทํา อะไร ขั้นตอนการทุจริตทําดังนี้ครับท่านประธาน ย้ายข้าราชการที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทาง การทุจริตออกนอกเส้นทาง ข้าราชการที่ถูกย้ายมี ๓ กลุ่มด้วยกัน

กลุ่มแรก คณะกรรมการกําหนดร่างขอบเขตของงานหรือทีโออาร์

กลุ่ม ๒ คณะกรรมการประกวดราคา

กลุ่ม ๓ คณะกรรมการทดสอบด้านเทคนิค ผมคงไม่อ่านรายชื่อเพราะในภาค ๑ ได้ลงละเอียดไปมากแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ย้ายข้าราชการที่เป็นพรรคพวกของตนเอง เข้ามาทําหน้าที่แทน ยกตัวอย่างผมไม่เอ่ยชื่อแต่จําเป็นต้องเอ่ยตําแหน่งย้ายปลัดจังหวัด บุรีรัมย์มาเป็นผู้อํานวยการสํานักบริหารการทะเบียนเพื่อมาเป็นประธานกรรมการประกวด ราคาทําไมต้องมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ผมไม่ได้กล่าวหาปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ เคยฟังท่านชี้แจง โดยส่วนตัวชอบนึกไม่ถึงว่าท่านจะชี้แจงอะไรต่าง ๆ ได้ดี นี่คือสิ่งที่สังคมเขามองจากข้างนอก เพราะเขาไม่รู้ เขาไม่เห็นว่าทําไมจําเป็นจะต้องมาจากจังหวัดบุรีรัมย์

ประการต่อมาท่านประธานครับ เพิ่มเติมให้มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม กล่องใส่บัตรที่เครื่องผลิตบัตร นี่เป็นการเพิ่มรายละเอียดเข้าไปในทีโออาร์ ในทีโออาร์ มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกดังนี้ครับท่านประธาน อุปกรณ์สํารองไฟฟ้ายูพีเอส (UPS) แรงดันไฟฟ้า ขาออกบวก ลบได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไฟฟ้า ๒๒๐ โวลท์ (Volt) โดยแก้ไขจากเดิมซึ่งเป็นบวกลบ ๕ เปอร์เซ็นต์

ประการต่อมาท่านประธานครับ การทดสอบด้านเทคนิคไม่ได้เป็นไปตามทีโออาร์ ที่กําหนดใว้ เมื่ออธิบดีกรมการปกครองเห็นว่าการไม่ได้เป็นไปตามร่างทีโออาร์ที่ได้กําหนดไว้ จึงมีบันทึกให้คณะกรรมการประกวดราคาและคณะกรรมการทดสอบด้านเทคนิคชี้แจง ข้อเท็จจริงกรณีคณะกรรมการทีโออาร์มีบันทึกโต้แย้ง ๒. ให้ชะลอการดําเนินการประกวด ราคาจนกว่าคณะกรรมการประกวดราคาและคณะกรรมการทดสอบด้านเทคนิคจะชี้แจง เหตุผลและรายงานข้อเท็จจริงว่าการประกวดราคาและการทดสอบด้านเทคนิคเป็นไปตาม ทีโออาร์

ประการต่อมาท่านประธานครับงบประมาณ ๓,๔๙๐ ล้านบาท อํานาจอนุมัติ เป็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครองจึงรายงานให้รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยทราบไว้ชั้นหนึ่งก่อน ตอนนี้ถึงขั้นตอนสําคัญครับท่านประธาน วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ คณะทํางานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนําบันทึก ขอความเห็นชอบการประกวดราคาเสนอต่ออธิบดีกรมการปกครอง ณ สนามบินสุวรรณภูมิ แต่อธิบดีกรมการปกครองเห็นว่าข้อสั่งการที่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทดสอบ ด้านเทคนิคไม่ได้เป็นไปตามทีโออาร์ ยังไม่ได้มีการดําเนินการจึงไม่ลงนาม ขณะนั้น คณะทํางานได้ยื่นโทรศัพท์แจ้งว่าผู้มีอํานาจในกระทรวงมหาดไทยขอพูดโทรศัพท์ด้วย ในการสนทนาผู้มีอํานาจได้ข่มขู่ว่าหากไม่ลงนามเห็นชอบ ผลการประกวดราคาจะต้องถูก ย้ายออกจากตําแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง แล้วท่านก็ถูกย้ายจริง ๆ ในวันที่ ๒๗ เมษายน และย้ายอย่างโหดร้ายอํามหิตคือย้ายภายใน ๒๔ ชั่วโมง คือวันที่ ๒๘ ต้องไปและวันที่ ๒๘ นั้น ก็มีการทดสอบด้านเทคนิคทันที ซึ่งเป็นเรื่องแปลกประหลาดอย่างยิ่งนะครับ แต่วิธีการทุจริต ของโครงการนี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเลยครับท่านประธาน ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า เอาดื้อ ๆ แบบนักเลง ไม่ให้ก็ทุบเอา เพราะย่ามใจถือว่าเส้นใหญ่ ใคร ๆ ก็เกรงใจ ไม่กล้าทําอะไร คือวันที่ ๒๘ ต้องไป และวันที่ ๒๘ นั้นก็มีการทดสอบด้านเทคนิคทันทีครับ ซึ่งเป็นเรื่อง แปลกประหลาดอย่างยิ่งนะครับท่านประธาน เมื่อมีการเคาะได้ผู้ประกวดราคา ราคาต่ํากว่า วงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้เพียง ๑๕ ล้านบาท ตรงนี้เป็นข้อสังเกต มีบริษัทที่เห็นว่าไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ก็ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการว่าด้วยพัสดุ จากนั้นไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอก็ดี สตง.ก็ดี ต่างก็ทักท้วงลงมาเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งสิ้น ใบเสร็จที่แสดงว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและพวกพ้องทุจริตก็คือ คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุได้มีหนังสือลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๓ ตอบข้อหารือสรุปว่าการดําเนินการของคณะกรรมการประกวดราคาและ คณะกรรมการทดสอบด้านเทคนิคต้องดําเนินการตามข้อกําหนดในทีโออาร์เท่านั้น สตง. มีหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึง ๒ ครั้งด้วยกัน ถึงโดยตรง ครั้งแรก วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๒ ห่างกันยาวมาก เพราะเห็นว่าทําไมสิ่งที่ทักท้วงมายังไม่เป็นผล ส่งอีกทีวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๓ สาระเป็นอย่างไรครับท่านประธานที่ สตง. ทักท้วง สตง. ให้ทบทวนโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์งานทะเบียน โดยต้องดําเนินการให้เป็นไปตาม ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ต่อไปเป็นข้อมูลใหม่ที่ผมได้มาท่านประธานครับ ดีเอสไอ กรมสอบสวนคดีพิเศษแจ้งว่าได้รับเรื่องร้องเรียนคดีทุจริตการประกวดราคาเช่า ระบบคอมพิวเตอร์นะครับ จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่จากสํานักงานคดีอาญาพิเศษ ดําเนินการตรวจสอบพบว่าคดีมีมูล และดีเอสไอก็ได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ไปดําเนินการต่อ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านข้อมูลของดีเอสไอบางส่วน ดีเอสไอได้มีคําสั่ง ที่ ๒๓๐/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวน และได้รับอนุมัติจากอธิบดีดีเอสไอ ให้ทําการสืบสวนตามมาตรา ๒๓/๑ แห่ง พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งนี้ผลการสืบสวน ที่แล้วเสร็จได้สาระสําคัญสรุปได้ว่า

๑. กรณีกรรมการประกวดราคา เพิ่มให้มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วย ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมกล่องใส่บัตรที่เครื่องผลิตบัตรประจําตัวประชาชน เป็นการชี้แจง เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ในขอบเขตของงานหรือทีโออาร์เดิม หรือเป็นการชี้แจง ภายใต้ขอบเขตของงานเดิม พนักงานสืบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ การดําเนินการของคณะกรรมการประกวดราคา เป็นการชี้แจงเพิ่มเติมนอกเหนือ คุณลักษณะเฉพาะของเครื่องพิมพ์บัตรประจําตัวประชาชนไอดี พริ้นเตอร์ (ID Printer) ที่ได้ กําหนดไว้ในภาคผนวก ๔ ข้อ ๒.๘ เมื่อพิจารณาประกอบความเห็นของคณะกรรมการ ว่าด้วยพัสดุว่าด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความเห็นว่ากรณีคณะกรรมการ ประกวดราคา มีอํานาจชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับข้อกําหนดขอบเขตของงานทีโออาร์ เฉพาะที่ได้กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาตั้งแต่ต้นเท่านั้น จึงเห็นว่าคณะกรรมการ ประกวดราคาไม่ปฏิบัติตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๔๗ ประกอบระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้อ ๕ และข้อ ๘ ซึ่งหากคณะกรรมการประกวดราคาเห็นว่าการเพิ่มเติมคุณลักษณะดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อทางราชการก็ชอบที่จะปรับปรุงขอบเขตของงาน และกําหนดไว้ ในเอกสารประกวดราคาตั้งแต่ต้น โดยจัดทําเป็นเอกสารประกวดราคาเพิ่มเติม รวมทั้ง แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ที่ได้รับ หรือได้เอกสารประกวดราคาไปแล้วทุกรายทราบด้วย แต่คณะกรรมการประกวดราคาได้ใช้วิธีการชี้แจงตอบข้อซักถามแทนทั้งที่เป็นสาระสําคัญ เป็นเหตุให้ผู้เสนอราคาบางรายได้รับความเสียหาย ซึ่งการดําเนินการดังกล่าวถือเป็นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทําให้เกิดความเสียหายแล้ว โดยเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับ เอกชนบางราย

๒. กรณีการเปลี่ยนแปลงแรงดันไฟฟ้าขาออกอุปกรณ์สํารองไฟฟ้า ยูพีเอส (UPS) จากบวกลบ ๕ เป็นบวกลบ ๑๐ เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากที่ได้กําหนดไว้ ในขอบเขตของงานทีโออาร์หรือไม่ คณะพนักงานสืบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าจากข้อเท็จจริง ที่ปรากฏการดําเนินการของคณะกรรมการประกวดราคาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะเฉพาะ อุปกรณ์สํารองไฟฟ้า เป็นการแก้ไขร่างขอบเขตของงานที่ระบุไว้ในภาคผนวก ๔ ข้อ ๒.๑๒ อย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงค่าแรงดันไฟฟ้าขาดออกเช่นนั้น จะทําให้อุปกรณ์เครื่องไฟฟ้า สํารองไม่เสถียร ตรงนี้ต้องทําความเข้าใจหน่อยครับท่านประธาน หากมีไฟฟ้าตกหรือไฟฟ้าดับ เครื่องไฟฟ้าสํารองถ้าแก้ไขจากบวกลบ ๕ เป็นบวกลบ ๑๐ จะมีปัญหากับระบบคอมพิวเตอร์ เพราะไฟฟ้าจะไม่เสถียร อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบคอมพิวเตอร์ และไม่เป็น ประโยชน์ต่อทางราชการ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทําให้รัฐสูญเสียประโยชน์ ตรงนี้ สําคัญครับท่านประธาน เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะเฉพาะที่ต่ํากว่ามาตรฐานเดิม โดยมิได้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ลง ทั้งที่ราคากลางของคุณลักษณะเดิมและราคา ตามท้องตลาดของคุณลักษณะใหม่ตามข้อมูลของคณะกรรมการกําหนดร่างขอบเขตของงาน มีความแตกต่างกันถึงประมาณ ๒,๐๐๐ บาทต่อ ๑ เครื่อง เมื่อคํานวณจากปริมาณ เครื่องสํารองไฟฟ้าตามโครงการที่จะต้องมีถึง ๗,๗๖๒ เครื่อง จะเป็นจํานวนเงินที่แตกต่างกัน ประมาณ ๑๕,๕๒๔,๐๐๐ บาท นี่เป็นประการที่ ๒

ประการที่ ๓ ท่านประธาน คณะทํางานทดสอบด้านเทคนิคมิได้ทดสอบ ด้านเทคนิคตามที่กําหนดไว้ในขอบเขตของทีโออาร์เป็นข้อที่พนักงานสืบสวนของดีเอสไอ ได้บันทึกไว้ นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์บุคคลที่อาจจะเข้าข่ายเป็นผู้กระทําความผิดในส่วน ของข้าราชการประจํา ผมจะเว้นไม่เอ่ยถึงชื่อ แต่ในรายงานของพนักงานสืบสวนของดีเอสไอ ได้ระบุว่ามีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทํางานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย มีพยานยืนยันว่าบุคคลทั้งสองเกี่ยวข้องกับการข่มขู่ จูงใจให้นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ลงนามในบันทึกเห็นชอบสรุปผลการประกวดราคา เมื่อนายวงศ์ศักดิ์ไม่ยอม ลงนามก็มีคําสั่งโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย แต่เนื่องจากกรณีนี้ นายวงศ์ศักดิ์ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลข้างต้นดีเอสไอจึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณา ท่านประธานที่เคารพครับจากข้อกล่าวหาที่กระผมได้เรียนมาในเบื้องต้นรวมทั้งข้อมูล พยานหลักฐานต่าง ๆ กระผมมิได้ดําเนินการในเรื่องนี้โดยมิได้หาข้อมูลหรือพยายามที่จะ ตรวจสอบเพื่อกลั่นแกล้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งตรงกันข้ามกระผมได้นําเรื่องนี้เข้าสู่ คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรถึง ๒ คณะ ในคณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองย่อมแสดงให้เห็นว่ากระผมมีความบริสุทธิ์ ใจที่จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ท่านประธานที่เคารพครับกระผมมั่นใจว่า ข้อมูลที่กระผมได้กล่าวไปในเรื่องการทุจริตโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์งานทะเบียน มีพยานหลักฐานอย่างชัดเจน และการที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนามให้ ความเห็นชอบกระผมถือว่าความผิดสําเร็จแล้วท่านประธานที่เคารพครับ จากข้อกล่าวหา ของกระผม ๓ ข้อ ที่ได้อภิปรายมาข้างต้น กระผมเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีพฤติการณ์ส่อว่าทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําความผิดต่อหน้าที่ราชการ การอภิปรายของ กระผมมีข้อมูลชัดเจนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการอย่างนั้นจริง ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือท่านไม่ฟังคําทักท้วงของ สตง. ซึ่งทักท้วงถึง ๒ ครั้ง คณะกรรมการ กวพ. ก็ทักท้วงท่านก็ไม่ฟัง การที่ท่านลงนามเป็นเรื่องที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ข้อกล่าวหาที่ ๒ ที่ผมกล่าวหาว่าไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภาวะผู้นํา ไร้วิสัยทัศน์ในการบริหารราชการ แผ่นดิน ๒ ด้านใหญ่ ด้านแรกล้มเหลวในด้านการบริหารบุคคล มีการแต่งตั้งข้าราชการ ระดับสูงอย่างไรคุณธรรม ด้านที่ ๒ ในส่วนของประชาชนล้มเหลวในด้านการบริการ ประชาชนโดยเฉพาะเรื่องบัตรประจําตัวประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระผมจะแตะเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เห็นว่าตั้งแต่ท่านมา ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทําอะไรในสิ่งที่เป็นการทําลาย วัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงมหาดไทยอย่างยับเยิน ๑. ท่านย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ปีเดียวท่านตั้งได้อย่างไร ๓ คน ๓ คนนะครับท่าน ตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษปีเดียว ๓ คน จะทํางานกันอย่างไร ทําลายวัฒนธรรมองค์กรอย่างสิ้นเชิง ท่านจะบอกว่าเป็นเรื่อง ของปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นไปไม่ได้ เพราะท่านเป็นผู้ลงนามเสนอคณะรัฐมนตรี นี่แสดงถึงความที่ท่านไม่มีวิสัยทัศน์ใด ๆ เลย ผู้ว่าไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนยังไม่ครบ ทุกอําเภอหรอกครับ นี่ยกตัวอย่างแรก ๒. ตั้งผู้ดํารงตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ๓ ปี ข้ามหัวคน ๔ ปี ๕ ปี ๖ ปี ๗ ปี นับสิบ ๆ คน เมื่อตอนต้นที่มีการกล่าวถึงการซื้อขายตําแหน่ง ไม่มีหรอกครับใบเสร็จ ไม่มี ผมยืนยันได้ว่าไม่มีใบเสร็จแต่มันอนุมานได้วิญญูชนมองออกครับ ท่านประธาน การข้ามหัวคนเป็นสิบ ๆ คนมันทําลายวัฒนธรรมองค์กร รองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนั้นเป็นซุปเปอร์ (Super) รองผู้ว่าราชการจังหวัดหรืออย่างไร ถึงเก่งกว่ารองผู้ว่าราชการ จังหวัดท่านอื่น ๆ นี่เขาวิพากษ์วิจารณ์กันมาก นอกจากนั้นมาใหม่ ๆ เลยครับ ท่านย้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เดินทางไปรับตําแหน่งใหม่นี่เพียง ๔ เดือน หลายจังหวัดครับ ท่านประธาน มีจังหวัดอะไรบ้าง จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดเชียงราย จังหวัดยโสธร จังหวัด สิงห์บุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกําแพงเพชร ๔ เดือนนี่ผู้ว่าราชการจังหวัด ผมรับรองไม่มีทาง ลงได้ครบทุกอําเภอ แต่ท่านย้ายระเนระนาด ผู้ว่าราชการจังหวัดไร้ศักดิ์ศรีเหมือนตุ๊กตา ที่นักการเมืองจะหยิบจะจับไปวางตรงไหนก็ได้ ทั้ง ๆ ที่ในอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดคือข้าหลวง เทศาภิบาล ปฏิบัติหน้าที่ต่างพระเนตรพระกรรณ ท่านทําลายวัฒนธรรมองค์กรอย่างสิ้นเชิง

ประการที่ ๔ ตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นดํารงตําแหน่งใหม่เป็นผู้ว่าราชการ จังหวัดชั้น ๑ ตรงนี้ ท่านก็ทําลายวัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงมหาดไทยถึงขั้นล้มละลาย เพราะอะไร ในอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่เขาจะให้ไปอยู่ไกล ๆ ก่อนครับ ไปเรียนรู้งาน ตามจังหวัดชายแดน ไปอยู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปอยู่จังหวัดอํานาจเจริญ นี่ท่านตั้งชายแดน เหมือนกันแต่เป็นชายแดน กทม. รองผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งใหม่ขึ้นจังหวัดนนทบุรี ขึ้นจังหวัดปทุมธานี ขึ้นจังหวัดสมุทรปราการ พาสส์ (Pass) ชั้นไม่รู้กี่ชั้น คนที่เขาตามลําดับ ที่เขาจะต้องเจริญเติบโตนี่เขาก็มองเป้าหมายแล้ว เขาจะต้องเลื่อนชั้นตามลําดับอย่างไร นี่มันทําลายจิตใจของบรรดาข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยอย่างยับเยิน ท่านจะบอกว่า ในอดีตมีตรงนั้นมีตรงนี้ ผมว่ามันไม่มีอะไรที่จะรุนแรงไปมากกว่านี้อีกแล้ว ในส่วนข้อที่ ๓ ข้อกล่าวหาที่ ๓ แต่งตั้งคนใกล้ชิดและพวกพ้องทั้งในฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจําเป็น คณะทํางานการเมืองบ้าง เป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจบ้างเพื่อหาช่องทางที่เป็นผลประโยชน์ ในโครงการต่าง ๆ ข้อกล่าวหาที่ ๓ นี้เป็นข้อกล่าวหาสําคัญ ผมจะชี้ให้เห็นว่ามีการจัดตั้ง เครือข่ายฝ่ายการเมืองที่เข้ามาแทรกแซงข้าราชการประจํา ยกตัวอย่างการสอบเข้าโรงเรียน นายอําเภอขณะนี้ ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหากับผู้เกี่ยวข้อง น่าเสียดายครับ โดยเฉพาะ ข้าราชการประจํา เป็นบทเรียนละครับ เป็นบทเรียนกับข้าราชการประจําที่ทํางานโดยไม่ ระมัดระวัง ฝ่ายการเมืองเขาไม่เหลือร่องรอยอะไรไว้หรอกครับเขาไม่เหลือร่องรอย อะไรไว้ ยกเว้นเขาเผลอเขาพลาดจริง ๆ เขาย่ามใจครับ เขาถึงจะโดน แต่ส่วนใหญ่ไม่โดน มีพฤติกรรมแวดล้อมเท่านั้นที่แสดงให้เห็นว่าตรงนี้เป็นเครือข่าย เพราะจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดเดียวได้เกือบ ๒๐ คน แค่นี้สังคมก็เห็นแล้วครับ แค่นี้สังคมก็เห็น เพราะจังหวัดหนึ่ง ๑ คนหรือ ๒ คนยังได้ยาก นี่เกือบ ๒๐ คน

๒. ทุจริตงบภัยแล้ง ปี ๒๕๕๓ งบ ๘๗๓ ล้านบาท จังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดเดียว ได้งบ ๔๘๖ ล้านบาท เกือบ ๕๐๐ ล้านบาท นี่ก็จังหวัดบุรีรัมย์อีก เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกของผม จะได้อภิปรายต่อไป

๓. ทุจริตโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ งานทะเบียน คณะทํางานการเมือง ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับปูนบําเหน็จไปเป็นผู้บริหารสูงสุดในจังหวัด บุรีรัมย์ ในขณะเดียวกันปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ก็ได้รับการแต่งตั้งมาเป็นคณะกรรมการประกวดราคา ท่านเห็นไหมครับ เครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้มาจากใคร ผมพยายามที่จะชี้ให้สังคมได้เห็น

๔. การแต่งตั้งบอร์ดรัฐวิสาหกิจเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง สักครู่เพื่อนสมาชิกของกระผมก็จะได้มาอภิปรายการทุจริตในการซื้อที่ดินของการประปา ส่วนภูมิภาค

ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นได้ว่าจากการที่กระผมได้อภิปรายมา ด้วยเหตุด้วยผล ด้วยข้อมูลหลักฐานทั้งจากเอกสารและข้อมูลพฤติการณ์แวดล้อม กระผม ไม่อาจที่จะไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ดํารงตําแหน่งต่อไปได้ กระผม มีข้อที่จะอภิปรายเพียงเท่านี้ จากนี้ก็คงจะมอบให้เพื่อนสมาชิกของผมได้อภิปรายในต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน