จุติ ไกรฤกษ์ พูดเรื่องการให้ใบอนุญาต 3G แก่ TOT และการมีส่วนร่วมของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการพัฒนา 3G ในประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผมได้รับฟัง ข้อกล่าวหากระผม ที่จดไว้นี้ความยาวประมาณ ๒๖ หน้ากระดาษ เป็นความผิดอย่าง มหันต์มากในสายตาของท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เพื่อนรักของผม ผมยอมรับครับ ความเป็นเพื่อนก็คือความเป็นเพื่อน แล้วก็เคารพในการทําหน้าที่ของเพื่อนรักผม ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ซึ่งต้องทําหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล วันนี้ระบอบประชาธิปไตย เพื่อนก็พักไว้ก่อนชั่วคราว หลังจากออกจากห้องนี้แล้วเราก็คงเป็นเพื่อนกันต่อไป แต่ว่า ข้อกล่าวหาของท่านที่ได้กรุณาตรวจสอบมาเป็นแรมเดือน แล้วก็ภูมิใจมากว่าผู้ใหญ่ได้ มอบหมายให้ท่านทําหน้าที่นี้ ผมก็คงทราบดีนะครับ ผู้ใหญ่ของท่านนั้นเป็นใคร อยู่ที่ไหน แต่ว่าไม่มีบุญได้อยู่ในเมืองไทย อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากจะกราบก็คือว่าโทษทุกอย่าง ที่กล่าวหาผมนั้น จะโง่ จะหน้าด้าน จะโกหกหน้าตาย เพื่อนด่าเพื่อนรับได้หมดครับ แต่รับไม่ได้อันหนึ่งคือทุจริต แล้วก็เสียใจมากว่าท่านก็รู้จักนิสัยผมดี ผมคงไม่เป็นเช่นนั้นแน่ ชีวิตก็มีพออยู่พอกิน พ่อก็มีสมบัติไว้ให้ใช้ ไม่มาก แต่ก็ไม่อดตาย แล้วก็ไม่ต้องไปโกงใคร แต่หากวันนี้เพื่อนรักของผมจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าผมนั้นทุจริตจริง ผมก็จะก้มหน้าก้มตารับ โทษไปติดคุก อย่างน้อยก็ ๒ ปี แต่เป็นเพื่อนนักการเมืองที่ถูกศาลพิพากษาลงโทษ ไปแล้วว่าจําคุก ๒ ปี ว่าโกง แล้วก็ถูกยึดทรัพย์ ผมจะไปนั่งเป็นเพื่อนเขาครับ เขาจะได้ ไม่เหงา นอกจากนั้นแล้วผมจะกราบเรียนว่าข้อกล่าวหาที่หาว่าผมทุจริตนั้น เรื่องของ กสท. นั้นมันยาวครับ เอาเรื่องที่ท่านได้เกริ่นขึ้นต้น แล้วท่านก็บอกว่าท่านก็จะไม่อภิปราย เพราะว่าเรื่องมันยังไม่เสร็จ แต่การเซ็นสัญญาเรื่อง ๓ จีนั้น ส่อไปในทางทุจริต ผมก็ กราบเรียนว่าท่านสมาชิกที่จะลงคะแนนให้ผม วันที่ตัดสินก็กรุณาให้ความเป็นธรรม กับผมด้วย รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้าน ว่าสิ่งที่กระผมได้ทํา แล้วก็ตัดสินใจไปนั้น ทุกอย่าง ทุกประเด็น ทุกเหตุผล เป็นไปเพื่อประโยชน์ของรัฐและเพื่อประโยชน์ของ ประชาชนทั้งหมดครับ ประเด็นเรื่องของทีโอที ๓ จี ที่ท่านเพื่อนรักผมได้กรุณาอธิบาย ให้ฟังถึงประโยชน์ของมัน ผมก็ดีใจว่าท่านเป็นวิศวกรที่เก่ง แล้วก็อธิบายถึงประโยชน์แล้ว ผมไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย แต่ว่าถ้าเกิดเมืองไทยนั้นมี ๓ จี เมื่อไร แน่นอนครับ ประเทศไทยนั้น จะเจริญมากกว่านี้ แล้วก็ยอมรับที่ท่านขึ้นมาแล้วก็เปิดโฆษณา ๓ จี ของประเทศลาว ก็ต้อง ยอมรับครับว่าวันนี้อิจฉาประเทศลาวเหมือนกัน แต่สิ่งที่กระผมต้องกราบเรียนว่านี่คือเหตุผล แล้วก็เป็นพลังบันดาลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีกําชับผมว่าภายในรัฐบาล ชุดนี้ขอให้ ๓ จี เป็นของขวัญของประชาชนคนไทยให้ได้ ท่านกําชับเสมอ แล้วบอกว่า ถ้าเผื่อมีอะไรติดขัดก็ต้องแก้ปัญหาเปราะนั้นให้หลุด ประเด็นที่มีการพยายามโยงว่าเป็นการ วางแผนอย่างแยบยล ว่าให้สหภาพของ กสท. ไปยื่นคําคัดค้านต่อศาลปกครอง ท่านก็พูดไม่หมด ท่านพูดเพียงแต่ว่าสหภาพ กสท. ไปยื่นร้องศาลปกครอง แล้วศาลปกครองก็ตัดสินคุ้มครอง กทช. ก็เลยไม่มีการประมูลคลื่น ๒๑๐๐ ๓ จี ให้มาทํา ๓ จี ได้ แต่สิ่งที่ท่านไม่ได้พูดก็คือว่า ในคืนนั้นผมออกโทรทัศน์พอดี ผมก็ตําหนิสหภาพ กสท. แล้ววันรุ่งขึ้นสหภาพก็มาเดินขบวน ขับไล่ผมจากรัฐมนตรี ในข้อหาที่ไม่ดูแลประโยชน์ขององค์กรเขา ท่านต้องพูดให้หมดด้วย นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่พยายามจะผลักดันก็คือว่าวันนั้นครับ ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีนี้ สบายใจว่าเมืองไทยจะมี ๓ จี เพราะว่า กทช. นั้นได้เตรียมแผนมาอย่างดี แล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้ช่วยเหลือผมเป็นอย่างมากในการทําหน้าที่ว่า เมื่อ ๓ จี จะคลอด นโยบายบอร์ดแบรนด์แห่งชาติต้องรีบออกมารองรับ ๓ จี เพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายบนอินเทอร์เน็ต (Internet) ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่ให้บริการประชาชน ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ขอดูโฉนดที่ดิน ของดูบัตรประชาชน สําเนาทะเบียนบ้านย้าย ทําผ่านจอคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องไปอําเภอ ผู้ส่งออกแทนที่จะใช้เวลา ๑๔ วัน ๑๕ วัน หยุดเสาร์-อาทิตย์ คอย ต้องไปกระทรวงพาณิชย์รับรองใบทะเบียนบริษัท ไม่ต้อง ออกได้ ผ่านอินเตอร์เน็ต ผ่านจอคอมพิวเตอร์ ประเทศไทยน่าจะมีความสุขขนาดไหน ท่านคิดดูครับ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านก็คือว่าท่านทราบไหม หรือทราบแล้วก็ไม่บอกกับท่านสมาชิก ทั้งสภานี้ว่าจริง ๆ แล้วใบอนุญาต ๓ จีมันมีมาเกือบ ๑๐ ปีแล้วครับ เทคโนโลยี ๓ จีนั้น ปีนี้เป็นปีที่ ๑๑ แล้วที่ออกมา แล้วกําลังจะเปลี่ยนไปเป็น ๔ จี แต่ กสท. ก็ตาม ทศท. หรือ ทีโอที ก็ตาม มีใบอนุญาตนี้มาเกือบ ๑๐ ปีแล้วครับ แต่ปัญหาคือใบอนุญาตนี้มันไม่เกิดขึ้น ไม่ได้ทํา ท่านลองนึกภาพดูว่าวันนี้เมืองไทยมี ๓ จี ๑๐ ปีมานี้ วันนี้ประเทศไทยจะสบาย ขนาดไหน คนจะป่วย คนจะตาย มีระบบไอทีช่วย ชีวิตคนจะรอดอีกหลายร้อยหลายพันชีวิต เด็กนักเรียนที่ไปเรียนหนังสือสามารถติวผ่านโทรทัศน์อินเตอร์เน็ตได้ เด็กไทยจะเก่งขนาด ไหน ๑๐ ปีเหมือนกับ ๑ ชั่วคนนะครับ ๑๐ ปี แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดใน ๑๐ ปีที่ผ่านมา เพราะอะไรครับ เพราะนโยบายรัฐบาล ถามว่าทําไม ผมก็มีคําถามครับว่ามันเป็นกรรมของ คนไทยหรืออย่างไรครับ วันนี้มี กสท. มี ทีโอที น่าจะเป็นหลักให้ประเทศได้ แต่กลับกลายเป็น ๒ องค์กร โทรคมนาคมที่ง่อยเปลี้ยเสียขามากที่สุด ถ้าบอกว่าอิจฉาลาวก็อิจฉาครับ ไปดูสิครับ รัฐวิสาหกิจของประเทศลาว ประเทศลาวมี ๓ จี เพราะว่าวันนี้เขามีลาว เทเลคอม (LAO Telecom) ลาว เทเลคอมคือยักษ์ใหญ่ในวงการเทเลคอมของประเทศลาว โทรคมนาคมของประเทศลาว ประเทศเวียดนามมีเวียดเทล (Viettel) ก็เป็นรัฐวิสาหกิจ เหมือนกัน ประเทศฟิลิปปินส์มีพีแอลดีที (PLDT) ฟิลิปปินส์ ลอง ดิสแตนซ์ เทเลคอม (Philippine Long Distance Telecom) ก็เป็นของรัฐ เป็นยักษ์ใหญ่ ประเทศญี่ปุ่นมีเอ็นจีที (NGT) เป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ ของโลกก็เป็นของรัฐ ประเทศออสเตรเลีย มีเทลสตาร์ (Telstar) ก็เป็นของรัฐ ประเทศมาเลเซียมีเทเลคอมมาเลเซีย (Telekom Malaysia) เป็นยักษ์ใหญ่ใน ประเทศมาเลเซีย วันนี้มาลงทุนในประเทศไทย แล้วก็เป็นของรัฐ ประเทศสิงคโปร์ท่านต้อง รู้จักดี ซิงเทล (Singtell) เป็นของรัฐ ประเทศจีนมี ไชน่า โมบาย (China Mobile) แต่ทีโอที กสท. วันนี้เหมือนกับเด็กโตแต่พิการ เพราะรัฐบาลไม่สนับสนุนครับ รัฐวิสาหกิจของประเทศ ไทยเวลาจะลงทุนต้องให้กระทรวงการคลังในฐานะที่เป็นเจ้าของ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อนุมัติ งบลงทุนครับ ต้องขออนุญาตสภาพัฒน์วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการกว่าจะผ่านครับ แล้วถ้าเผื่อไม่มีเงินต้องไปกู้ก็ต้องให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ แล้วก็ต้องให้กระทรวงการคลังอนุมัติ ถึงจะทําได้ แต่ที่ผ่านมาถามว่าทีโอทีอยากทําไหม กสท. อยากทําไหม ไปถามพนักงานสิครับ เขาเสียดายโอกาสมา ๑๐ ปี เขาควรจะเป็นยักษ์ใหญ่ มีความภูมิใจเหมือนเพื่อนบ้านเขา แต่เพราะว่าวันนั้นคนที่คุมรัฐบาลมีอํานาจอยู่ในมือ มีผลประโยชน์ทับซ้อนครับ มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะว่าญาติ ครอบครัวเป็นเจ้าของบริษัทโทรคมนาคมครับ ฉะนั้น ทีโอทีถ้ามีใบอนุญาต ๓ จี เอกชนเสียประโยชน์ครับ เอกชนทุกบริษัท ไม่ใช่เฉพาะบริษัทยักษ์ ใหญ่เท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นผมบอกได้เลยว่าทีโอที กสท. นั้นถูกล่อด้วยรายได้จากสัมปทาน อะไรที่รัฐทําได้ไม่ต้องทําหรอก เอกชนจะทําเอง อะไรที่เป็นรายได้มีกําไรเอกชนจะทําเอง รัฐไม่ต้องทําหรอก จึงไม่มีการลงทุนของหน่วยงานรัฐทั้ง ๒ แห่งนี้ นี่จึงเป็นที่มาว่าวันนี้ถึงได้ ง่อยเปลี้ยเสียขาจะเจ๊งครับ ต้องไปดูครับตรงนี้นอกจากนั้นแล้วท่านลองไปคิดดูนะครับ ถ้าเผื่อ การเมืองคุมนโยบาย กระทรวงการคลังใครครับ ก็รองนายกรัฐมนตรีอยู่ภายใต้อํานาจ รัฐมนตรี เขาไม่ให้กู้ ไม่อนุมัติแผนลงทุน สภาพัฒน์ก็ไม่ต้องผ่าน ก็ไม่ต้องทําครับ นี่คือสิ่งที่ เกิดขึ้น ทีโอทีเสียโอกาสมหาศาล ท่านบอกแล้วว่าประเทศไทยเสียโอกาสมหาศาล ผมยอมรับครับ เสียโอกาสมหาศาล แล้วอยากจะร้องไห้แทนประเทศไทย อยากจะร้องไห้ แทนคนไทยด้วย ถามว่า ทีโอทีแค่นั้นไม่พอ ทีโอทีมีสัมปทานกับบริษัทเอกชนโทรคมนาคม วันนี้เขาพิสูจน์แล้วครับว่าถูกสูบเลือดไปตลอด ๒๐ ปีของเวลาสัมปทานที่ผ่านมา และผม ไม่ต้องพูดลอย ๆ ครับ ไม่ต้องอาศัยใบเสร็จ แต่ไปอ่านเถอะครับผลจากคําพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ก็พูดไว้ชัดครับว่า ทีโอทีของรัฐนั้นได้รับ ความเสียหายจากการเอื้อประโยชน์ของนโยบายรัฐบาล มีความเสียหายอย่างน้อย ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านลองนึกภาพดู ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นที่จะมาทําถนนไร้ฝุ่น ได้ประมาณเท่าไรครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านกิโลเมตร นั่นคือสิ่งที่คนไทยเสียโอกาสไป ป่านนี้ ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยระดับโลก มีโรงเรียนอินเตอร์ (Inter) ระดับโลกแล้ว รัฐบาลมีเงิน ขนาดนั้นถ้าไม่เสียโอกาส ผมว่านี่คือการเสียโอกาสของคนไทย นอกจากนั้นแล้วอยากจะ กราบเรียนว่าแค่นั้นไม่พอ วันไหนที่เอกชนแข่งกัน พอแข่งกันแล้วสู้กันไม่ได้ ก็อยากจะต้อง ลดต้นทุนด้วยการอะไร ง่ายที่สุดคือเงินที่ต้องนําส่งรายได้เข้ารัฐก็ขอลดมันไป ทําไม่ได้ เพราะสัญญาเขียนเอาไว้ ไปดูในคําพิพากษาสิครับ หน้า ๑๑๔ ถึงหน้า ๑๑๗ ของคําพิพากษา ศาลฎีกา ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว ว่าอย่างไรครับ ประชาชนคนไทยควรจะต้องรู้ ต้องตื่นแล้ว วันนั้นผู้บริหาร ของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งทําจดหมายไปถามบริษัทเอกชนครับว่าถ้าดําเนินธุรกิจขาดทุน ก็ขอให้บอกมาแล้วจะได้แก้สัญญาเจรจาให้ และวันนั้นผู้บริหารคนนั้น วันนี้ก็ติดในบ่วงแห ของ ป.ป.ช. เรียบร้อยไปแล้ว ต้องออกจากราชการก่อนเวลาเกษียณด้วย แต่มันยังมีอีกครับ มีคนอื่นที่ร่วมมือกัน แต่ผมไม่ใช้เวลาตรงนั้น แต่อยากจะบอกว่านี่ละคือชีวิตที่น่ารันทดของ รัฐวิสาหกิจไทยซึ่งสมควรจะเป็นยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมในประเทศ คนไทยควรจะต้องภูมิใจ คนไทยควรจะต้องได้ประโยชน์นะครับและเสียโอกาสนานถึง ๑๐ ปี แค่นั้นยังไม่พอวันนี้ท่าน กําลังกล่าวหาว่าผมนี่ประมูล ๓ จี ของทีโอทีที่ถูกบริษัทเอกชนนั้น เรียกว่า ชําเรา สูบไปเป็นเวลา ๒๐ ปี เสียหายเป็นแสนล้านบาท วันนี้กล่าวหาว่าผมนี้ทุจริตหรือว่าส่อทุจริตในการประมูล ผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมมีชาร์ท ซึ่งผมขออนุญาตท่านประธานไว้แล้ว กรรมการดู ไว้แล้ว เพื่อนรักผมดูนะครับ นี่คือตารางที่ให้เห็น ตารางนี้คนอาจจะมองไม่เห็นหรอกครับ เป็นแผนธุรกิจที่ประมูล ๓ จี วันนี้ครับ ต้องก่อสร้างโครงข่าย วงเงินสนับสนุนโครงการ ๒๙,๐๐๐ล้านบาท ๓ จี ของทีโอทีครับ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติเมื่อไรครับ วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๑ ๙ กันยายน ๒๕๕๑ รัฐบาลพวกท่านละครับ พรรคพลังประชาชนอนุมัติงบ วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๑ ใช้งบประมาณ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องมาเข้าที่คณะรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งหัวโต๊ะ ที่บอกว่าขาดประสบการณ์ ไม่มีกึ๋น บริหารงานไม่เป็น ประเทศเสียหาย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สั่งให้ไปทบทวนครับ ทบทวนก่อนผมจะมา แต่ยังไม่เสร็จ ผมมาแล้ว วันแรกที่ผมไปกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ขอบพระคุณที่ท่านให้โอกาสผมทํางาน ท่านบอกผมว่า พี่ทําอะไรก็ได้ให้หลวงได้ของดี ประหยัด อย่าให้เสียหาย ผมกราบเรียนท่านว่า คําสั่งนั้นผมได้ไปทําให้แล้ว จากงบประมาณ ที่ลงทุนโครงการนี้ ๓ จี ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ได้ไปตัดทอนลงเฉพาะที่จําเป็นครับ นํากลับเข้ามา เสนอคณะรัฐมนตรีใหม่ เหลือ ๑๙,๙๘๐ ล้านบาท ต่างกันหมื่นล้านบาทครับ แล้วต่างกัน หมื่นล้าน ถ้าหักวงเงินไปอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่ไปใช้หนี้ จริง ๆ แล้ววงเงินคือ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ต่างกัน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แค่นั้นยังไม่พอครับ