สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เสียงหายไปครับ ไม่เป็นอะไร อันนี้เป็นโฆษณา ๓ จี ของประเทศลาวครับท่านประธาน ไม่เป็นอะไร มีความผิดพลาด ทางเทคนิคที่ไม่มีเสียง แต่อันนี้เป็นโฆษณา ๓ จี ในประเทศลาว นี่แสดงถึงความก้าวหน้าของ ประเทศลาว ประเทศไทยล้าหลังกว่าเยอะครับ วันนี้ที่เราเคยบอกว่าเราเป็นประเทศพี่ ลาวเป็นประเทศน้อง วันนี้เรากลายเป็นน้องครับ ลาวต้องเป็นพี่ อันนี้พี่น้องประชาชนลาว ที่ฟังอภิปรายเชื่อได้เลยนะครับ ท่านเป็นประเทศพี่ เราเป็นประเทศน้อง ท่านครับ วันนี้ เราต้องยอมรับว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ บริหารงานล้มเหลวมัวแต่ทุจริตโกง กินจนทําให้ประชาชนและประเทศชาติเสียโอกาสก้าวไปสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ ๒ ปีกว่าครับ บริหารงาน แทนที่พี่น้องประชาชนจะได้ใช้ ๓ จี เดี๋ยวผมจะอธิบายความ ๓ จี ครับ ท่านประธาน รูปนี้ วันนี้รู้สึกมีปัญหาทางเทคนิค ท่านประธานครับสําหรับพี่น้องที่เมื่อกี้ ดูสื่อโฆษณาแล้วอาจจะไม่เข้าใจ ที่อยู่ในรูปนี้เป็นมือถือที่ทุกวันนี้พี่น้องประชาชน ใช้กัน ๒ จี ครับตรงนี้ ที่เห็นหน้ารูปนายกรัฐมนตรีทักษิณคือ ๓ จี เวลาอยู่ในมือผม ก็เครื่องเล็กหน่อย ๒ จี ๓ จี นี่ผมยืมจากเพื่อน ส.ส. มานะครับ มันก็สามารถที่จะพูด และเห็นหน้าเห็นตากันได้ท่านประธาน อย่างเมื่อกี้นี้นักธุรกิจในประเทศลาวนั่งไปในรถยนต์ จะเห็นนะครับ เขาสามารถใช้อินเตอร์เน็ตโดยระบบ ๓ จี ได้ ผมอยากจะเล่าให้ฟังอย่างนี้ ว่าการใช้โทรศัพท์ ๓ จี เครื่องนี้ครับที่อยู่ในมือผมจะทําให้นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ นักธุรกิจ อาจารย์ นักวิจัยได้รับประโยชน์อย่างมากนะครับ เพราะว่าการส่งข้อมูลข่าวสาร ถึงกันมันเป็นได้ด้วยความสะดวกรวดเร็ว นอกจากนั้นที่นั่งอยู่ในรถ นักธุรกิจใช้โน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์ที่วางบนตักแบบล้าสมัยหน่อยแต่วันนี้ถ้าเรามี ๓ จี เราใช้ตัวนี้ครับ ท่านประธาน ไอแพด (ipad) และแทนที่จะต้องมีที่จิ้ม ๆ อยู่ตรงหน้ามันจิ้มบนจอหมดได้เลย ท่านประธานมันเป็นประโยชน์ ที่สําคัญที่สุดท่านประธานเวลาไปต่างจังหวัด เวลาประชุมกัน นักวิชาการ นักวิจัยสามารถประชุมที่เรียกว่าระยะไกล เรดิโอ คอนเฟอเรนส์ (Radio Conference) อะไรทํานองนี้ภาษาฝรั่งนะครับ เห็นหน้าเห็นตากัน เห็นความรู้สึกอันนี้ เป็นประโยชน์พี่น้องเกษตรกร ผมต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับ เอาส้ม เอามะม่วง เอาแอปเปิ้ล เมื่อกี้ก็ขออนุญาตจากกรรมการ เขาก็เซ็นติดนี้นะครับ อนุญาตแล้วนะครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตคืออย่างนี้ครับพี่น้องเกษตรกร สมมุติว่าวันนี้ผมผลิตมะม่วงได้ ผมก็ไปตัดมะม่วงจากต้นและผมก็ถ่ายรูปเลยครับ แล้วก็คุยกับพ่อค้าที่จะซื้อในกรุงเทพมหานคร ปากคลองตลาดหรือตลาดไทย เห็นไหม ลูกขนาดนี้นะครับ เอาราคาเท่าไรว่ากันได้เลย เป็นประโยชน์ ส้มนี้เป็นส้มเมืองนอกพ่อค้านําเข้ามา เสร็จแล้วต้องการที่จะเสนอขายให้กับ ร้านค้าผลไม้ที่เชียงใหม่ ก็จะคุยกันแล้วก็เห็นขนาด เห็นความรู้สึกแล้วก็ตั้งราคาขาย กันได้เลย อันนี้คือประโยชน์ที่จะได้รับครับ ลูกแอปเปิ้ล บังเอิญก็หยิบมาเพราะมัน ยี่ห้อเดียวกับโทรศัพท์มือถือ บริษัทแอปเปิ้ล เลยไม่ต้องโฆษณาท่านประธาน อย่างนี้ครับ คือประโยชน์ นอกจากนั้นแล้วประโยชน์ที่สําคัญที่สุดคือคนพิการที่หูหนวก เป็นใบ้ ใช้ภาษามืออย่างที่ท่านประธานเห็นในจอ วันหลังเขาสามารถที่จะสื่อสารผ่านกัน ผ่าน ๓ จี อันนี้เป็นประโยชน์จริง ๆ ท่านประธาน คนพิการก็จะได้ใช้ประโยชน์ แต่วันนี้พวกเราเสีย โอกาส เสียโอกาสก็เพราะรัฐบาลชุดนี้ครับ นอกจากนั้นประโยชน์อีก พ่อแม่พี่น้องเวลาจะ ติดตามลูกหลานว่าตอนนี้ลูกหลานนั่งทําอะไรอยู่หรือกําลังเล่นกันหรือมั่วกัน ไหนลูกลองหัน โทรศัพท์ไปสิว่าข้าง ๆ เป็นใคร ก็จะรู้ครับ อันนี้เป็นประโยชน์มหาศาล แต่วันนี้รัฐบาลนี้ หลังจากที่ผมติดตามมา เปลี่ยนรัฐมนตรีจากคุณระนองรักษ์ อีกพรรคหนึ่งมาเป็น พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีจุติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีคนนี้ละครับ หรือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ละครับ ผมดีใจตอนที่ท่านเป็น ผมคิดว่าวันนี้เอาละ อย่างน้อย ๆ คนไทยทั้งประเทศจะได้ใช้โทรศัพท์ ๓ จี เพราะท่านเป็นคนหัวสมัยใหม่ ผมรู้จัก กับท่านดีครับ แต่เอาเข้าจริง ๆ ท่านกลับมีพฤติกรรมที่แย่กว่าที่ผมคิด ท่านประธานครับ ทําลายโอกาสของพี่น้องประชาชน หาผลประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างน่าเกลียด นี่ละครับ คือมูลเหตุที่ผมจําเป็นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน และเสนอถอดถอนท่านด้วย ข้อกล่าวหา ครับ วันนี้ผมกล่าวหาท่านโดยมีหลักฐานชัดเจน ท่านประธาน เดี๋ยวผมจะนําเสนอในการ อภิปรายของผม ผมได้กล่าวหาท่านว่า ท่านจุติท่านทุจริตต่อหน้าที่ สมรู้ร่วมคิด และรู้เห็น เป็นใจ เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ที่ลับเดี๋ยวผมจะเผยนะครับ ว่ามันตรงไหน ท่านทําให้รัฐเสียหายขาดรายได้ ท่านจดทันนะครับ ให้เอกชนนําคลื่นความถี่ อันเป็นทรัพยากรของชาติไปใช้โดยไม่ต้องประมูล พูดง่าย ๆ เอาไปให้เขาใช้ฟรี ปล่อยให้ หน่วยงานภายใต้การกํากับดูแลของท่านประพฤติและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เกิดการ ผูกขาดในธุรกิจ ไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ทั้งหมดนี้ละครับ คือการทุจริตที่จะทําให้เกิดความล่าช้าด้านเทคโนโลยี ๓ จียิ่งขึ้นไปอีก ท่านนี้นะครับ เพราะความทุจริตของท่านจะทําให้พี่น้องคนไทยหมดโอกาสที่จะใช้ ๓ จีได้เร็วขึ้น ทําให้ ประเทศชาติล้าหลัง ล้าหลังกว่าลาวแล้วนะครับ ประชาชนขาดโอกาส นี่คือการบริหารงาน ที่ล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ ท่านประธาน ผมอยากจะย้ํากับพี่น้องประชาชนตลอดจน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ พรรคเพื่อไทยสนับสนุนครับ เราสนับสนุนให้คนไทย ได้ใช้ ๓ จี โดยเร็ว แต่ประชาชนต้องได้ประโยชน์ ประเทศชาติต้องไม่เสียประโยชน์ ภายใต้การแข่งขันเสรีและเป็นธรรม ผมเชื่อครับว่าหลังจากที่ผมอภิปรายสิ้นสุดลง ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชน นักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจที่ตั้งตารอคอย ๓ จี อาจจะเรียกร้องครับ ให้มีการดําเนินการทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมายและโปร่งใส เอาคนทุจริตมาลงโทษ ท่านประธาน ผมอยากจะอธิบายให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจก่อนนะครับว่าเรื่อง ๓ จี ในประเทศไทยในขณะนี้มีกี่เรื่องด้วยกันเพื่อที่พี่น้องผู้ฟังการอภิปรายของผมจะได้ ไม่สับสนนะครับ ๓ จีที่เป็นข่าวคราวในรอบ ๒-๓ เดือน ๔-๕ เดือนที่ผ่านมาจะมี ๓ เรื่องด้วยกันครับ

เรื่องแรกท่านประธาน ท่านประธานคงจะจําได้ การประมูลคลื่นความถี่ ๒,๑๐๐ เมกกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งทาง กทช. หรือคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นเจ้าของในการประมูล เขาบอกครับว่าในเอกสารเรียกประมูลนี่นะท่านประธาน ที่อยู่ใน มือผมนี่นะครับ เป็นเอกสารที่ได้มาจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติที่เชิญ ชวนทุก ๆ ฝ่ายมาประมูล ในเอกสารฉบับนี้เขาพูดชัดเจนครับว่า ในการประมูลคลื่นความถี่ มันต้องมีราคาเริ่มต้น อย่างพี่น้องประชาชน เวลาเราไปประมูลซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ เขาจะไม่ได้ เริ่มที่ ๐ บ้านที่ถูกยึดมาได้ อาจจะเริ่มที่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท รถยนต์อาจจะเริ่มที่ ๕๐,๐๐๐ บาท คือมันมีราคาต้นทุน เพราะฉะนั้นคลื่นความถี่ที่ กทช. เอาไปประมูล ๒,๑๐๐ เมกกะเฮิร์ตซ์ เขาให้เริ่มต้นที่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธาน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับเป็นจุดเริ่มต้น แต่เดี๋ยวผม จะเฉลยให้ดูว่า ทําไมเอาไปให้เอกชนใช้ฟรีไม่คิดมูลค่า

เรื่องที่ ๒ เรื่ององค์การโทรศัพท์ หรือภาษาฝรั่ง ทีโอที (TOT) นี่นะครับ ประกวดราคา ๓ จี อันนี้เป็นการประกวดราคาให้ผู้รับเหมานี่มาก่อสร้างโครงข่าย แล้วก็วันนี้ มีการประกวดราคา มี ๔ เจ้าเข้าไปประมูล แต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญานะครับ เพราะว่ามีการ ร้องเรียนเกิดขึ้น ส่อไปในทางทุจริต ผมก็จะไม่มาอภิปราย แต่อยากให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า ในการทําโครงข่ายที่เกิดขึ้นนั้น มูลค่าที่ประมูลได้ ๑๖,๒๙๐ ล้านบาทครับท่านประธาน อันนั้นก็ยังไม่ได้เซ็นกัน ผมจะไม่พูดถึงเลย วันนี้ผมจะพูดเฉพาะเรื่อง กสท. หรือ การสื่อสารแห่งประเทศไทยในอดีตนี่ละครับ วันนี้เปลี่ยนเป็น บริษัท กสท. จํากัด (มหาชน) กับบริษัท ทรู ตอนนี้ใช้คําว่า ทรู ก่อน เพราะเวลาไปเซ็นสัญญา เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังว่า ทรูให้บริษัทลูกไปเซ็น แล้วบริษัทลูกชื่ออะไร เดี๋ยวผมจะอธิบายความให้พี่น้องประชาชน ได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง แต่วันนี้ผมใช้ชื่อรวม ๆ ไว้ก่อน ทรู กสท. การสื่อสารกับทรู มันมีไอ้โม่ง เกิดขึ้นท่านประธาน นี่ครับ ผมอยากจะแสดงให้ท่านประธานเห็นว่า ๓ จี ในภาพนี่นะครับ ลุกเป็นไฟและมีไอ้โม่งอยู่ ๓ คนนะครับ ไอ้โม่งอยู่ ๓ คนโผล่ขึ้นมา คนสุดท้าย เดี๋ยวอันนี้จะบัง เห็นชัด ๆ นะครับ เป็นใครก็ไม่รู้นะครับ คิดเอาเอง ๓ คน แล้วผมจะเฉลยว่าไอ้โม่งคือใคร ท่านประธาน ๓ จี มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ทุกคนยอมรับครับ แต่ ๓ จีมีผลประโยชน์ แอบแฝงซ่อนเร้นมากมาย ไอ้โม่ง ๓ คนกําลังจะงาบผลประโยชน์ของรัฐ ท่านประธานครับ เทคโนโลยียิ่งสูงเท่าไร ผลประโยชน์ก็ยิ่งสูงเท่านั้น ไอ้โม่งคนแรกครับ จากระหว่าง กสท. กับทรูนี่เซ็นสัญญากัน ไอ้โม่งคนแรกร่ํารวยเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้เห็น ไอ้โม่งคนที่ ๒ ทําให้รัฐวิสาหกิจ ก็คือ กสท. ได้เงินแค่เพียง ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท อย่างที่เขาฝันไว้เลย แต่ไอ้โม่งคนที่ ๓ อ้ายนี่ละตัวร้ายทําให้รัฐเสียหาย รัฐต้องเสียประโยชน์ไปกว่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดที่ผมพูดตัวเลขมาเดี๋ยวผมจะนํา เสนอครับ มีรายละเอียดชัดเจน มีหลักฐานชัดเจน มีการกระทําในที่ลับอย่างไรผมมีข้อมูล ท่านประธานยุทธศาสตร์ของไอ้โม่ง ๓ คนนี้ สิ่งแรกครับทําไม่ให้เกิดการแข่งขันต้องใช้วิธี ผูกขาดเจ้าเดียว คือให้เจ้าเดียวเป็นรายเดียวเลย อันนี้คือยุทธศาสตร์อันแรกของ ๓ ไอ้โม่ง ไม่มีการแข่งขัน ผูกขาด อันที่ ๒ ต้องทําให้เกิด ๓ จี เป็นคนแรก ได้คลื่น ๓ จี โดยไม่ต้องประมูล ๑๕ ปี เมื่อกี้ผมเล่าให้ฟังแล้วว่า กทช. เรียกประมูล ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑๕ ปี ราคาเริ่มต้น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะไปจบที่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๕,๐๐๐-๑๖,๐๐๐ ล้านบาท อะไรก็สุดแล้วแต่ แต่มันมีพฤติกรรมที่ทําให้การประมูลครั้งนั้นล้มเลิกไป มันใช้วิธีการให้ กสท. หรือการสื่อสารนี่ละครับ ทําหนังสือร้องไปที่ศาลปกครอง เพื่อให้เรื่องมันยืดตกไปเสีย อันนี้คือยุทธศาสตร์ข้อที่ ๒ ท่านประธาน ให้ได้คลื่นมาโดยไม่ต้องประมูล ๑๕ ปี อันที่ ๓ ไอ้โม่งนี้คิดเลยว่าจะช่วยเหลือทุกวิถีทาง ทําถึงขั้นว่าทําผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ข้อบังคับ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องยอม น่าเกลียดไหมครับท่านประธาน ทีนี้ในการอภิปรายของผม ท่านประธานเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ตามทันนะครับ ผมก็จะอภิปรายแบ่งเป็น ๒ ช่วง ๘ เรื่องด้วยกัน พี่น้องประชาชนจะได้ติดตามทันได้อย่างชัดเจน ก่อนเซ็นสัญญา

เรื่องที่ ๑ ที่ผมจะนําเสนอ ผมจะเสนอให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง กสท. กับทรู ก่อนเซ็นสัญญา พูดเป็นภาษาง่าย ๆ ว่าความสัมพันธ์อันลึกซึ่งระหว่างรัฐมนตรีจุติ กับ กสท. และทรู ชัดนะครับ อันนี้แปลไทยเป็นไทย

เรื่องที่ ๒ อ่านดูแล้วก็ยาวหน่อย กสท. ยอมทําผิดกฎหมายของคณะกรรมการ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในการยกเลิกฮัทช์ (HUCHT) อันนี้ต้องอธิบายความนิดหนึ่ง ฮัทช์ก็คือ โทรศัพท์มือถือรุ่นหนึ่งที่บริษัท ฮัทช์เป็นคนขาย โดยใช้ระบบ ซีดีเอ็มเอ เหมือนกับ เครื่องของ เอไอเอส ใช้ระบบจีเอสเอ็มพี่น้องประชาชนจะได้ไม่งงเวลาผมพูดถึงฮัทช์ ก็ใช้ระบบ ซีดีเอ็มเอ เอไอเอส ใช้ จีเอสเอ็ม เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ไม่งง ต้องตามมาให้ กระชั้นชิด เพราะว่าเรื่องนี้ผมพยายามจะทําเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ๆ พี่น้องจะได้เข้าใจว่า รัฐมนตรีทุจริตต่อหน้าที่อย่างไร เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องอย่างไร

เรื่องที่ ๓ กสท. ให้ทรูทดลอง ๓ จี และช่วยปิดบังความผิดให้ทรู กสท. นะครับ ร่วมกับรัฐมนตรีนี่ละครับช่วยกันปิดปังความปิดให้ทรู ให้ทําเกินกว่าที่คณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคม หรือ กทช. ก. ไก ท. ทหาร ช. ช้าง อนุญาต พูดง่าย ๆ ว่ารัฐมนตรีให้ทรูทดลอง ๓ จี ทั้ง ๆ ที่ทรูทําผิด ท่านประธานจําได้นะครับเมื่อสักครู่ปีที่ผ่านมาที่มีการโฆษณา ไทยทํา เหมือนเมืองนอกเลยไปเข้าคิวซื้อ ๓ จี ตัวนี้ไอโฟน (iPhone) แถมซิม (SIM) ๓ จี จําได้นะครับ คําเข้าคิวกันเยอะเลยเหมือนหนังฝรั่งเลย เหมือนข่าวฝรั่งเลย คนเข้าคิวตี ๒ ตี ๓ อะไรอย่างนั้น เอารองเท้าไปเข้าคิวก็มีครับท่านประธาน อย่างนี้ มันทําเหมือนฝรั่ง เดี๋ยวผมจะอธิบายว่ามัน ทุจริต มันโกงกันอย่างไร ประเทศชาติเสียประโยชน์อย่างไร เดี๋ยวฟังต่อครับท่านประธาน หลังเซ็นสัญญา พอเซ็นสัญญาปุ๊บ หน่วยงานออกมาท้วงติงกันมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็น สํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน พนักงานลาออก คณะทํางานที่เป็นกรรมการตรวจสอบสัญญา ของ กสท. ลาออก นักวิชาการออกมาติงมากมาย เดี๋ยวผมจะอภิปรายให้ฟัง

เรื่องที่ ๔ ที่ผมจะอภิปรายนะครับ ผมจะไล่เป็นเรื่อง ๆ ครับท่านประธาน เดี๋ยวผมมีรายละเอียดหมดเลย กสท. กับทรู เป็นสัญญาร่วมการงาน เช่นเดียวกับ กสท. ที่เคยทําไว้กับฮัทช์ เดี๋ยวผมจะชําแหละให้ดูว่ามันทํากันอย่างไร

เรื่องที่ ๕ ผมจะอภิปรายก็คือ กสท. เอาคลื่นความถี่ไปจัดสรรให้ทรู โดย กสทช. หรือ กทช. นี่อันเดียวกันครับ พอกฎหมายประกาศใช้มันกลายเป็คณะกรรมการกิจการ สื่อสารโทรคมนาคมแห่งชาติ ก็ตัวเดียวกันกับ กทช. เขาไม่ได้อนุญาต แต่ปรากฏว่า กสท. เอาคลื่นไปให้ทรูใช้ รัฐมนตรีรู้ครับ แต่ทําเป็นไม่รู้ เล่นละคร เดี๋ยวจะโชว์ ให้ดูครับ

เรื่องที่ ๖ กสท. มอบคลื่นให้ทรูและเช่าเครื่องอุปกรณ์จากทรู ทั้ง ๆ ที่ทรู ไม่มีใบอนุญาต อันนี้ผมหมายถึงบริษัทลูกแล้วนะครับ เดี๋ยวจะมีรายละเอียด แต่ใช้ก่อน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ ใช้ชื่อบริษัทแม่มัน คือ ทรู

เรื่องที่ ๗ นี้ กสท. ให้ทรูทําตลาดขายบริการ หมายความว่าพอมีคลื่นเสร็จ ก็ไปตั้งบริษัทขึ้นมาเป็นคนขายเครื่อง ให้ลูกค้ามาลงทะเบียน ตั้งบริษัทของทรูนี่ขึ้นมาทํา การตลาดครับ ขายบริการมือถือเป็นการผูกขาด ไม่แข่งขัน เดี๋ยวจะสาธยายครับ นอกจากนั้น ให้เซ็นสัญญา ทั้ง ๆ ที่ใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัทลูกของทรูมีอายุน้อยกว่าสัญญา ให้ได้อย่างไร เดี๋ยวจะอภิปรายให้ดูท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีจดทันนะ เดี๋ยวท่านจะได้ เตรียมตอบ

อันสุดท้าย ผมจะชําแหละให้เห็น เรื่องที่ ๘ รัฐเสียหายไปเท่าไร ทรูได้กําไร เท่าไร กสท. ได้ ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่รัฐมนตรีทําให้รัฐเสียหาย ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมจะชําแหละสิ่งเหล่านี้ให้เห็นครับท่านประธาน ผมจะย้ายแผ่นนี้มาไว้ตรงนี้นะครับ ที่เหลือไม่ต้องย้ายแล้ว เพื่อจะได้ตามทัน ประชาชนจะได้ตามทันว่าผมพูดถึงข้อไหน ๆ อย่างไร

เริ่มต้นเลยท่านประธาน อันนี้ครับ ผมจะเล่าให้ฟังก่อนว่าความสัมพันธ์ อันลึกซึ้งระหว่างรัฐมนตรี กสท. และทรู และโครงการนี้มันเริ่มมาอย่างไร ผมจะเริ่มจาก วันที่ ๗ เมษายน ข้างบนนี้นะครับ มันมีมติ ครม. สมัยนั้น ก็สมัยนี้ละครับ อนุมัติให้ กสท. ให้การสื่อสารแห่งประเทศไทยนี่ซื้อฮัทช์ ฮัทช์ตัวที่ผมบอกนะครับ ใช้ซีดีเอ็มเอ ใช้คลื่นนั้น สมัยท่านรัฐมนตรีระนองรักษ์ ๗,๕๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน พอมาสมัยท่านจุติ ท่านเป็นเพื่อนผม ผมเชื่อเลยว่าท่านเป็นคนดีตอนแรก วันที่ ๘ เมษายน ท่านออกมาเลยครับ ซื้อแพงไม่ได้ ๗,๕๐๐ ล้านบาท ต้องซื้อ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะว่าเขาบอกว่า หลวงท่านพูดน่ะ หลวงจะได้ไม่ต้องจ่ายแพง จะช่วยประหยัดเงินรัฐได้ ให้ต่อเหลือ ๔,๐๐๐ ล้านบาท โอ้โห ท่านพูดแล้วดูดีจริง ๆ แต่พอผมติดตามการทํางานของท่าน ท่านเป็น รัฐมนตรีที่ใช้ไม่ได้ ใช้ไม่ได้จริง ๆ ท่านประธาน ใช้ไม่ได้อย่างไรผมมีหลักฐาน ไฮไลท์ (Highlight) ของวันนี้มันอยู่ตรงวันที่ ๘ นี่ครับ นี่ ตุลาคมครับประทานโทษที ที่ผมดํา ๆ ไว้ นี่ละตุลาคม อันนื้ผมขออนุญาตอ่าน จิรายุทธบอกว่าไปฮ่องกงเพื่อต่อรองกับฮัทช์ ผมมีคํา สารภาพที่จิรายุทธพูดในกรรมาธิการ ซึ่งผมได้เชิญท่านมา มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ท่านชี้แจงกับผมนะครับ ยอมรับอย่างนี้ครับ คําพูดของท่าน ขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟัง นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง พูดนะครับ ผมไม่เคยเดินทาง ไปฮ่องกงพร้อมกับท่านจุติ ผมไปฮ่องกงล่าสุดนะครับ ไม่ตุลาคมก็พฤศจิกายน เพื่อไปเจรจา เรื่องลดให้เหลือ ๔,๐๐๐ ล้านบาท และหลังจากนั้นไม่ได้ไป อันนี้คือคําพูดของท่านจิรายุทธ เดี๋ยวผมจะมอบสิ่งเหล่านี้ไปที่ ป.ป.ช. ผ่านท่านประธานไป ทีนี้ท่านประธาน ผมนี่บังเอิญเป็น คนที่ได้ข้อมูลมาค่อนข้างที่จะเยอะ เป็นข้อมูลที่คนส่งมาให้ ผู้หวังดีทั้งนั้นครับ ทีนี้อันที่ ๒ พอจิรายุทธให้สัมภาษณ์ แล้วจิรายุทธรับสารภาพในกรรมาธิการ จิรายุทธให้สัมภาษณ์ว่าเจอ ศุภชัย ท่านให้สัมภาษณ์ผ่านหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ครับ ท่านบอกว่า ท่านได้เดินทางจริงไปฮ่องกง แต่ไปเรื่องการต่อรองให้ฮัทช์ลดราคา ตรงกับที่ให้ สัมภาษณ์ในกรรมาธิการ แต่บังเอิญไปเจอนายศุภชัย เจียวรนนท์ บนเครื่องบิน มันมีคนส่ง เอกสารตารางการบินของท่านจุติ ของท่านศุภชัย ของท่านจิรายุทธ มาให้ผมอยู่ในมือผม วันที่ ๒๘ เดือนตุลาคมครับ นายจิรายุทธกับนายศุภชัยบินไปฮ่องกงด้วยเที่ยวการบิน ทีจี ๖๒๘ (TG628) วันเดียวกันเลย แล้วก็กลับวันที่ ๒๙ เดือนตุลาคม ด้วยสายการบินไทย ทีจี ๖๒๑ (TG621) ไฟลท์ (Flight) เดียวกัน เขาบอกว่าเขาเจอกันบนเครื่องบิน แต่เขาไม่ได้ บอกว่าตอนไป ตอนกลับนะครับ เวลาเขาชี้แจงกับผมในกรรมาธิการก็ไม่ได้พูด แต่บังเอิญเขา ไปเที่ยวบินเดียวกับนายศุภชัย กลับเที่ยวบินเดียวกัน ก็คิดเอาเองครับ เดี๋ยวผมจะโยงให้ดู ที่สําคัญที่สุดท่านจุติครับผมไปประเทศฮ่องกง ผมไม่ได้ปิดบัง ถ้าจะปิดบังบอกไม่ได้ไป ทุกอย่างก็จบ อันนี้ท่านพูดครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธาน ท่านจุติมีเที่ยวบินที่ท่านบินออก นอกประเทศไป-กลับ ที่ผมได้รับมานี้ วันที่ ๒๗ เดือน ๑๐ ท่านไปญี่ปุ่น ในช่วงนั้นนะครับ แล้วก็วันที่ ๒ เดือน ๑๑ กลับทีจี ๖๖๑ (TG661) จากประเทศญี่ปุ่น ก็แสดงว่าท่านไม่ได้ไป ประเทศฮ่องกง วันที่ ๒๑ เดือนตุลาคมอีกครับ ท่านไปเซียงไฮ้ ทีจี ๖๖๒ (TG662) กลับ วันที่ ๒๔ เดือนตุลาคม ทีจี ๖๖๓ (TG663) ก็ไปเซียงไฮ้ แล้วดูจากรายการที่ท่านออก เข้าออก เข้าออก นอกประเทศ มันไม่มีไปประเทศฮ่องกงในช่วงเดือนตุลาคม ปรากฏว่ามันมี เดือนพฤศจิกายน วันที่ ๑๓ เดือนพฤศจิกายนะครับ ท่านจุติขึ้นไพรเวท เจ็ท (Private Jet) เครื่องบินไอพ่นส่วนตัวท่านประธาน ออกไปประเทศไทย ผมก็ไปดูตารางการบินของ ท่านศุภชัย วันที่ ๑๓ เดือนพฤศจิกายน วันเดียวกันท่านประธาน ไปไพรเวท เจ็ท เหมือนกัน ท่านประธาน แล้วไปเช้าเย็นกลับท่านประธาน ข้อมูลอยู่ในนี้ แล้วหลักฐานอันนี้มีอยู่ครับ ไปดูได้เลยท่านต้องตอบให้ได้ เพราะว่าในนี้ตารางการบินของท่านจุติที่อยู่ในมือของผมมันไม่มี ไปประเทศฮ่องกงเลย มันมีไปประเทศญี่ปุ่น ไปนครเซียงไฮ้ นอกจากนั้นก็ข้ามมาปีใหม่ แล้วครับ ปีนี้ก็ไม่เกี่ยวกันละ แต่วันนั้นที่ท่านไปไพรเวท เจ็ท ท่านร่ํารวยมากเลยเพื่อนผม หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายปี ท่านมีเครื่องบินส่วนตัวแล้วหรือครับท่านรัฐมนตรี ผมอิจฉา จริง ๆ วันหลังขอนั่งไปเที่ยวด้วยนะครับ เพราะอยากขึ้นเป็นขวัญก้น เอ๊ย ขวัญชีวิตของผม ที่จะได้เดินทางท่านประธาน ทีนี้เรากลับมาดูตารางนี้ครับ ตารางนี้มันมีความสัมพันธ์อย่างยิ่ง ท่านประธานเห็นนะครับ หลังจากที่นายจิรายุทธกลับมา วันที่ ๒๘ ที่ไปฮ่องกง วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ทาง กสท. หรือการสื่อสารได้รับแจ้งจากบริษัทฮัทช์บอกว่า ฉันไม่ขายให้เธอแล้ว กสท. อย่ามาซื้อเลย ผมไม่ขายให้คุณแล้ว วันที่ ๑๑ เห็นนะครับ พอวันที่ ๑๓ พฤศจิกายนนี้ วันที่ท่านจุติบินเครื่องบินไอพ่นส่วนตัวออกไปประเทศไหนก็ไม่รู้ละ บังเอิญบินไพรเวท ส่วนตัวไป-กลับ ไปหรือไม่ไปกับท่านศุภชัยอาจจะคนละลํากัน แต่บังเอิญออกวันเดียวกัน กลับวันเดียวกันท่านประธาน เพราะฉะนั้นพฤติกรรมของ กสท. กับบริษัททรู หลังจาก วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน จนถึงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔ ที่มีการเซ็นชื่อลงนามในสัญญากัน ๖ ฉบับ ชัดเจนครับท่านประธาน ท่านจุติรู้เรื่องมาโดยตลอด ท่านให้สัมภาษณ์บางที ก็เดี๋ยวมีคําสัมภาษณ์ท่านครับ ท่านพูดได้สะใจ คนฟังแล้วนึกว่าท่านเป็นคนดี วันนี้ผมต้องขอ อนุญาตกล่าวหาเพื่อนผมว่าท่านไม่ได้ดี ท่านคิดร้ายต่อประเทศไทย ท่านประธาน ผมจะชี้ให้เห็นอีกครับว่าจากวันที่ ๑๑, ๑๖, ๒๒ พฤศจิกายน วันที่ ๒ ธันวาคมมันจะมี การปฏิสัมพันธ์กันเกิดขึ้นระหว่างบริษัท กสท. และทรู วันที่ ๑๑ พอฮัทช์บอกว่า ไม่ขายเครื่องให้ กสท. หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทยแล้ว วันที่ ๑๓ จุติบินไปไหนก็ไม่รู้ กับนายศุภชัย วันที่ ๑๖ กสท. เสนอแผนการทําธุรกิจร่วมกันตามที่ทรูเสนอหมายความว่า กสท. นี่เอาแผน ที่ทรูเสนอมา พิจารณา แล้วบอร์ดก็มีมติยุติการทําธุรกิจกับฮัทช์ คือไม่เอาแล้ว บอร์ดวันนั้นก็มีมติเลยว่าเลิกทําธุรกิจกับฮัทช์ ไม่ซื้อก็ไม่ทํากับมันอีกแล้ว อ้างว่าต่อรอง ไม่สําเร็จ วันที่ ๒๒ ทรูทําหนังสือถึง กสท. แจ้งว่าจะไปคุยกับฮัทช์ เพื่อขอซื้อฮัทช์แทน กสท. บอร์ด กสท. วันที่ ๒ ธันวาคม ได้มีมติอนุมัติให้ กสท. ศึกษาระบบเอชเอสพีเอนี่ภาษาฝรั่ง วันละคําเริ่มมาอีกแล้ว ก็คือ ๓ จี นั่นละครับ บอร์ด กสท. ได้มีมติอนุมัติให้ กสท.ศึกษาระบบ ๓ จี และเจรจากับกลุ่มทรู เห็นไหมครับความสัมพันธ์มันเกิดขึ้นหลังจากที่จุติไปไหนมาไหน ก็ไม่รู้แล้วครับ จากนั้นท่านประธานความมั่นใจมันเกิดขึ้นอีท่าไหนผมขอข้ามไปตรงนี้เลยครับ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ ทรูแจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่าจะเข้าซื้อฮัทช์ เสร็จแล้วจะเข้าซื้อก่อนที่ บอร์ด กสท. จะอนุมัติทําแผนร่วมกัน เขารู้ได้อย่างไรว่าจะมีแผนทําได้ร่วมกัน เพราะบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๔ อนุมัติให้ทําแผนร่วมกับทรู แต่ทรูเหมือนกับรู้ก่อนแล้วครับ ถึงไปแจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่าจะทํากับ กสท. อย่างนี้ไม่เรียกว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแล้วจะ เรียกอะไรท่านประธาน ทีนี้กลับมาครับ ผมได้เล่าให้ผู้ฟัง พี่น้องประชาชน การฟังอภิปราย ข้อ ๑ เรียบร้อยไปแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะเข้ามาข้อ ๒ กสท. ยอมทําผิดกฎหมายของ กทช. ในการยกเลิกกับฮัทช์ คืออย่างนี้ครับ ท่านจุติทําหนังสือถึง ครม. เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ เขียนไว้ว่า ไอซีที แจ้ง ครม. เพื่อขอยกเลิกมติที่จะซื้อฮัทช์ และท่านจุติก็ขอยกเลิก สัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจฮัทช์ ครม. อนุมัติเรื่องเดียว คืออนุมัติเรื่องการยกเลิกการซื้อฮัทช์ แต่การยกเลิกสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของฮัทช์ที่ทํากันมาหลาย ๆ ปี ครม. ไม่ได้มีมติ แต่หนังสือที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ เขาได้เน้นว่า ถ้า กสท. ไอซีทีทําจะทําอะไร ให้ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่และให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผมจะเข้าสู่ประเด็นที่ ผมจะชี้ให้เห็นความผิดของรัฐมนตรีจุติของไอซีทีที่ท่าน ดูแลและ กสท. ในการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติตามประกาศของ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ อันนี้น้ําจิ้มครับ ผมจะเอาน้ําจิ้มมาเสนอก่อน ก่อนที่จะเซ็นสัญญานะครับ ซึ่งในหนังสือเวลายกเลิกกับฮัทช์มันมีหลักฐานชัดเจน เพราะว่า การที่จะยกเลิกฮัทช์เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนไปเป็น ๓ จี มันเป็นลักษณะและประเภทที่แตกต่างกัน คือใช้เทคโนโลยีแตกต่างกันจะใช้แทนกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อไรบอกว่าจะเปลี่ยน การบริการจากฮัทช์มาเป็น ๓ จี พูดง่าย ๆ ว่ามือถือท่านประธาน เครื่องนี้ครับ ที่ใช้กับฮัทช์นี่ ถ้าพอเดินเข้าไปในใกล้ ๆ สถานีที่เป็น ๓ จี เครื่องนี้จะโดนตัดสัญญาณทันที ใช้ไม่ได้ อย่างสมมุติว่าบริษัทไปเปิด หรือ กสท. ไปที่สยามสแควร์ และทําบริเวณนั้นให้เป็น ๓ จี ผมเป็นคนใช้ฮัทช์คนเดิม ผมเดินเข้าไปในสยามสแควร์ เครื่องผมใช้ไม่ได้มันจะขาดการติดต่อ ทันทีเป็นเศษเหล็กอยู่ในมือผม แต่เมื่อไหร่ผมเดินออกไปอยู่บริเวณที่มี่คลื่นหรือมีระบบ ซีดีเอ็มเอ คือมีฮัทช์อยู่ ผมกลับมาใช้โทรได้อีก เพราะฉะนั้นทาง กทช. เขาได้พูดชัดเจน ในหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตในการประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ ๓ ซึ่ง กสท. มีใบอนุญาต ประเภทนี้การสื่อสารแห่งประเทศไทยมีอยู่ครับ มันเขียนไว้ว่า ถ้าจะยกเลิกระบบจากฮัทช์ ไปเป็นเอสเอสพีเอ จะต้องแจ้งล่วงหน้า ๑ ปี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต ข้อ ๗.๔ และข้อ ๕ และต้องให้ กทช. เห็นชอบ วันนี้ไม่ได้แจ้งครับ เพราะอะไร เพราะ กทช. ยังไม่เห็น สัญญาที่เซ็นกันเลย สัญญา ๖ ฉบับ มีอยู่ ๒ ฉบับ พูดถึงการที่จะทําซีดีเอ็มเอต่อ ๒ ปี แต่อีก ๔ ฉบับพูดชัดเจนในตัวสัญญาว่าจะยกเลิกการใช้ฮัทช์หรือซีดีเอ็มเอ และเปลี่ยนเป็น ๓ จี ภายใน ๖ เดือน เขียนไว้ในสัญญาข้อ ๒.๑๒ ครับ นอกจากนั้นสภาพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ เมื่อตอนที่นายจุติทําเรื่องไปขอ ครม. อนุมัติให้ยกเลิกการกับฮัทช์ ยกเลิก การซื้อฮัทช์ และกําลังพูดนําเสนอข้อมูลว่า ในอนาคต กสท. จะดําเนินการอย่างไร สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีหนังสือ ที่ นร ๑๑๕/๔๙๐๕ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ปี ๒๕๕๓ ในข้อ ๓.๔ เขียนยืนยันเลยว่า กสท. หรือไอซีทีจะเปลี่ยนระบบจากฮัทช์ไปเป็น เอสเอสพีเอ ในปี ๒๕๕๔ อันนี้ก็ยืนยันนะครับ นอกจากสัญญาที่เขียนไว้แล้วในจดหมายฉบับนี้ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเขาก็เห็นอย่างนั้น และที่สําคัญที่สุดคือบทสัมภาษณ์ ของนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง เดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะไม่เข้าใจพูดถึงจิรายุทธ ท่านเป็นกรรมการ ผู้จัดการใหญ่บริษัท กสท. โทรคมนาคม คนที่มาบอกกับท่านจุติตลอดเวลาว่าผมได้แจ้งท่านแล้ว ท่านจุติบอกไม่แจ้งผม ไปแจ้งรัฐมนตรีคนอื่น ไม่รู้คู่รักคู่แค้นกันหรือว่าคู่รักซ่อนเร้น ท่านประธาน นายจีรยุทธให้สัมภาษณ์ไว้ชัดเจนครับว่าจะดําเนินการให้มีระบบ ๓ จี ใช้เต็มรูปแบบภาย ใน ๖ เดือน สัมภาษณ์ผ่านสื่ออยู่ในนี้หมดนะครับ พูดไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นเป็นการยืนยัน ว่ากระทรวงไอซีทีกับ กสท. ไม่ทําตามหลักเกณฑ์และกฎเกณฑ์ที่คณะกรรมการโทรคมนาคม แห่งชาติกําหนดไว้ ผิดกฎเกณฑ์ ผิดข้อบังคับอย่างชัดเจนนะครับ นอกจากนั้นแล้วในสัญญา ที่เขียนไว้มันไม่ได้แสดงความรับผิดชอบหรือเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดกับผู้ใช้ฮัทช์เดิม ท่านประธานอย่างที่ผมได้เล่าให้ท่านประธานฟัง พอผมเดินไปในสยามสแควร์ เครื่องฮัทช์ ของผม พอไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของ ๓ จี ผมใช้ไม่ได้เลยท่านประธาน มันเป็นขยะ เหตุการณ์นี้ เคยเกิดขึ้นกับบริษัทเอไอเอสในอดีต ตอนนั้นเอไอเอสรับผิดชอบโดยแจกเครื่องใหม่ให้กับ ลูกค้า ในสัญญานี่ครับ ไม่ได้เขียนเลยว่าจะเยียวยาผลกระทบกับลูกค้าเก่าอย่างไร ลูกค้าเก่า ที่ใช้ฮัทช์มีไม่น้อยนะท่านประธาน ๘๐,๐๐๐ ราย ๘๐๐,๐๐๐ คน หรือ ๘๐๐,๐๐๐ ราย ที่ใช้ฮัทช์ ผมอยากจะถามว่า เมื่อเปลี่ยนระบบเรียบร้อยแล้ว กสท. นี่เป็นตัวเสนอ ท่านจะเอาเครื่องใหม่ ไปให้ผู้ใช้ฮัทช์ไหม ผมฟ้องประชาชนที่ใช้ฮัทช์เลย ทุกท่านที่เป็นลูกค้าฮัทช์ ท่านออกมา เรียกร้อง ถ้าเมื่อไรท่านใช้เครื่องท่านไม่ได้ ให้บริษัทใช้คืนเครื่องใหม่ให้ท่าน ท่านอย่าไป เสียเปรียบมัน อันนี้ก็เป็นการกระทําความผิดข้อที่ ๒๕ สําหรับเงื่อนไขในการอนุญาต ประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ ๓ ท่านประธาน สรุปในข้อ ๒ นี่นะที่ผมอภิปรายเสร็จไป กสท. รีบร้อนจนไม่คํานึงถึงผลกระทบต่อผู้บริโภค ประชาชนผู้ใช้ฮัทช์เสียหาย รัฐมนตรีจุติ ปล่อยให้มีการลงนามในสัญญาระหว่าง กสท. กับทรู โดยขัดต่อกฎหมาย และ กสท. กระทําผิดต่อประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบ ๓ อันนี้ละครับท่านประธานเป็นประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ อันนี้สุดยอด ประเด็นที่ ๓ ผมจะชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารแห่งประเทศไทย มีความสัมพันธ์กับทรูมูฟ (True move) ตอนนี้ต้องใช้ทรูมูฟ แล้วมือถือที่ใครใช้ของทรูคือ บริษัท ทรูมูฟ มีการเอื้อประโยชน์และช่วยปกป้องความผิดชอบทรูมูฟเริ่มครับ เริ่มตั้งแต่ ปี ๒๕๕๑ เลยท่านประธาน ในการประชุมครั้งที่ ๒๙/๒๕๕๑ วันที่ ๑๓-๑๔ สิงหาคม ท่านประธาน กทช. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติอนุมัติให้ กสท.การสื่อสารแห่งประเทศไทย ปรับปรุงโครงข่ายโดยใช้เทคโนโลยี ๓ จี หรือภาษาฝรั่งเรียกว่าเอชเอสพีเอ และให้ใช้คลื่น ๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ในพื้นที่ที่ทรูมูฟเป็นคนเสนอ ทรูมูฟเสนอครับว่าจะใช้ทดลองตามที่เรา เข้าใจกัน ๖๕๖ สถานี คือติดตั้งสถานี ๖๕๖ แห่ง ทั้งในเขต กทม. ปริมณฑล จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดมหาสารคามเท่านั้น กทช. ก็อนุมัติครับ ผมมีหลักฐาน ทั้งหมดเป็นหนังสือเริ่มตั้งแต่ กสท. ทําไปถึง กทช. การสื่อสารแห่งประเทศไทยทําไปเอง แล้วก็อ้างในหนังสือนี้ว่าทรูเขาอยากจะทดลอง ที่จริงขอทําเลย ไม่ได้ขอทดลองหรอก แต่ในที่สุด พอเขาอนุมัติลงมามันกลายเป็นทดลอง ที่จริงจะขออนุมัติทําจริง ๆ นั่นแหละ โดยมีจุดประสงค์ เพื่อที่จะใช้ความถี่ เดี๋ยวผมจะอธิบายเรื่องความถี่ เพราะความถี่นี่มีมูลค่า มีความสําคัญ เอกสาร อยู่ในนี้ทั้งหมดนะครับ ทีนี้ กทช. ท่านก็ฉลาด ท่านรู้ครับว่าคลื่นที่ขอไปนี่เป็นของบริษัทแทค วันนี้เปลี่ยนชื่อเป็น ดีแทค แต่เดิมทีเป็น แทค เป็นคลื่นที่สมัยก่อนเราใช้เครื่องใหญ่ ๆ ท่านประธานจําได้นะครับ เครื่องใหญ่ ๆ เป็นของแทค คลื่น ๘๐๐ ทาง กสทช. หรือ กทช. ก็อนุมัติมานะครับว่า เมื่อฉันให้คุณ ให้ กสท. การสื่อสารแห่งประเทศไทยเอาคลื่นนี้ไปทดลองแล้ว ห้ามนําไปใช้เกินกว่าสัมปทานของแทค บังเอิญสัมปทานของแทคนี่มันจะหมดในปี ๒๕๖๑ กทช. ครับ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเวลาท่านอนุมัติลงมาท่านเหมือนกับรู้ทันว่าพวกนี้ กําลังคิดจะขโมยคลื่น เอาของแทคไปให้ทรูใช้ ท่านฉลาดครับ ท่านก็บอกว่ามีคําพิจารณา เป็นคําพูดไว้หมดเลยนะครับว่า กสท. การสื่อสารแห่งประเทศไทยต้องนําเสนอ กทช. พิจารณาปรับปรุงการใช้งานอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง หมายถึงสัมปทาน ของแทคนะครับ แต่บังเอิญมันเป็นอย่างนี้ท่านประธาน กสท. ก็นําคลื่นนี้ไปให้ทั้งทรู ทั้งดีแทคทดลองใช้ ทรูก็จะต้องติดตั้งสถานีสูงสุดแค่ ๖๕๖ สถานี แทค ดีแทคก็จะไปติด ๑,๐๐๐ กว่าสถานี ก็ไม่ว่ากัน แต่บังเอิญครับมันมีการจับได้ว่าบริษัททรูไปติดตั้งที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี ซึ่งไม่มีอยู่ตามที่ กทช. ท่านอนุญาต และ กสท. เวลาขอไปที่ กทช. ก็เขียนชัดเจน จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี ท่านจําได้นะครับ ๔ จังหวัด บังเอิญวันนี้ ไปติดตั้งเพิ่มที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะฉะนั้น กสท. การสื่อสารแห่งประเทศไทยรู้ว่าตัวเอง ซวยแล้วละ ผิดแน่นอน รีบทําหนังสือครับ แจ้งไปให้ทรู บอกว่า ทรูนะ ท่านติดตั้งเกินกว่าที่ขอ เกินกว่าที่ กทช. อนุญาต กสท. การสื่อสารนี่นะครับ โดยบอร์ดมีมติให้ยกเลิกการทดลอง และการให้บริการ ๓ จี ให้ถอดถอนอุปกรณ์ทั้งหมด และทรูมูฟ จะต้องรับผิดชอบต่อ กทช. ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มันก็มีหนังสือหลายฉบับครับ หนังสือที่แจ้งไป ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ หนังสือที่ กสท. สร. สม/๑๑๒๙ และมติบอร์ดก็เขียนไว้เป็นมติบอร์ดของ กสท. ครั้งที่ ๖/๒๕๕๓ วันที่ ๒๖ เมษายน เขียนไว้ว่า บริษัททําผิดพระราชบัญญัติวิทยุ คมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ท่านรัฐมนตรีอาจจะยังไม่เข้ามา เฉียด ฉิว เฉียดฉิว มันก็มีข้อสังเกตอย่างนี้ครับว่า ท่านรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ การทําผิด พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม ๒๔๙๘ ที่มีการติดตั้งเกินที่ กทช. อนุญาต ท่านได้ทําอะไรบ้าง ท่านจะอ้างว่าท่านไม่รู้ไม่ได้นะครับ เพราะมันประมาณ ๗ เดือน ไม่เกิดอะไรขึ้น มันเป็นไปไม่ได้ ทีนี้ที่สําคัญที่สุด ทําไมต้องเป็นวันที่ ๑๔ ถึง ๒๔ ธันวาคม ท่านจุติเข้ามาครับ บอร์ดของ กสท. มีมติใหม่ เปลี่ยนมติเดิม พูดง่าย ๆ กลับมติเดิมว่า ให้ทดลอง ๓ จี ต่อไป ๑,๔๓๓ สถานี แสดงว่าท่านจุติก็ต้องรู้แล้วว่ามีมติบอร์ดออกอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาทําผิด ไม่มีการรื้อถอน เพราะอะไร เพราะนายจิรายุทธได้มาชี้แจง ในกรรมาธิการของผม เขาพูดชัดเจนว่ายังทดลองอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงแม้มติบอร์ด จะสั่งให้ยกเลิก เขามีหนังสือไปบอกทรูมูฟ ให้รื้อถอนอุปกรณ์ทั้งหมด แต่ไม่ทํากัน และที่ สําคัญที่สุดพี่น้องประชาชนที่ใช้ไอโฟน ที่มีโปรโมชันไปเข้าคิวกันซื้อ มีซิมแจกบอกว่าทดลอง ใช้ไม่ได้คิดเงิน อ้าว ไม่ว่ากัน คิดเป็นค่าโทรศัพท์ธรรมดาก็แล้วกัน แต่พี่น้องประชาชน เป็นพยานได้ว่ามีการแอบใช้ในระหว่างที่ กทช. ห้าม แล้วก็ กสท. การสื่อสารแห่ง ประเทศไทยเองก็บอกให้ทรูมูฟยุติ มันเหมือนกับความวัวไม่ทันหายความควายก็เข้า มาแทรก ท่านรัฐมนตรีจุติอนุมัติ ๑,๔๓๓ สถานี และที่สําคัญที่สุดครับ กสท. ส่งเรื่องนี้ไปขออนุญาต กทช. ปรากฏว่า กทช. นี่ เมื่อวันพุธที่ ๙ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ไม่กี่วันมานี้ ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๔ กทช. ได้สรุปไว้ว่า หาก กสท. จะนําเข้าอุปกรณ์ใดที่ไม่ เกี่ยวกับสัมปทาน ก็ให้นําเครื่องดังกล่าวทั้งหมดกลับคืนไปก่อน และให้ กสท.การสื่อสารแห่ง ประเทศไทย นี่มีหนังสือยืนยันอํานาจหน้าที่ของ กทช. ที่ชัดเจนส่งมาพร้อมกันใหม่ กรรมมันตามทันท่านประธาน มันตามทันเพราะว่า กทช. โดน กสท. ร้อง คณะกรรมการ กิจการโทรคมนาคมโดน กสท. ร้องล้มประมูลคลื่นความถี่ เพราะว่า กสท. บอกว่า กทช. ไม่มีอํานาจ วันนี้ กทช. บอกว่าไม่พิจารณา ๑,๔๓๓ สถานี แล้ววันนี้ก็ตั้งกันเต็มอีกแล้วครับ ใครจะรับผิดชอบ ไม่ทําตามกฎหมาย อันนี้รัฐมนตรีกระทําผิดต่อหน้าที่ราชการ สมรู้ร่วมคิดและปล่อยให้ ผู้ใต้บังคับบัญชา กล่าวคือ กสท. สมรู้ร่วมคิดกับครูกระทําผิดกฎหมายอย่างชัดเจนและ ต่อเนื่อง อีกทั้งไม่จํากัดดูแลให้ กสท. ต้องขออนุญาตคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติในการที่จะเพิ่มเป็น ๑,๔๓๓ สถานี อันนี้ละครับเป็นการดําเนินการช่วยปิด ปกปิด ความผิดร่วมกัน ท่านประธาน มันยังมีอีกเรื่องหนึ่งครับในการทดลอง ในการทดลอง ๓ จี ปรากฏว่าพอได้คลื่นแล้ว วันนี้อยากจะต่ออายุสัมปทาน วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๒ มันมีเอ็มโอยู อยู่ฉบับหนึ่งโผล่ขึ้นมา จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมาเลย หลังจากวันที่ ๑๔ มกราคม ทางการสื่อสารแห่ง ประเทศไทยแจ้งไปบริษัททรูว่า ให้ทดลอง ๓ จี และนอน-คอมเมอร์เชียล (Non- Commercial) เอ็มโอยูฉบับนี้โผล่ขึ้นมาเอ็มโอยูมีข้อตกลงอันแรก บอกว่าให้ทรูปรับปรุง โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ใช้เป็น ๓ จีได้ อันที่ ๒ ระบุชัดเจนว่าให้เอาคลื่นความถี่ ของแทค นี่เริ่มขโมยคลื่นแล้วนะครับ เอาความถี่ของแทคมาให้ทรูมูฟ ทดลอง อันที่ ๓ มันมี การระบุชัดเจนว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ในเครื่องมือที่ทดลองเสร็จให้ กสท. และทรูมูฟ ในเอ็มโอยูฉบับนี้เขียนไว้ว่าจะเช่าเครื่องทั้งหมดไปจนกว่าวันที่แทคกับ กสท. หมดอายุ สัมปทาน คือในปี ๒๕๖๑ ท่านประธานครับ นี่ละครับทั้ง ๒ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทดลองใช้ ๓ จีได้คลื่นไปแล้ว เอ็มโอยูก็ต่ออายุสัมปทาน เพราะอะไรเพราะสัมปทานของ ทรูมูฟมันจะหมดในปี ๒๕๕๖ อีก ๒ ปีข้างหน้า แต่ถ้าเอ็มโอยูนี้ ที่จริงมันสําเร็จไปแล้ว ลงนามเสร็จได้สัมปทานต่อไปจนถึงปี ๒๕๖๑ ผมก็มาดูสัญญาเอ็มโอยูที่อยู่ในมือผม ท่านประธาน คนที่ลงนามในฝ่ายทรูมูฟ มีท่านศุภชัย เจียวรนนท์ และนายอธึก อัศวนนท์ ท่านประธาน นายอธึก อัศวนนท์ มันก็มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ แต่งตั้ง ให้ท่านเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรคประชาธิปัตย์ และบังเอิญในมติ ครม. อันนี้นะครับ วันที่ ๒๒ มิถุนายน บอกว่าถ้าเกิดนายจุติเป็นอะไรขึ้นไปปฏิบัติงานในหน้าที่ไม่ได้ คนที่จะเป็นรัฐมนตรี ไอซีทีรักษาการคนแรกคือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านที่ ๒ นั่งข้างท่านจุติครับ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รักษาการแทนครับ สมมุตินายจุติมีอันเป็นไปอันนี้ไม่ได้แช่งเพื่อนครับ เหตุการณ์อย่างนี้มันก็ทําให้เห็นถึงความสัมพันธ์ครับท่านประธาน ความสัมพันธ์ ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับทรูมูฟ ผมเรียนตรง ๆ ว่าการที่จะไปทําให้ได้คลื่นความถี่ ให้มีการอยู่รอดโดยให้สัมปทานมันยาวขึ้น ผมไม่ว่ากันครับ บริษัทเอกชนมีสิทธิที่จะคิดที่จะทํา แต่การที่รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ กสท. ไปให้การสนับสนุน แล้ววันนี้มันเกิดสัญญาอัปยศ ๖ ฉบับ ขึ้นมา ผมรับไม่ได้จริง ๆ ท่านประธานครับ ผมจะเข้าสู่ตอนที่ ๒ ผมจะไปให้เร็วหน่อยครับ ท่านประธาน เพราะว่าพี่น้องประชาชนฟังแล้วอาจจะเบื่อ แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย จริง ๆ ท่านประธาน ผมจะพูดถึงการเซ็นสัญญาก่อนนะครับ ในระหว่างที่พอเซ็นสัญญาปุ๊บ ท่านประธานรู้ไหมครับ มีข้อกังขา มีคําถามเกิดขึ้นมากมาย เฮ๊ย ทําไมไม่มีการประกวดราคา ผิดไหมครับ อันที่ ๒ ทําไมเร่งรีบทําสัญญา คณะทํางานลาออก ใบลาออกก็อยู่ในมือผม ๑๔ คนลาออก พนักงาน กสท. ออกมาคัดค้านทันทีครับ พนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทย ที่เขาเห็นความไม่ถูกต้องเขาออกมาคัดค้าน อัยการตั้ง ๔ คําถาม สตง. ๑๔ คําถาม แต่ สตง. ผมต้องขออนุญาตอ่านฉบับเดียวท่านประธาน สตง. เขาเขียนหนังสือครับ ที่ ตผ ๐๐๑๓/๐๖๑๒ ลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ถึงประธานกรรมการ บมจ. กสท. โทรคมนาคม อ่านไปสั้น ๆ นะครับว่า มีการเร่งรัดดําเนินการอย่างผิดสังเกตในการลงนามสัญญา ๓ จี เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔ ในขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดต่าง ๆ และมีเหตุอันควรสงสัย ในหลายประเด็น ซึ่งมีพฤติกรรมในกระบวนการดําเนินการที่ส่อว่าอาจจะมีการหลีกเลี่ยง พระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดําเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ และมิได้เปิดกว้างให้มีการแข่งขันราคาโดยเสรีอย่างเป็นธรรม เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของ ทางราชการอันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับ การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้วก็ลงท้ายครับ ขอแสดงความนับถือ นายพิสิษฐ์ ลีลาวัชโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ทุกหน่วยงานมีคําถามออกมา ตั้งคําถาม ตั้งข้อสังเกต มีนักวิชาการ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจารย์ดอกเตอร์สมเกียรติ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) ซึ่งท่านเก่งทางด้านการสื่อสาร ท่านพูด ชัดเจน ท่านให้สัมภาษณ์ว่าสัมปทานเป็นสัมปทานจําแลง ไม่คิดต้นทุนคลื่นความถี่ เห็นไหมครับ เวลา กทช. ไปประมูล ๒๑๐๐ เมกะเฮิรตซ์ เขาเริ่มต้นที่ ๑๐๐๐๐ เมกะเฮิรตซ์ อันนี้เอาไปให้ เขาใช้ ตามสัญญานี้ไม่มีราคา ไม่คิดราคา อันที่ ๓ ตัดโอกาสทํามาหาได้ตัวเอง อันนี้เป็น คําสัมภาษณ์ที่ลงในหนังสือพิมพ์ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีจุติครับ นี่ครับพอท่านเห็นว่า คนออกมาติงเยอะ ท่านให้สัมภาษณ์ นี่ผมตัดจากหนังสือพิมพ์มา ที่เมื่อกี้ผมบอกครับ คุณจิรายุทธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท. บอกว่าได้รายงานท่านจุติแล้วนะครับ ท่านจุติบอก เฮ๊ย คุณไปรายงานใครที่ไหน ไม่ได้รายงานผม ผมไม่รู้เรื่อง นี่ให้สัมภาษณ์เมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ นี่ครับ อันนี้เป็นข่าวนะครับ ขออนุญาตท่านประธานแล้วนะครับก่อนที่จะนําเสนอ ทีนี้ท่านจุติ ท่านก็กลัวอีกครับว่าเดี๋ยวคนจะว่า ท่านรีบตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ภายใน ๑๕ วัน ไม่รู้ว่าคณะกรรมการตั้งขึ้นจริงหรือไม่นะครับ หรือเพียงแต่เป็นแค่ตั้งขึ้นมา เพื่อลดกระแส ๒ วันหลังจากนั้นท่านเรียกจิรายุทธ กรรมการผู้จัดการ และนายวิสุทธิ์ ท่านประธานบอร์ด กสท. มาชี้แจง พอชี้แจงเสร็จท่านบอกว่า โอ๊ย จิรายุทธเป็นคนเก่ง ยอมรับครับว่าตอนนี้เข้าใจหมดแล้ว เหมือนกับที่ผมเชิญท่านจิรายุทธมาชี้แจงใน อนุกรรมาธิการที่ผมนั่งเป็นประธาน ปรากฏว่าถ้าผมเป็นคนเชื่อคนง่าย ผมเชื่อหมด วันนี้ไม่มี การอภิปรายนําเสนอหลักฐานอย่างนี้หรอกครับ ผมเป็นคนที่เชื่อคนยาก แล้วยิ่งใครโกหกกับผม หน้าตายผมจับได้ มันเป็นสัญชาติญาณ จับคนผิดครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยต้องสืบเสาะต่อไป แต่ก่อนที่ผมจะเข้าข้อที่ ๔ ข้อที่ ๕ ข้อที่ ๖ ข้อที่ ๗ ท่านประธาน ต้องถามก่อนว่า พอเซ็น สัญญาแล้วพี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปราย อยากรู้เหมือนกันว่าทรูเขาได้อะไร สิ่งแรกที่ทรู ได้คือได้ยืดอายุสัมปทาน ๒ จี นี่ผมก็ใช้เครื่องทรู ทรู ๒ จีของผมนี่ใช้กับทรู เขาก็จะยืดอายุ สัมปทาน จาก ๒ ปี ไปเป็น ๑๕ ปี พูดง่าย ๆ ๑๔ ปีครึ่งครับ แล้วทรูจะได้ลูกค้าฮัทช์ทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ราย นอกจากนั้นทรูจะได้รายได้ที่ลูกค้าฮัทช์เขาจ่ายให้ฮัทช์ในแต่ละปี ๔,๓๐๐ ล้านบาท อันนี้ได้เลยนะครับ นอกจากนั้นข้อที่ ๓ ทรูได้เริ่ม ๓ จี โดยไม่ต้องไปประมูลแข่ง ที่ กทช. ซ่อนประมูลได้นั่นละครับ อันนี้ตรงทุกอย่างกับ ๓ ไอ้โม่งที่วางยุทธศาสตร์ไว้ว่า ต้องดําเนินการอย่างไร ทีนี้ต้องถามว่าทําไมทรูถึงยอมซื้อฮัทช์ ทรูซื้อฮัทช์เพราะได้คลื่นครับ ฮัทช์เขายังมีคลื่นที่ได้จาก กสท. อยู่ ๑๐ เมกกะเฮิรตซ์ ในคลื่น ๘๐๐ ของฮัทช์เขามีอยู่ ๑๐ เมกกะเฮิรตซ์ ทรูเลยได้คลื่นด้วย ยอมซื้อซีดีเอ็มเอ หรือ ฮัทช์ ทีช (HUTCH Tech) เพื่อเอา คลื่น นอกจากนั้นเขาได้ลูกค้า ๘๐๐,๐๐๐ ราย ได้ฐานลูกค้าทั้งหมดถ้าวันนี้เอาลูกค้าของท รูมูฟบวกกับลูกค้าของฮัทช์เลื่อนลําดับขึ้นมาเลยครับ มาไล่เกาะดีแทค ไล่เกาะเอไอเอสเลย ไม่ได้ห่างกันเลย แล้วก็ผิดกฎอีก แต่ผมจะไม่ลงรายละเอียด เดี๋ยวให้คนอื่นเวลา ป.ป.ช. ไปตรวจสอยไปไล่จับท่านนะครับ ทีนี้ กสท. ก็พยายามที่จะอ้างว่าการที่ให้เลิกเช่ากับฮัทช์จะทํา ให้ลดการขาดทุนไปปีละพันล้านบาท อันนี้คือข้ออ้าง นอกจากนั้น กสท. ก็บอกว่ารัฐไม่ต้องลงทุนเอง ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ จิรายุทธ วิสุทธิ์ จุติ ออกมาพูดให้ข่าวในสื่อตลอดเวลา ไม่มี รายอื่นยื่นเรื่องมาให้พิจารณาจุติพูด จิรายุทธบอกว่าได้เจรจากับทุก ๆ รายเห็นว่าทรูเหมาะสม เพราะมีสัมปทานเป็นบริษัทไทยรายเดียว เป็นบริษัทไทยรายเดียวนะครับ เป็นการดําเนิน ธุรกิจรูปแบบใหม่ เดี๋ยวผมจะชี้ให้ดูว่ารูปแบบใหม่ของท่านนี่มันเป็นอย่างไร ไม่ใช่เป็นสัญญา ร่วมการงาน ไม่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุน เดี๋ยวผมจะพิสูจน์หมด ไม่ใช่สัมปทาน เป็นการเช่า เช่านะครับ ฟังให้ดี คลื่นความถี่ไม่ได้ยกให้เขา แต่เป็นของ กสท. อยู่เดิม เพราะว่า กสท. บริหารคลื่นเอง เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ว่ามันบริหารคลื่นเองวิธีไหน มันไม่ได้บริหารหรอกครับ จะเข้าไปดู เขายังไม่ให้เข้าเลย เขาต้องอนุญาตตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสม ผมจะพิสูจน์ ความจริงให้พี่น้องเห็นให้ท่านประธานได้เห็น และผมจะชําแหละให้เห็นว่าการทําสัญญา ครั้งนี้มีอะไรที่ถูกปิดบัง ซ่อนเร้น มีการเอื้อประโยชน์กันอย่างไร ทําผิด พ.ร.บ. และกฎหมายใด รัฐเสียหายเท่าไร เอกชนกําไรเท่าไร รัฐมนตรีที่กํากับดูแลแกล้งโง่หรือฉลาดกันแน่ เข้าอาหาร หลักเลยครับท่านประธาน เพราะเวลาผมมันจะเหลือน้อยลงเต็มที ผมจะเข้าสู่เมน คอร์ส (Main course) หลังจากที่สัญญาเซ็นแล้ว และปรากฏว่าท่านประธานผมก็อ่านจากสัญญา มีนักวิศวกร มีผู้รู้ ผู้ที่หวังดีต่อประเทศเอาข้อมูลมาให้ผม ช่วยกันทําการบ้านศึกษาอย่าง ละเอียดท่านประธาน แล้วก็แปลเป็นภาษาง่าย ๆ ก่อนอื่นครับผมต้องอธิบายให้พี่น้อง ประชาชนเข้าใจก่อนเพื่อความชัดเจนนะครับ ทรูนี่ที่ผมกล่าวมาตอนต้น วันนี้ทรูนี้ก็คือ ทรู คอร์ป (True Corp) บริษัทลูกเอาง่าย ๆ ก่อนครับ มีทรูมูฟที่ทํามือถือ ๒ จีอยู่ทุกวันนี้ มีบีเอฟเคที (BFKT) เป็นบริษัทลูก ตอนแรกกะว่าจะใช้ เรียล ฟิวเจอร์ (Real Future) แต่เปลี่ยนเป็น บีเอฟเคที ดีกว่าชื่อเดิม ของเดิม แล้วก็มีเรียลมูฟ (Real Move) เป็น ๓ บริษัท ลูก ขึ้นแผ่นต่อไปครับ ผมจะเปรียบเทียบให้เห็นท่านประธาน อันนี้คือการเช่าเครื่องกับฮัทช์ กสท. ทําสัญญาเช่าและซ่อมบํารุงบีเอฟเคที อันนี้สมัยที่เป็นของฮัทช์ บริษัทที่ให้เช่าและซ่อม บํารุงก็คือบีเอฟเคที บริษัท กสท. ทําสัญญาการตลาดคือให้ฮัทช์ไปขายเครื่อง ไปหาลูกค้า อันนี้คือของเดิม ท่านดูของใหม่ที่เซ็นกันเมื่อ ๒๗ มกราคม กสท. ทําสัญญาเช่าอุปกรณ์กับบี เอฟเคที ใช้ชื่อเดิมเลย ซื้อบริษัทนี้เรียบร้อยเป็นของทรู และทําสัญญาตลาดให้เรียลมูฟ ไปขายเครื่อง ไปหาลูกค้า เหมือนกันเลยท่านประธาน เหมือนกันทั้ง ๒ แบบ ไม่ใช่เป็นธุรกิจ รูปแบบใหม่แต่อย่างใด ท่านประธาน บังเอิญผมเป็นคนที่ศึกษาใฝ่รู้ อยากจะรู้ว่ามันเกิดอะไร ขึ้น ไปค้นครับ และพอดีมีพรรคพวกที่ให้ข้อมูลสนับสนุน ไปสืบเสาะจนได้ข้อมูลหลักฐานว่า ท่านวิชช์ จีระแพทย์ ท่านเป็นกรรมการ บมจ. กสท. ท่านมีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการ สมัยนั้น เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๔ ท่านประธาน ท่านอ้างคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ กฤษฎีกา เรื่องเสร็จ ที่ ๔๙๘/๒๕๔๖ อยู่ในมือผมนี้นะครับ เป็นหนังสือบันทึกข้อความ ที่คุณวิชช์ จีระแพทย์ ท่านเป็นกรรมการ บมจ. กสท. ทําถึงประธานคณะกรรมการสมัยนั้น ท่านมีสรุป ๓ ประเด็น ต้องขออนุญาตอธิบายความสักเล็กน้อย ท่านสรุปไว้ชัดเจนครับ

๑. กสท. นี่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายมาตรา ๗ มาตรา ๑๐ มาตรา ๒ ของ ร่างพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย กทส. ได้รับจัดสรรความถี่ ๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ จากกรมไปรษณีย์โทรเลข การดําเนินการให้บริการโทรศัพท์ในระบบฮัทช์จึงเป็นกิจการของรัฐ

๒. การดําเนินกิจการต้องใช้เครือข่ายที่ กสท. เป็นคนสร้างไว้มูลค่า ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท จึงเป็นทรัพย์สินที่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท และโครงการและกิจการ ของรัฐตามนัยร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเอกชนเข้าร่วมงานหรือดําเนินกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ อันนี้แสดงว่าเป็นกิจการของรัฐแน่นอน ในอดีตที่ผ่านมาที่ทํากับฮัทช์นะครับ นอกจากนั้นแล้วท่านยังบอกว่าโครงการของฮัทช์นี่ กสท. เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ที่ได้มาจาก กรมไปรษณีย์ และมีมูลค่าหลายพันล้านบาท ปรากฏว่าการดําเนินการให้ฮัทช์ทํา ไม่ได้จ่าย ค่าการใช้คลื่นความถี่ ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินของรัฐที่ต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับสัมปทาน ท่านเห็นนะครับ

๓. ท่านบอกเลยครับว่าบีเอฟเคทีที่ลงทุนซื้อเครื่องและอุปกรณ์มาให้ กสท. เช่าทําโครงข่ายนั่นนะครับ บีเอฟเคทีเป็นคนทําโครงข่ายแล้วมาให้เช่า เป็นลักษณะการผูกขาด และแสดงความไม่โปร่งใส เพราะเป็นการตัดตอนบริษัทว่ามิใช่การร่วมทุนหรือมอบให้บริษัท ลงทุนแต่ฝ่ายเดียว จึงได้ออกแบบสัญญาเช่ากับบีเอฟเคที ย่อมแสดงว่าสัญญานี้เป็นนิติกรรม อําพราง เพราะ กสท. ไม่ได้มีการเช่ากับบีเอฟเคทีจริง โดยที่แท้จริงแล้วโครงการนี้เป็นของ บริษัทบีเอฟเคทีทั้งหมด จึงมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทานนั่นเอง ท่านประธาน วันนี้สัญญา ๖ ฉบับ ๔ ฉบับที่ทํากับบีเอฟเคที ทํากับเรียลมูฟ เป็นการเช่าอุปกรณ์จากบีเอฟเคที เช่าระบบ ส่งสัญญาณ เช่าเสา สถานีมันตรงกันกับที่ทําในอดีต ที่ทํากับฮัทช์ เป็นสัญญาร่วมการงาน ผิด พ.ร.บ. แน่นอน พ.ร.บ. ว่าด้วยให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดําเนินกิจการของรัฐ เป็นสัมปทาน เพราะเป็นนิติกรรมอําพราง ผมจะให้พี่น้องประชาชนได้เห็นรูปถัดไปครับ พี่น้องประชาชน จะได้เข้าใจ นี่นะครับท่านประธาน บีเอฟเคที บริษัทลูก ทรูครับ ให้เช่าอุปกรณ์รับส่ง คลื่นสัญญาณให้บริการคอล เน็ตเวิร์ค (Call Network) บีเอฟเคที ซึ่งการให้บริการ คอล เน็ตเวิร์คต้องมีใบอนุญาตบีเอฟเคทีซ่อมบํารุง กสท. เอาคลื่นใส่ลงไปมันถึงจะเอามาใช้ ๓ จี มีรูปนายกรัฐมนตรีทักษิณเวลาผมคิดถึงท่าน ผมคุยกับท่านผมก็จะเห็นหน้าท่าน เปรียบเทียบชัด ๆ ก็เหมือนกับไปเช่ารถยนต์ เวลาเราเช่ารถยนต์พร้อมคนขับ พร้อมทั้งมี การซ่อมบํารุง รถจะวิ่งได้ก็ต่อเมื่อเราเอาน้ํามันไปเติมท่านประธาน เช่นกันครับมันคือ การร่วมงานกัน มันผิดแน่นอน จะบอกว่าคลื่นเป็นของผม ผมเอาไปให้เขาใช้ สิ่งเหล่านี้ถึง จะได้ ๓ จี มันผิดชัด ๆ พี่น้องประชาชนเห็นนะครับ ท่านเช่ารถพร้อมคนขับมีการซ่อมบํารุง แต่รถมันไม่มีน้ํามัน มันวิ่งไม่ได้ มันต้องเอาน้ํามันเติมก็เหมือนกันนี่ละครับ เช่าอุปกรณ์พร้อม คนขับครับ นี่ ๆ ให้บริษัทบีเอฟเคทีเป็นคนบริหารจัดการเองทั้งหมด เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ครับ

เพราะฉะนั้นสรุปนะครับ รัฐมนตรีจุติรู้เห็นเป็นใจ ร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ ของเอกชน ขัดต่อ พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ถือว่ามีพฤติกรรม ทุจริตต่อหน้าที่ ท่านประธาน อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๔ กฤษฎีกาของผมมีเอกสารหลักฐาน ชัดเจนของท่านวิชช์ จีระแพทย์ อยู่ในนี้หมดครับ ทีนี้ผมจะกลับมาเรื่องนี้ท่านประธาน เมื่อสักครู่เล่าเรื่องที่ ๔ จบไปแล้ว

เอาเรื่องที่ ๕ เอาคลื่นความถี่ไปจัดสรรให้ทรูโดยที่ กทช. ไม่ได้อนุญาต ท่านประธานเห็นนะครับผมต้องขออนุญาตนิดหนึ่ง อันนี้ค่อนข้างที่จะเทคนิคสักเล็กน้อย แต่เข้าใจง่ายครับ ก่อนทดลอง ๓ จี ก่อนที่จะมาขายเครื่องนี้พร้อมซิมฟรีที่เข้าแถวซื้อกัน ก่อนหน้านั้นบริษัทแทคจะได้คลื่นตั้งแต่ ๘๘๐ ถึง ๘๙๔ เมกะเฮิรตซ์ ประมาณ ๑๕ เมก (Meg) ฮัทช์ก็ได้ ๘๖๙ ถึง ๘๘๐ เมกะเฮิรตซ์ อันนี้ ๑๐ เมก พอมีการอนุญาตให้ทดลอง ไม่เชิงพาณิชย์ ที่ผ่านมานี่ เริ่มขโมยแล้วครับ ขโมยเอาคลื่นของแทค ๕ เมก ไปให้ทรูมูฟ ดีแทคได้ไป ๑๐ เมก จากนั้นพอทําสัญญากับบริษัทบีเอฟเคทีท่านประธาน ในสัญญานี่เขียนไว้ ชัดเจนเลยว่าบริษัทบีเอฟเคทีจะได้ไปทั้งหมด ๑๕ เมก ได้ทั้งของฮัทช์ ได้ทั้งของทรูมูฟที่ไป ขโมยมา ของดีแทคก็ไม่เกี่ยวกันก็ได้ไป ได้ไป ๑๕ เมก แล้วในสัญญาเขียนว่าให้ใช้ไปจนถึง ปี ๒๕๖๘ ๑๕ ปีท่านประธาน นับจากปี ๒๕๕๔ ในขณะที่เมื่อสักครู่ผมได้บอกนะครับ กทช. เขาบอกว่าถ้าจะเอาไปทดลองคลื่นที่เป็นของแทคนั้นนะครับ ทดลองได้จนต่อสัมปทาน ของบริษัทแทคจะหมด สัมปทานของบริษัทแทคเขาหมดปี ๒๕๖๑ แล้วให้ กสท. เอาคลื่น มาคืน เอาคลื่นมาคืนให้กับ กทช. เพื่อจะได้จัดสรรใหม่ นี่ละครับ มาตรา ๘๔ กับมาตรา ๘๓ ของร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ในปี ๒๕๕๓ ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ ท่านต้องเอาคลื่นมาคืนให้กับ กทช. ก่อน เพราะสัมปทานอย่างที่ผมได้เรียน ของแทค ๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ มันเริ่มตั้งแต่ ๑๖ กันยายน ๒๕๔๔ ไปจนถึง ๑๕ กันยายน ๒๕๖๑ แต่ปรากฏว่าไปเซ็นกันนี่นะครับ จนถึง ปี ๒๕๖๘ ท่านใช้สิทธิอะไร ไปจัดสรรคลื่น ไปจัดสรรคลื่นแทน แทน กทช. เขา เขาเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องคลื่น เพราะฉะนั้น เรานั่งออกร่างพระราชบัญญัติประกอบองค์การจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุ กระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เรานั่งออกกฎหมายนี้เกือบตาย ท่านไปใช้สิทธิแทน กสทช. หรือ กทช. มันผิดกฎหมาย มาตรา ๘๔ แล้วปรากฏว่าอย่างนี้ท่านประธานมันก็ยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ตามมติของ กทช. เมื่อวันที่ ๑๓-๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ เป็นการประชุมครั้งที่ ๒๙/๒๕๕๑ ว่าสัมปทานหมดเมื่อไรให้คืนคลื่นให้ กทช. เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีจุติไม่กํากับดูแลรักษา ผลประโยชน์ของชาติ ปล่อยให้ กสท. นําคลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรของชาติมาให้ทรูใช้ฟรี โดยไม่คืนคลื่นความถี่ อย่างนี้เรียกว่าแอบขโมยคลื่นครับท่านประธาน

เข้ามาเรื่องใบอนุญาตครับ เนื่องจากว่าท่านประธาน การที่ให้บริษัทที่ไม่มี ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ท่านจุติทําได้อย่างไร ผมจะชี้ครับว่าการไปทํา สัญญาเช่าเครื่องและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมเพื่อให้บริการ ๓ จี กับบริษัทบีเอฟเคทีไม่มี ใบอนุญาตถือว่าเป็นความผิดของทั้ง กสท. และบีเอฟเคที และการมอบคลื่นความถี่ให้กับ บีเอฟเคทีเข้ามาบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเข้ามามีอํานาจประกอบกิจการแทน ก็ผิดกฎหมาย ที่สําคัญที่สุดการไม่มีใบอนุญาตของบีเอฟเคทีทําให้รัฐเสียรายได้ จากค่าธรรมเนียม ๖ เปอร์เซ็นต์ ๙,๑๓๙ ล้านบาท เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้ดูครับ ผมมีตัวเลข ทั้งหมดท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมกล่าวหาท่านจุติในกรณีนี้ ที่ปล่อยให้ กสท. ไปทําสัญญากับบริษัทที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นการไม่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ทําให้ สูญเสียไป ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๙,๑๓๙ ล้านบาท ข้อเท็จจริงท่านประธาน การเช่าเครื่อง และอุปกรณ์ ถือว่าเป็นการประกอบกิจการให้บริการโครงข่าย ให้เช่าเสา ให้เช่าระบบ ส่งสัญญาณ ท่านประธานมันผิดมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม ๒๕๔๔ และข้อ ๑.๑ ตามประกาศ กทช. นี่ครับท่านประธาน ที่จริงแล้วการให้บริษัทที่เช่า ไปซื้ออุปกรณ์อย่างนี้ แล้วมาตั้ง แล้วให้ กสท. ไปเช่า โดยที่ กสท. นี่ไม่ได้มีอํานาจ บริหารจัดการ มันผิดนะครับ เพราะว่าตาม พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม ๒๔๙๘ เขาถือว่า อุปกรณ์จาน ท่านประธานเห็นไหมครับจานรับดาวเทียม เสาอากาศนี่ครับ กับอุปกรณ์ รับ-ส่งวิทยุที่อยู่ในสถานีฐาน เวลาพี่น้องประชาชนเดินทางไปตามถนนจะเห็นมีเสา มีแผงเสาอากาศ แล้วมีตู้อยู่ข้างล่างมีห้องแอร์มีอะไรแต่ข้างในมีอุปกรณ์รับส่งวิทยุ ถือว่า อุปกรณ์เหล่านี้เป็นอุปกรณ์ต้องห้าม คนที่จะนําเข้ามาได้ก็คือเจ้าของคลื่นความถี่เท่านั้น แต่วันนี้ กสท. ให้เขานําเข้ามาและยอมออกหนังสือ แต่ตัวเองไม่ได้ไปกํากับดูแลเลย ปล่อยให้ เขาดูแล มันไม่ได้ มันผิดกฎหมายท่านประธาน ท่านประธาน จากนั้นผมได้ไปค้นในเว็บไซต์ ของ กทช. เขาจะมีรายนามผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ผมเปิดดูทั้งหมด นี้เลยนะครับ บริษัทบีเอฟเคทีไม่ได้มีใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเลย ผิดไหมครับ ท่านประธาน ท่านทําได้อย่างไร ท่านรัฐมนตรีปล่อยให้ กสท. ที่อยู่ในกํากับของท่าน ไปทําสัญญากับบริษัทที่ไม่มีใบอนุญาต ผิดชัดเจนะนะครับท่านประธาน ค่าธรรมเนียม ย้ําอีกครั้งนะครับ พอไม่มีใบอนุญาตค่าธรรมเนียม ๖ เปอร์เซ็นต์ไม่ต้องเสียจากรายได้ เพราะฉะนั้น กทช. หรือรัฐสูญเสียค่าธรรมเนียม ๙,๑๓๙ ล้านบาท นอกจากนั้นนะครับ ผมจะชี้ให้เห็นเลยว่า กสท. พยายามจะมาอ้างกับผมในกรรมาธิการว่าเป็นคนบริหารจัดการ คลื่นความถี่เอง มันมีประเด็นนะครับท่านประธาน ในสัญญา ข้อ ๒.๑๒ ที่เขียนไว้ สัญญาอยู่ในมือผมนี้ทั้งหมดเลย บอกว่า กสท. จะต้องนําคลื่นความถี่มาใช้กับเครื่อง และอุปกรณ์ของบีเอฟเคที เท่านั้น เพราะฉะนั้นการมอบคลื่นความถี่ให้บริษัทบีเอฟเคที เข้ามาบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นการขัดต่อมาตรา ๔๖ แห่ง พ.ร.บ. องค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ ๒๕๕๓ และถ้าไปอ่านดูสัญญาข้อ ๒.๑๑ นะครับ ระบุไว้ชัดเจนว่า บีเอฟเคทีจะตกลงให้การสื่อสารเข้าไปในสถานที่ บีเอฟเคทีซึ่งติดตั้งเครื่องและอุปกรณ์ของ บีเอฟเคทีที่ให้ กสท. เช่านั้น จะให้เขาได้ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อตรวจสอบเครื่อง และอุปกรณ์ที่เช่า ก็แสดงว่าในสภาวะปกติ กสท. ไม่ได้มีส่วนร่วมดําเนินการเกี่ยวกับ การบริหารจัดการแต่อย่างใด ท่านประธานครับ สรุป กสท. ทําผิดมาตรา ๔๖ พ.ร.บ. องค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ ๒๕๕๓ แล้วมอบการประกอบกิจการแทนให้บีเอฟเคทีทําแทน เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีจุติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในกํากับ ปล่อยให้ กสท. กระทํา ความผิดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ทําให้รัฐเสียหาย ๙,๑๓๙ ล้านบาท

ประเด็นที่ ๗ ท่านประธาน ประเด็นที่ ๗ นี่ผมจะชี้ครับ ผมจะชี้ให้เห็นอย่างนี้ ครับว่าการทําสัญญาขายส่งหรือขายต่อ เอาสัญญาณไปให้เรียลมูฟ ไปขายบริการ คือขายให้ ลูกค้าพร้อมทั้งมือถือ มันผิดอย่างไร มันตกลงในสัญญาว่าจะเอาคลื่นความถี่ทั้งหมด ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ไปให้เรียลมูฟ เรียลมูฟ ขาย ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นดูอย่างไรแล้วมันเป็นการ ผูกขาดแน่นอน เพราะเหลือไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มันไม่มีใครมาซื้อหรอกครับ ไปแข่งกับคนที่ได้ไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ไปขายแข่งกัน แข่งอย่างไรก็แพ้ มันเข้าลักษณะผูกขาด จํากัดการแข่งขัน ที่สําคัญที่สุดอายุใบอนุญาตของ เรียลมูฟ ๕ ปี ท่านประธาน แต่สัญญา เขียนไว้ ๑๕ ปี ผมเข้าไปดูในนี้ท่านประธาน ในใบอนุญาตที่อยู่ในเว็บไซต์ของ กทช. เจอครับ เปิดดูเจอเรียลมูฟ เรียลมูฟได้ใบอนุญาตอยู่ในนี้ครับ แล้วก็บอกเลยว่าอนุญาตไปจนถึงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ ท่านประธาน แต่สัญญาที่ได้เซ็นกันไว้ เซ็นกัน ๑๕ ปี ถึงปี ๒๕๖๘ อะไรกัน ท่านให้เกินกว่าอายุใบอนุญาตของเขา ถ้าเรามีใบขับขี่แค่ ๕ ปี เสร็จแล้วไปอนุญาตให้ขับรถ ๑๕ ปี สมมุติเขาไปต่อใบอนุญาตไม่ได้แล้วทําอย่างไรท่านประธาน ทําอย่างนี้มันผิดชัดเจน ท่านประธาน นอกจากนั้นนะครับ ท่านประธานจําได้นะครับ เมื่อกี้บริษัททรู มีทรูมูฟ เป็นบริษัทลูก มีบีเอฟเคที มีเรียลมูฟ ปรากฏว่าเรียลมูฟกับทรูมูฟทํางานเหมือนกันเลย ขายโทรศัพท์ให้ลูกค้า มีกิจการลักษณะเหมือนกัน และที่สําคัญที่สุดบริษัททรูคือบริษัทแม่ ไปถือหุ้นใน ๒ บริษัทนี้เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มันผิดครับ มันผิดในกฎระเบียบของ กทช. ในการเข้าถือครองหุ้นในธุรกิจประเภทเดียวกัน ต้องขออนุญาตท่านประธาน เห็นไหมครับ มันต้องเป็นการขออนุญาตนะครับ ทีนี้เมื่อกี้ผมพูดถึงลักษณะการผูกขาดที่เรียลมูฟ ได้คลื่นไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เอาไปขาย มันผิดข้อที่ ๑๔ (๘) ของประกาศ กทช. เรื่องการประกอบกิจการโทรคมนาคม ประเภทการขายส่งบริการ และบริการขายต่อ นอกจากนั้นนะครับ ที่ผมได้เล่าไปว่าทรูนี่ถือหุ้นในบริษัท ทรูมูฟ เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในบริษัทเรียลมูฟ เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มันผิดประกาศ กทช. เรื่องมาตรการป้องกัน การผูกขาด ข้อ ๘ กําหนดว่าการเข้าถือครองหุ้นในธุรกิจประเภทเดียวกันเกินกว่าร้อยละ ๑๐ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจะต้องขออนุญาต กทช. อันนี้ไม่ได้ขอครับ เพราะฉะนั้น รัฐมนตรีจุติ สรุปนะครับ ปล่อยให้มีการลงนามในสัญญาที่มีความผิดปกติ เกิดความ ไม่เป็นธรรม จํากัดการแข่งขัน เป็นลักษณะผูกขาด เอื้อประโยชน์ให้เรียลมูฟ ทําผิดประกาศ กทช. อย่างชัดเจน ที่สําคัญที่สุดครับ ท่านทําให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาส ที่จะมีรายได้ถึง ๓๔,๘๕๓ ล้านบาท โดยไม่คิดจะปกป้องผลประโยชน์แห่งรัฐ ถ้าวันนี้ ท่านเอาคลื่นความถี่ไปประมูล และเอกชนได้คลื่นความถี่ไป และไปประกอบกิจการ โทรคมนาคม ท่านจะได้เงิน ๓๔,๘๕๓ ล้านบาท แต่วันนี้เรียลมูฟ จ่ายค่าธรรมเนียมให้กับ กทช. หน้าเกลียดครับท่านประธาน ปีหนึ่งเสียค่าธรรมเนียม ๒๐,๐๐๐ บาท ๑๔ ปีครึ่ง ได้เงินจากทรูหรือเรียลมูฟ ๒๙๐,๐๐๐ บาท เทียบกับ ๓๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านไม่ได้ ปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านอย่ามายิ้มลอยหน้าลอยตาได้อย่างไร หมายถึง รัฐมนตรีคนที่ ๓ ท่านนิพิฎฐ์ ท่านประธาน ผมจะสรุปตัวเลขแล้วครับ เพราะใช้เวลา มาพอสมควร ตัวเลขขึ้นเลย กว่าผมจะได้ตัวเลขนี้มาท่านประธาน ผมมีที่มาที่ไปชัดเจน ท่านประธาน ตัวเลขนะครับ กําไรบีเอฟเคที ๕,๔๓๓ ล้านบาท ผมได้คิดคํานวณทั้งหมด ๑๔ ปีครึ่ง มีสมมติฐานที่เป็นที่ยอมรับ ท่านบอกว่า ลูกค้าในอนาคตจะมีถึง ๓๐ ล้านบาท ผมคิดครึ่งเดียวผมเอาลูกค้าแค่ ๑๕ ล้านบาท ซึ่งวันนี้ทรูมูฟบวกกับฮัทช์มันก็เกินอยู่แล้ว มันมี ๑๗.๔ ล้านลูกค้า ผมเอา ๑๕ ล้านบาทสําหรับที่จะมาใช้ ๓ จี ใน ๑๕ ปีข้างหน้า นอกจากนั้นสถานีฐานท่านเคยบอกว่าจะทําถึง ๑๕,๐๐๐ สถานี ผมเอาครึ่งเดียวในการ คํานวณรายได้ทั้งหมด ผมเอาแค่ ๗,๕๐๐ สถานี ตัวเลขต่าง ๆ ในการคิดคํานวณของผม ท่านประธาน ผมได้ทําตัวเลขในการคิดคํานวณทั้งหมดนี่ลงในชาร์ทอันนี้ เดี๋ยวผมจะมอบให้ รายละเอียดยิบ มีสมมุติฐานที่เอาตัวเลขมาจากสัญญาไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า ค่าบริการ ค่าซ่อม บํารุง ค่าตั้งเสา รายได้คิดจากรายได้ที่เอามาจากโทรศัพท์ ๒ จี แบบจ่ายรายเดือน แบบเติม เงิน มีค่าเฉลี่ย มีที่มาที่ไปของตัวเลขทั้งหมด เพื่อที่จะพิสูจน์ว่ากําไรของบริษัทจะได้เท่าไร การสื่อสารแห่งประเทศไทยจะได้เท่าไร กทช. เสียไปเท่าไร นี่ครับ มันเป็นเอ็กเซล (Excel) เดี๋ยวผมจะมอบให้ ทํามาอย่างดี มีวิศวกรโทรคมนาคมมาช่วยงานผม วิเคราะห์ตัวเลข ทั้งหมด มีรายละเอียดทั้งหมด ท่านประธาน เรียลมูฟ เรียลมูฟนะครับ ตัวที่เอาคลื่นมา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เอาไปขายให้ลูกค้าพร้อมมือถือ อันนี้ยังไม่รวมค่ามือถือนะครับ เอาแค่ เฉพาะรายเดือนเติมเงิน เรียลมูฟ กําไร ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นายจุติ บอกว่าถ้ามาซื้อฮัทช์ ซื้อเศษเหล็ก ซื้อก็โง่ ผมว่าทรูมูฟโง่กว่าท่านนะนี่ถึงมาซื้อนี่ เขากําไรทั้งหมด ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท กสท. ครับ กสท. นี่ นายจิรายุทธให้สัมภาษณ์กี่ครั้ง ต่อกี่ครั้งบอกว่า ๑๔ ปีครึ่ง ๑๕ ปี ผมทํากําไรได้แน่นอน ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขที่ผม คํานวณมาได้ ๕๓,๘๖๒ ล้านบาท ใกล้เคียงกับสมมุติฐานที่นายจิรายุทธมาให้สัมภาษณ์ ตลอดเวลา กทช. ครับ กทช. ได้ค่าธรรมเนียมก็ได้จาก กสท. นี่ละ กสท. ได้มาจาก ค่าขายสัญญาณไปให้กับเรียลมูฟ ก็คิด ๖ เปอร์เซ็นต์จากราคาขายที่ตั้งไปขายให้เขา กทช. ได้ ๑๓,๑๖๑ ล้านบาท บวกค่าธรรมเนียมที่น่าเกลียดที่สุดในโลก เรียลมูฟ กําไร ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายค่าธรรมเนียม ๒๙๐,๐๐๐ บาท ๑๕ ปี เศษเงินนี่ท่านประธาน จิ๊บจ๊อยเลย แต่สิ่งที่ กทช. ต้องสูญเสียไป เรื่องใบอนุญาต บีเอฟเคทีไม่มีใบอนุญาต กทช. สูญเสียไปทันที ๙,๑๓๙ ล้านบาท สูญเสียใบอนุญาตถ้าเรียลมูฟ ได้ประมูลคลื่นความถี่ ทรูประมูลคลื่น ความถี่แล้วเรียลมูฟไปทําเองจะได้อีก ๓๔,๘๕๓ ล้านบาท

อันสุดท้ายท่านประธาน เนื่องจากไม่มีการประมูลคลื่นความถี่ ผมบอกแล้ว อย่างไรครับอย่าง กทช. ประมูลคลื่นความถี่มันมีราคาเริ่มต้น เริ่มต้น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าประมูล ๘๐๐ เมกกะเฮิร์ทซ์ คุณภาพมันดีนะครับ ราคาในตลาดโลกที่ผมมีตัวเลข อยู่ในมือผมทั้งหมด เริ่มต้นต้อง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธาน เพราะมันเร็วกว่า มันดีกว่า เพราะฉะนั้นรวมเบ็ดเสร็จ ๙,๑๓๙ ล้านบาท บวก ๓๔,๘๕๓ ล้านบาท บวก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๓,๙๙๒ ล้านบาท นายจุติทําให้รัฐเสียหาย ทําให้พี่น้องประชาชนเสียประโยชน์ เอาทรัพยากรอันเป็น คลื่นความถี่ที่เป็นทรัพยากรของชาติไปให้เขาใช้ฟรี ๆ อย่างนี้ท่านควรจะพิจารณาตัวเองได้แล้ว ท่านประธานผมจะสรุปเลยครับ นายจุติ ที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดนะครับ ขออนุญาตอ่าน เพราะมันยาว

ข้อ ๑ การทําสัญญาระหว่างการ กสท. กับกลุ่มทรูไม่โปร่งใส ไม่มีการเรียก ประกวดราคารายเดียว เป็นการประพฤติมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทรู เร่งรีบทําสัญญา ทําให้เกิดการผูกขาดตัดตอน ทําให้รัฐสูญเสียรายได้จากค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และขาดรายได้ จากค่าคลื่นความถี่

ข้อ ๒ การเลิกใช้ระบบฮัทช์ กสท. ไม่คํานึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ และไม่แจ้ง กทช. ถึงการเปลี่ยนระบบเป็น ๓ จี ตามประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และ วิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ ๓

ข้อ ๓ การติดตั้งระบบ ๓ จีเกินกว่าที่ กทช. อนุญาต และการสื่อสาร ยังอนุมัติให้ติดตั้งเพิ่มเติม ๑๔๓๓ สถานี โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก กทช. เป็นการผิดต่อ พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘

ข้อ ๔ การดําเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ระหว่าง กสท. กับทรู เหมือนกับการทํา สัญญาระหว่าง กสท. กับฮัทช์ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นจากคําวินิจฉัยของกฤษฎีกาเรื่องเสร็จ ที่ ๔๙๘/๒๕๔๖ ชัดเจนว่าเป็นการร่วมการงานต้องเข้าข่าย พ.ร.บ. ร่วมทุน พ.ศ. ๒๕๓๕ และการนําคลื่นความถี่ไปร่วมการงาน โดยไม่คิดราคาคลื่นความถี่ มูลค่าอย่างที่ผมได้เรียนไว้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับว่าเป็นการให้กลุ่มทรูใช้ฟรี ๑๕ ปี

ข้อ ๕ สรุปคลื่นความถี่ที่ กสท. นําไปมอบให้บริษัท บีเอฟเคที บริษัทลูก ของทรูนั้นเป็นคลื่นความถี่ กสท. ที่ กสท. ได้ให้สัมปทานแก่แทค ซึ่งจะหมดอายุสัมปทาน ในปี ๒๕๖๑ ตาม พ.ร.บ. องค์การจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. ๒๕๓๕ กสท. ต้องคืนคลื่นความถี่ ไปให้ กทช. ต้องคืนให้คณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติจัดสรรใหม่ตามที่กฎหมายกําหนด ไม่ใช่นําไปมอบให้บีเอฟเคที หรือบริษัทลูกของทรูใช้โดยที่ กทช. ไม่ได้อนุญาต

ข้อ ๖ การที่ กสท. เช่าเครื่องและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมจาก บีเอฟเคที และมอบคลื่นความถี่ให้บีเอฟเคที โดยบีเอฟเคทีไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ถือว่าผิดทั้งคู่ ทั้ง กสท. และบีเอฟเคทีเป็นความผิดต่อ พ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม ๒๕๔๔ และตามประกาศ กทช. เมื่อกําหนดลักษณะและประเภทของกิจการโทรคมนาคม การมอบคลื่นความถี่ไปให้ บีเอฟเคทีบริการจัดการเอง ถือว่าผิด พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่น ความถี่ ๒๕๕๓

ข้อ ๗ การให้เรียลมูฟ ไปขายบริการต่อทําให้ กสท. เห็นชัด ๆ ครับ เอากําไร ไปให้เขา ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และสัญญาที่ทํากันเป็นสัญญาลักษณะผูกขาด จํากัดการแข่งขัน ในตลาด การประกาศ กทช. เรื่องการประกอบกิจการโทรคมนาคม และประเภทขายส่ง บริการและขายต่อบริการ การลงนามในสัญญาที่มีอายุเกินกว่าที่บริษัทได้รับอนุญาตมันผิด แล้วก็บริษัทแม่ คือบริษัททรู ถือหุ้นในบริษัททรูมูฟกับเรียลมูฟ เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ผิด ประกาศของ กทช. เรื่องมาตรการป้องกันการผูกขาดสิ่งเหล่านี้ทั้ง ๖ อย่างนี้นะครับ เป็นข้อสรุปที่ผมอภิปรายวันนี้ จริงอยู่ครับในการอภิปรายผมอาจจะยกมือและแพ้ท่าน แต่เมื่อไรผมเป็นรัฐบาลผมจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายแห่งรัฐ คตส. เวอร์ชั่น ๓ (Version 3) เวอร์ชั่น ๒ (Version 2) ขึ้นมา แล้วจะยึดทรัพย์ท่านนี่นะครับ ท่านประธาน อันนี้คือสรุปครับ ความผิดของนายจุติเดี๋ยวจะมีเอ็ม ๗๙ อันนี้ผมไม่มาถล่มสภา ผมจะอธิบายว่าเอ็ม ๗๙ นี้มาอย่างไร ความผิดของรัฐมนตรีจุติ

๑. มีพฤติกรรมที่แสดงชัดเจนว่ากระทําการทุจริตสมรู้ร่วมคิดให้ทรูรายเดียว ได้ธุรกิจ

๒. ไม่ควบคุมกํากับดูแลรัฐวิสาหกิจ คือ กสท. ปล่อยให้มีการทําสัญญา เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทรูและทําสัญญาที่ขัดต่อกฎหมาย

๓. ท่านไม่ปกป้องรักษาผลประโยชน์ของรัฐและนําคลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากร ของชาติไปให้กลุ่มทรูใข้โดยไม่ต้องประมูล

๔. ท่านทําให้รัฐสูญเสียค่าธรรมเนียมที่ควรได้ไปถึง ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท

๕. เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทรูได้กําไรเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ แสนล้านบาท ซึ่งเป็น การผูกขาด

๖. บริหารงานโดยมิชอบ ไร้ประสิทธิภาพทําให้ประชาชนต้องสูญเสียโอกาส ในการใช้ ๓ จี เป็นการซ้ําเติมให้ประเทศชาติล้าหลัง เพราะการทุจริตในครั้งนี้

เอ็ม ๗๙ ท่านประธานมันถล่มโครงการนี้แน่นอนเพราะมาตรา ๗๙ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ๒๕๕๓ เขาเขียนอย่างนี้ครับ เมื่อมีการแจ้ง หรือได้รับแจ้งจากบุคคลใด หรือเมื่อรู้ว่ามีการเอาคลื่นของแทคไปให้ทรูใช้โดยไม่คืนคลื่นให้ กสทช. จัดสรรใหม่ ฝ่าฝืนมาตรา ๘๔ ของ พ.ร.บ. องค์การจัดสรรคลื่นความถี่ ตามสัญญา ที่ลงนามไว้ในข้อ ๒.๑๒ เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔ กสทช. ไม่ได้ทําอะไร การละเว้น การกระทํานั้นไม่ถือว่าผิดมาตรา ๑๕๗ แต่ กสทช. พอรู้ว่ามีเหตุการณ์อย่างนี้ไม่ทําอะไร ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน ๓ ปีหรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจับทั้งปรับ อันนี้ละครับ เอ็ม ๗๙ จะถล่มโครงการนี้แน่นอน เพราะฉะนั้นท่านประธานผมไม่อาจจะไว้วางใจ ให้ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ นายจุติ ไกรฤกษ์ ปฏิบัติหน้าที่อีกต่อไปได้ และผมได้ยื่นถอดถอน ท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ไว้เรียบร้อย ผมจะนําหลักฐานทั้งหมดที่ผมได้อภิปรายไปในวันนี้ มอบให้ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณา ท่านประธานครับ ขอบพระคุณสําหรับเวลาและไม่มีการ ประท้วงจากฝ่ายรัฐบาลเลย ผมดีใจครับ ผมได้นําเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของผม ถึงแม้จะยืดยาวไปหน่อย แต่เนื้อหาสาระเยอะมาก ผมพยายามจะตัดทอนพูดให้คนได้เข้าใจง่ายที่สุดท่านประธาน ผมได้ศึกษาเรื่องนี้มาเป็นเวลา แรมเดือน ได้รับมอบหมายจากผู้หลักผู้ใหญ่ ทั้ง ๆ ที่เป็นกรรมาธิการการคลังแต่ต้องมาหยิบ ๓ จี เพราะ ๓ จี มันมี ๓ อ้ายโม่ง วันนี้ผมเปิดหน้าอ้ายโม่งคนนี้ขึ้นมาแล้ว นายจุติ ไกรฤกษ์ ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน