โสภณ ซารัมย์ อภิปรายเรื่องการเพิ่มวงเงินของสายสีน้ำเงิน และการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้า โดยอ้างว่าโครงการสายสีน้ำเงินมีราคาถูกกว่า และเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อมูลของกรมบัญชีกลาง และชี้แจงว่าโครงการนี้มีราคางานก่อสร้างถูกกว่าทุกโครงการ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมจะได้ตอบท่านประธาน เพื่อให้ท่านสมาชิกได้รู้ถึงผมจริง ๆ ก็ตอบท่านประธานผ่านไปยัง สมาชิกอย่างตรงไปตรงมา แต่ต้องขออนุญาตท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าจําเป็นจะต้อง กล่าวถึงใครต่อใคร เพราะความจริงมันต้องกล่าวถ้าไม่กล่าวท่านก็ไม่รู้ ท่านสมาชิกในสภานี้ ก็ไม่รู้ ท่านประธานก็ไม่รู้ คนที่ฟังอยู่ทางบ้านก็ไม่รู้ ประเด็นที่ท่านกล่าวหาผมเรื่องสายสีน้ําเงินนี่ ผมฟังท่านผมจะตอบเรื่องนี้อย่างง่าย ๆ เพื่อให้คนฟังทางบ้านเข้าใจ เพราะผมฟังท่านยังงง
เรื่องแรกนี่ ท่านกล่าวหาผมเรื่องเพิ่มวงเงิน เรื่องเพิ่มวงเงินของสายสีน้ําเงิน กราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องสายสีน้ําเงินนี้กรอบวงเงินนี่ ผมจําเป็นต้องยก เพราะไม่ยก ไม่รู้ ไม่รู้ว่าใครในยุคไหน สายสีน้ําเงินนี่ ครม. ได้มีมติอนุมัติกรอบ กรอบวงเงินขณะนั้น ไว้เมื่อปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๑ รัฐบาลใครก็ไปว่ากันเอาเองถ้าอย่างนั้น แต่ไม่ใช่ยุคผมนะครับ กรอบวงเงินที่อนุมัติไว้ตอนนั้นก็คือ ๔๘,๘๒๑ ล้านบาท นี่คือกรอบวงเงินในสมัยนั้น เมื่อได้ กรอบวงเงินแล้วเขาก็มาดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธียกเว้นอี-อ็อคชัน เพราะไปซื้อวิธีแบบ นานาชาติ ซึ่งขณะนั้นแบบนี่ยังไม่เสร็จ ผมก็ต้องกราบเรียนท่านว่า เมื่อแบบรายละเอียด มันยังไม่เสร็จ ก็ต้องบอกว่ามันไม่เสร็จ ทีนี้ท่านมาบอกว่าผม ในยุคผม ผมก็ไม่ปฏิเสธนะครับ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกว่าปกติผมนี่ ผมจะไม่เคยละเมิดใคร ก็ว่ากันตรง ๆ จะไม่เคย ละเมิดใครในเรื่องที่จะกล่าวหาโยนความผิดหรือดูถูกใครต่อใครไม่เคยในวิสัยของผม ผมกราบเรียนนะครับ ในยุคผมที่เข้ามาเกี่ยวข้องก็คือการไปเพิ่มกรอบวงเงิน ท่านพูดถูกแล้ว การเพิ่มกรอบวงเงิน แต่ว่าที่มาเป็น ๕๒,๔๖๐ ล้านบาท อันนี้ผมเพิ่ม ผมรับผิดชอบ เพราะว่า ผมเสนอเพิ่มจริง ๆ เพิ่มเพราะอะไรครับ แต่ว่าก่อนที่ผมจะเพิ่มนี่ท่านที่เป็นรัฐมนตรี ก่อนผมนี่ทําหนังสือขอเพิ่มเหมือนกัน ถ้าท่านไม่ให้กล่าวก็ไม่ได้ เพราะเอกสารอยู่นี่ นี่คือ ลายเซ็นของท่านรัฐมนตรีก่อนผม ที่ทําหนังสือขอเพิ่มกรอบวงเงินนี้ไป ใครมาเป็นรัฐมนตรี เขาก็ต้องขอเพิ่ม เพราะว่าขอเพิ่มเป็นยูนิต คอสท์ (Unit cost) ราคาต่อหน่วย รัฐมนตรี ท่านที่ก่อนหน้าผมท่านขอเพิ่มเป็นกรอบวงเงิน เพิ่มเป็น ๕๒,๙๕๖ ล้านบาท เพิ่มวงเงินเป็น ๔,๑๓๕ ล้านบาท ซึ่งการพิจารณาขณะนั้นท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าให้ไปคิดราคา ต่อหน่วย เป็นยูนิต คอสท์ ฉะนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรี ผมก็รับมรดกชิ้นนี้มาทําต่อ เขาก็ไปคิดราคาต่อหน่วย ราคาต่อหน่วยที่ผมคิดทําไมมันลด ผมเพิ่ม ในวงเงินที่ผมเพิ่มคือ ๕๒,๔๖๐ ล้านบาท เป็นวงเงิน ๓,๖๓๙ ล้านบาท ถูกกว่ายุคนั้นอีก เพราะคิดราคาต่อหน่วย ตามความถูกต้อง ฉะนั้นประเด็นการเพิ่มวงเงิน ผมตอบท่านแค่นี้ เพราะคิดราคาต่อหน่วย เดี๋ยวใครจะยืนยัน คือก่อนหน้าผมนี่ก็ยังเพิ่ม หนังสือก็มี อย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ฉะนั้น ผมจะไม่เอ่ยชื่อเพราะผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า ใครมาเป็นรัฐมนตรี ก็เพิ่ม เพราะแบบนี่เขาคิดราคาต่อหน่วยเป็นยูนิต คอสท์ หนังสือก็อยู่ที่ผมส่วนประเด็นที่ นี่ผมจะตอบให้ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ได้เคลียร์ประเด็นว่าทําไมต้องเพิ่ม เพิ่มเป็นราคาต่อหน่วยเป็นยูนิต คอสท์ ซึ่งข้อสังเกตของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีตอนนั้น ท่านก็ได้มีข้อสังเกตไว้ว่าให้ไปคิดราคาต่อหน่วยมา หน่วยงานสํานักงบประมาณใครรู้หมด นะครับ ใครรู้หมด ฉะนั้นประเด็นนี้ผมกราบเรียนว่าเขาเพิ่มนี่ ในยุคผมเขาเพิ่ม ท่านสมาชิก อาจจะตกใจว่า เอ๊ะ เพิ่มอะไร เพิ่มในยุคผม คือเขาไปเพิ่มคิดเป็นค่ารื้อย้ายสาธารณูปโภค ก็คือ ประปา ไฟฟ้าที่เขาไปรื้อย้าย ทั้งหมด ๑,๔๓๒ ล้านบาท ค่าก่อสร้างที่มันเพิ่มขึ้นไปอีก ตามยูนิต คอสท์ อีก ๘,๘๘๑ ล้านบาท ค่าเครื่องจักร ค่าขนย้ายเครื่องจักร ๔๑๒ ล้านบาท ค่าแรงงานเพิ่มอีก ๖๗๖ ล้านบาท รวมทั้งหมดที่เพิ่มในกระบวนการที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปแล้ว ก็เป็นมูลค่าที่ต้องเสียแวต ๒๓๖ ล้านบาท นี่คือการเพิ่มที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่ามันเพิ่มตามเหตุผล ใครมาเป็นรัฐมนตรีก็ต้องเพิ่ม เพราะรัฐมนตรีก่อนหน้าผม เพิ่มแพงมากกว่าผม ท่านจะได้ทราบตัวตนผมอย่างไรครับ ท่านสมาชิกครับ
ประการที่ ๒ ผมจะอธิบายให้ง่าย ๆ เพราะว่าถ้าอธิบายแบบท่าน คนฟัง ไม่รู้เรื่อง งง รายการที่ ๒ ท่านบอกว่าโครงการนี้มันทุจริต ไม่มีโครงการไหนที่จะได้รับ การตรวจสอบเท่ากับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าของ จริงนี่ เราต้องทนต่อการตรวจสอบ ฉะนั้นผมจะยกประเด็นการตรวจสอบมาให้ท่านประธาน ได้เห็นการตรวจสอบครั้งที่ ๑ เมื่อคณะกรรมการของ รฟม. ได้ทราบผลการประกวดราคาแล้ว เขาแต่งตั้งอย่างที่ท่านพูดนี่ครับ คืออธิบดีกรมโยธาธิการ อธิบดีกรมบัญชีกลาง สํานักงาน อัยการสูงสุด สํานักงบประมาณ เขาไปปรับวงเงิน เขาไปตรวจสอบก็ลดลงมา ๖๗ ล้านบาท เหลือเป็น ๕๑,๗๔๘ ล้านบาท นี่คือการตรวจสอบ เมื่อเขาตรวจสอบเสร็จแล้วคณะกรรมการ ก็ได้ส่งเรื่องนี้มาที่ รฟม. ได้เห็นชอบสัญญาที่ ๑ ถึง ๕ นี่นะครับ ต่ํากว่าราคากลาง ต่ํากว่า การประกวดราคากลางที่ให้ไว้ ต่ํากว่ากรอบวงเงิน นี่คือการตรวจสอบครั้งที่ ๑ ผมก็รายงาน ให้คณะรัฐมนตรีทราบ อย่างที่ท่านทราบนะครับ ปรากฏว่าเมื่อรายงานให้คณะรัฐมนตรี ได้ทราบแล้ว คณะรัฐบาลชุดนี้ละครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ตรวจสอบตามโครงการอีกครั้งหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีให้แต่งตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบ โครงการนี้ โดยไม่ผ่านแล้วให้รายงานท่านนายกรัฐมนตรีได้ทราบ นี่คือการตรวจสอบครั้งที่ ๒ การตรวจสอบครั้งที่ ๓ เป็นไปตามที่ท่านได้ข้อมูล ก็คือการตรวจสอบตามที่คณะกรรมาธิการ ได้ให้ความเห็นไป ก็คือคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในสภาเรานี่ละครับ คณะกรรมาธิการได้ตั้ง ข้อสังเกต ท่านนายกรัฐมนตรีก็ให้รับเอาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง กระทรวงคมนาคมก็ได้ดําเนินการการตรวจสอบตามที่คณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็น รายละเอียดผมไม่พูด แต่เพราะว่าเขาตรวจสอบตามกระบวนการ เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว ในวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ เราก็ได้รายงานข้อเท็จจริงไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทราบ ทุกประเด็น ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรียังติดใจ ยังติดใจอยู่ ๒ เรื่องที่ท่านพูดถึง ก็คือเรื่องฮั้วกับเรื่องราคา ในเรื่องของการที่จะปฏิบัติตามระเบียบของกฎหมาย ในภาค ราชการนี้ใครชี้ ใครเป็นผู้ที่มีอํานาจชี้ว่าราชการปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ถูกต้องในเรื่องของ กฎหมาย ก็คืออัยการ ท่านนายกรัฐมนตรีก็สั่งให้กระทรวงคมนาคมนี่ เรื่องนี้แจ้งให้อัยการ ตรวจสอบขั้นตอนการทํางานของกระทรวงคมนาคม ผลการตรวจสอบของอัยการ ผมจะได้ นํามากราบเรียน นี่คือผลการตรวจสอบ ประทานโทษครับ นี่คือหนังสือยืนยันจากอัยการ ครับ สํานักงานอัยการสูงสุด สํานักงานอัยการสูงสุดได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ อส ๑๐๒/๒๖/๗ สํานักงานอัยการสูงสุด ลงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔ เรื่อง ข้อสังเกตเบื้องต้นของโครงการ รถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน บางซื่อ-ท่าพระ เรียน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี อ้างถึง หนังสือสํานัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลับ ด่วนที่สุด ที่ สล ผมไม่อ่านนะครับ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ ตามที่ผมจะไม่อ่าน ตามที่หนังสือนี้นะครับ สํานักงานอัยการสูงสุด ขอเรียนความเห็น ที่เกี่ยวข้อง ข้อสังเกต ข้อ ๑ ถึง ข้อ ๓ ดังนี้
กรณีข้อสังเกต ข้อ ๑ ที่ว่า คณะกรรมการกําหนดราคากลางปฏิบัติขัดต่อ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๑ นั้น เห็นว่าหากข้อเท็จจริงปรากฏตามที่ กระทรวงคมนาคมชี้แจง หนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ลงวันที่ ผมไม่อ่านนะครับ พร้อมกับเอกสารชี้แจง การที่รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ (รฟม.) ได้ดําเนินการ กําหนดราคากลางงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสีน้ําเงิน โดยได้ดําเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ กําหนดราคากลาง เขาก็ว่ามานะครับ ผมไม่เสียเวลาอ่าน เพื่อท่านจะได้เข้าใจ สุดท้าย เขาขมวดว่า รฟม. ได้ดําเนินการถูกต้องตามขั้นตอนและตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ตามที่กระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงแล้ว นี่คือข้อที่ ๑
ข้อสังเกตที่ ๒ เขาบอก ที่คณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอการประกวดราคา ทําผิดระเบียบขั้นตอนกฎหมาย ขอเรียนความเห็นในกรณีดังต่อไปนี้นะครับ กรณีที่ ๑ สัญญาที่ ๑ กรณีที่บริษัท อิตาเลียน-ไทย ได้คํานวณตัวเลขผิดนั้น ที่ท่านบอกผมว่าตัวเลขผิด น่าหัวเราะ ไม่ให้คนกินข้าว ต้องกินนะครับ คนต้องรับประทานข้าว เขาบอกว่า ตามประกาศ การประกวดราคาระบุให้การประกวดราคาตามสัญญาการประกวดราคาแบบนานาชาติ ซึ่งหลักเกณฑ์การประกวดราคานานาชาติโดยทั่วไประบุเงื่อนไขการตรวจสอบราคา ผมไม่อ่านนะครับ สุดท้ายเขาบอกว่าการดําเนินการการตรวจสอบราคาดังกล่าว เพียงการ ตรวจสอบราคาให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ผิดพลาด ซึ่งมิใช่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบ และสาระสําคัญที่กําหนด เป็นการแก้ไขและเสนอราคาเพื่อให้ได้ผลประโยชน์การได้เปรียบ เสียเปรียบของผู้เสนอราคานะครับ จึงเป็นกรณีที่กรรมการพิจารณาพิจารณาเสนอราคา การประกวดราคาได้ และกรณีนี้เป็นประโยชน์แก่ทางราชการ ดังนั้นจึงเห็นให้ดําเนินการ ถูกต้องตามขั้นตอนเอกสารการประกวดราคาและข้อบังคับของ รฟม. ว่าด้วยระเบียบพัสดุ และธรรมเนียมการประกวดราคาแบบนานาชาติ นี่ละครับที่ท่านบอกผมว่ารวมตัวเลขผิด น่าหัวเราะ มันรวมตัวเลขผิด ถามว่าในอดีตเคยมีไหมครับ เมื่อปี ๒๕๔๖ ก็มีการประกวด ราคาสะพานลอย กทม. นี่ครับ บริษัท ที่จริงผมไม่อยากอ่านเลยนะครับว่าเขาเสียหาย บริษัทที่ ๑ บริษัทที่ ๒ บริษัทที่ ๓ นี่เขาแจ้งมา เรียนเลยครับเพราะมันเป็นข้อเท็จจริง นะครับ บริษัท ธีรเทพ เปิดซองออกมาแล้วได้ลําดับที่ ๑ บริษัท อิตาเลียน-ไทย ได้ลําดับที่ ๒ บริษัทพีพีดีได้ลําดับที่ ๓ พอมาขั้นพิจารณาแล้วปรากฏว่าบริษัท อิตาเลียน-ไทย นี่ได้ที่ ๑ บวกเลขผิดไป ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถามว่าในอดีตมีไหมครับ มี แล้วก็มีเยอะแยะในการคิด ราคาต่อหน่วย ฉะนั้นใครจะฮั้ว ใครอะไร ผมไม่รู้ แต่มันมีข้อเท็จจริงอย่างนี้ ผมมีหน้าที่ ที่ดูว่ามันขัดกับระเบียบกฎหมาย ท่านก็จะบอกว่า ไม่รู้ไม่ได้ ไม่ได้ มันเป็นเรื่องระเบียบของ ผู้ปฏิบัติของหน่วยงาน ใครจะมาเป็นรัฐมนตรีก็ต้องทําอย่างนี้ ผมจําได้ว่าก่อนหน้าที่จะมี การเปิดอภิปราย ท่านได้บอกว่ารัฐบาลชุดนี้แทรกแซงข้าราชการจนเสียหาย เมื่อวานนี้ครับ ผมบอกว่า ถ้าท่านเข้าไปดูทั้งหมด ถามว่าแทรกแซงไหม ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ท่านบอกว่าไปแก้ตัวเลขฮั้วงานนะครับ เขาตรวจสอบแล้ว ส่วนกรณีที่ ๒ ที่เรื่อง เอกสารผลงานอะไรต่าง ๆ ผมจะสรุปว่า รฟม. จึงสามารถดําเนินการดังกล่าว และเป็นการ ดําเนินการที่ถูกต้องตามข้อบังคับ เป็นไปตามเงื่อนไขของการประกวดราคา นี่คือประเด็น ที่ท่านกล่าวหาผม ส่วนเรื่องเอกสารของชิโนไทยนะครับ เขาบอกว่ากรณี รฟม. ได้ดําเนินการ ถูกต้องตามขั้นตอนและข้อบังคับตามเงื่อนไขของการประกวดราคา ผมกราบเรียน หลายครั้งแล้ว แล้วก็มีพูดหลายครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องบริษัทชิโนไทย ไม่ได้เกิดขึ้นในยุคผมเลย ก่อนหน้านี้ผู้บริหารอะไรต่าง ๆ ก็เป็นรัฐมนตรีร่วมกัน ฉะนั้นเรื่องนี้ เราก็พูดเอามันส์ว่าผมนี่ไปเอื้อให้บริษัทนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ ฉะนั้นขอกราบเรียนครับ ประเด็นที่ ๓ ที่ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกนะครับ ข้อสังเกตของอัยการ ข้อ ๓ ขอเรียนว่าเมื่อกระทรวงคมนาคมได้ดําเนินการชี้แจงและยืนยัน รฟม. ได้ดําเนินการประกาศให้ผู้รับจ้างทราบ ประกาศผลการประกวดราคา สัญญาการก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินทุกสัญญาได้ปรับราคาได้ และได้ระบุในเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้างนะครับ สูตรวิธีการคํานวณ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๓๒ ไว้ในร่างสัญญาก่อสร้างทุกสัญญา และ รฟม. ได้ดําเนินการตรวจสอบ รายละเอียด ถูกต้องตามเงื่อนไข ตามหลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรวิธีการคํานวณ ตามข้อสังเกตของอัยการสูงสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีความจําเป็นที่สํานักงานอัยการ สูงสุดจะได้ให้ความเห็นในกรณีนี้อีก ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า นี่คือประเด็นที่ท่านกล่าวหาผมว่ามีการฮั้วงาน ผมเรียนนะครับ ผมอยากเปรียบเทียบ โครงการใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้น อันนี้คือโครงการสายสีแดง โครงการสายสีแดงนี่ ถ้าคิดราคา กิโลเมตร จํานวนเงินต่อกิโลเมตรนะครับ สายสีแดงนี้ ๑,๖๔๘ ล้านบาทต่อกิโลเมตร สายสีม่วงนี้ ๑,๑๙๑ ล้านบาทต่อกิโลเมตร สายสีแดงนี้ประมูลเมื่อปี ๒๕๕๐ สายสีม่วง ประมูลเมื่อปี ๒๕๕๑ สายสีน้ําเงินนี้คิดเป็นกิโลเมตรหนึ่งต่อ ๑,๐๗๖ ล้านบาท ถูกกว่า ทุกสายที่สร้างก่อนนี้ ฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าเรื่องนี้มันต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูด แล้วผมก็กราบเรียนว่านี่คือประเด็นที่ท่านกล่าวหาว่า ๑. รฟม. หรือกระทรวงคมนาคมทําผิด ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการผิดมติคณะรัฐมนตรีหรือผิดขั้นตอนการประกวดราคา ได้รับคํายืนยันจากอัยการสูงสุด ซึ่งผมเรียนแล้วนะครับว่าอัยการ สํานักงานอัยการสูงสุด คือเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล สูงสุดแล้วหมดแล้วในเรื่องที่ปรึกษากฎหมาย สูงสุดแล้วครับ ยกเว้นเข้าสู่กระบวนการศาล นี่คือสูงสุดแล้ว ถ้าไม่ฟังอัยการสูงสุดไม่รู้จะไปเชื่อใคร จะให้ ใครมาตรวจสอบอีก ผมจึงบอกว่าจะได้พิสูจน์ ผมไม่ได้ชื่นชมยกยอท่านนายกรัฐมนตรี เกินเหตุ เรื่องนี้แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่ได้ข้อมูลไป แต่ว่า ผมไม่ติดใจ ผมถือว่าทําหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา กรรมาธิการก็ทําหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ก็ถือว่าไม่เป็นไร ขอให้เราชี้แจงได้ ฉะนั้นประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านสมาชิกว่าสุดท้ายมันอยู่ที่หนังสืออัยการ ใครจะกล่าวหาใคร แต่สุดท้ายต้องมีคนการันตี (Guarantee) สูงสุด ถ้าอย่างนั้นประเทศอยู่ในนิติรัฐไม่ได้
ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านกล่าวหา คือเรื่องราคาถูก แพง วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ที่คณะรัฐมนตรีได้ถกเถียงกันมาก เรื่องนี้ไม่มีสุกเอาเผากิน เรื่องโครงการใหญ่ ๆ ในรัฐบาล ชุดนี้ไม่มีสุกเอาเผากิน ผมก็ไม่ได้น้อยใจด้วยนะครับ เรื่องนี้ทาง ครม. ได้ให้กรมบัญชีกลาง ได้ตรวจสอบ กรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบข้อมูลของรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินในเรื่องราคา นี่คือ หนังสือที่กรมบัญชีกลางส่งถึงแจ้งผลการตรวจสอบไปยังเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นี่คือ สําเนาหนังสือที่รายการเขาแจ้งไปบอกว่า ผมจะไม่อ่านนะครับ เขาบอกว่า ในกรณีที่เป็นงาน หรือโครงการการก่อสร้าง ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการหลายโครงการมีความสลับซับซ้อน ใช้งบประมาณมีลักษณะเป็นโครงการเฉพาะและเทคโนโลยีพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากการ ก่อสร้าง ๓ ประเภทดังกล่าว ให้กําหนดวิธีการคํานวณราคากลางโดยเฉพาะ ซึ่งข้อเท็จจริง และคําชี้แจงของกระทรวงคมนาคมพบว่า รฟม. ทราบ และดําเนินการตามแนวทางดังกล่าว การแต่งตั้งและอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการราคากลาง
สุดท้ายครับ ที่ประชุมของคณะกรรมการที่เขาประชุมกรมบัญชีกลาง เขาบอกว่า ที่ประชุมได้พิจารณามติในประเด็นดังต่อไปนี้ ถ้าผมจะอ่านก็คงยาวนะครับ ท่านประธาน ผมจะสรุปเฉพาะประเด็นที่สําคัญ เขาบอกว่า รฟม. มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการกําหนดราคากลางโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินช่วงหัวลําโพง บางแค บางซื่อ ท่าพระ ซึ่งตามข้อกําหนดหลักเกณฑ์ได้คํานวณราคากลางตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ อันนี้คือหลักเกณฑ์ แนวทางและวิธีปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การก่อสร้างตามข้อ ๑๒ ซึ่งกําหนด ไว้ว่าการก่อสร้างออกแบบ การก่อสร้างหน่วยงานเจ้าของโครงการ งานก่อสร้างสามารถให้ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เอกชน เป็นผู้ออกแบบก่อสร้างให้ก็ได้
สุดท้ายผมจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิก เขาขมวดท้ายบอกว่า การเปรียบเทียบราคาคนละฐานดังกล่าว ค่างานก่อสร้างเฉลี่ยงานโยธาธิการกิโลเมตรละ ๑,๑๐๐ ล้านบาท เป็นการเปรียบเทียบจากโครงสร้างยกระดับงานก่อสร้างกิโลเมตรละ สผ ปรากฏเฉลี่ยกิโลเมตรละ ๑,๐๗๖ ล้านบาท กิโลกเมตรละ ๑,๑๙๑ ล้านบาท กิโลเมตรละ ๑,๖๔๘ ล้านบาทตามลําดับ ตารางได้เปรียบเทียบรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินและโครงการรถไฟฟ้า เฉลิมรัชมงคล ปรากฏว่าราคาเฉลี่ยกิโลเมตรละ ๓,๘๔๖ ล้านบาท และโครงการ ๔,๐๔๐ ล้านบาทตามลําดับ สรุปความก็คือ โครงการนี้เป็นโครงการที่มีราคางานก่อสร้างถูก กว่าทุกโครงการ นี่คือหนังสือจากกรมบัญชีกลางที่ผมกราบเรียนนะครับ ฉะนั้นประเด็น ที่ท่านสมาชิกกล่าวหาในเรื่อง ผมสรุปความก็คือ เรื่องราคา เรื่องไม่ปฏิบัติตามสัญญางาน ฉะนั้นผมเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้สิ่งที่กระทรวงคมนาคมได้ดําเนินการไปนั้น ได้ถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรีและได้ถูกต้องตามขั้นตอนและผ่านการตรวจสอบทุกเรื่อง นี่คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน ส่วนโครงการที่ท่านกล่าวหาผมเรื่อง โครงการรถไฟฟ้า สายสีม่วง ประเด็นที่ท่านกล่าวหาผม ก็คือ การเพิ่มวงเงินที่ไม่ชอบ ผมเรียนครับว่าประเด็น ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่ารถไฟสายสีม่วงที่จริงแล้วก็มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจผม ครั้งแรกแล้ว ผมเรียนมีประเด็นหลักสําคัญอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือเรื่องการใช้แวต (VAT) ที่ท่านกล่าวหาบอกว่าการที่เราเอาแวต มาใช้จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เพราะการกู้ยืมเงินของไจก้า ไม่สามารถที่จะเอาแวตมาใช้ได้ ฉะนั้น เบื้องต้นที่ผู้เสนอราคาให้เสนอราคาในการก่อสร้างครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบแล้ว ว่าไจก้าไม่อนุมัติให้มีเงินในวงเงินแวต ฉะนั้นกระทรวงคมนาคมก็ได้รายงานผลการปรับราคา ซึ่งท่านกล่าวหาบอกว่าคณะรัฐมนตรีถ้าจะปรับกรอบวงเงินต้องปรับแวต ครม. ต้องอนุมัติ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ การอนุมัติเป็นหน้าที่ของหน่วยงาน ฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ท่านกล่าวหาผมในเรื่อง สายสีม่วงผมเรียนว่าวันนี้เรื่องต่าง ๆ ที่ผมได้ชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ แล้วก็ในการอภิปราย คราวที่แล้วก็ถือว่าผมยืนยันคําชี้แจงผมในการที่อภิปรายคราวที่แล้วครับ ขอบคุณครับ