สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๔

วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องนโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล โดยวิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายเงิน 69 ล้านบาทในการจ้างบริษัทต่างชาติเพื่อศึกษานโยบาย และการเพิ่มจุดผ่อนผันให้กับผู้ค้าขาย 20,000 รายในกรุงเทพมหานคร โดยมีเจตนารมณ์ที่ดี แต่ไปติดขัดกับระเบียบกฎหมายของกรุงเทพมหานคร และไม่ได้ถามประชาชนว่าคนส่วนใหญ่จะตอบรับโครงการนี้หรือไม่

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

โอเคครับ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดในเรื่องของนโยบาย ประชาวิวัฒน์ ซึ่งก่อนอื่นนั้นก็ต้องขอขอบคุณครับที่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองมานั่งฟัง ท่านจะร่วมด้วยก็ได้ครับ ส่วนหนึ่งนั้นต้องยอมรับครับว่ารัฐบาลชุดนี้มีความคิดหลายเรื่อง คิดบ้าง ทําบ้าง ศึกษาบ้าง ล้วนแล้วแต่ดีหรือไม่ดีประชาชนทราบ แต่วันนี้มีหลายเรื่อง ซึ่งอุตริคิดในเรื่องซึ่งไม่ควรที่จะมาดําเนินการ หลายเรื่องก็พังพินาศไปครับ เช่น เอาไข่ มาชั่งกิโล หรือในเรื่องของการทําให้ของต่าง ๆ ที่อยู่ในตลาดราคาสูงขึ้นและขาดแคลน วันนี้ก็มีส่วนกระทบจากนโยบายของภาครัฐในเรื่องของประชาวิวัฒน์ ซึ่งท่านเองนั้น ได้ดําเนินการศึกษาเอาไว้ ทั้งหมดมี ๙ ข้อ และทราบมาว่าใน ๙ ข้อนี้ท่านไม่ได้คิดเอง หรอกครับ ท่านเอางบจากธนาคารโลก เอสเอแอล (SAL) จํานวน ๖๙ ล้านบาท นํามาจ้าง บริษัท แมคเคนซี คอมพานี (ประเทศไทย) จํากัด แล้วก็เอาส่วนนี้ละครับ มากําหนด ทําไมล่ะครับ โครงการง่ายๆ ๙ อย่างนี้ต้องจ้างบริษัทซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติ แล้วก็มีข้อครหา มากมายครับว่าใช้เวลาไป ๓๕ วัน แต่เห็นออกมาพูดบอกว่า ไม่จริงหรอก ๔ เดือน เอาละครับ ผมคงไม่ติดใจในเรื่องดังกล่าว เพราะว่ามันเป็นข่าวซึ่งพาดพิงมานานแล้ว แล้วก็คิดว่าเงินดังกล่าวนี้ถ้าใช้กับในเรื่องความคิดแค่ ๙ ข้อ ๙ นโยบายแล้วมันใช้จ่ายเงิน ไปถึง ๖๙ ล้านบาท ผมคิดว่าคนไทยคงจะต้องเป็นหนี้อีกมากมาย ท่านประธานครับ ผมสนใจในข้อที่ ๔ คือเรื่องเพิ่มจุดผ่อนผันให้กับผู้ค้าจํานวน ๒๐,๐๐๐ ราย มีพื้นที่ค้าขาย เพื่อลดรายจ่ายนอกระบบและพัฒนาให้เป็นจุดท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ที่ผมสนใจนี้ เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ดูเหมือนว่าจะดูแลพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ผมเห็นด้วยครับ ในยามที่ภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ มีทั้งกู้ มีทั้งยืม มีทั้งเงินนอกระบบ มีทั้งการฝ่าฝืน กฎระเบียบต่าง ๆ ของรัฐ แต่วันนี้ที่ต้องมาถามเพราะผมเห็นใจครับ พ่อค้าประชาชนที่กําลัง ได้รับความกรุณาจากรัฐบาลในการเพิ่มแผนพื้นที่ ซึ่งจริง ๆ ไม่ได้เพิ่มหรอกครับ เพราะเขา ค้าขายอยู่ ในจํานวน ๒๐,๐๐๐ ราย กรุงเทพมหานครมีจุดผ่อนผันทั้งหมดตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ จนถึงปัจจุบันนี้ประมาณ ๒๕,๐๐๐ แผงค้า แต่โดยรวมแล้วการผ่อนผัน หมายถึงว่า การกําหนดพื้นที่ให้ค้าขายเท่านั้นเอง แล้วก็อ้างเสมอครับว่าเป็นการจัดระเบียบ เป็นการดูแล เป็นการไม่ให้เกิดปัญหาเงินใต้โต๊ะ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นดูเหมือนว่า เป็นการดําเนินการมาถึงเกือบ ๒๖ ปีที่มีจุดผ่อนผัน แต่ไม่ได้ทําอะไรเลยครับ พอจะผ่อนผัน ทีไรก็อ้างประชาชน อ้างความต้องการ อ้างความเดือดร้อน อ้างเศรษฐกิจ วันนี้ก็อ้าง เหมือนกันครับ จากรายงานที่ บริษัท แมคเคนซี คอมพานี (ประเทศไทย) จํากัด ทําขึ้นมา บอกว่าจะต้องไปดูและดําเนินการในเรื่องดังกล่าว จึงไปหาวิธีการที่จะเพิ่มบุคคลที่มีพื้นที่ขาย อยู่ในทางเท้าจํานวน ๒๐,๐๐๐ แผงค้าในปัจจุบัน เพราะพวกนี้เขาค้าขายอยู่แล้วครับ แต่มันผิดกฎหมาย แต่วิธีการกระทําอย่างนี้ผมมองว่าเป็นการทําลายประชาชนด้วยซ้ํา ทําลายผู้ค้าด้วย รัฐบาลบอกว่าใช้จ่ายเงินนี่ จํานวนเม็ดเงินโดยการกู้จากธนาคาร ๕ ธนาคาร ส่วนนี้กู้ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทในจํานวน ๒๐,๐๐๐ แผงค้า กู้จากธนาคารออมสิน ๓๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมกําลังงงครับว่าการดําเนินการในเรื่องดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่ดี แต่ไปติดขัดว่าจะต้องไปออกกฎหมาย ซึ่งไปขัดต่อระเบียบของกรุงเทพมหานครว่าด้วย พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองปี ๒๕๓๕ แล้วก็ไปขัดการแก้ไขระเบียบพระราชบัญญัติสาธารณสุขปี ๒๕๓๕ ซึ่งทั้ง ๒ ส่วนนี้ ถ้าใครเอาของไปตั้งวางในที่สาธารณะ หมายถึงสถานที่จัดไว้เป็นสาธารณะสําหรับประชาชน ใช้เพื่อการบันเทิงพักผ่อนหย่อนใจ แล้วก็ไม่ได้เป็นศาสน คําว่า ศาสน ก็คือศาสนสมบัติ ของแผ่นดิน นอกจากที่รกร้างว่างเปล่าในความหมาย แต่ท่านประธานครับ ที่ตรงนี้ใครก็รู้ ว่าใช้ในเรื่องของการสัญจรการเดิน แต่รัฐบาลชุดนี้บอกว่าสภาพเศรษฐกิจที่ย่ําแย่ประชาชน เดือดร้อนซึ่งเขาค้าขายอยู่แล้ว แต่กําลังทําให้เขาถูกต้องตามกฎหมาย ผมไม่ได้ว่า ถ้าทําแล้วดี ทําแล้วเหมาะสมผมเห็นด้วยกับโครงการนโยบาย แต่วันนี้นี่ท่านดูเหมือนว่า กําลังเปลี่ยนแปลงกฎหมาย แล้วท่านก็ไม่ได้ถามประชาชนว่าคนส่วนใหญ่กับคนจํานวน ๔๐,๐๐๐ แผงค้า บวกของใหม่นี้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ แผงค้า บวก ๒๕,๐๐๐ แผงค้า คิดเป็นตัวเลขประมาณ ๐.๐๐๔ เปอร์เซ็นต์ จากจํานวนคนทั้งหมด ๑๐ ล้านคนของคน กรุงเทพมหานคร ผมถามว่าถ้าเอาเงินจากการกู้แล้วจะช่วยเหลือแก้ไขรวมถึงเอาทางเท้า บอกว่า ๓ เมตรขึ้นไปเหลือช่องทางเดิน ๑ เมตรนี่มันจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมจะให้ดูสื่อ เชิญครับฉายสักนิดหนึ่งครับว่าสภาพทางเท้าปัจจุบัน เป็นอย่างไรครับ ภาพนี้เป็นภาพแรกนะครับ จะเห็นว่ามีความแออัดในส่วนจุดผ่อนผัน รูปต่อไปครับ รูปที่ ๒ เป็นปัญหาทางเท้าสาธารณะ คนลงมาเดินข้างล่างเพราะข้างบน ไม่มีที่เดิน รูปที่ ๓ ครับ มีการตั้งวางขายของแล้วก็มีฝนตก เห็นไหมครับ เมื่อวานนี้เพิ่งไป ถ่ายมา ฝนตกที่หน้ารามคําแหงคนต้องลงมาเดินข้างล่างนะครับ ภาพต่อไปครับ ร้านก๋วยเตี๋ยว นี่ครับสาธารณสุขจะสะอาดได้อย่างไรครับ สิ่งต่าง ๆ ที่สกปรกเลอะเทอะ หรืออย่างไรใครจะไปดูแลครับ รูปต่อไปครับ การตั้งวางขายของนี้บอกว่าจะต้องมีช่องเดิน ตอนนี้ตั้งเป็น ๒ ฝั่ง อีกฝั่งหนึ่งทาน อีกฝั่งหนึ่งทําอาหารขาย ตรงนี้ช่องทางนี้จะถึง ๑ เมตร หรือเปล่า ตอนที่ไปถ่ายไม่ใช่ตอนเย็นนะครับ ถ้าตอนเย็นคนจะเยอะมากครับ รูปต่อไปครับ ห้ามตั้งวางขายของในจุดรถประจําทาง แต่ตอนนี้ตรงนี้ตั้งจนเต็มมิดไปหมดแล้วครับ ลองดูสิครับท่านประธานครับ ต่อไปครับ อาจจะเกิดมิจฉาชีพได้ เพราะคนจํานวนมาก ทางเท้าต้องโปร่ง ท่านอย่าไปเอาอย่างต่างประเทศครับ เพราะคนคิดนี่เป็นคนต่างประเทศ ท่านมาคิดในเมืองไทยคิดอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ความระเกะระกะ รูปทรงต่าง ๆ ซึ่งทุกครั้ง อ้างบอกว่าจะจัดระเบียบเดี๋ยวมีร่มต่าง ๆ ที่ออกแบบมา ทุกครั้งกรุงเทพมหานครทําอย่างนี้ ตั้งแต่สมัยทุกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครละครับ ต่อไปครับ นี่คือรูปแบบครับของ คนกรุงเทพมหานครที่จะต้องเผชิญ แล้วสุดท้ายผมถามว่าเป็นอย่างไรครับ ท่านรู้ไหมครับ ว่าจํานวนทั้งหมดนี่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นคนต่างจังหวัดที่มาค้าขาย ไม่ได้ว่าครับ คนกรุงเทพมหานครจริง ๆ มี ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่คนในพื้นที่มีอยู่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้น เป็นคนในกรุงเทพมหานครที่คละเคล้ากัน ถามว่าสิ่งที่ท่านทํานี้ท่านทําให้กับกลุ่มคนต่าง ๆ จํานวน ๔๐,๐๐๐ คน แต่คนในจํานวน ๔๐,๐๐๐-๔๕,๐๐๐ คนนี้ ท่านเสียทางเท้าคูณด้วย ๒ ตกประมาณ ๘๐ กิโลเมตร เสียทางเท้าไป ๘๐ กิโลเมตร แล้วก็ให้เขาไปกู้ หวังที่จะเอา เงินต่าง ๆ บอกว่ามาช่วยเหลือประชาชน ผมไม่ได้ขัดท่าน สมัยรัฐบาลทักษิณเขาช่วย วินมอเตอร์ไซค์เขาจดทะเบียนจัดตั้งเรียบร้อย ท่านประธานชัยเป็นประธานเอง ตอนนั้น ผมเป็นเลขานุการคณะ แล้วทําได้ประโยชน์ครับ ผู้ค้าวินมอเตอร์ไซค์วิ่งดําเนินการได้ไม่ต้อง ถูกรีดถูกไถ แล้วก็เป็นป้ายเหลืองสาธารณะ แต่วันนี้ท่านกําลังทําอะไรผมไม่ทราบ เพราะกรุงเทพมหานครกําลังมีปัญหา ผมจึงไปสู่คําถามครับท่านประธาน คําถามที่ว่า ในขณะนี้ที่ท่านกําลังทําโครงการ รัฐบาลมีกรอบความคิดอย่างไรในการทําทางเท้าสาธารณะ มาจัดเป็นที่ขายของโดยเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบของการค้าขายกับคนที่ ซื้อของขายในส่วนนี้ครับ