สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาผลกระทบของกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะกฎหมายสัญชาติที่อาจมีผลเสียมากกว่าผลดี และการเปลี่ยนสัญชาติไทยเป็นนิติกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อระบบกฎหมายและพลเมืองไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาถึงผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้าน และการป้องกันการทุจริตสัญชาติ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็นั่งฟังการอภิปรายด้วยการให้ความสนใจต่อกฎหมายฉบับนี้ แม้จะเป็นการแก้ไขเพียงไม่กี่มาตรา น่าเสียดายมากครับที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลนั้น แทนที่จะมุ่งเน้นดูข้อบกพร่อง ข้อเสียหาย หรือข้อดีของกฎหมาย กลับใช้นิสัยเดิม ๆ ไปทิ่มไปแทงอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยอยากจะก้าวล่วง ซึ่งการเสียดสีกันอย่างนั้นผมคิดว่าระวังบาปจะตามมาถึงนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่กําลังจะเป็น อดีตในไม่กี่เดือนนี้ อาจจะอยู่ประเทศนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ด้วยเหตุผลอื่นหรอกครับ ด้วยเหตุผล สั่งฆ่าประชาชน ผมว่าเรามาตั้งต้นศักราชใหม่ดีกว่าท่านประธานครับ แม้จะซ้ําแล้วซ้ําเล่า เรามาถึงเนื้อความของกฎหมายฉบับนี้ว่ามีข้อบกพร่องอะไรบ้าง มีข้อดีอะไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมฟังจากท่านรัฐมนตรีได้นําเสนอเรื่องนี้ ก็ดูจะเป็นการอ่านตามข้อเหตุผลที่เขียนมา ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตอันหนึ่งว่า ท่านได้คิดถึงประเด็นนี้หรือเปล่าครับ ท่านรัฐมนตรี ซึ่งกฎหมายนี้มีแนวโน้มผ่านแน่ ท่านคิดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศเพื่อนบ้านไหมครับ คนไทยพลัดถิ่นตามเงื่อนไขที่ท่านว่ามานี้ ส่วนใหญ่ก็อยู่แถว ๆ นี้ ละครับ คงไม่ได้กระจายอยู่ที่ประเทศอเมริกา ประเทศอังกฤษ แต่คงจะกระจายอยู่ประเทศ เพื่อนบ้านในอาเซียนนี้เอง ในภาวะที่รัฐบาลนี้ได้บริหารประเทศจนกระทั่งทะเลาะกับ ชาวบ้านเขาได้ถึงขั้นทําสงครามกัน ท่านกําลังพูดถึงการให้สัญชาติของคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งอาจจะเป็นประเทศเขมร อาจจะเป็นประเทศลาว หรืออาจจะเป็นประเทศพม่าท่านครับ การแบ่งสัญชาติที่ท่านบอกว่ามีการพลัดถิ่นอันเป็นเงื่อนไขตามกฎหมายนี้ ว่ากันจริง ๆ แล้ว ถ้ากฎหมายนี้ผ่านขึ้นเมื่อไร คนไทยที่มีเชื้อสายผูกพันกันอย่างที่ผมกราบเรียนไปนี้ ผมว่า ไม่มากก็น้อย ส่วนหนึ่งอยากจะเข้ามาอยู่ในประเทศไทย เพราะต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นได้ทําให้กลายเป็นกลิ่นหอมจรุงใจที่จะทําให้คนในประเทศ เพื่อนบ้านที่ยังมีความเติบโตทางเศรษฐกิจต่ํากว่าอยากจะมาอยู่ทางนี้ อยากจะมาอยู่เมืองไทย ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน เขาจะแฮปปี้ (Happy) ไหมครับ เขาจะมีความสุขไหมครับ ถ้าท่านคิดไม่ออก ผมจะเปรียบเทียบประวัติศาสตร์ให้ท่านเห็น การที่เราเปลี่ยนชื่อจากสยาม เป็นไทยว่าจริง ๆ ก็คือเป็นรัฐที่จะขยายอาณาเขต อิทธิพลของรัฐสยามในช่วงสมัยของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่นั่นเป็นประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาแล้ว เพลงปลุกใจต่าง ๆ ได้บ่งบอกให้เห็นว่าเราต้องการจะขยายอิทธิพลเข้าไปในครอบครองในแหลมทองนี้ ซึ่งมีคน เชื้อสายไทยอยู่ในทั้งประเทศเวียดนามใต้ อยู่ในทั้งประเทศเวียดนาม ในประเทศจีนตอนใต้ ในประเทศพม่า ในประเทศลาว ในประเทศกัมพูชา รวมตลอดทั้งประเทศมาเลเซีย ทําไม ต้องเปลี่ยนสยามเป็นไทยละครับ เพื่อจะให้ได้สัญญาณว่าชื่อไทยนี้มันไม่ได้อยู่ที่ประเทศนะ เชียงตุงนั่นก็ใช่นะครับ คนไทยอยู่ที่ไหนนี่เป็นอิทธิพลของเราทั้งนั้น นั่นอยู่ในศตวรรษที่ ๒๐ ต้น ๆ นะครับ ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดความกระทบกระทั่งกันในภาวะสงครามช่วงสงครามโลก ครั้งที่ ๒ หรือช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา ในภาวะสงครามอย่างนั้นอาจจะมีสถานะอย่างหนึ่ง แต่วันนี้โลกได้ยุติสงครามแล้ว และโลกกําลังพูดถึงสงครามเศรษฐกิจโดยพื้นฐาน เราเสนอ กฎหมายอย่างนี้ขึ้นมาถ้าเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในสมัยจอมพล ป. มันก็บอกได้ว่าจะเกิด ผลกระทบเรื่องของการที่จะไปดึงจูงใจผู้คนในรัฐต่าง ๆ ที่อยู่ประเทศเพื่อนบ้านเรามาเป็น คนไทย เราจะเข้าไปมีอิทธิพลในประเทศเขาหรือครับ ตรงนี้ท่านได้มองหรือไม่ นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่ผมเองไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการก็อยากจะ ฝากข้อคิดเห็นไว้ ผมมาดูพิจารณาจริง ๆ แล้วผมว่าผลเสียจะมากกว่าผลดีด้วยซ้ํา ปรากฏว่า ในเนื้อกฎหมายนี้ไม่ได้พูดถึงฐานะทางเศรษฐกิจของคนที่จะได้สัญชาติจากกฎหมายนี้เลย ท่านประธานครับ โลกสมัยใหม่ผมเองอยากจะให้รัฐบาลนี้เวลาออกกฎหมายนั้นคํานึงถึง ความเป็นรัฐสมัยใหม่ รัฐสมัยใหม่วันนี้ไม่ได้อยู่ด้วยเรื่องสัญชาติอย่างเดียว แต่อยู่ด้วย คุณภาพชีวิต คุณภาพชีวิตของคนที่อยู่ในรัฐนั้น ท่านประธานครับ ถ้าท่านจะออกกฎหมาย อีกฉบับหนึ่งให้มันกว้างกว่านี้ ให้มันมีหลักเกณฑ์ชัดเจน อย่าเปิดช่องทางให้การทุจริตได้ ผมกลับจะพอใจมากกว่า ในประเทศแคนาดา ในประเทศออสเตรเลีย ในประเทศนิวซีแลนด์ ไม่ต้องคํานึงเลยว่าเป็นชาติพันธุ์ประเทศแคนาดา ชาติพันธุ์ประเทศออสเตรเลีย ชาติพันธุ์ ที่พลัดถิ่นไปที่โน่นที่นี่ เขาเขียนกว้างเลยครับ ถ้าใครเข้าเงื่อนไข ๕ ข้อ ๗ ข้อนี้ไม่ต้อง ชาติไหนมาอยู่ได้เลยครับ ๑. อายุต้องไม่มากเกินไป ๒. การศึกษา ต้องเป็นคนการศึกษาดี ๓. มีเงินจํานวนหนึ่งที่โชว์และเอามาฟิกซ์ในรัฐของเขา เขาได้ออกกฎหมายหลายประเทศ แล้วเรื่องสัญชาติ ก้าวหน้ากว่ากฎหมายฉบับนี้มาก คือไม่ได้เน้นความเป็นประเทศแคนาดา ไม่ได้เน้นความเป็นประเทศออสเตรเลีย ไม่ได้เน้นความเป็นเชื้อชาติ แต่เน้นศักยภาพของ การดํารงอยู่แห่งคุณภาพชีวิต กรุณามีทุนมาด้วย ถ้าไม่มีสตางค์เข้ามาเลยชาติเดียวกับเขา เขาก็ไม่เอามา เพราะอะไรครับ เพราะโลกสมัยใหม่กําลังก้าวสู่โลกหรือรัฐที่เรียกว่า รัฐสวัสดิการ รัฐจึงมีต้นทุน ในประเทศที่เจริญแล้วเดี๋ยวนี้มีปัญหาคือจะต้องมีคนมาช่วยทําการผลิตมาก ๆ ถ้าคุณมีทุนมากเข้ามาขยายการลงทุนมาก ๆ แม้จะเป็นประเทศจีน เป็นประเทศฮ่องกง เขาก็ยินดีเปิดรับแม้จะหน้าตา ตาเล็ก ๆ แบบกระผม จมูกไม่โด่งเหมือนฝรั่ง เขาก็รับครับ เพราะว่าเขาต้องการเข้ามาสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่ออะไรครับเพื่อเป้าหมายคือ คุณภาพชีวิตของคน แต่รัฐไทยเรานี้เรากําลังจะไปรวมพวกเชื้อชาติกลับมา ก็รัฐบาลท่าน ไม่ใช่หรือครับ ท่านรัฐมนตรีฟังหรือเปล่าอย่าไปไชจมูกอยู่ตลอดเวลาท่านครับ ท่านกําลังพูด ไม่ใช่หรือว่าท่านกําลังจะสร้างรัฐสวัสดิการขึ้น รัฐสวัสดิการจําเป็นต้องเอาภาษีของประชาชน ในรัฐนั้นเข้ามาโอบอุ้มดูแลประชาชนแห่งรัฐเรา แล้วถ้าผู้คนที่เข้ามานั้นมาผ้าเตี่ยวผืนเดียว ยากจนอยู่ เข้ามาก็ต้องมากินประโยชน์จากแฟ็กซิลิตี้ (Facility) ทั้งหลาย จากถนนทั้งหลาย ที่เราลงทุนไป จากโครงการบริการดูแลต่าง ๆ ทั้งหมด กองทุนหมู่บ้าน เรียนฟรี รักษาพยาบาลฟรี เป็นภาระขึ้นทั้งหมดครับ ท่านประธานครับ ถ้าไม่กําหนดเงื่อนไขรายละเอียดในปรัชญา แห่งรัฐสมัยใหม่เข้าไปแล้ว ในที่สุดจะเกิดผลกระทบแก่คนที่อยู่ก่อน เราไม่ได้รังเกียจเชื้อชาติ ผมเองไม่ได้รังเกียจเชื้อชาติเลยครับ กว้างเสียด้วยท่านประธานครับ ขอประทานโทษเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ถูกโจมตีหาว่าไม่ใช่มีเรื่อง ๒ สัญชาตินะครับ ก่อนหน้านี้ก็ถูกโจมตี ว่าอีกสัญชาติหนึ่ง แต่บังเอิญท่านครับ เรื่องอย่างนี้ผมไม่เคยพูดเลย แล้ววันนี้ก็ไม่พูด แต่ว่าจะเป็นเรื่องข้อกฎหมายจะต้องถูกฟ้อง ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามปิดบังนี่อีกเรื่องหนึ่ง ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดไว้ว่านักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบเหนือกว่าประชาชน อันนี้อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านไปรับผิดชอบคําพูดของท่านเองนะครับ แต่ว่าท่านจะเป็น สัญชาติอะไรใกล้ ๆ แถวนี้อีกสัญชาติหนึ่งนี่ผมไม่พูด เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ เพราะเรื่องสัญชาตินั้นมันเป็นเรื่องมนุษย์ชาติเราเป็นเพื่อนมนุษย์กันครับ ผมจึงคิดว่าถ้าเรา ออกกฎหมายให้กว้างขึ้นไปอีก โดยใส่ปรัชญาของรัฐสมัยใหม่ที่ต้องเน้นเรื่องคุณภาพชีวิต ของคนที่อยู่ในรัฐนี้ เน้นหยูกยาดี ๆ เน้นรักษาพยาบาลดี ๆ เน้นการศึกษาดี ๆ เน้นการบริการ ของรัฐดี ๆ ในลักษณะของรัฐสวัสดิการ ตรงนี้สิครับสําคัญที่สุด แต่ว่าอันนี้ไม่มีครับ ไม่มีเลย
ประการที่ ๓ ท่านครับเป็นปัญหาอีก ผลกระทบต่อระบบกฎหมายเดิม หลายกฎหมาย ท่านครับถ้าคนที่ได้สัญชาติเหล่านี้ถือเป็นคนไทยมายาวนานแล้วนะครับ เป็นคนไทยมาตั้งแต่ปู่ทวดแล้วถ้าตามกฎหมายที่ท่านเสนอเข้ามานี้ เข้ามาแล้วจะเกิด ความขัดแย้งกับคนไทยอย่างกระผมไหม จะเกิดความขัดแย้งกับคนไทยลูกครึ่งไหม ขัดแย้ง อย่างไรครับท่านประธาน ท่านประธานอาจจะไม่มีปัญหานี้แม้ท่านจะพูดภาษากัมพูชาได้ พูดภาษาเขมรได้ แต่กระผมเองได้รับผลกระทบ คนอย่างกระผมที่เรียกว่าลูกจีนหลานจีน ยังได้รับผลกระทบอยู่เลยครับ วันนี้ความเสมอภาคแห่งคนไทยไม่มีนะครับ ท่านประธานครับ กระผมเองนี้แม้จะรักชาติอย่างไร อยากจะไปเป็นทหารสมัครไม่ได้ครับ เป็นทหารขี้ข้าได้ครับ ที่เรียกว่าเป็นพลทหาร แต่จะไปสมัครสอบนายสิบ นายร้อย จปร. โรงเรียนเตรียมทหารไม่ได้ครับ ลูกของผมที่เกิดที่นี่ก็ยังทําไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะเรามีระบบกฎหมายที่ขีดคั่นไว้ ว่าใครจะเข้าสู่กระบวนการอํานาจรัฐทางการทหารนั้นจะต้องมีสัญชาติไทยถึง ๒ ชั่วคน แล้วคนเหล่านี้เข้ามาจะได้ไหมครับ ถ้าแปลงสัญชาติแล้วจะกระทบต่อกฎหมายอันนั้นไหม ผมว่าถ้าเรามองจริง ๆ วันนี้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ตระเวนหลายรัฐได้มีการพบปะพูดคุยกับผู้คนไทยเป็นจํานวนมาก ท่านครับใครจะว่า อเมริกาอย่างไรก็ตามที แต่ผมว่าโดยโครงสร้างกฎหมายของเขาน่าชื่นชมมาก คนไทย เป็นจํานวนมากครับ เพิ่งอพยพไปเจเนอเรชั่น (Generation) แรกครับ แต่ลูกของเขา ผมไปเจอคนหนึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ลูกเป็นทหารครับ เป็นทหารอเมริกัน ผมถามบอกว่า ที่เป็นทหารอเมริกันได้เกิดที่อเมริกาหรือเปล่าครับ ตัวดําปิ๊ดปี๋มาจากอีสานครับ จูงมือกันมา จากโคราชเลย แต่สมัครเป็นทหารได้ครับ แต่คนไทยวันนี้ ผมเกิดที่นี่ผมสมัครได้แค่ทหารขี้ข้าเท่านั้นนะครับ เข้าโรงเรียนเตรียมทหารไม่ได้ เข้าโรงเรียนนายร้อยไม่ได้ เพราะกฎหมายขีดคั่นไว้ ลูกผมก็ยัง ไม่ได้อีก ต้องหลานเหลนผมโน่น อย่างนี้เมื่อท่านร่างกฎหมายนี้มาแล้ว มันจะขัดแย้งกันไหม ท่านรัฐมนตรีครับ ผมฝากท่านไว้ ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ นะครับที่ไม่ซ้ํากับใครเลย คือ ๑. ผลกระทบต่อเพื่อนบ้าน เพราะว่าท่านก็เป็นรัฐบาลที่ได้ชื่อว่าบริหารได้ดีมากถึงกับขนาด รบกับประเทศเขมรได้นี่ ผมว่าสุดยอดที่สุดแล้ว แล้วประเทศบ้านเขาจะรู้สึกอย่างไรไหม ท่านกําลังจะสร้างอิทธิพลในประเทศเขาหรือเปล่า เพราะคนไทยอย่างนี้ยังอยู่ที่เสียมราฐ พระตะบองเต็มเลย ตกลงจะไปกลืนประเทศเขาหรือ ยังอยู่ตามชายแดนประเทศลาวเต็มไปหมด รวมตลอดทั้งคนที่อยู่เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่พอจะอ้างได้อิงได้ ๓ ชั่วคน ๔ ชั่วคน อาจจะ ขนกันมาอีกก็ได้ในจุดช่องว่างที่เรามีอยู่ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านไป ๓ ข้อ และข้อที่ ๔ ก็เหมือนกับท่านสมคิด ท่านครับถ้าจะเขียนหลักเกณฑ์จริง ๆ กฎหมายนี้ผมว่าต้องไปดู หลักเกณฑ์อีกมากครับว่าทําอย่างไร จะไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันเรื่องสัญชาติ ซึ่งมีประวัติมายาวนานแล้วครับ ประวัติการทุจริตสัญชาติในประเทศไทยนี้ยาวนานมาก ทํากันอย่างดาษดื่น ยิ่งท่านเปิดช่องว่างอย่างนี้ บานเลยครับ มีหลายคนครับจะสมัครเป็น สัญชาติโน้นสัญชาตินี้ คนไทยนี้อยากจะไปอยู่ประเทศไหนที่เขาเปิดสัญชาติอยู่ตอนนี้ เขาไม่ใช่รับประเทศเดียวนะ เขารับทั่วโลกเลยนะครับ ประเทศอินเดียไปก็ได้ ประเทศจีน ก็ไปได้ครับ หลายประเทศที่ผมกล่าวแล้ว แต่เขามีตัวเลขรัน (Run) ไว้เลยครับ ด้วยระบบ คอมพิวเตอร์ครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ถ้าเข้าเกณฑ์นี้ค่อยเข้าสู่การพิจารณาให้สิทธิการวินิจฉัย ของเจ้าหน้าที่รัฐน้อยที่สุด การวินิจฉัยให้อํานาจการวินิจฉัยแก่เจ้าหน้าที่รัฐมากที่สุด นั่นคือสตางค์ครับท่านประธาน ผมฝากไว้ ๔ ประเด็น เพราะผมเองก็ไม่มีโอกาสที่จะไปเป็น คณะกรรมาธิการ แต่ขอฝากไว้ว่า ๔ ประเด็นนี้ให้ท่านพิจารณา แต่ว่าจะทันหรือไม่ เพราะผมเข้าใจว่าท่านอยู่อีกไม่เกิน ๓ เดือน ก็ไปแล้วรัฐบาลนี้ ขอบคุณครับ