แวมาฮาดี แวดาโอะ หารือเรื่องสัญญาเขตแดนระหว่างสยามกับประเทศต่าง ๆ และเรียกร้องการพิจารณาคนที่อยู่ชายแดน รวมถึงสัญชาติของพวกเขาอย่างครอบคลุม เธอยังหารือเรื่องคนไทยที่อยู่ในประเทศมาเลเซียและคนมาเลเซียที่อยู่ในประเทศไทย และเรียกร้องการพิจารณาในเรื่องสิทธิและสถานะของคนเหล่านี้ โดยเฉพาะเด็กไทยที่เกิดในมาเลเซีย 200,000 คน ที่ไม่มีสิทธิในการศึกษา รักษาพยาบาล ประกอบอาชีพ จัดตั้งครอบครัว เลือกที่อยู่ และเลือกทางการเมือง และขอใช้ดีเอ็นเอในการพิสูจน์ถึงความเป็นไทยของพวกเขา
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดินครับ ในมือผมเป็นเอกสารสัญญาต่าง ๆ ตอนที่แบ่งเขตแดนครับ มีตั้งแต่ กับประเทศพม่า ตะนาวศรี มีตั้งแต่ข้าหลวงใหญ่แห่งอินเดียกับอาณาจักรสยาม มีตั้งแต่ ระหว่างรัฐสยามกับเขตระหว่างพม่า เชียงตุง แต่ที่ผมอยากจะพูดถึงในวันนี้ที่เพื่อนสมาชิก ยังไม่ได้พูดถึงก็คือสัญญาเขตแดนระหว่างกรุงสยามกับอังกฤษในมลายูประเทศที่มีมาตั้งแต่ นานแล้วนะครับ ซึ่งประกอบไปด้วยเมืองรามัน เมืองไทรบุรี เมืองกลันตัน เมืองตรังกานู ซึ่งได้มีพูดถึง ในสัญญาอันนี้นะครับ ผลจากการที่มีการแบ่งเขตแดนใหม่ ก็มีความขัดแย้ง มันก็เป็นความ ขัดแย้งไม่เฉพาะในเรื่องสัญชาติ แต่มันเป็นความขัดแย้งในเรื่องความมั่นคงที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ที่หลาย ๆ ฝ่ายได้อ้างถึง แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดถึงนะครับ ผมเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ ที่จะไปแก้ปัญหาของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการที่เรามีความใจแคบในการที่จะ พิจารณาไม่ครอบคลุมคนที่มีปัญหาอีกมากมายนะครับ ผมอยากจะพูดถึงเรื่องสัญชาติของ คนชายแดนครับ โดยเฉพาะชายแดนประเทศพม่า ชายแดนประเทศเขมร รวมไปถึงชายแดน ประเทศมาเลเซียด้วย สําหรับชายแดนประเทศมาเลเซียนั้นเรามีปัญหาหรือว่ามีคนที่อยู่ ในชายแดน ๓ ประเภทด้วยกัน ข้อที่ ๑ ก็คือเป็นคนที่มีสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง หมายความว่า ถ้าไม่ถือสัญชาติมาเลเซียก็คือสัญชาติไทยครับ กลุ่มที่ ๒ ก็คือมี ๒ สัญชาติเลยครับ เหมือนท่านนายกรัฐมนตรีนี่ละครับ เพราะว่าที่ถือสัญชาติ ๒ สัญชาตินี้ แม้ฝ่ายความมั่นคง จะมองในมิติความมั่นคงก็ตาม แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นสิทธิของประชาชน เพราะในการได้รับ สัญชาตินั้นมันเป็นเรื่องอาศัยสายเลือดก็ได้ หรืออาศัยดินแดนโดยการถือกําเนิดก็ได้นะครับ ๓. ก็คือบุคคลที่ไม่มีสัญชาติใดเลย ซึ่งในสภาแห่งนี้ได้อภิปรายมาหลายชั่วโมงนั้น ไม่ได้พูดถึง คนที่ไม่มีสัญชาติของคนที่อยู่ชายแดนระหว่างไทย-มาเลเซีย ที่มีมากมายเช่นกันนะครับ กฎหมายฉบับนี้กําลังพูดถึงคนไม่มีสัญชาติ ทีนี้ในชายแดนไทย-มาเลเซียนั้น ผมอยากจะพูด อย่างนี้นะครับว่า
ข้อที่ ๑ คนไทยส่วนหนึ่งในตอนที่แบ่งประเทศใหม่ คนไทยส่วนหนึ่งก็ไปตก อยู่ที่ประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะรัฐกลันตัน รัฐไทรบุรี รัฐเคดาห์ ข้อมูลที่เราได้รับนะครับ มีคนไทยพูดภาษาไทย วัฒนธรรมไทย นับถือพุทธศาสนาไม่ต่ํากว่า ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คน อยู่ใน ๔ รัฐภาคเหนือของประเทศมาเลเซีย ถึงขนาดประเทศมาเลเซียได้กําหนดตัวแทน ส.ว. สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งได้กําหนดเป็นตัวแทนของเผ่าพันธุ์ครับ เพราะฉะนั้นในรัฐสภา วุฒิสภา ของประเทศมาเลเซียจะมีตัวแทนของคนไทยที่เป็นคนไทยแท้ ๆ ครับ แต่เนื่องจาก แบ่งดินแดนแล้ว ปรากฏว่าเขตแดนไปตกในมาเลเซียเป็นตัวแทน โดยไม่ต้องผ่าน การเลือกตั้งแต่จะมีการสรรหาครับ ซึ่งข้อนี้ก็มีความแตกต่างกับประเทศไทยที่ชนเผ่าพันธุ์ มลายูที่อยู่ในชายแดนภาคใต้คงไม่มีสิทธิที่จะเป็นตัวแทน มีตัวแทนในเรื่องของเผ่าพันธุ์ หรือคนล้านนา หรือคนเขมร หรือคนภาคอีสานก็แล้วแต่ ในรัฐธรรมนูญไทยไม่มีกําหนดว่า จะต้องมีตัวแทนของเผ่าพันธุ์ที่มาอยู่ในรัฐสภาในนามของตัวแทนเผ่าพันธุ์ครับ
ข้อที่ ๒ ก็คือคนมาเลเซียที่มาตกหล่นอยู่ในประเทศไทย พ่อผมเองครับ มีคุณพ่อเป็นคนมาเลเซียแล้วก็ได้มาทํางานในเขตประเทศไทย เพราะว่าในสมัยนั้นเศรษฐกิจ ของประเทศไทยดีกว่าประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้นคนมาเลเซียจะมากรีดยางในประเทศไทย เพราะฉะนั้นคนมาเลเซียส่วนหนึ่งในขณะนี้ก็เป็นสัญชาติไทยนะครับ จะมากน้อยขนาดไหน ผมคิดว่าฝ่ายความมั่นคงคงทราบดีนะครับ
ข้อที่ ๓ ที่มีปัญหาในขณะนี้ก็คือเป็นเด็กที่เกิดใหม่ที่ไม่มีสัญชาติครับ เนื่องจากว่าจะไปยึดสัญชาติโดยการเกิด ประเทศมาเลเซียก็ไม่ดําเนินการให้ครับ เหตุผล ที่ไม่ดําเนินการให้ เพราะว่าการไปตั้งถิ่นฐานที่ผิดกฎหมายครับ โดยเฉพาะแรงงานที่ไปอยู่ ในประเทศมาเลเซีย ๒๐๐,๐๐๐ คน คนเหล่านี้ยังไม่ถูกดูแลนะครับ ในขณะที่เรากําลังพูดถึง คนไทยที่มาจากประเทศพม่า มาจากประเทศเขมรและมาอยู่ในประเทศไทย เราพยายาม ที่จะให้สัญชาติ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลนี้ก็ยังไม่มีความพยายามที่จะไปดูแลคนไทยที่อยู่ ในประเทศมาเลเซียที่เป็นคนไทยเดิม ๆ อพยพไปอยู่ประเทศมาเลเซียอย่างผิดกฎหมาย ผมไม่ได้ว่าที่เข้าไปนี้ผิดกฎหมาย แต่ที่ผมกําลังพูดถึงก็คือเด็กเกิดใหม่ เพราะโดยดินแดนแล้ว แม้จะเกิดในประเทศมาเลเซีย เนื่องจากว่าไม่ได้แสดงสถานะของบุคคล ไม่ว่าพาสปอร์ต (Passport) ไม่ว่าอะไร ทําให้ประเทศมาเลเซียไม่ออกใบเกิดให้ เพราะฉะนั้นจะแจ้งเกิด ในประเทศ ในสถานทูต ในกงสุลก็ไม่ได้ เวลากลับมานะครับ เพราะอยู่ประเทศมาเลเซียนาน บางคนอยู่ ๑๖ ปี ๒๐ ปี อยู่ตามสวนต่าง ๆ หรืออยู่ตามร้านอาหาร ปรากฏว่ากลับมาจนถึง ขณะนี้โดยสํานักงานผมที่จังหวัดนราธิวาสได้รับการร้องเรียนมากมาย เพราะประชาชนที่อยู่ ในวัยเรียนไม่สามารถเข้าศึกษาได้ เพราะไม่มีใบเกิด ไม่มีสูติบัตร ไม่มีในทะเบียนราษฎร อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ผมอยากจะให้พูดถึง หรือมิฉะนั้นเด็กกลุ่มนี้โดยสายเลือดเราก็ ไม่มีสิทธิที่จะมาแจ้งเกิด และโดยถิ่นฐานหรือโดยดินแดนที่กําเนิด มาเลเซียก็ไม่รับเช่นกัน
ข้อที่ ๔ ก็คือคนที่มี ๒ สัญชาติ เพราะเขาไปเกิดในประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียใช้หลักดินแดน หมายความว่าถ้าเกิดที่ประเทศมาเลเซียเขามีสิทธิที่จะถือ สัญชาติมาเลเซีย ในขณะเดียวกันเวลาเขากลับมาฝั่งไทยเขาก็จะไปแจ้งการเกิด เพราะฉะนั้น ในการถือสัญชาติของฝั่งไทยนั้นเขาถือในลักษณะของสายเลือด เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้ ก็มีการพูดถึงว่ามี ๒ สัญชาติ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงมีการพูดถึงบ่อย ๆ นะครับ ข้อเสนอแนะ สําหรับกรรมาธิการที่ต้องพิจารณา ก็คือว่าผมอยากจะเห็นโอกาสของคนไทยที่อยู่ ในประเทศมาเลเซียประมาณ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ คนเท่าที่ผมไปสัมผัส บางคนเขาก็บอกว่า เขาก็อยากจะมาอยู่เมืองไทย ไม่น้อยนะครับเขาเป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธ เขามี ความสบายใจที่จะมาอยู่ในประเทศไทยแม้เขามีสัญชาติมาเลเซียก็ตาม การไปกําหนดให้คน เหล่านี้ต้องมาตั้งถิ่นฐาน ๕ ปี ถึงจะยื่นได้ อันนี้ผมคิดว่าน่าจะตีวงแคบเกินไป เพราะฉะนั้น คนเหล่านี้เดิมเขาเป็นคนไทยโดยกําเนิดเหมือนกับที่เรากําลังพูดถึงคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ ในประเทศพม่า ที่อยู่ในประเทศเขมร ที่อยู่ที่เกาะกง คนเหล่านี้ก็เช่นกันถ้าเขามีความจํานง มีความประสงค์ที่จะมาอยู่เป็นคนไทยใช้ชีวิตในประเทศไทย ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ก็ต้อง เปิดโอกาสให้เขาเช่นกัน แม้จะไม่ยกเลิกสัญชาติมาเลเซียมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรในเรื่องของ ระหว่างประเทศ ถ้ามันมีปัญหาการถือ ๒ สัญชาติ ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็คง มีปัญหาแล้วในขณะนี้นะครับ ฝ่ายความมั่นคงชอบพูดถึงเรื่อง ๒ สัญชาติตลอดเลยครับ ผมไม่เข้าใจจริง ๆ นะครับ แล้วทุกครั้งที่เกิดเหตุความไม่สงบในภาคใต้ฝ่ายความมั่นคง รัฐบาลก็ชอบพูดถึง ๒ สัญชาติ ดูเสมือนคน ๒ สัญชาตินี้เป็นตัวปัญหา ผมไม่ถืออย่างนั้นครับ ถ้าคน ๒ สัญชาติที่เป็นปัญหานายกรัฐมนตรีก็น่าจะเป็นคนที่มีปัญหามากที่สุดในเรื่องของ ความมั่นคงนะครับ อันนั้นคือข้อที่อยากจะเสนอแนะ
ข้อที่ ๕ ก็คืออยากจะให้รัฐบาลจะใช้โดยกฎหมายนี้หรือโดยนโยบาย หรือโดยมาตรการก็แล้วแต่ครับ ช่วยไปดูแลเด็กที่เกิดจากคนไทยที่อพยพไปอยู่ในมาเลเซีย ๒๐๐,๐๐๐ คน คนเหล่านั้นเด็กที่เกิดใหม่เขาเป็นคนบริสุทธิ์ไม่มีความผิดใด ๆ แม้คนไทย ส่วนหนึ่งจะต้องไปอยู่ในประเทศมาเลเซียโดยผิดกฎหมาย โดยแรงงานผิดกฎหมายก็ตาม เวลาเขากลับมาต้องให้สิทธิกับเขา ในขณะนี้เด็กไม่ต่ํากว่า ๕,๐๐๐ คนที่อยู่ในสถานภาพนี้ คนเหล่านี้ไปอยู่ในมาเลเซียเขาไม่มีสิทธิเรื่องการศึกษา ไม่มีสิทธิเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ไม่มีสิทธิในการประกอบอาชีพ ไม่มีสิทธิในการจัดตั้งครอบครัว ไม่มีสิทธิในการเลือกถิ่นที่อยู่ และไม่มีสิทธิทางการเมือง เวลากลับมาเจ้าหน้าที่ที่ว่าการอําเภอหรือที่เทศบาลก็ไม่ยินดีที่จะ พิสูจน์ว่าคนเหล่านี้เป็นคนไทย ผมคิดว่าในปัจจุบันนี้เรามีวิธีพิสูจน์โดยไม่ต้องใช้ตัวบุคคล ไม่ต้องใช้ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ต้องใช้นายก อบต. ไปรับรองก็ได้ครับ เพราะเรามีทางวิทยาศาสตร์ ที่ก้าวหน้า โดยเฉพาะดีเอ็นเอสามารถที่จะพิสูจน์คนเหล่านี้ได้ครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็คือ กฎหมายฉบับนี้ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะให้ครอบคลุมคนอีกหลาย ๆ กลุ่มที่อยู่ในชายแดน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียที่มีปัญหาเช่นเดียวกับคนไทยที่มีปัญหาในชายแดน ประเทศพม่าและประเทศเขมรนะครับ
อีกข้อหนึ่งครับที่ผมไม่สบายใจดูในเอกสารคําอธิบายนะครับ เพราะเรากําลัง จะสร้างความแตกแยกในประเทศไทย เราพยายามที่จะบอกเน้นวิถีไทย ผมไม่เข้าใจครับว่า วิถีไทยคืออย่างไร ตกลงผมที่ทวดเป็นคนจีน แม่เป็นคนเชื้อสายมลายูนี้เป็นคนไทยหรือเปล่า ถ้าเราบอกว่าจะต้องหน้าตาผิวพรรณคล้ายคนไทย ต้องพูดเข้าใจภาษาไทย ตกลงพ่อผม ที่ไม่สามารถพูดภาษาไทยไม่ได้เป็นคนไทยหรืออย่างไร เพราะฉะนั้นในกฎหมายเหล่านี้ มันมีความสําคัญ เพราะเรากําลังจะบอกถึงลักษณะพิเศษของประเทศไทยที่ต้องมาจาก ความหลากหลาย เพราะฉะนั้นในธงไตรรงค์สีขาวนั้นคงไม่ใช่มีแถบเดียวครับ มี ๒ แถบ สีแดงก็มี ๒ แถบ สีน้ําเงินเท่านั้นที่มีแถบเดียว เพราะฉะนั้นในกติกาในหลักเกณฑ์ การพิจารณาตั้งถิ่นฐานหรือกําหนดพิจารณาสัญชาติไทยนั้น ผมอยากจะเอาเกี่ยวข้องกับ ในเรื่องของความเป็นเผ่าพันธุ์มาเกี่ยวข้อง ถ้าท่านกําหนดอย่างนี้แสดงว่าท่านไม่ยอมรับ คนจีน คนมลายูและคนที่เผ่าพันธุ์อื่น ๆ นั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยใช่หรือไม่ครับ ผมก็อยากจะได้คําตอบจากผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณมากครับ