สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒ มีนาคม ๒๕๕๔

เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการกำหนดวิธีพิสูจน์สัญชาติ และการเก็บข้อมูลทะเบียนราษฎรของประเทศเพื่อนบ้าน เธอยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 9/2 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้คนไทยพลัดถิ่นได้รับสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงการแก้ไขปัญหาการกู้ยืมเงินเรียน การแจ้งการเกิด การตาย และการรักษาพยาบาลของพวกเขา

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวันนี้ก็ถือว่าพวกเราจะช่วยเหลือคนไทยของเรา ซึ่งต้องผลัดถิ่นไปนานมาก ซึ่งคํานิยาม คําว่า คนไทยผลัดถิ่น นี้ก็เกิดมาจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นมา ๑๐๐ กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ ๔ ซึ่งปัจจุบันไม่ว่าทวาย มะริด ตะนาวศรี ปัจจุบันก็เป็นของประเทศพม่า ไปแล้ว แต่ชาวไทยของเรานี้ก็ยังใช้วิถีชีวิตและรักษาวัฒนธรรมความเป็นคนไทยอยู่ แต่ด้วย มีการสู้รบในประเทศพม่า ก็หนีกลับมาอาศัยอยู่ชายขอบในประเทศไทย แล้วปัจจุบันนี้เขามา ขอสัญชาติไทยจากรัฐบาล โดยที่รัฐบาลไทยแต่เดิมก็ได้มีการออกบัตรประจําตัวผู้ผลัดถิ่น คือระหว่างรอทําเรื่องของสถานะการเป็นคนไทยอยู่ แต่ยังมีคนไทยพลัดถิ่นอีกจํานวนมาก ที่ตกสํารวจและยังไม่ได้บัตรประจําตัวผู้พลัดถิ่น ซึ่งตามเอกสารมาตรา ๙/๑ เกี่ยวกับเรื่อง คณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งใน (๓) ผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่เกิน ๗ คนนี้ จะต้องประกอบไปด้วยนักวิจัย นักวิชาการทางด้านกฎหมาย ทางด้านสัญชาติหรือสถานะ บุคคล ด้านสังคมวิทยาหรือมานุษยวิทยา ด้านประวัติศาสตร์และกลุ่มชาติพันธุ์ และผู้แทน องค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาชนร่วมอยู่ด้วย ตรงนี้ดิฉันเห็นว่าผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ไม่เกิน ๗ คนนี้น้อยไป มันน่าจะมีมากถึง ๑๐-๑๕ คน เพราะดูได้จากที่ดิฉันกล่าวมาเบื้องต้น นักวิชาการทางด้านกฎหมาย สัญชาติ สถานะบุคคล ด้านสังคมวิทยาหรือมานุษยวิทยา ทางด้านประวัติศาสตร์หรือกลุ่มชาติพันธุ์ ดิฉันว่าในประเทศไทยเรานี้หาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านนี้คงจะหาได้น้อยมาก มีเท่าไรน่าจะเอามาตั้งให้เยอะขึ้น ๑๐-๑๕ คน เพื่อที่จะแบ่งช่วยกันพิจารณาเร่งรัดโดยรัดกุม ในการที่จะพิสูจน์คนไทยพลัดถิ่นพวกนี้ และคําว่า สัญชาติ ต้องมีเชื้อชาติ สัญชาติไทย มีการพิสูจน์ เอาอะไรมาพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่อง เชื้อชาติ สัญชาติ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือปัญหา เพราะฉะนั้น ๗ คนนี้น้อยไป

ส่วนมาตรา ๙/๒ เกี่ยวกับเรื่องวาระการดํารงตําแหน่งคราวละ ๒ ปี อันนี้ ก็น้อยไป เพราะว่าบุคคลเหล่านี้กว่าจะพิสูจน์ กว่าจะผ่านขั้นตอนอะไรทั้งหลายแหล่ใช้ระยะ เวลานานมาก เพราะฉะนั้น ๒ ปีเร็วมาก บางครั้งอาจจะอยู่ระหว่างการดําเนินงานยังไม่เสร็จสิ้น กระบวนความดี เพราะฉะนั้นน่าจะเป็น ๓ ปี ๔ ปี อย่างนี้ถึงจะเหมาะสม แต่ดิฉันเห็นดีด้วย กับต้องไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน ดิฉันเข้าใจผู้ที่ออกกฎหมายตรงนี้ เพราะกลัวว่าบุคคลพวกนี้ จะไปตบทรัพย์ หรือหาผลประโยชน์กับผู้ที่อยากจะได้สัญชาติไทย

ส่วนเกี่ยวกับเรื่องปัญหาต่าง ๆ ที่คนไทยพลัดถิ่น ที่ดิฉันได้ข้อมูลมาก็จะ มีปัญหาเกี่ยวกับไม่ว่าจะเรื่องการเกิดของเขาเกิดมา มาอยู่ประเทศไทยแล้วก็มีการอนุโลม ให้เรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลมา พอจบปริญญาตรีก็ไม่มีเลขที่บัตรประชาชน จะได้รับปริญญา หรือไม่ ตรงนี้ก็คือปัญหาของเขาที่เขากังวล ที่เขามาเรียกร้องความเป็นคนไทยของเขา อีกส่วนหนึ่งก็เกี่ยวกับเรื่องการกู้ยืมเงินเรียนค่ะ บางครั้งเขาก็จะไม่มีสิทธิตรงนี้ เหตุผลก็คือ เขาไม่มีเลขบัตรประชาชนของเขา ถูกเพื่อนล้อเลียนมาตั้งแต่เด็กว่าเป็นคนม้ง คนแม้ว คนอะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้ก็น่าสงสารเขา เกี่ยวกับเรื่องการแจ้งการเกิด การตาย นี่ก็คือปัญหา การทํานิติกรรมต่าง ๆ อย่างเช่น การซื้อรถ ซื้อที่ดิน หรือจะเอาลูกเข้าเรียน การรักษาพยาบาล เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นดิฉันก็มีปัญหาอีกส่วนหนึ่งที่เขามีปัญหา บางครั้งเขาก็ ใช้ชีวิตประจําวันของเขาอยู่ปกติ ก็มีการผ่อนผันไป วันดีคืนดีก็โดนเจ้าหน้าที่จับกุม ก็เกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการตั้งข้อหาของเจ้าหน้าที่ หาว่าเขาทําผิดพระราชบัญญัติว่าด้วย คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๕๒ นี่คือปัญหาที่เขามีมาเป็นระยะเวลายาวนานนะคะ ส่วนที่ดิฉัน ต้องมาพูดเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าในพื้นที่ของดิฉันในจังหวัดเลยก็มีหมู่บ้าน ที่ดิฉันเคยเข้าไปพบปะพูดคุย ก็เป็นคนม้งอยู่บ้านตูบค้อกับอยู่บ้านหมันขาว ตําบลกกสะทอน อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย พวกนี้ก็คือคนไทยพลัดถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยมายาวนาน หากินปกติและร่ํารวยด้วยซ้ําไป เพราะว่าเขาขยันที่จะปีนภูเขาปลูกผัก ปลูกหญ้าของเขา

อีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันขอฝากกับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็เกี่ยวกับเรื่องขอฝากนะคะ เรื่องที่ ๑ จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่มีสัญชาติของประเทศอื่น ตรงนี้ต้องเข้มงวดนิดหนึ่งนะคะ เรื่องที่ ๒ วิธีพิสูจน์จะพิสูจน์อย่างไร เรื่องที่ ๓ จะขอดูทะเบียนราษฎรจากของประเทศเพื่อนบ้าน ว่าเขายังไม่เป็นสัญชาติของประเทศอื่น วิธีการจะไปขอดูทะเบียนราษฎรของประเทศ เพื่อนบ้านได้อย่างไร เรื่องที่ ๔ เกี่ยวกับระบบการเก็บข้อมูลทะเบียนราษฎรของประเทศ เพื่อนบ้านที่เราจะไปขอข้อมูลน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด และระบบการเก็บข้อมูลของเขา จะมีคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลที่จะทันสมัยเหมือนประเทศไทยหรือเปล่า ที่ดิฉันพูดตรงนี้ไม่ได้ ไปว่าอะไรประเทศเขานะคะ แต่ว่าดิฉันตั้งข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการนําส่วนที่ดิฉัน ตั้งข้อสังเกตนี้นําไปพิจารณา เพราะฉะนั้นดิฉันขอฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้ง จากนี้ไปนะคะ ที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอให้ช่วยกัน พิจารณาให้รอบคอบรัดกุม และเพื่อที่จะช่วยคนไทยของเราที่พลัดถิ่น ขอบพระคุณค่ะ