สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒ มีนาคม ๒๕๕๔

สุวโรช พะลัง เสนอใช้กฎหมายที่จะทำให้คนไทยพลัดถิ่นที่มีสัญชาติไทยได้รับสิทธิและคุณสมบัติเหมือนคนไทยที่มีสัญชาติไทยอย่างเต็มที่

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดสวน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมถือโอกาสตรงนี้กราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ได้กรุณาพูดถึงที่มาที่ไป ของร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะลงเป็น ส.ส. บัญชีสัดส่วนนะครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดชุมพร แล้วเคยเป็น ส.ส. ของจังหวัดชุมพรเขตเลือกตั้งที่ ๒ ซึ่งอยู่ในเขตอําเภอเมืองท่าแซะและอําเภอปะทิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งของอําเภอท่าแซะ ส่วนหนึ่งก็เป็นพี่น้องของคนไทยเรา ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ ของตําบลสองพี่น้อง ซึ่งใช้คําพูดว่าเกือบแทบทั้งตําบลครับ ผมไม่อยากจะใช้คําพูดว่าเป็น คนไทยพลัดถิ่น แท้ที่จริงแล้วเขาเป็นคนไทยครับ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ พูดภาษาไทยได้ชัด แล้วก็มีลูก มีหลาน มีโหลน ที่สําคัญที่สุดก็คือโครงสร้างพื้นฐานแล้วก็ ปัจจัยที่มีความจําเป็นในการดํารงชีพ ไม่ว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือ จะดูแล จะชดเชยอย่างไร คนเหล่านี้ได้แค่มองเท่านั้นเอง ดุจประหนึ่งว่าเขาไม่ใช่เป็นคนไทยหรืออย่างไร ช่วงที่ผ่านมา เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมได้รับเรื่องราวร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวนี้ก็ช่วยเหลือดูแลเขา ทําได้อย่างดีก็มีบัตรประจําตัวของความเป็นคนพลัดถิ่น ซึ่งความจริงเขาเป็นคนไทย แต่เนื่องจากว่าประวัติศาสตร์ในอดีตเราต้องสูญเสียผืนแผ่นดินตรงนั้น กลายเป็นของประเทศ เพื่อนบ้านคือประเทศพม่าในปัจจุบัน แต่ว่าความเป็นคนไทยของเขา เขาไม่ได้มาแจ้งความเป็น คนไทยในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดก็เลยสูญเสียสัญชาติไทยทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนไทย แล้วก็ วันนี้เขาก็อยู่ของเขาแล้วก็ผสมผสานกลมกลืนกับพวกเราซึ่งเป็นคนไทยมีบัตรประชาชน แล้วบางคนมีลูกมีหลานแล้วเข้าศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนท่าแซะรัชดาภิเษก ได้ที่ ๑ ด้วย ท่านประธานครับ เคยมาหาผมที่สํานักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขตเลือกตั้ง ที่ ๒ ที่อําเภอท่าแซะ แล้วเขาจะมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย เราก็ช่วยกันในการให้เขาได้เรียนต่อ แต่เมื่อศึกษาสําเร็จแล้วปริญญาที่เขาได้รับก็แทบไม่มีค่าไม่มีความหมายอะไร เพราะจะไป ทํางานทําการที่ไหนก็ไม่ได้เนื่องจากสถานะของสัญชาติเขาไม่มี นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องอย่างอื่น อีกมากมายจิปาถะในชีวิตของความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นหลายรัฐบาลก็มีความพยายาม ที่จะช่วยเหลือคนเหล่านี้ แต่ว่าแท้ที่จริงแล้วก็ช่วยเพียงแค่ลมปากอันผิวเผินเท่านั้นเอง ตรงนี้ ผมต้องบอกว่าผมต้องกราบขอบพระคุณรัฐบาลชุดนี้อย่างไรครับ เพราะว่าเป็นรัฐบาล ที่มีความตั้งใจและเอาจริงเอาจังในเรื่องดังกล่าว ซึ่งกราบขอบพระคุณทางกรรมาธิการของ สภา ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้กราบเรียนไปแล้วว่าเราได้ช่วยกันทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและทั้งรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดนี้ถ้ารัฐบาลไม่ตั้งใจ ไม่จริงใจในการที่จะผลักดันกฎหมายเข้ามาในสภาในวันนี้ ก็ยากครับที่กฎหมายฉบับนี้จะได้ออกดอกออกผลและมีผลสัมฤทธิ์ ที่อยู่ในมือผมทั้งหมดนี้ นี่เป็นส่วนหนึ่ง ๑๐๒ ครอบครัวของอําเภอท่าแซะ ตําบลสลุย แล้วคนเหล่านี้วันนี้ที่ดินทํากิน ของเขาก็มีปัญหา เพราะเขาไม่ได้เป็นคนสัญชาติไทย เขาทําได้เพียงแค่มีบัตรประจําตัวเท่านั้นเอง มีเลขบัตรประจําตัวของการถือครองสถานะของคนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร ก็อยู่ภายใต้กรอบที่จํากัดเวลาจะไปไหนออกจากพื้นที่จังหวัดชุมพรต้องไปขออนุญาตทั้ง ๆ ที่ เขาเป็นคนไทย ถามว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนี้เป็นการลิดรอนสิทธิศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ หรือไม่ ก็เป็นประเด็นที่ทางกรรมาธิการเองคงจะต้องไปศึกษากัน ผมเชื่อและเข้าใจว่าทาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองคงจะมีมติเห็นพ้องต้องกันในการรับหลักการ ในวาระที่หนึ่ง แต่ว่าประเด็นที่อยากจะกราบเรียนก็คือคําจํากัดความของ คําว่า สถานะ นิดเดียวเท่านั้นเองครับท่านประธานครับ ในเรื่องสถานะของคําว่า คนไทยพลัดถิ่น ในนิยามศัพท์ ตรงนี้ผมอ่านความหมายแล้วค่อนข้างที่จะเปิดช่องเปิดทางไว้พอสมควรทีเดียว อีกส่วนหนึ่ง ที่อยากจะกราบเรียนนิยามศัพท์ของคําว่า คนไทยพลัดถิ่น ก็คือในอีกมุมหนึ่งครับ ทางรัฐบาลเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางความมั่นคง กอ.รมน. คงจะต้องมีการสํารวจตรวจสอบ แล้วก็ติดตามพฤติกรรมของคนบางประเภทที่อาจจะแอบแฝงเข้ามาในพื้นที่รอยตะเข็บ ชายแดนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันก็เหมือนดาบสองคมในอีกส่วนหนึ่ง แต่ส่วนของคนไทย ที่บริสุทธิ์ ที่สุจริต ที่มีทะเบียน ซึ่งผมเข้าใจว่าในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดตาก กระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการในการสํารวจ ตรวจสอบทะเบียนของบุคคลเหล่านี้ไว้ค่อนข้างจะครบถ้วน เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการ หลังจากรับหลักการวาระที่หนึ่ง ผมว่าสิ่งหนึ่งที่จะต้องทําก็คือขอทะเบียนเหล่านี้ครับ ฝากทางกรรมาธิการขอทะเบียนของจังหวัดที่มีคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งผมก็ไม่อยากจะเรียกว่า คนไทยพลัดถิ่น เพราะวันนี้เท่ากับเป็นการคืนอํานาจให้กับเขา แต่คํานิยามศัพท์ของคําว่า คนไทยพลัดถิ่น ในชั้นกรรมาธิการคงจะต้องมีการถกถ้อยคําแถลงว่ามันเหมาะสมไหม ซึ่งความจริงเขาไม่ใช่เป็นคนไทยพลัดถิ่น ถ้าเป็นคําว่า ถิ่นพลัด ผมว่าก็น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นคนไทย ถิ่นของเขาคือคนไทย แต่มันพลัดไปนะครับ เราก็ใช้ คําว่า เป็นคนไทยถิ่นพลัด มันน่าจะเหมาะสมกว่าคําว่า คนไทยพลัดถิ่น ไหมครับ ซึ่งวันนี้ ความรู้สึกเขา เขาก็ยังถือว่าเขายังเป็นคนไทยอยู่ เพียงแต่ว่าถิ่นกําเนิดของเขาไม่ยอมรับ สถานะของเขา เขาสูญเสียไปตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ซึ่งในขณะนั้นศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ของความเป็นคนไทย วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ศาสนา ก็เป็นคนไทย ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้ เพียงแต่ว่าเขาไม่มีบัตรประจําตัวประชาชนเหมือนกับพวกเรา เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่ออกมารองรับ สอดคล้อง เพื่อรับรองสิทธิของความเป็นมนุษย์ในศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทยให้กับพี่น้อง ประชาชนคนเหล่านี้ ผมคงมีประเด็นที่อยากจะฝากกราบเรียนไว้ในอีกมุมหนึ่งเกี่ยวกับ ความมั่นคงเท่านั้น โดยขอให้ทางกรรมาธิการที่จะได้รับการแต่งตั้งจากสภาชุดนี้ได้โปรด กรุณาให้ความสําคัญกับคนที่ทางฝ่ายราชการได้มีการสํารวจตรวจสอบสถานะของบุคคล เหล่านี้เอาไว้ค่อนข้างจะครบถ้วน ของจังหวัดชุมพร ๑,๐๐๒ ครอบครัวที่มีอยู่ในขณะนี้ ยังไม่รวมถึงลูกเล็กเด็กแดงตัวเล็ก ๆ ที่คลอดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเข้าใจว่าก็คงจะมีอยู่ ที่โรงพยาบาลต่าง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราไม่ตัดไฟแต่ต้นลม เราไม่แก้ปัญหาตรงนี้ ผมก็เชื่อว่าในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงนะครับ เพราะฉะนั้น ผมกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งที่ได้เอาใจใส่แล้วก็มีความ จริงจังจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้บรรลุเป้าหมายสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ กราบขอบพระคุณครับ