จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาสัญชาติของคนไทยพลัดถิ่น โดยวิพากษ์วิจารณ์ความไม่สมบูรณ์ของร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ และเสนอการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้ครอบคลุมปัญหาของประชาชน รวมถึงการค้นหาความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดประเภทคนไทยพลัดถิ่น และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้ให้เร็วที่สุด
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกราบเรียนด้วยความเคารพ เป็นเรื่องที่ เราพยายามจะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเรียกว่ากลุ่มคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเขามีปัญหาในเรื่องของการที่ไม่ได้รับสัญชาติเป็นบุคคล ที่ประเทศไทยก็ตีตราว่ายังไม่ได้เป็นประชาชนคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็เกิดและเติบใหญ่ ในประเทศของเรามาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคน เขาก็เรียกร้องกันมา ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ
ประเด็นแรก เป็นที่น่าเสียใจที่ทางรัฐบาลไม่มองภาพให้มันรอบคอบและให้ มันกว้างกว่านี้ เพราะปัญหาในเรื่องของบุคคลที่ขาดสัญชาติ บุคคลที่มีปัญหาในเรื่องของ บัตรประชาชนมันมีอีกมากมายหลายกลุ่มหลายเหล่า ไม่ใช่แค่กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่ได้ เดินมาถึงกรุงเทพเพื่อมาเรียกร้องความเป็นธรรม ต้องกราบเรียนว่าวันนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ มันคลอดมันเกิดมาจากกระแสกดดันทางการเมือง ไม่ได้เกิดจากความจริงใจในการแก้ไข ปัญหาเรื่องของสัญชาติของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกกลุ่มทุกเหล่าที่เขามีปัญหาอย่างที่ ได้เรียนมาให้ทราบ เพราะฉะนั้นมันก็คงจะเป็น พ.ร.บ. ที่ยังไม่สมบูรณ์นัก มีหลายประเด็น ที่เราจะต้องมาพิจารณา แล้วก็ต้องฝากเพื่อนกรรมาธิการไปดูเพื่อให้เกิดความครอบคลุม กับเพื่อนพี่น้องประชาชนที่ยังติดขัดในปัญหาเหล่านี้อยู่
ประเด็นที่ ๒ ก็คือไปแก้ไขในเรื่องของคํานิยามรวมถึงตัวบทบัญญัติ รายมาตราให้มันมีความสมบูรณ์กว่าที่เป็นอยู่ ผมเองจะยกประเด็นบางประเด็นขึ้นมา เพื่อที่จะเรียนให้ท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกที่จะไปเป็นกรรมาธิการได้ทราบไว้ ผมนี้มีปัญหามากในเรื่องของมาตรา ๓ เพราะมาตรา ๓ เป็นเรื่องของคํานิยาม โดยเฉพาะ คํานิยามของคําว่า คนไทยพลัดถิ่น เราโยนไปเป็นเรื่องของรัฐมนตรี เป็นเรื่องของกฎกระทรวง ทั้งหมด ให้เขาไปนั่งคิด ให้เขาไปนั่งออกกฎกระทรวงออกมาว่าในที่สุดแล้วใครคือคนไทย พลัดถิ่น มันจะรวมถึงประเภทใดบ้าง ระยะเวลาใดบ้าง วันนี้เราปล่อยในเรื่องรายละเอียด ปลีกย่อยเหล่านี้ไปยังกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องของคํานิยามไปเขียนถึง ผู้มีเชื้อสายไทย ปัญหานี้พอเจอคําแรกก็มีปัญหาแล้ว ท่านจะตีความอย่างไรว่าเชื้อสายไทย ถามว่าพี่น้องประชาชนคนไทยที่เขาอยู่บนเขา บนดอย สมมุติว่าเป็นกลุ่มอื่น เป็นไทลื้อ เป็นมูเซอ เป็นปะหล่อง เขาก็อยู่ในเมืองไทย หลายคนก็ยังไม่มีบัตรจะนับรวมได้หรือไม่ หรือจะเอาแค่คนไทยพลัดถิ่นที่เขาเรียกตัวเองแล้วเขามาเรียกร้องกันวันนั้น ถ้าแค่นั้นมันเป็น การมองปัญหาในระยะสั้น อ่านต่อไปก็บอกว่าวันนี้เป็นกลุ่มผู้ซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ต้อง กลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่น โดยเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของ ราชอาณาจักรไทยในอดีต คําว่า ในอดีต นี้เป็นคําที่เราไม่รู้จะโยงย้อนกลับไปถึงไหน ถ้าโยงย้อนกลับไปไกล ๆ ดีไม่ดีไปถึงแถวจีน แถวสิบสองปันนาจะเอาอย่างนั้นหรือเปล่า หรือจะเอาทางประเทศมาเลเซีย จะเอาทางประเทศกัมพูชา จะเอาทางประเทศลาว เพราะว่า เขตแดนของประเทศไทยในอดีตมันมีการปรับเปลี่ยนมาตั้งแต่สมัยโบร่ําโบราณ เราจะ มองย้อนไปไกลแค่ไหน อันนี้ก็เป็นประเด็นปัญหาที่เราจะต้องมาตีความหาความเข้าใจตรงกัน เราจะได้รู้ว่าพี่น้องประชาชนกลุ่มใดที่เขาจะมาเรียกร้องสิทธิได้บ้างนะครับ แล้วก็ไปเขียนต่อ ในเรื่องของคนไทยพลัดถิ่น คํานิยามบอกว่า ซึ่งปัจจุบันผู้นั้นมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น วันนี้เราเขียนกฎหมายตัดสิทธิเขาหรือไม่ ทําไมการถือ ๒ สัญชาติมันมีปัญหาหรืออย่างไร วันนี้นายกรัฐมนตรีไทยก็มีทั้งสัญชาติอังกฤษแล้วก็สัญชาติไทยถูกต้องหรือไม่ แล้วเรายังต้อง ไปดูในมาตรา ๕ ครับท่านประธาน มองตามผมไปที่มาตรา ๕ มาตรา ๕ บอกว่า ให้ถือว่า คนไทยพลัดถิ่นที่ได้แปลงสัญชาติเป็นไทย หรือได้สัญชาติไทยแล้วก่อนวัน พ.ร.บ. นี้บังคับใช้ เป็นคนไทยพลัดถิ่นที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการ ทําไมมาตรา ๕ บอกว่าในอดีต ถ้าเกิดมีคนไหนได้รับการแปลงสัญชาติถือว่าเขาเป็นคนไทยพลัดถิ่นตามกติกานี้ แล้วมาตรา ๓ ที่ไปเขียนคํานิยามบอกว่าคนไทยพลัดถิ่นปัจจุบันห้ามถือสัญชาติของประเทศอื่น อย่างนี้ แสดงว่าเรา ๒ มาตรฐานหรือเปล่า ทําไมคนที่ได้สัญชาติ แปลงสัญชาติก่อน พ.ร.บ. นี้ออก เขาสามารถที่จะอยู่ในเมืองไทยได้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นประชาชนคนไทย ปรากฏว่าคนที่ยังไม่ได้รับในอดีตก่อนหน้ามาถึงวันที่ พ.ร.บ. นี้ออก กลายเป็นไม่ได้แล้วครับ ตอนนี้เปลี่ยนสัญชาติไม่ได้แล้ว จะโอนสัญชาติมาเป็นคนไทยก็ไม่ได้ ทั้งที่เชื้อสาย ประเพณี วัฒนธรรมอะไรต่าง ๆ เขาเป็นคนไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มาตรา ๓ ในจุดนี้ก็จะเป็นปัญหานะครับ ต่อมาเขียนบอกว่าและได้อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่งและมีวิถีชีวิต เป็นคนไทย ผมไม่รู้ว่าจะตีความอย่างไร วิถีชีวิตเป็นคนไทยนี้ต้องรับประทานส้มตําไหม หรือว่าอะไร ผมไม่รู้ว่าประเพณี วัฒนธรรมของไทยนี้มันหลากหลายตั้งแต่เหนือจรดใต้ มันมี ความเป็นเอกเทศ มันมีความแตกต่าง เราจะไปสรุปเหมารวมว่าประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต แบบใดเป็นวิถีชีวิตแบบไทยปัจจุบันนี้ผมว่าแยกได้ยาก เราจะใช้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเกณฑ์วัด ผมมองว่ามันออกจะไม่ยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนกับคนที่เขามีสิทธิที่จะได้รับประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ นี่ก็คือประเด็นของเรื่องเกี่ยวกับคํานิยาม ซึ่งผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ว่ายังหละหลวมอยู่มากครับ ต้องฝากเพื่อนกรรมาธิการไปช่วยดูแล้วก็แก้ไขให้มันรัดกุมและ ถูกต้องนะครับ
ประเด็นที่ ๓ ก็คือในส่วนของมาตรา ๔ ที่อยากจะฝากเพื่อนกรรมาธิการไปดู เป็นเรื่องของการตั้งคณะกรรมการคนไทยพลัดถิ่น ๑. ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็น ประธานกรรมการ อันนี้ไม่มีปัญหาครับ ถ้าเกิดจะเอารัฐมนตรีสักท่านหนึ่งมานั่งเพื่อให้เกิด ความศักดิ์สิทธิ์ แล้วเกิดการสั่งการให้เกิดการปฏิบัติจริงก็จะเป็นการดี ๒. ผู้แทนหน่วยงาน ของรัฐ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม สํานักข่าวกรองแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นกรรมการ โดยตําแหน่ง ต้องฝากเรียนถามท่านประธานว่าท่านทราบหรือไม่ว่าหน่วยงานเหล่านี้ เกือบทั้งหมดเป็นหน่วยงานที่ทําให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ที่ยังไม่ได้รับสัญชาตินี้ เดือดร้อนที่สุด จากการไปเบียดบัง จากการไปกดดัน จากการไปรีดไถต่าง ๆ นานา กลุ่มนี้ละครับ ท่านประธาน คนที่น่าจะใส่มาเช่นใคร กลุ่มบุคคลเช่นใคร กรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ ทําไมไม่เอามา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทําไมไม่บรรจุเข้ามา กลุ่มนี้ สิครับที่จะเป็นคนที่เข้าไปดูแลสิทธิ แล้วก็เข้าไปดูแลให้เกิดความเป็นธรรมให้มากขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนเลยว่าถ้ามันจําเป็นต้องมีก็ไม่ว่ากัน แต่หน่วยงานที่จะทําให้เกิด ความเป็นธรรม เกิดสิทธิกับพี่น้องประชาชนอยากจะฝากทางกรรมาธิการให้ไปเพิ่มเติม ในหน่วยงานที่จะมีความเหมาะสม
ประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะกราบเรียนถามความชัดเจนจากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่มาเสนอ วันนี้เรามองแค่กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นหรือไม่ กลุ่มอื่น ๆ ปะหล่อง ม้ง เย้า มูเซอ ผมไล่ไม่หมด เยอะไปหมด และที่ไล่นี่เฉพาะอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ นะครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ภาคอื่น ๆ ภาคใต้ก็มี ภาคอีสานก็มี ภาคกลางก็มี มันเยอะไปหมดทั่วประเทศ โดยเฉพาะแถวตะเข็บชายแดน ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ แล้วกลุ่มคนเหล่านี้ ท่านละเอาไว้ เมื่อใดท่านจะแก้ไขให้มันเรียบร้อย เมื่อใดเขาจะได้รับ การบรรจุเข้ามาดูว่าเขามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะได้รับความเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ ก็กราบฝากถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยตอบ เราจะได้มีคําตอบให้ พี่น้องประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ ว่าวันหนึ่งสิทธิของท่านจะได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลครับ ขอบคุณครับ