ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการประชุมสภา โดยเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมของสมาชิกสภาและกำหนดองค์ประชุม พร้อมพูดถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการและการเสนอชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำถึงการแยกแยะระหว่างการเสนอชื่อและการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และเรียกร้องให้รัฐมนตรีตรวจสอบว่าเรื่องค้างอยู่ที่วุฒิสภาหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ผมต้องขออนุญาตลุกขึ้นอีกครั้งท่านประธานครับ ด้วยความเคารพและเกรงใจเพื่อนสมาชิก ในประเด็นที่เราหารือกันในขณะนี้เป็นเรื่องของ หาวิธีการที่จะดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าควรจะต้องทําอย่างไร ก็ชอบด้วยที่เพื่อนสมาชิกได้ ช่วยกันหาทางออกให้กับเรื่องนี้ ท่านประธานครับผมมีอยู่ ๔ ประเด็นเท่านั้นเองที่จะเพิ่มเติม
ประเด็นที่ ๑ เรื่ององค์ประชุม ก็คงไม่ถกเถียงกันว่าที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอว่า จะเสมือนเป็นการวอล์คเอ้าท์ หรือไม่อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม นั่นเป็นความเห็นของ เพื่อนสมาชิกก็เป็นความเห็น แต่เราเองนะครับ ขณะที่มีการประชุมอยู่ ถ้าไม่มีการแสดง ปฏิกิริยาใด ๆ เป็นที่ประจักษ์เช่นการเดินออกไป นั่นก็คือว่าไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม ก็ถูกต้องครับ คนที่อยู่ในห้องประชุมนั้นก็ถือเป็นองค์ประชุมในขณะนั้นและโอกาสนั้น ที่เราปฏิบัติกันนะครับ ในลักษณะของการไปรับบัตรแล้วก็ไม่ลงคะแนน แล้วไปนับว่าถือเป็นองค์ประชุม โดยอาศัย ช่องว่างทางกฎหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเอาไว้ว่าองค์ประชุมก็ต้องดูจากคะแนนจริง กระผมไม่ได้หมายความว่าเพื่อนสมาชิกบางท่านจะมีเจตนาอย่างนั้นนะครับ แต่ผลมันเป็น อย่างนั้น อันนี้ก็ไม่ว่ากัน เพราะว่าองค์ประชุมนี้ถ้าไม่มีแสดงกิริยาใด ๆ โดยเฉพาะ การลงคะแนนลับ ไม่มีการสอบองค์ประชุมอยู่ ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมทั้งหมดก็คือองค์ประชุม เพราะดูจากการลงชื่อในสมุดบันทึกการประชุมของผู้มาประชุมก็ถือว่าเป็นองค์ประชุม เพราะถือเอาตามนั้น เพราะเราไม่มีการตรวจสอบองค์ประชุม ไม่มีการเช็คองค์ประชุม ยกเว้นสมาชิกขอตรวจสอบองค์ประชุม โดยการนับองค์ประชุมก่อนที่จะมีการลงคะแนน อันนั้นก็เป็นสิทธิของฝ่ายเสียงข้างน้อยที่จะแสดงออกให้กับสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่า เขาไม่ยอมรับ อันนี้ก็เป็นที่ทราบกันแล้วก็ปฏิบัติกันอย่างนั้นมาตลอดนะครับ เพราะฉะนั้น ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเรื่ององค์ประชุมถ้าจะไปดูรายละเอียด ก็ต้องดูให้ครอบคลุมทุกมิติด้วยนะครับ
ในเรื่องที่ ๒ เรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบคณะกรรมการชุดนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอเพื่อจะดําเนินการแต่งตั้ง อํานาจแต่งตั้งเป็นของรัฐมนตรีจะเป็น ผู้แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรนะครับ โดยความเห็นชอบของวุฒิสภา ท่านประธานสังเกตนะครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่ได้ระบุว่าต้องผ่านการเห็นชอบเป็นลําดับขั้น และวิธีการส่งขอความเห็นชอบ ทางคณะรัฐมนตรีโดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งให้เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนําเรียนท่านประธานบรรจุเข้าสู่วาระการ พิจารณาเมื่อสภาให้ความเห็นชอบแล้ว หรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เป็นมติแล้ว เช่น ไม่เห็นชอบก็ส่งมตินั้นกลับคืนสู่คณะรัฐมนตรี นี่คือหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรครับ ไม่ได้หมายความว่าเห็นชอบแล้วจะต้องส่งให้วุฒิสภาเหมือนกับการตรากฎหมาย หรือตาม กฎหมายอื่นที่บังคับว่าต้องเป็นลําดับไปนะครับ เพราะกฎหมายจะระบุเลยว่าต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภา หรือสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามลําดับ อันนั้นเขาจะเขียน เอาไว้ แต่การให้บุคคลที่ดํารงตําแหน่งตามกฎหมายอย่างนี้ เช่น ป.ป.ง หรือ ป.ป.ท. ไม่ใช่อย่างนั้นครับ เป็นอํานาจหน้าที่ที่แยกจากกัน เป็นอํานาจหน้าที่ที่แยกจากกันครับ สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบปุ๊บ หรือไม่เห็นชอบก็ต้องส่งกลับไปที่คณะรัฐมนตรี ในขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีเองก็ไม่จําเป็นที่จะส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎรก่อน ไม่จําเป็นครับ สภาไหน มีโอกาสพิจารณาก่อนก็พิจารณาไป นั่นคือกฎหมายบัญญัติไว้อย่างนั้น ไม่จําเป็นครับ ที่วุฒิสภาจะต้องรอสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าสํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเวลาส่ง เรื่องนี้มาจะส่ง ๒ ทางครับ ส่งมาที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่งไปที่สํานักงาน เลขาธิการวุฒิสภา แต่ละสภาก็บรรจุไป เพราะฉะนั้นความเกี่ยวเนื่องในการที่จะรอผล การพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร นั่นเป็นผลในเชิงพฤติการณ์ พฤติกรรมเท่านั้นเองครับ สภาผู้แทนราษฎรเขาจะว่าอย่างไร ก็จะมีผลต่อการพิจารณาของวุฒิสภา จริง ๆ ไม่ใช่ครับ โดยกฎหมายไม่ใช่อย่างนั้น เพราะว่าอะไรท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ ส่งกลับไปที่สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอ ครม. วุฒิสภาให้ความเห็นชอบส่งกลับไป ครม. ถ้า ๒ สภาเห็นชอบ ครม. ถึงจะแต่งตั้งได้ ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบแต่งตั้งไม่ได้ครับ ก็ต้อง เสนอใหม่ เข้าสู่กระบวนการใหม่เท่านั้นเอง อันนี้คืออํานาจหน้าที่ที่แยกจากกันครับ เพราะฉะนั้น ประเด็นที่วุฒิสภาจะบอกว่าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไม่ชอบด้วยองค์ประชุม หรือไม่ชอบ ด้วยข้อบังคับ หรือไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะองค์ประชุมไม่ครบ ตรงนั้นคนละประเด็นกัน ท่านประธานครับ ไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของวุฒิสภาเหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณากล่าวไป
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ขั้นตอนในขณะนี้ที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงต่อสภา ผมต้องกราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี โดยสรุปครับ หน้าที่ของสภา ผู้แทนราษฎรขณะนี้ในเรื่องนี้จบไปแล้วครับ ขณะนี้นะครับ พูดถึงขณะนี้จบไปแล้วเพราะเรา ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว ส่วนจะชอบไม่ชอบเรื่ององค์ประชุมก็ไปตรวจสอบกัน เป็นหน้าที่ ของวุฒิสภาครับที่จะต้องไปให้ความเห็นชอบ ถ้ามีมติอย่างไรก็ส่งกลับไปที่ ครม. ครับ ถ้า ครม. เห็นว่าการดําเนินการน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ หรือรัฐธรรมนูญก็มีกระบวนการเข้าสู่ตรงนั้นไป อันนี้คือสิ่งที่ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ว่ามันแยกจากกันชัดเจนครับ ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ไม่จําเป็นต้องล้อเลียนกัน ไม่จําเป็นต้องตามกฎหมายบัญญัติว่าเป็นลําดับไป ตรงนั้นแน่นอนครับ เป็นลําดับไปเหมือน การตรากฎหมาย อย่างกฎหมายที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปครับ ของ กพช. ครับ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณาเป็นลําดับไป ก็คือต้องล้อเลียนกัน ต้องเกี่ยวเนื่องกัน
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ความเกี่ยวเนื่องว่ากรณีถ้าสมาชิก วุฒิสภาเสนอเรื่องมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณานั้นก็เป็นญัตติธรรมดาเท่านั้นเอง ที่ท่านประธานจะดูแล้วจะเป็นเรื่องที่จะนําเสนอต่อสภาให้สภามีมติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ ว่าจะพิจารณากรณีวุฒิสภาเสนอมาหรือไม่อย่างไรก็ถือเป็นญัตติหนึ่งเท่านั้นเอง เอาเข้ามา พิจารณาได้ครับก็ตอบกลับไป ถ้าสภามีมติว่าชอบแล้วก็ตอบกลับไป ไม่ชอบก็ตอบกลับไป นั่นเป็นมติของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่จะตอบเรื่องของวุฒิสภาเสนอเข้ามา ซึ่งแยกจากกันครับ ส่วนจะไปใช้ประกอบการพิจารณาหรือไม่ ก็แล้วแต่คนละประเด็น ฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ โดยสรุปแล้วในชั้นนี้ ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีเองคงต้อง ตรวจสอบว่าเรื่องค้างอยู่ที่วุฒิสภาหรือไม่ ถ้าเรื่องค้างอยู่ท่านต้องทําเรื่องเร่งรัดไปที่วุฒิสภา ให้เขาดําเนินการไปตามตัวบทกฎหมาย จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก็บอก จะถอนก็ถอนไปที่ ครม. ถ้าวุฒิสภาไม่พิจารณาถอนไป นั่นคือกระบวนการการเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภายังไม่สมบูรณ์ ท่านก็แต่งตั้งไม่ได้ ส่วนท่านจะพิจารณานําเสนอเข้ามาใหม่ หรือเสนอบุคคลใหม่ นั่นก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ท่านต้องอย่าลืมว่าสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติ เรื่องนี้ไปแล้ว สภาผู้แทนราษฎรมีมติเรื่องนี้ไปแล้ว ถ้าจะเสนอเข้ามาใหม่เรื่องเก่าจะว่าอย่างไร อันนี้คือข้อติดขัด เพราะฉะนั้นโดยสรุปท่านประธานครับ ถ้าวุฒิสภาถอนเรื่องนะครับ เริ่มดําเนินการใหม่ท่านรัฐมนตรีต้องเสนอเข้ามาใหม่ครับ ถ้าจะใช้ชุดเดิมท่านก็มาถามย้ําว่า มติเดิมใช้ได้หรือไม่ได้ ก็จะเป็นการตัดสินกันในขณะนั้นไป ส่วนท่านเองก็จะส่งไปวุฒิสภา นั่ นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้า ๕ คนที่ถูกคัดเลือกไป ท่านยังไม่ต้องการเห็นว่าเขาไม่มีคุณสมบัติ ท่านก็อาจจะต้องชะลอรอดูการตัดสินของสภาผู้แทนราษฎร เรื่องก็น่าจะจบอย่างนั้น ท่านประธานครับ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากมายนัก เพราะอํานาจหน้าที่แยกจากกันอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกันเลยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ