สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒ มีนาคม ๒๕๕๔

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงเรื่องการแต่งตั้งกรรมการ ป.ป.ท. และขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนมติของวุฒิสภาเกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการ ป.ป.ท. โดยวุฒิสภาเห็นว่าองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบ จึงไม่ชอบมติของสภาผู้แทนราษฎร แต่สภาควรจะเป็นคนยืนยันหรือปฏิเสธความเห็นของวุฒิสภา

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาเสนอความเห็น แล้วก็ได้เรียบเรียงข้อเท็จจริงทั้ง ๒ ฝ่าย ผมขอทําความเข้าใจประการที่ ๑ เดี๋ยวท่านสมาชิก จะเข้าใจผิดวันนี้ไม่มีการแต่งตั้งใครใหม่ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านดอกเตอร์พีรพันธ์ เหมือนที่ท่าน ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ผมเข้าใจวันนี้ไม่มีการที่เสนอแต่งตั้งกรรมการ ป.ป.ท. คนใหม่เลย ชุดใหม่เลย แล้วก็รัฐบาลก็ไม่ได้เสนอแต่งตั้งใครเข้ามานะครับ เพียงแต่ว่าผมขออนุญาต ต่อยอดจากที่ท่านสมาชิกท่านชลน่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้กล่าวไปตอนต้นซึ่งที่ท่าน ได้กรุณาสรุปข้อเท็จจริงไปนั้น ผมก็ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านด้วย เพราะว่าท่านได้ กรุณาเล่าไประยะหนึ่งทําให้ประหยัดเวลาไป แต่ประเด็นคือว่าทางวุฒิสภาเขาถือว่าการที่เขา จะทํางานต่อไปได้นี้เขาต้องทํางานต่อจากสภาผู้แทนราษฎร เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ อย่างที่ท่านว่าเมื่อสักครู่แล้วนี้ เขาถึงจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ของเขา เมื่อเรื่องนี้ไปบรรจุในระเบียบวาระการประชุมของวุฒิสภา ในอดีตที่ผ่านมาทางวุฒิสภา ก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นไปพิจารณา ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภา ก็มีความเห็นว่าองค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบ ณ วันนั้น ก็แปลว่าความเห็น หรือมติของสภาผู้แทนราษฎร ณ วันนั้นยังใช้ไม่ได้ เมื่อยังไม่ใช่ไม่ได้ทางวุฒิสภาก็ยังทํางาน ต่อไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ที่ทางวุฒิสภาเมื่อพิจารณาแล้วเขาเห็นชอบตามที่กรรมาธิการของเขา ได้เสนอขึ้นมาว่าองค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบ ดังนั้นมติของสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ชอบ เขาก็อยากจะให้สภาผู้แทนราษฎรนี้พิจารณาทบทวนแล้วก็ลงมติกันใหม่ ทางฝั่ง ของวุฒิสภาเขาก็เลยส่งเรื่องกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าส่งมาที่สํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็มีหนังสือตอบกลับไปที่ ฝ่ายเลขาธิการของวุฒิสภาเหมือนที่ท่านชลน่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ขออภัยที่เอ่ยนาม ปรากฏว่าทางฝ่ายวุฒิสภาเขารับไปพิจารณา แล้วเขาเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เรื่องของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรควรจะเป็นคนยืนยัน หรือปฏิเสธความเห็นของวุฒิสภาที่เขามีมติไปแล้วว่าเขาเห็นชอบว่าองค์ประชุมเราไม่ครบ เพราะฉะนั้นทางวุฒิสภาเขาก็มีความเห็นว่าทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนี้ ไม่มีสิทธิที่เป็นคนมายืนยันหรือไม่ยืนยันในความเห็นของวุฒิสภาที่เป็นมติของที่ประชุม เขาขอให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นคนมีมติยืนยันไปเองว่าเราเห็นว่าองค์ประชุมเราครบ หรือไม่ครบ เพราะเป็นเรื่องระหว่างสภาของเรากับสภาของเขา ซึ่งถ้าหากว่าทางวุฒิสภา เขาส่งเรื่องกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรโดยตรง แล้วก็ให้เรามีดุลยพินิจวินิจฉัยในส่วนนี้เสียให้จบ เรื่องก็คงจบครับ บังเอิญในอดีตอีกเหมือนกันครับ ในขณะนั้นทางฝั่งผมก็เป็นฝ่ายค้านอยู่ ทางวุฒิสภาแทนที่จะส่งเรื่องกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรก็กลับส่งเรื่องไปที่คณะรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ให้คณะรัฐมนตรีวินิจฉัยครับ คณะรัฐมนตรีก็เห็นว่าเป็นเรื่องของสภาอีก ก็เลย ส่งเรื่องนี้มาที่สภาผู้แทนราษฎรประมาณเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ ให้สภาผู้แทนราษฎรนี้ วินิจฉัยต่อ ซึ่งขณะนั้นก็มีการแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางทั้ง ๒ ฝ่าย ท้ายที่สุดที่ประชุม ของเราทั้ง ๒ ฝ่ายมีความเห็นสอดคล้องตามข้อเสนอสุดท้ายของท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าเห็นว่าเรื่องนี้ทางวุฒิสภานี้ไม่ได้ส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาเขาส่งไปที่ รัฐบาล ก็เป็นเรื่องของวุฒิสภากับรัฐบาลต้องว่ากัน การที่รัฐบาลส่งต่อมาที่สภาผู้แทนราษฎรนี้ ไม่ใช่เรื่องของเรา ณ วันนั้นยังไม่น่าที่จะหยิบมาพิจารณาต่อ เมื่อวันหนึ่งในอนาคตทางวุฒิสภา เขาส่งเรื่องนี้โดยตรงมาที่สภาผู้แทนราษฎรนี้เราถึงค่อยมาหยิบยกมาว่ากัน อันนี้เป็นสุดท้าย ที่เกี่ยวกับสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องนี้เมื่อปี ๒๕๕๑ เมื่อปี ๒๕๕๑ ต่อมาพอมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปี ๒๕๕๒ ปรากฏว่าในระหว่างนั้น หรือก่อนหน้านั้นก็มีการถอนเรื่องนี้ออกจากวุฒิสภา ส่งเรื่องคืนกลับไปที่รัฐบาล ในขณะนั้น ก็มีปัญหาทางการเมือง ก็ปรากฏว่าหลังจากที่ทางผมได้นําเรื่องนี้เข้ามาสภาผู้แทนราษฎร ในครั้งที่แล้ว ท่านประธานคงจําได้ และท่านสมาชิกทักท้วงในบางเรื่อง แล้วผมฟังข้อทักท้วง ของท่าน ผมก็รู้สึกว่าผมไม่เคยได้ยินเรื่องเหล่านั้น ผมมีความรู้สึกว่าถ้าหากลักษณะอย่างนี้ ยังไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน ผิดพลาดมันไม่ถูกต้องนะครับ ผมก็ฟังเสียงท่านสมาชิกฝ่ายค้าน ผมจึงได้ขอถอนเรื่องออกไปก่อน หลังจากที่ถอนเรื่อง ออกไปแล้ว ไปตรวจถึงได้ทราบว่าเอกสารที่ทางวุฒิสภาส่งเรื่องคืนไปที่ทางรัฐบาลหากัน ไม่เจอครับ เพราะฉะนั้นทางด้านโน้นก็เลยคิดว่าเรื่องนี้ก็ยังอยู่ที่วุฒิสภา จึงมีการเสนอว่า ให้ไปถอนเรื่องออกจากวุฒิสภาเสีย นั่นคือที่มาที่ท่านชลน่าน ขออภัยเอ่ยนามกล่าวเมื่อสักครู่ ซึ่งความจริงเมื่อรัฐบาลมีหนังสือไปถึงวุฒิสภา วุฒิสภาควรจะบอกมาว่าไม่มีเรื่องนี้แล้วครับ เพราะส่งคืนไปแล้ว แต่ทางวุฒิสภากลับเอาไปบรรจุระเบียบวาระ แล้วก็ย้ํามติเดิมว่าองค์ประชุม เราไม่ครบ ตรงนี้ละครับที่ทําให้เกิดข้อสับสนกันเกิดขึ้นมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่วันนี้ท่านสมาชิก ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาหารือก็คือว่า ขณะนี้เท่าที่ผมทราบก็คือว่า ทางวุฒิสภาเขาส่งเรื่องตรงมาที่สภาผู้แทนราษฎร ตามที่ที่ประชุมของเราทั้งสองฝ่าย เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ ได้เห็นพ้องต้องกันไปแล้วว่า เมื่อไรที่เขาส่งมาตรงเราค่อยมา พิจารณา เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เป็นการพิจารณาความเห็นว่าเราจะเห็นด้วยกับที่ทางวุฒิสภา เขาบอกว่าองค์ประชุมของเราในวันนั้นไม่ครบ หรือเราจะยืนยันว่าองค์ประชุมเราครบถูกต้อง เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากว่าเราเห็นว่ามันถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ก็จะเกิดข้อขัดแย้งขึ้นมาระหว่าง วุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเขายังยืนยันมติเขาอยู่ ก็ต้องไปว่าตามกระบวนการ รัฐธรรมนูญต่อไป แต่ถ้าหากว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าทางวุฒิสภาเขาเห็นอย่างนั้น แล้วเราเห็นว่าองค์ประชุมไม่ครบ ก็ต้องกลับมาพิจารณาเอาชุดเดิมครับ เท่ากับกระบวนการ มันต้องกลับไปใหม่หมดเลย ผมไม่สามารถจะเอารายชื่อชุดใหม่เข้ามาได้ครับ ก็ต้องไปเอาชุดเดิม มาพิจารณากันใหม่ เพราะถือว่าองค์ประชุมไม่ครบก็เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอันนี้ไม่ใช่เรื่อง ว่าจะมาแต่งตั้งคนใหม่ชุดใหม่อะไร ผมคิดว่าผมมีอยู่เท่านี้ละครับ ขอบคุณท่านประธานครับ