สามารถ แก้วมีชัย เสนอการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยการแก้ไขมาตรา 64 และ 71 และต้องการลงมติของทุกท่าน สามารถ แก้วมีชัย หารือเรื่องการให้ความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ท. และการสรรหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ท.) โดยเรียกร้องการการปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นการถามมตินะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นสมควรให้ตัด มาตรา ๖๔ ซึ่งขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญออกทั้งมาตรา และแก้ไขถ้อยคําในมาตรา ๗๑ ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้กด เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกด ไม่เห็นด้วย ถ้างดออกเสียง กด งดออกเสียง เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงมติ ครบทุกท่านนะครับ ปิดการลงมติ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๖๕ ท่าน เห็นด้วยนี่ก็คือ เห็นด้วยในการที่จะปรับปรุงในการตัดมาตรา ๖๔ ออก ๒๔๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๑๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน ก็เป็นอันว่า ได้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งนะครับ เพราะว่ามากกว่ากึ่งหนึ่งก็ ๒๓๙ ท่าน นี่ได้ ๒๔๕ ท่าน ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการตัดมาตรา ๖๔ ออก และปรับปรุงถ้อยคํา ในมาตรา ๗๑ ครับ ก็ผ่านเรื่องนี้ไปนะครับ ขอบคุณตัวแทนจาก ป.ป.ช. นะครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเรื่องที่ ๒ ที่เราเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก็คือ ขอหารือ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตในภาครัฐ (คณะกรรมการ ป.ป.ท.)
ด้วยสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้มีหนังสือแจ้งมติวุฒิสภาเรื่องการให้ ความเห็นชอบคณะกรรมการ ป.ป.ท. มายังสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยแจ้งว่า เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ประชุมปรึกษาหารือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการให้ความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ท. แล้ว มีความเห็นว่า การให้ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ แต่วุฒิสภา ยังไม่ได้พิจารณา และได้ลงมติให้ถอนเรื่องตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ ทําให้ไม่สามารถ ดําเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้ จึงเห็นสมควรเริ่มดําเนินการใหม่อีกครั้ง โดยให้ สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งข้อโต้แย้งในเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นว่า การดําเนินการให้ความเห็นชอบในชั้นสภาผู้แทนราษฎรชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว มายัง สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาแจ้งมติของวุฒิสภาที่เห็นว่า กระบวนการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรไม่ชอบ มายังสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาจึงได้มีหนังสือแจ้งมายังสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป หลังจากที่วุฒิสภาได้ทําหนังสือฉบับนี้มาแล้วก็ได้มีการนําเรื่องนี้ เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการ พิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๓ คณะกรรมการ ได้พิจารณาเรื่องนี้และที่ประชุมคณะกรรมการมีความเห็นเป็น ๒ แนวทางคือ
แนวทางแรก นําหนังสือวุฒิสภาแจ้งมาฉบับนี้ บรรจุระเบียบวาระการประชุม เนื่องจากเป็นประเด็นปัญหาของฝ่ายการเมือง จึงควรให้สมาชิกได้ร่วมกันพิจารณาและหา ข้อยุติร่วมกัน
๒. ไม่ควรบรรจุเรื่องนี้เข้าระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงได้นําเรื่องนี้เข้าหารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมกันพิจารณาและหาข้อยุติ ร่วมกัน
ผมเพิ่มเติมนิดหนึ่ง เรื่อง ป.ป.ท. มันเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมานานตั้งแต่รัฐบาล ชุดก่อนถ้าท่านจําได้ ได้มีการเสนอรายชื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ให้เราได้ลงมติ ปรากฏว่าการลงมติวันนั้นมีการแจกบัตรเพื่อให้ลงคะแนน มีท่านสมาชิก ส่วนหนึ่งท่านรับบัตรแต่ท่านไม่ประสงค์จะใช้สิทธิ ก็คือไม่ไปหย่อนบัตรลงในหีบ เมื่อนับคะแนน ออกมาแล้วก็ส่งผลไปให้วุฒิสภา ทางวุฒิสภาท่านก็ตั้งข้อสังเกตว่าองค์ประชุมไม่ครบ ท่านก็ ไม่พิจารณา มันก็เป็นปัญหาเรื่องกระบวนการชอบ ไม่ชอบนี้ก็โยนกันไปโยนกันมาอยู่มา ถึงวันนี้ ก็ยังคาราคาซังจนเปลี่ยนรัฐบาล แล้วก็มีความพยายามของกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลชุดนี้ ก็จะเสนอสรรหามาใหม่เอาเข้ามาในที่ประชุม ที่ประชุมเราก็เห็นว่าการลงมติของเราครั้งนั้น มันชอบแล้ว กระบวนการทุกอย่างถูกต้อง กระทรวงยุติธรรมก็เลยถอนเรื่องกลับไป วันนี้ เรื่องก็คาอยู่ ท่านประธานก็เห็นว่าน่าจะได้ข้อยุติก็เลยนําเรื่องนี้เข้ามาสู่ที่ประชุมให้ช่วยกัน ปรึกษาหารือเพื่อจะหาทางออกร่วมกันที่เหมาะสม เพราะคณะกรรมการ ป.ป.ท. ก็มีความสําคัญ จะได้ไปช่วยกันดูแลตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ตั้ง คณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ก็อยากจะให้ท่านสมาชิกทั้งหลายได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น เชิญท่านชลน่านครับ