ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลที่สภาผู้แทนราษฎรส่งไป และเรียกร้องให้มีการพิจารณาอย่างจริงจังในการแต่งตั้งคณะกรรมการป.ป.ท.
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ตามที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่อง ขึ้นมาพิจารณาก่อน เรื่องที่ ๒ เรื่องขอหารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแต่งตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ หรือกรรมการ ป.ป.ท. ท่านประธานเองได้ เกริ่นนําเพื่อขอให้ท่านสมาชิกได้ช่วยกันพิจารณาว่าเราจะมีวิธีการดําเนินการอย่างไรต่อกรณี ที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน เรื่องนี้บรรจุในระเบียบวาระมานาน ผมก็เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่เราเองก็ทําเอกสารประกอบอยู่ในระเบียบวาระค่อนข้างนาน พอสมควร แต่วันที่จะพิจารณาจริงเอกสารกลับไม่มี ผมเองคิดว่าจะใช้เอกสารนั้นเป็น ตัวประกอบในการพิจารณา แต่ขณะนี้ไม่มีเลยครับท่านประธาน ต้องขออภัยนิดหนึ่ง ที่เอกสารเดิม สมาชิกส่วนใหญ่ที่สนใจก็ดึงออกจากระเบียบวาระออกไป ไม่มีอยู่ในห้องประชุม ถ้าจะกรุณาท่านประธานครับ ผมว่าถ้าแจกช่วงนี้อาจจะทันอยู่ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ผมเองพยายามติดตามมาตลอด เพราะเป็นเรื่องที่บรรจุในระเบียบวาระว่าเรา จะหาทางออกอย่างไร ประเด็นที่ผมจะขออนุญาตแสดงความคิดเห็นผ่านท่านประธานไปยัง ส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี หรือวุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรเรา ผมคิดว่า เป็นประเด็นที่สมาชิกหลายท่านน่าจะให้ความสนใจก็น่าที่จะให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ด้วย เช่นกันว่าเราควรจะหาทางออกอย่างไร ประเด็นที่ ๑ ต่อกรณีการให้ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อคณะรัฐมนตรี ต้องเรียนว่าชุดเดิมได้ส่งผู้ที่มีคุณสมบัติจะแต่งตั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐหรือ ป.ป.ท. มาให้สภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบ ซึ่งเป็นการให้ความเห็นชอบบุคคลในการดํารงตําแหน่งก็มีการลงคะแนนโดยการลงคะแนนลับ ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับการลงคะแนนลับของเราในขณะนั้นก็คือสมาชิกที่เป็น องค์ประชุมที่อยู่ในห้องประชุมรับบัตรลงคะแนนลับแล้วก็ทําการลงคะแนน แล้วก็ไปใส่ในหีบ นับคะแนน ผลการนับคะแนนในขณะนั้น ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรภายใต้การประชุมที่เป็นไป อย่างตามจังหวะหรือตามโอกาสการประชุม ถึงแม้สมาชิกบางส่วนจะไม่ไปลงคะแนน เราก็ถือว่า การนับคะแนนนั้นสิ้นสุดไปก็ส่งให้วุฒิสภาไป เพราะว่าการที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ หรือวุฒิสภาจะให้ความเห็นชอบ เป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับ ป.ป.ท. ว่าเป็น ความเห็นชอบของแต่ละสภา เพราะคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอแต่งตั้งเข้ามาโดยความเห็นชอบ ของสภา ถ้าสภาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา บุคคลที่ได้รับ การเสนอชื่อโดยคณะรัฐมนตรี โดยการแต่งตั้งของคณะรัฐมนตรีก็ได้รับการเสนอชื่อได้รับ การแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ป.ป.ท. ไป ประเด็นมันเกิดขึ้น หลังจากที่ผู้แทนราษฎรเราส่งไปที่วุฒิสภา ทางฝ่ายวุฒิสภาในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา ที่จะให้ความเห็นชอบรายบุคคลได้ตั้งประเด็นว่าสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบ ในการประชุม น่าจะไม่ชอบด้วยวิธีการประชุม คือไม่ครบองค์ประชุม โดยถือคะแนนที่ส่งไป ให้เป็นหลัก ความหมายก็คือว่ามีผู้ให้คะแนน เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง กี่คะแนนก็นับเป็นองค์ประชุม วุฒิสภาก็แย้งว่าสภาผู้แทนราษฎรน่าจะประชุมไม่ชอบด้วย ข้อบังคับและก็รัฐธรรมนูญคือไม่ครบองค์ประชุม ก็เป็นเหตุให้วุฒิสภาทําเรื่องหารือกับ สภาผู้แทนราษฎร ก็มีการตอบข้อหารือจากฝ่ายเลขาธิการไปว่ากระบวนการของ การตรวจสอบองค์ประชุมในขณะนั้น เราใช้องค์ประชุมที่ลงชื่อในการประชุมเป็นหลักที่จะ ลงคะแนนในขณะนั้น มันไม่เหมือนสมัยนี้ท่านประธานครับ สมัยนี้เราต้องเสียบบัตร ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนถึงจะมีการให้ลงคะแนน การตอบหารือของฝ่ายเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ทางวุฒิสภาถือว่าไม่ใช่เป็นการทําหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้น วุฒิสภาก็ไม่ดําเนินการการพิจารณาให้ความเห็นชอบ เนื่องจากว่าความชัดเจนในเรื่องนี้จาก สภาผู้แทนราษฎรไม่ชัดเจน ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนในประเด็นนี้ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว อํานาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอํานาจหน้าที่แตกต่างกัน เมื่อผ่าน สภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก็เป็นหน้าที่ของวุฒิสภาที่จะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบกับ บุคคลที่ผ่านไปหรือไม่ มิได้หมายความว่ากระบวนการการเห็นชอบในสภาผู้แทนราษฎร จะชอบหรือไม่ชอบ ไม่ใช่หน้าที่ของวุฒิสภาต้องวินิจฉัย ในความเห็นของกระผมและ โดยความเห็นในภาพรวม ถ้าวุฒิสภาเห็นว่าบุคคลที่สภาผู้แทนราษฎรเราส่งไป ไม่มีคุณวุฒิ ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมก็เป็นเรื่องของวุฒิสภาที่จะต้องให้ความเห็นชอบ แต่วิธีการปฏิบัติ ในวุฒิสภาไม่ได้ให้ความเห็นชอบ แต่ส่งเรื่องกลับไปที่สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็เป็นเหตุให้ท่านรัฐมนตรีต้องเดือดร้อนที่จะต้องนําเรื่องนี้เข้ามาปรึกษาหารือต่อสภา โดยข้อเท็จจริงท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองผมกราบเรียนท่านประธานว่ากระบวนการ ของสภาผู้แทนราษฎรเราสิ้นสุดไปแล้ว เราสิ้นสุดไปแล้ว ส่วนกระบวนการของวุฒิสภา จะเป็นอย่างไรก็ควรจะต้องทําตามตัวบทกฎหมายไป ผมยกตัวอย่างครับ ทางวุฒิสภา ได้รับเรื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไป ไปดําเนินการให้ความเห็นชอบตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ผลว่าไม่ได้ให้ความเห็นชอบบุคคลทั้งหมด ก็ส่งเรื่องกลับ คณะรัฐมนตรีก็ส่งเรื่องในการที่จะ ดําเนินการในการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ป.ป.ท. เข้ามาใหม่เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป ก็เท่านั้นเอง นี่คือกระบวนการขั้นตอน ไม่น่าจะมาเกี่ยวเนื่องกับวิธีการกระบวนการของ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ อํานาจหน้าที่ในการที่จะพิจารณาตรงนั้น ไม่ใช่อํานาจหน้าที่ ของวุฒิสภาที่จะมาบอกว่าองค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรครบหรือไม่ครบ แต่ก็มีหน้าที่ ที่จะสอบถามได้ ผมไม่ได้ยึดติดในตรงนั้น สภาผู้แทนราษฎรเองก็ยืนยันไปว่าองค์ประชุม ขณะนั้นครบ มีทั้งหมด ๓๐๐ กว่าท่านที่เป็นองค์ประชุม แต่วิธีการลงคะแนนในขณะนั้น มีสมาชิกบางส่วนซึ่งท่านประธานเองก็นําเรียนที่ประชุมไปว่ามีสมาชิกบางส่วนที่ท่านรับบัตรมา แล้วไม่ประสงค์ลงคะแนนก็ไม่หย่อนบัตรลงคะแนนลงไปในหีบนับคะแนน ลักษณะอย่างนี้ ท่านประธานครับมันเป็นเรื่องที่ในสภาเราเองก็ต้องยอมรับว่ากลไกวิธีการอย่างนี้เราไม่เคย คาดคิดมาก่อนว่าเราจะต้องมีข้อบังคับอย่างไร มีระเบียบวิธีการปฏิบัติอย่างไร ในการที่จะ ลงคะแนนลับ ถึงแม้รับบัตรไปแล้วไม่ลงคะแนนก็ถือว่าเป็นองค์ประชุมอยู่ในห้องประชุม จะตีเป็นบัตรเสียหรือบัตรอะไรก็แล้วแต่ ไม่ประสงค์ลงคะแนนก็แล้วแต่ แต่ก็ต้องเป็น องค์ประชุม เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ถ้าจะมีต่อไป ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ผมไม่ได้บอกว่าไม่ควรใช้ กลไกลักษณะอย่างนี้ทําให้เรื่องเหล่านั้นเป็นประเด็นไปเป็นปัญหา ทางเจ้าหน้าที่เองควรจะมี วิธีการ ต้องขออภัยครับไม่ใช่เจ้าหน้าที่ครับ ทางสภาเอง ท่านประธานเองควรจะมีระเบียบ วิธีการปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ทราบตั้งแต่ต้นครับว่าเราจะดําเนินการที่จะลงคะแนนได้ หรือไม่ได้ เช่นการตรวจสอบองค์ประชุม การแจกบัตรลงคะแนน ถ้ามีผู้มารับบัตรลงคะแนน ก็ต้องถือว่าเป็นองค์ประชุม แต่เราเองก็ไม่มีวิธีการนะครับ ก็ไปแจกกันตามโต๊ะไป แจกเท่าไร ก็นับไป แจกไป ๓๐๐ ใบ แต่คืนมา ๒๒๐ ใบ ลักษณะอย่างนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องที่อาจจะต้อง มีการปรับปรุงแก้ไข ไม่ได้โทษใครครับ เพราะเราไม่เคยคิดมาก่อน ก็เป็นข้อเสนอผมว่า ของเราเองก็ต้องมีการปรับแก้เช่นกัน ส่วนวิธีการของที่วุฒิสภาผมเชื่อว่ากระบวนการนี้น่าจะจบ ขั้นตอนต่อไปนี้คืออะไรครับ ผมถือว่าเน้นย้ําถือว่ากระบวนการในสภาผู้แทนราษฎรจบไปแล้ว เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของวุฒิสภาต้องทําต่อครับ ต้องไปทําต่อให้จบกระบวน ส่วนท่านจะมี มติอย่างไรก็แล้วแต่ท่าน ท่านจะ ไม่เห็นชอบทั้ง ๕ คน ก็เป็นสิทธิของท่าน เมื่อท่านลงคะแนน ไปแล้ว ดําเนินการไปแล้วในหน้าที่ของท่านก็ถือว่าจบด้านโน้นก็เข้าสู่กระบวนการตามปกติไป ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะดําเนินการต่อไป เป็นไปได้ที่ ๕ คนนั้นจะไม่ได้รับความเห็นชอบ จากวุฒิสภา ท่านรัฐมนตรีในฐานะผู้รับผิดชอบก็ไปดําเนินการกระบวนการเข้ามาใหม่ ตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเอง ผมคิดว่าแนวทางน่าจะเป็นอย่างนั้น กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เพราะผมเองไม่อยากที่จะให้เป็นประเด็น ในสภาของเรา ผมยกตัวอย่างว่า ถ้าสภาแห่งนี้เสียงข้างมากต้องการบุคคลคนนี้ แต่มีเสียง ส่วนหนึ่งไม่ต้องการให้เป็นองค์ประชุมขึ้นมา เหตุการณ์เกิดมาแบบนี้มันก็เป็นลักษณะที่เป็น การทํางานที่ไม่น่าจะมีผลราบรื่นต่อกระบวนการที่จะมีผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ป.ป.ท. เองครับขณะนี้แต่งตั้งไม่ได้เลย ทุจริตกันโครม ๆ เราก็ไม่สามารถไปดําเนินการอะไรได้ เนื่องจากเราไม่มีกรรมการ ก็ฝากท่านประธานว่าเราจะทําอย่างไร ความเห็นโดยสรุปของผมครับ กระบวนการในสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดแล้ว ส่วนจะปรับปรุงอะไรต่าง ๆ ระเบียบวิธีการ ในการปฏิบัติก็ไปดําเนินการของเราไปเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง ส่วนวุฒิสภาก็มีหน้าที่จะต้อง ดําเนินการต่อ ความเห็นผมสภาผู้แทนราษฎรต้องยืนยันไปว่าเราทําหน้าที่จบแล้ว ส่งเรื่องให้ วุฒิสภาดําเนินการ ส่วนวุฒิสภาจะมาดําเนินการ ไม่ดําเนินการอย่างไรก็แล้วแต่ เป็นอํานาจ หน้าที่ของวุฒิสภา ถ้าไม่ดําเนินการก็ถือว่าค้างคาอยู่อย่างนี้ครับท่านประธาน แต่โดยความเห็น วุฒิสภาน่าจะดําเนินการในการที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบไป จะได้จบกระบวนการ ขอบคุณท่านประธานครับ