ธนา ชีรวินิจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒ มีนาคม ๒๕๕๔

ธนา ชีรวินิจ อธิบายเหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชอบด้วยรัฐธรรมนูญยกเว้นมาตรา ๖๔ ที่ขัดต่อบทบัญญัติ เนื่องจากเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการในสาขากระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่าการตีความของศาลถือเป็นที่สิ้นสุดซึ่งสภาต้องปฏิบัติตาม

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ถ้าบุคคลภายนอก ไม่มีความเข้าใจในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะพี่น้อง ทางบ้านก็อาจจะมีความสับสนสักเล็กน้อย ผมขออนุญาตท่านประธานจะไม่ใช้เวลามาก เพียงแต่จะสรุปประเด็นเพื่อให้ท่านสมาชิกและพี่น้องที่รับฟังทางวิทยุได้ทราบว่าประเด็นที่ เกิดขึ้นในวันนี้ก็คือ เนื่องจากมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่สภา สภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการแล้วก็พิจารณา ตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ แล้วเนื่องจากในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญได้กําหนด ไว้ชัดเจนครับว่า ในกรณีที่เป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น เมื่อสภา ได้พิจารณาเสร็จแล้วก่อนที่จะนําความกราบบังคมทูลฯ ก็ให้ส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยว่ากฎหมายดังกล่าวนั้นได้มีการบัญญัติที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นครั้งแรกในสภาแห่งนี้หรืออาจจะเป็นจํานวนไม่บ่อยครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มี คําวินิจฉัยว่าได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในบางส่วนบางมาตราที่กระผมขออนุญาตจะได้ กราบเรียนต่อไปว่า ไปขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะ กราบเรียนอย่างนี้ครับว่าศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วก็ระบุในส่วนของมาตรา ๖๔ วรรคสอง ว่าในการกําหนดตําแหน่งข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการ ยุติธรรมนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีพื้นความรู้ในระดับเนติบัณฑิตหรือเป็นผู้สําเร็จปริญญา ทางกฎหมาย และเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการไต่สวนและวินิจฉัยคดี หรือการให้ ความเห็นทางกฎหมายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศกําหนด ซึ่งศาลวินิจฉัยว่าก็เป็นเพียงการกําหนดคุณสมบัติอย่างกว้างเท่านั้น เมื่อไม่ปรากฏว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีข้อความใดกําหนดให้ข้าราชการในสาขา กระบวนการยุติธรรมมีความแตกต่างจากข้าราชการฝ่ายอื่น หรือมีคุณสมบัติทํานองเดียวกัน กับพนักงานอัยการ จึงมีความแตกต่างกันในสาระสําคัญ ดังนั้นร่างมาตรา ๖๔ ที่ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑๑ และให้ใช้ความแทนดังกล่าวจึง ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๕๑ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๒๐๒ และ มาตรา ๒๕๕ วรรคเจ็ด และเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่ง ความแตกต่างในเรื่องสถานะของบุคคลที่เป็นข้าราชการฝ่ายอื่นอันเป็นการขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่งและวรรคสาม แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ร่างมาตรา ๖๔ ที่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนั้นไม่เป็นสาระสําคัญ อาศัยเหตุ ดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๕๐ ยกเว้นร่างมาตรา ๖๔ ที่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเป็นอัน ตกไปตามมาตรา ๑๔๑ วรรคสอง และให้ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กลับคืนสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภาเพื่อพิจารณาตามลําดับตามมาตรา ๑๔๑ วรรคสามต่อไป ผมขออนุญาตกราบเรียน อย่างนี้ท่านประธานครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการก้าวล่วงอํานาจในการตรากฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ประการใด แต่เป็นเพียงแต่การทําหน้าที่ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ได้กําหนดไว้ ชัดเจนว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ในการตราพระราชบัญญัติ แต่พระราชบัญญัติ ฉบับใดที่จําเป็นจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือดูก่อนว่ามีส่วนใดที่ขัดหรือแย้งกับ รัฐธรรมนูญก็ให้มีคําวินิจฉัยมา ซึ่งโดยปกติเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วครับว่าสภาแห่งนี้เวลาเรา ออกกฎหมายเราก็มักจะพูดกันอยู่เสมอก็คือว่ากฎหมายนั้นจะต้องไม่ขัดต่อบทบัญญัติ แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญและในกรณีใดที่มีการบัญญัติที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พวกเราก็ทราบกันดีครับว่าในส่วนนั้นก็จะไม่มีผลบังคับใช้ วันนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้มี คําวินิจฉัยในส่วนนี้ และผมเองก็ได้ทราบจากหนังสือที่ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งถึง สภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ติดใจนะครับ ในมาตรา ๖๔ ก็ไม่ได้ทําให้สาระสําคัญหรือการทํา หน้าที่ของ ป.ป.ช. จะต้องเสียไป เพราะฉะนั้นจึงเห็นชอบด้วยกับที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้อง กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นถือเป็นที่สิ้นสุดนะครับ สภาเองเมื่อมีตีความว่าในมาตราใด วรรคใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเราก็ไม่สามารถที่จะ ออกกฎหมายที่ขัดต่อบทบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อทาง ศาลรัฐธรรมนูญให้คําวินิจฉัยและทางคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็ได้ส่งความเห็นว่าการที่จะ ขอตัดตามมาตรา ๖๔ วรรคสองนั้นไม่ได้ทําให้การทํางานของ ป.ป.ช. หรือกฎหมายฉบับนี้ เสียไป เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถามว่าแล้วจะเดินหน้ากันอย่างไรต่อไป ผมกราบเรียนท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธานที่จะเอ่ยในข้อบังคับการประชุมสภา ข้อที่ ๑๐๗ ซึ่งได้บัญญัติลักษณะกรณีการดําเนินการในลักษณะนี้ไว้ชัดเจนว่า เมื่อรัฐสภา ให้ความเห็นกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแล้วให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยด่วน เพื่อพิจารณาตาม มาตรา ๑๔๑ ของรัฐธรรมนูญ เมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรได้รับแจ้งคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งแล้วให้บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมเป็นเรื่องด่วน มาตรา ๑๐๘ ในกรณี ที่คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลทําให้ข้อความที่ขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไปตามมาตรา ๑๔๑ วรรคสองของรัฐธรรมนูญให้สภาพิจารณา แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ การออกเสียงลงคะแนนในการแก้ไข เพิ่มเติมวรรคนี้ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภา นั่นหมายถึงว่าวันนี้กระบวนการตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อที่ ๑๐๘ ซึ่งเราคงจะได้ ดําเนินการต่อไปก็คือสภาจะต้องพิจารณาที่จะให้มีการตัดข้อความตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคําวินิจฉัยมาในมาตรา ๖๔ วรรคสองออกเสียเพื่อไม่ให้ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นก็ต้องให้เสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จํานวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า ประเด็นในการพิจารณาในวันนี้ของสภาก็คงเชื่อว่าคงไม่มีสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะ ๑. เป็นคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ๒. หน่วยงานเจ้าของร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญคือ ป.ป.ช. ก็ไม่ได้ติดใจ แล้วก็เห็นว่าการตัดดังกล่าวนั้นก็ไม่ได้ทําให้ การทําหน้าที่หรือรายละเอียดในสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เสียไป สภาเองก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายก็คือต้องออกกฎหมายไม่ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญ แล้วก็ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อที่ ๑๐๘ ด้วยการลงมติไม่ให้ เสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งเพื่อให้มีการแก้ไขตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยท่านประธานครับ