พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หารือเรื่องผลการดำเนินงานของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่องการช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนไทยที่ประสบปัญหาในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโครงการต้นกล้าอาชีพที่ใช้งบประมาณ 6,900 ล้านบาท แต่ไม่มีการติดตามผลและจ้างงานให้กับผู้เข้ารับอบรม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาการใช้ก๊าซธรรมชาติที่ราคาต่ำและระบบขนส่งสาธารณะที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ทำให้เกิดควันพิษ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมรอที่จะอภิปรายในเรื่อง ผลการดําเนินงานของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามมาตรา ๗๕ ซึ่ง ครม. จะต้องชี้แจงให้กับสภาแห่งนี้ ผมได้ศึกษารายละเอียดจากรายงานที่ทาง คณะรัฐมนตรีได้นําเสนอพวกเราในสภาแห่งนี้ ก็พบว่ามีนโยบายหลายอย่างที่รัฐบาลได้ชี้แจง ให้กับสภาแห่งนี้แล้วก็อยู่ในเล่มนี้ ไม่ประสบความสําเร็จตามที่ได้กล่าวอ้างกัน และมีหลายสิ่ง หลายอย่างที่ควรจะได้รับการปรับปรุง กระผมขออนุญาตเจาะลงในรายละเอียดในเวลาสั้น ๆ ที่ท่านประธานได้มอบมา ด้านแนวนโยบายด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม ด้านนี้ผมขออนุญาตดูที่ ข้อที่ ๕ ว่าด้วยเรื่องการช่วยเหลือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นงานหลักที่รัฐบาลเองได้แถลงเป็นนโยบายแล้วก็ดําเนินการไป ปรากฏว่าก็ยังมีปัญหา ที่ผมต้องการที่จะสะท้อนไปถึงทางรัฐบาล โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นั่นก็คือ ความล่าช้าของงบประมาณที่ทางผู้สูงอายุเองก็ได้รอคอยเบี้ยยังชีพเหล่านี้ แต่ในบางเดือน ท่านประธานครับ งบประมาณที่ออกไปจากรัฐบาลส่วนกลางก็เป็นไปด้วยความล่าช้า แล้วบางครั้งก็ไปไม่ถึงมือผู้สูงอายุอย่างแท้จริง ตรงนี้ก็คงจะต้องให้ทางรัฐบาลได้มีการ ปรับปรุงแก้ไขให้รวดเร็วขึ้น แล้วก็ให้ถึงมือผู้สูงอายุ
เรื่องที่ ๒ แนวนโยบายด้านการต่างประเทศ ตามมาตรา ๘๒ นี้ ซึ่งสําคัญมาก ว่าด้วยเรื่องของการคุ้มครองส่งเสริมสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทย แรงงานไทย และภาคธุรกิจเอกชนไทยในต่างประเทศ ว่าด้วยเรื่องของการช่วยเหลือคนไทยที่ประสบ ปัญหาในต่างประเทศ ท่านประธานครับ ขณะนี้ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าปัญหา ซึ่งก็สะท้อนถึงแนวนโยบายของรัฐบาล ว่าด้วยการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบ ความลําบากอยู่ในประเทศลิเบียในขณะนี้ ผมนําเรียนท่านประธานว่าตั้งแต่ช่วงหัวค่ําผมเอง ก็ได้รับการติดต่อประสานงานจากแรงงานจากประเทศลิเบียซึ่งขณะนี้ก็เดือดร้อน บางส่วน ก็เดินทางออกจากประเทศลิเบียด้วยเรือจากกรุงทริโปลี ด้วยเรือแทนที่จะไปมอร์ต้าอย่างที่ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศประกาศ ปรากฏว่าเลี้ยวขวาแล้วก็ไปขึ้นฝั่งที่ประเทศอียิปต์ ขณะนี้กําลังประสบปัญหาเป็นอย่างยิ่ง ก็คือแรงงานไทยจากกรุงทริโปลีก็ไปตายเอาดาบหน้า จะไปทางถนนก็ไม่ได้กลัวเขาจะยิงเอาก็เลยไปทางเรือ แล้วทีนี้พอเรือไปถึงที่ประเทศอียิปต์ ปรากฏว่ายังไม่มีเจ้าหน้าที่ของเราไปประสานกับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายประเทศอียิปต์ แล้วเรือขึ้นฝั่งก็ขึ้นหลายเมืองด้วย มีความจําเป็นเดือดร้อนมากก็คงต้องฝากรัฐบาล ให้ดําเนินการตามแนวนโยบายที่รัฐบาลประกาศไว้ว่าจะช่วยดูแลพี่น้อง โดยเฉพาะ แรงงานไทยในต่างประเทศ ผมได้รับรายงานมาจาก คุณปารเมศ เจริญศรี อยู่บ้านดอนขี ตําบลลําภู อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู ขณะนี้ก็ไปอยู่ที่หมู่บ้านมาบูลา แคมป์ซาลายา ในชายแดนของประเทศลิเบีย ก็ยังมีปัญหาอยู่อีกหลายกลุ่ม กลุ่มของพี่น้องโนนสูง หินสิ่ว อําเภอโนนสังก็ดี กลุ่มบ้านกองโพก กลุ่มนามะเฟือง เช่น นายสุนาถ นาคแว่น นายทนงศักดิ์ สายธนู นายภานุวัฒน์ สิงหะ นายแสงจันทร์ พงษ์ประเทศ กลุ่มเหล่านี้ก็รอคอยความหวัง ที่รัฐบาลจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้ตามชายแดนของประเทศอียิปต์ ท่านประธานครับ กลับมาเรื่องของนโยบายรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของด้านเศรษฐกิจ ข้อ ๑๓ การบรรเทาการว่างงานและการเตรียมคนสําหรับการพัฒนาในอนาคต ลง รายละเอียดในข้อ ๑๓.๑ โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจและสังคม ในชุมชน (โครงการต้นกล้าอาชีพ) ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ในปี ๒๕๕๒ รัฐบาล ใช้งบประมาณ ๖,๙๐๐ ล้านบาท เพื่อไปดําเนินโครงการต้นกล้าอาชีพ โดยหวังว่าประชาชน หรือว่าผู้ว่างงานที่เข้ารับการอบรม ๓๑๙,๖๕๘ คน ด้วยงบประมาณ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ว่าจะมีการสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพให้กับเขาเหล่านั้น ผมขอถามรัฐบาลครับว่าเงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ที่ได้ดําเนินการโครงการต้นกล้าอาชีพไปนั้น รัฐบาลได้ติดตามหรือไม่ ผมได้สอบถามพี่น้องประชาชนที่เข้ารับอบรมโครงการต้นกล้าอาชีพในพื้นที่ของผมเอง จังหวัดหนองบัวลําภู เสร็จแล้วก็แล้วไปครับ ท่านประธานครับ อบรมแล้วก็แล้วไป แต่ไม่มีการจ้างงาน จ้างอาชีพเสริมให้แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นโครงการต้นกล้าอาชีพ ที่รัฐบาลประกาศว่าเป็นนโยบายที่ประสบความสําเร็จและใช้เงินถึง ๖,๙๐๐ ล้านบาทนั้น ผมเห็นต่างนะครับ ตรงนี้ถือว่าเป็นงบประมาณที่ละลายน้ําโดยไม่เกิดประโยขน์
อีกด้านหนึ่ง ข้อ ๒๒ ในเรื่องของนโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายด้านการ พัฒนาพลังงานทดแทน รัฐบาลบอกว่าจะสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี ซึ่งผลิตได้เองในประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้นะครับ รัฐบาลก็ประกาศว่าจะ ส่งเสริม แล้วราคาของเอ็นจีวีค่อนข้างถูกนะครับ ๘.๕๐ บาท เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน หลายก็แห่ไปติดแก๊ส แต่หลังจากติดแก๊สแล้วเอาไปเติมแก๊ส ทีนี้เกิดปัญหา ท่านประธานครับ บางแห่งต้องไปเข้าคิวรอไม่ต่ํากว่า ๒ ชั่วโมงครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างจังหวัดอุดรธานีใกล้ ๆ บ้านผม รออยู่ไม่ต่ํากว่า ๒ ชั่วโมงก็ยังไม่ได้เติมแก๊ส แล้วอย่างนี้ มันจะไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องของซัพพลาย (Supply) ตรงนี้ให้ได้
อีกข้อหนึ่งข้อสุดท้าย ข้อ ๒๖.๒.๕ นโยบายทางด้านเศรษฐกิจ เรื่องของ การปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะและการให้บริการผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ประกาศนโยบายไว้สวยหรู ท่านประธานครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ ถ้าหากท่านประธานได้มีโอกาสไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน สุวรรณภูมิ โดยเฉพาะถ้าท่านประธานได้ไปขึ้นเครื่องบินโดยที่จะต้องอาศัยรถบัส เพื่อที่จะไปขึ้นเครื่องบิน ห้องโดยสาร ห้องรอขึ้นเครื่องบินจะเป็นอาคารข้างล่าง ท่านประธานสังเกตดูนะครับ รถบัสที่ไปจอดรอรับไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวก็ดี ผู้โดยสารก็ดี เปิดสตาร์ท (Start) เครื่อง แล้วหันหลังให้กับอาคารผู้โดยสาร ควันพิษแก๊สต่าง ๆ ก็วิ่งเข้ามา อยู่ในอาคารผู้โดยสาร จนทําให้ผู้โดยสารที่ไปนั่งรอเพื่อจะไปขึ้นเครื่องในสนามบินนั้น มารับควันพิษไปเต็ม ๆ ส่งผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนที่ไปขึ้นเครื่องโดยสาร ไปต่างประเทศ ผมก็คงพูดเท่านี้ครับท่านประธาน หมดเวลาแล้ว ขอบคุณครับ