ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ หารือเรื่องราคาข้าวที่ลดลงและผลกระทบต่อเกษตรกร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาและรับราคาข้าวที่เหมาะสม
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ส.ส. ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ก็สืบเนื่องจากการรายงานฉบับที่รัฐบาลได้มาให้ สมาชิกรัฐสภา เราจะเห็นได้ว่าราคาข้าวที่ผมได้ติดตามอยู่ เนื่องจากว่าเป็นเกษตรกร กลุ่มใหญ่ที่ทําไร่ ทํานา จากการที่เรามีรอยต่อระหว่างที่ในช่วงนั้นเมื่อประมาณเดือนตุลาคม เห็นจะได้นะครับ ปี ๒๕๕๒ รัฐบาลก็เปลี่ยนเป็นประกันรายได้ เรามีจํานํามาต่อเนื่อง อันนี้คือผลพวง ผมจะชี้ให้เห็นว่าโครงการรับจํานําราคาตอนในขณะนั้นทั้งที่ท่าน ก็บริหารงานไม่ค่อยเป็นเท่าไรหรอกครับ ยังอยู่ที่ประมาณ ๙,๙๐๐ บาทต่อเกวียน จะเห็นได้ ว่าแล้วเดี๋ยวนี้สภาวะเดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร พี่น้องเกษตรกรมีการเรียกร้องประท้วง เมื่อเดือน ก่อนโน้นก็ที่จังหวัดนครนายกเอาข้าวเปลือกมาเทเต็มถนน ก็คือราคาที่อ้างอิงนี้ ชาวไร่ ชาวนาไปขายมันขายไม่ได้ เขาไม่มีหนทางอื่นเขาก็ประท้วงด้วยการเอาข้าวเปลือกมาเท แล้วเมื่อไม่กี่วันนี้นะครับ เมื่อ ๒-๓ วัน ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็มีการปิดถนน อันนี้ก็เป็นการสะท้อนกลับไป ให้ทางรัฐบาลได้เห็นว่าสิ่งที่ท่านคุยนักคุยหนาว่าดีเลิศประเสริฐศรี ก็คือโครงการประกันรายได้ ว่าชาวนาได้ผลประโยชน์กันทั่ว มีผู้ที่ได้รับในโครงการนี้จํานวนมากรายกว่าโครงการรับจํานํา ผมบอกเลยว่าถ้ารัฐบาลยังคิดอย่างนั้น การแก้ไขปัญหาในเรื่องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาก็ยัง ผิดเป้าหมาย เราต้องมองนะครับว่าทุกนโยบายไม่ว่าจะเป็นจํานําหรือประกันรายได้นี้ รัฐบาล ต้องตระหนักนะครับว่าทําอย่างไรถึงจะให้กลไกตลาดมันเดิน ก็คือจะต้องให้ราคามันมาพอดี กับที่เราตั้งไว้ อย่างเช่น อย่างโครงการรับจํานําเราทําให้ดูแล้วว่าสมัยรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช เรารับจํานําที่ ๑๒,๐๐๐ บาท แต่ข้าวเปลือกเป็นอย่างไรครับ ๑๔,๐๐๐ บาท เห็นได้ชัดว่ามันมีส่วนที่รัฐบาลไม่ต้องไปรับผิดชอบ คือราคาที่รับจํานํามันต่ํากว่าราคา ท้องตลาด นั่นคือเรียกว่าการบริหารกลไกตลาดเพื่อให้พยุงราคากันไป รัฐบาลไม่ต้องไปเสีย เงินเสียทอง นั่นก็เปรียบเสมือนได้ว่าชาวนานั้นเข้มแข็งเนื่องจากกลไกตลาดเขาไปกันได้ ก็ไม่เจ็บ ไม่ป่วย รัฐบาลไม่ต้องไปเยียวยา ไม่ต้องไปโอนเงินส่วนต่าง ผิดกับการประกันรายได้ ที่เราจะต้องมีการโอนไปอย่างนี้ ถ้าเราจะเห็นว่าจํานวนรายมันเยอะ นั่นก็คือเป็นการที่ผู้ป่วย ของชาวไร่ชาวนามันมีเยอะ ต้องคิดอย่างนั้น ถ้าท่านคิดไปถึงที่ว่าได้จํานวนรายมากอะไรต่าง ๆ นี้ เสร็จแล้วก็จะเป็นอย่างที่เห็นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานี่ เวลานี้ก็ยังปักหลักกันอยู่ ชุมนุม เรียกร้องอยากจะให้รัฐบาลไปแก้ไขให้เขา ผมก็เห็นใจนะครับ ไม่ว่าจะเป็นราคาปุ๋ยก็แพง น้ํามันก็แพง แต่ข้าวเปลือกนี่ถูก นี่ก็เป็นปัญหาหัวอกคนยากคนจนชาวไร่ ชาวนา เขาก็ไม่มี ทีวีที่จะออก รัฐบาลก็โฆษณาอยู่นั่นละครับ ออกทีวีว่าประกันรายได้ ผมเจอโฆษณานี้แล้วผม รู้สึกเบื่อหน่ายมากว่าข้อเท็จจริงมันไม่เป็นไปตามนั้น มันมีเยอะในเรื่องปลีกย่อยต่าง ๆ กว่าจะมาถึงชาวไร่ ชาวนาตัวจริง ก็ต้องยอมรับใน ณ ที่นี้นะครับว่าเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ส่วนใหญ่แล้วเช่านาเขาทําเจ้าของนาที่เป็นเจ้าของนาเวลานี้เขาก็สามารถจะเลือกคนทํานาได้ เพราะโครงการประกันรายได้นี่เองละครับ ที่มีเข้ามาแล้วทําให้คนในหมู่บ้านที่เคยได้ทําไร่ ทํานามีคนไปเสนอว่าให้ฉันทําไหมละ ฉันให้ส่วนต่างแบ่งคนละครึ่ง อย่างนี้ก็มี คนที่เคยได้ทํานา เวลานี้เป็นอย่างไรครับ เจ้าของนาเขาก็เลือกผู้ทํานาได้เพราะเสนอประโยชน์ให้ นี่ละครับ เกิดปัญหาที่เรียกว่าไปขายราคาอ้างอิงบางครั้งก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อ้ายครั้นที่ว่าจะไป อ้างว่ามีการโอนส่วนต่าง ก็นี่อย่างไรมันโดนนายทุนฟาดไปครึ่งหนึ่งแล้วจะว่าอย่างไร เวลานี้ เกิดปัญหา ผมถึงบอกว่าโครงการนี้ถ้าท่านจะทําอย่างนั้นท่านก็ต้องมีการประกาศราคา ขั้นต่ําไว้ ท่านประกันรายได้ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านก็ต้องมีประกาศราคาขั้นต่ําไว้เพื่อที่ว่า ถ้าต่ํากว่านี้รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ต้องรับซื้อขึ้นมา ไม่ต้องมาพูดถึงราคาอ้างอิงนะครับ รับซื้อขึ้นมาเลย อันนั้นถึงจะเรียกว่าเป็นของจริงที่ว่าเกษตรกรได้รับเต็ม ๆ แล้วก็ในภาวะที่ เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ น้ํามันก็ขึ้น ปุ๋ยก็ขึ้น เวลานี้ทองบาทละเท่าไรครับ ๑ บาทปาเข้าไป ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ข้าวเปลือกเท่าไร เหลือ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท ขายข้าวเปลือก ๒ เกวียน ซื้อทองยังไม่ได้ ๑ บาท สมัยรัฐบาลสมัครเป็นอย่างไรครับ เกวียนหนึ่งเข้าไป ๑๔,๐๐๐ บาท ทองขณะนั้นบาทละเท่าไร บาทละ ๙,๐๐๐ บาท ขายข้าว ๑ เกวียนนี่ซื้อทองได้บาทกว่า นะครับ นี่เราเปรียบเทียบในเรื่องของราคาทองคํากับราคาข้าวของเรา ซึ่งเราจะต้องดูว่า ให้มันสอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่ใช่มาพูดกันอยู่ในวงประชุมในสภาแห่งนี้ ว่าวันนี้ เกษตรกรพึงพอใจ ถ้าพึงพอใจคงไม่มีการปิดถนนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรอกครับ นี่เค้าเดือดร้อนจริง ๆ นะครับ ซึ่งผมก็อยากจะไปสอบถามว่ารัฐบาลได้มีการประสานงาน มาบ้างหรือเปล่า เพราะว่าทุกอย่างก็แพงนะครับ ผมเห็นสมควรว่าโครงการประกันรายได้นี้ ควรจะปรับราคาให้สูงขึ้นกว่านี้ เพราะในขณะนี้สินค้าทุกตัวมันแพงขึ้น แล้วก็ชาวนาที่เขา มาเรียกร้องนี้โดยที่บริสุทธิ์จริง ๆ เขาไม่มีช่องทีวีที่มาออก เขาจึงต้องไปยืนกลางถนน เรียกร้อง เพื่อขอให้รัฐบาลได้เห็นในความทุกข์ยากความเดือดร้อนของเขาที่เขาได้รับ ในขณะนี้ ก็ขอฝากรัฐบาลนะครับว่าในครั้งนี้ขอให้ได้มีการปรับปรุงในราคาประกันรายได้ ให้สูงขึ้นกว่านี้ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรนั้นได้รับประโยชน์ ขอบพระคุณครับ