อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แถลงรายงานผลการดำเนินงานของท่านนายกรัฐมนตรีในปีแรกและปีที่สอง โดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จของแผนเอสพี ๒ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่ดีขึ้น รวมถึงการจัดเก็บภาษีที่เกินเป้าและการจ่ายหนี้ล่วงหน้า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องนโยบายช่วยเหลือพ่อค้า แม่ค้า และคนขับรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ โดยเสนอให้เปิดลงทะเบียนวินมอเตอร์ไซค์ และออกสินเชื่อช่วยเหลือ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องเล่าให้ฟังว่าเป็นการแถลงรายงาน ผลการดําเนินงานของท่านนายกรัฐมนตรีในปีแรก หรือที่เรียกว่า อภิสิทธิ์ ปี ๑ นะครับ ต้องเรียนว่าถ้าจะอภิปรายถึงปีแรกก็ดูกระไรอยู่ ก็คงจะอภิปรายในปีแรกจนถึงปีปัจจุบันเลย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านทําเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าท่านคิดระบบ กระบวนการ เป็นขั้นตอนมาก เริ่มตั้งแต่แผนเอสพี ๑ หรือแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะแรก ๆ คือการเน้นเม็ดเงินนั้นให้ถึงเร็ว เข้ากระเป๋าประชาชนให้เร็วที่สุด ผ่านนโยบายเรียนฟรี ผ่านนโยบาย ๕๐๐ บาท เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท เบี้ยคนพิการ รวมไปถึงเรื่องของ การประกันรายได้เกษตรกร แรก ๆ อาจจะกระท่อนกระแท่นครับในปีแรก ๆ สําหรับ การประกันรายได้ แต่พอเข้าปีที่ ๒ แล้วต้องบอกว่าเข้าเป้าทีเดียวแล้วก็เป็นที่น่าสนใจมาก ในขณะนี้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรนั้นยังคงเก็บสต็อก อยู่ในมือ กลไกตลาดมันเดินได้เต็มพิกัดครับ อีกหน่อยการไล่ราคาซื้อราคาข้าวนั้นก็จะเกิดขึ้น เป็นจํานวนมากในประเทศไทย รายได้เกษตรกรก็จะดีขึ้นตามลําดับ ท่านประธานที่เคารพ คราวนั้นเราได้ใช้งบกลางปี ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ก็ดูเหมือนกับว่าจะลําบากทีเดียว เพราะตอนเข้ามานั้นเศรษฐกิจค่อนข้างจะย่ําแย่ แต่พอเข้าปีที่ ๒ น่าสนใจครับมีแผน เอสพี ๒ หรือแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ ๒ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ว่าจะต้องใช้ เงินกู้จํานวนถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายแล้วก็ใช้ไม่ถึง ใช้เพียงแค่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง พอมาดูว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลาง ระยะยาวทําอะไรบ้าง ก็ต่างกับ ครั้งแรก ครั้งแรกเป็นการเน้นให้เม็ดเงินถึงกระเป๋าเร็วขึ้น ครั้งที่ ๒ เป็นการสร้างโครงสร้าง พื้นฐาน ซึ่งก็มีตั้งแต่รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง ถนนหนทางต่าง ๆ รวมถึงแหล่งน้ํา พอพูดถึง แผนเอสพี ๒ ต้องพูดว่าสิ่งหนึ่งที่ชนชั้นกลาง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครนั้น ได้ประโยชน์มาก ก็คือเรื่องของโครงสร้าง เรื่องคมนาคม รถไฟฟ้าขณะนี้เรามีสายสีเขียว หรือรถไฟลอยฟ้าวิ่งอยู่เป็นลักษณะเหมือนกากบาทครับท่านประธาน แต่ว่าแผนเอสพี ๒ นั้น เป็นการทําให้มีรถไฟใต้ดินสายสีน้ําเงิน แล้วก็สายสีม่วง ซึ่งทําหน้าที่เหมือนเป็นวงกลม ครอบกับกากบาทอีกครั้งหนึ่งเพื่อเชื่อมโยงทุกเครือข่ายในกรุงเทพมหานคร และนั่นเป็นสิ่งที่ คนชั้นกลางได้รับประโยชน์จากนโยบายในแผนเอสพี ๒ ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งอยู่ในระหว่างปีที่ ๑ และปีที่ ๒ คาบเกี่ยว ท่านประธานครับ เดินทางมา ๒ ปี สิ่งที่ประสบปัญหา เอสพี ๑ ไปแล้ว เอสพี ๒ ไปแล้ว ถามว่าประสบความสําเร็จไหม ก็ประสบความสําเร็จ เพราะเมื่อสะท้อนดูจะเห็นได้ว่าตัวเลขอัตราการว่างงานต่ํากว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยมาก ประเทศในยุโรปบางประเทศ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ประเทศเพื่อนบ้านเรา อย่างประเทศเวียดนามตอนนี้ไปไกลแล้วครับ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ไปกันใหญ่แล้วครับ ประเทศเวียดนามที่เขาบอกว่าจะเป็นคู่แข่งไทย ตอนนี้ค่าเงินของเขามีปัญหา ซึ่งผมคิดว่า รัฐบาลไทยเราทําได้ดีมาถูกต้องแล้ว การจัดเก็บรายได้ปี ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ ใครบอกรัฐบาลนี้หาเงินไม่ได้ ปี ๒๕๕๓ การจัดเก็บภาษีเกินเป้า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๔๔ คือปีนี้ แถมอีกปีครับ ประมาณการรายได้เปลี่ยนนะครับ เป้าเพิ่มขึ้นจากเดิม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือสิ่งที่คํานวณเพิ่มขึ้น ทะลุเป้าทั้ง ๒ ปี นี่คือรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการจ่ายหนี้ล่วงหน้าไปแล้วถึง ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้เราทราบกันดีนะครับ แต่อย่างไรก็ดีครับ เศรษฐกิจดูเหมือนจะดีขึ้น ตัวเลขจีดีพีดีขึ้น รายได้จัดเก็บหลายแสน ล้านบาททะลุเป้า ๒ ปีติด แต่สิ่งหนึ่งที่เรายังยึดถือและท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองท่านก็ เป็นห่วงเป็นประจํา รวมถึงพวกเราในพรรคประชาธิปัตย์ครับ คําว่า ไพร่ ที่แปะอยู่ บนหน้าอกของพี่น้องเสือแดงตัวใหญ่ ๆ มีความหมายครับ เพราะเป็นการบ่งบอกว่า ความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ในประเทศไทย ผมเองได้มีโอกาสเอารายงาน ผลสํารวจว่าความต้องการของคนที่เขามาชุมนุมนี้ต้องการอะไรบ้าง เสนอท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ครับ ผมดีใจว่าข้อความที่เสนอปัญหาที่ได้ยื่น ไปนั้น ได้รับการตอบสนองมาในช่วง ๒-๓ เดือนนี้อย่างเห็นได้ชัดครับ เช่น นโยบายโครงการ โฉนดชุมชน ในขณะนั้นหลายคนมีปัญหาเรื่องที่ดินทํากินที่เขาต้องมาม็อบ วันนี้รัฐบาล ทําโฉนดชุมชน หลักการง่าย ๆ ให้โฉนด เช่น ที่ดินที่รัฐไปบุกรุกของหลวงก็ดี เขาให้ โฉนดแปลงใหญ่ ใบเดียว โฉนดชุมชนครับ เช่น ที่ดิน ๒๐๐ ไร่ให้โฉนด ๑ ใบ ทุกคน เป็นเจ้าของหมด แล้วมีวัตถุประสงค์ชัดเจน เช่น การทําเกษตรกร การทําเกษตรกรรม ถ้าใครไม่ทําเกษตร ก็อยู่ในโฉนดแปลงนี้ไม่ได้ ชุมชนเป็นคนบริหาร ใครจะเข้าใครจะออก ชุมชนเข้มแข็ง เขาบริหารด้วยตัวเขาเอง นั่นคือโครงการโฉนดชุมชน ซึ่งขณะนี้เรานําร่อง ไปแล้ว ๓๕ โครงการ แล้วก็ทยอยที่จะให้ต่อไปเรื่อย ๆ ในทุก ๆ เดือนครับ ปลายเดือนนี้ จะมีการตั้งธนาคารที่ดิน ซึ่งอยู่ในรูปแบบขององค์การมหาชน ทําหน้าที่ในการนําเงิน งบประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาทไปซื้อที่ดินที่อยู่ในแบงก์ที่ไปนอนอยู่ในสินทรัพย์ ด้อยคุณภาพต่าง ๆ นํามาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในรูปแบบโฉนดชุมชน นี่เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์แก้ไขลดเรื่องความเหลื่อมล้ํา การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เช่นเดียวกัน ท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ท่านก็ทําครับ ลงทะเบียน ๑,๒๐๐,๐๐๐ ราย แก้ไขไปแล้ว ๖๐๐,๐๐๐ รายเยอะนะครับครึ่งต่อครึ่ง ในขณะที่รัฐบาลในอดีตนั้นอาจจะ ทําได้น้อยครับ ลงทะเบียน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ราย แต่ว่าแก้ไขไปได้แค่ ๘๐,๐๐๐-๙๐,๐๐๐ ราย เท่านั้นเอง ท่านประธานคผมคิดว่าหลายต่อหลายเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นทําแล้ว เป็นผลจริง เกิดขึ้นเร็วนะครับ
สุดท้าย คือนโยบายในการช่วยเหลือพ่อค้า แม่ค้าหาบเร่แพงลอย วินมอเตอร์ไซค์ คนขับรถแท็กซี่ไปดูในม็อบครับ ๓ อาชีพนี้มีจํานวนเยอะมากทีเดียว ในเขตกรุงเทพมหานคร สิ่งที่ทําก็คือว่า เราจะเปิดให้มีการลงทะเบียนวินมอเตอร์ไซค์ ตั้งแต่วัน ๑๕ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๑๕ มีนาคม ลงทะเบียนหมดเลยนะครับ ไม่ว่าคนเก่า คนใหม่ จัดระบบใหม่ทั้งหมด เพื่อไม่ต้องให้ท่านนั้นเสียค่าเงินใต้โต๊ะ เงินโสหุ้ยที่เรียกว่า ไม่จําเป็นต้องจ่าย คราวนี้หลายธนาคารนั้นออกสินเชื่อมาเพื่อช่วยกับพ่อค้า แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องบอกว่านโยบายต่าง ๆ เหล่านี้คงพูด วันนี้ไม่หมดเวลาเหลือน้อยครับ ถ้าพี่น้องที่ฟังอยู่ทางบ้านสนใจติดต่อมาที่พรรคประชาธิปัตย์ เราทีมงานเศรษฐกิจทุกคนครับ เรามีกันอยู่ ๑๐ กว่าคนเป็นทีมงานเศรษฐกิจพร้อมจะตอบ ทุกคําตอบ ทุกคําถามที่ท่านถามในโครงการของรัฐบาล สินเชื่อช่วยวินมอเตอร์ไซค์ คนขับรถ แท็กซี่ หาบเร่ แพงลอย โฉนดชุมชน ตอบหมดครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นผลงานของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่น่ายกย่องนะครับ ก็ขอให้การสนับสนุน รัฐบาลครับ