ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หารือเรื่องการดําเนินงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การที่เศรษฐกิจแย่และราคาสินค้าแพง รวมถึงการขึ้นเงินเดือนของ อบต. ที่ไม่ช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และการเรียนฟรี ๑๕ ปีที่ไม่ช่วยให้เด็กๆ ได้รับศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์โครงการเช็คช่วยชาติและโครงการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี จากการแถลงผล การดําเนินงานของรัฐบาล ผมบอกว่าล้มเหลว ซึ่งท่านบอกว่ามีสโลแกนบอกว่าประชาชน ต้องมาก่อน จริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนบอกว่าประชาชนต้องตายก่อน ท่านประธานครับ ประชาชนตายก่อนอย่างไร ขณะนี้เศรษฐกิจแย่ ของแพง น้ํามันพืชก็แพง ไข่ก็แพง ไม่รู้ท่าน คิดอะไรครับ จะขายไข่เป็นกิโล วันนี้ครับ แม่ใหญ่สี พ่อใหญ่ทาใกล้จะตายแล้วครับ เพราะว่า ท่านประกาศขึ้นเงินเดือนให้กับ อบต. ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ขณะนี้ถึงเดือนกุมภาพันธ์แล้ว เงินเดือนยังไม่ขึ้นครับ แล้วก็ของขึ้นไปแล้ว ผมเจอ อบต. คนหนึ่ง ถามว่าดีใจไหมที่รัฐบาล จะขึ้นเงินเดือนให้ อบต. บอกว่าไม่ได้ดีใจเลย เพราะอะไร เงินเดือนที่ได้มาทั้งหมดนี้เมียผม เก็บหมดเลย แล้วก็โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี ผมไม่เข้าใจว่าเรียนฟรี ๑๕ ปีคืออะไร ก็คืออีก ๑๕ ปีถึงจะฟรีจริง ๆ ใช่ไหม เพราะวันนี้เด็กไปโรงเรียนต้องเอาเงินไปให้ค่าซ่อมคอมพิวเตอร์ เทอมละ ๕๐๐ บาท ปีนี้ที่โรงเรียนมัธยมตระการพืชผลบอกว่าถ้าใครไม่ไปจ่าย ๒,๐๐๐ บาท แปลว่า ม. ๓ ไม่จบ เพราะว่าไม่มีเงินไปจ่ายค่าซ่อมคอมพิวเตอร์ อีกหลายโรงเรียนต้องให้ซื้อ กระดาษเอ ๔ (A4) ๕ รีม ไปให้โรงเรียน ถ้าอย่างนั้นไม่จบ แล้วท่านให้เงินซื้อชุดนักเรียนครับ วันนี้ผมกราบเรียนนะครับว่าเงินซื้อชุดนักรียนที่ท่านให้นั้นไม่พอหรอกครับ พ่อแม่ผู้ปกครอง ก็ต้องไปเอาสตางค์ที่ขายมันสําปะหลังไปเพิ่ม เอาสตางค์จากขายข้าวไปเพิ่ม ยังไม่พอครับ ท่านยังบอกว่าต้องเอาใบเสร็จมาให้ครูดู พอผู้ปกครองขอใบเสร็จจากร้านค้า ร้านค้าก็บวกอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าชุดนักเรียน ๔๐๐ บาท เขาก็บวกไปเป็น ๔๔๐ บาท ซึ่งมาสร้างภาระ ให้กับผู้ปกครองอีก
นอกจากนั้นแล้วโครงการเช็คช่วยชาติ ที่ท่านมาหลอกพวกเราว่าท่าน กู้เงินแล้วท่านจะเอาไปแจกคนจน ผมก็ดีใจครับว่าพี่น้องประชาชนบ้านผมคนจน ๆ จะได้รับ เงิน ๒,๐๐๐ บาท แต่เมื่อท่านได้เงินมาแล้วท่านกลับไม่แจกครับ ท่านกลับเอาไปให้กับ คนจนที่ท่านมีหลักเกณฑ์ พี่น้องประชาชนบ้านผมไม่ได้รับครับ เพราะว่าเขาไม่เข้าหลักเกณฑ์ เพราะว่าเขาโครตจน เขาจึงไม่ได้รับเงิน ๒,๐๐๐ บาทจากเช็คช่วยชาติ
แล้วอีกโครงการหนึ่ง โครงการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานท่านประธานครับ พี่น้อง ประชาชนใช้น้ํามัน พ่อแม่พี่น้องที่ใช้น้ํามันในขณะนี้ท่านทราบไหมว่ารัฐบาลได้สร้างภาระให้ พี่น้องประชาชนแบกภาระ ซึ่งผมขอยกตัวอย่างให้ฟังนะครับว่าใครที่มีมอเตอร์ไซค์อยู่นะครับ ขณะนี้ต้นทุนน้ํามันจริง ๆ ๑ ลิตร ๒๒ บาท แล้วก็มาเสียภาษีสรรพสามิต ลิตรละ ๗ บาท เสียภาษีเทศบาลลิตรละ ๗๐ สตางค์ แล้วเอาไปเช้ากองทุนน้ํามันเพื่อจะช่วยคนรวยอีก ๗.๕๐ บาท แล้วเอาไปเข้ากองทุนอนุรักษ์ ๒๕ สตางค์ ขายส่งจริง ๆ ลิตรละ ๓๗ บาท แล้วมารวมภาษีแวท (Vat) มารวมภาษีค่าการตลาด รวมแล้วตกลิตรละ ๔๓ บาท พี่น้อง เสียภาษีครึ่งหนึ่งจาก ๒๒ บาท พี่น้องต้องมาซื้อน้ํามันลิตรละ ๔๓-๔๕ บาท อันนี้คือรัฐบาล ให้ท่านแบกภาระ น้ํามันขึ้นราคาใครเดือดร้อนครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน พี่น้องสูบน้ํา เข้านาต้องเติมน้ํามัน พี่น้องสูบน้ําดํานาต้องเติมน้ํามัน พี่น้องขับรถไถนาต้องเติมน้ํามัน พี่น้องขับรถดํานาต้องเติมน้ํามัน พี่น้องขี่มอเตอร์ไซค์ไปนาต้องเติมน้ํามัน พี่น้องไปสวน ยางพาราต้องเติมน้ํามัน พี่น้องไปไร่ข้าวโพดต้องเติมน้ํามัน น้ํามันมอเตอร์ไซด์ น้ํามันรถยนต์ น้ํามันรถสิบล้อนี้ น้ํามันแพง ใครตาย เกษตรกรครับ พอไปขายข้าวโรงสีก็บอกว่าน้ํามันแพง ราคาข้าว ต้องลดลง พอไปซื้อปุ๋ย ซื้อยาปราบศัตรูพืชเถ้าแก่ก็บอกว่าขณะนี้น้ํามันแพง ราคาปุ๋ย ต้องเพิ่มขึ้น โครงการที่ล้มเหลวที่สุดคือโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งในปีที่ผ่านมา ท่านบอกว่าโครงการส่วนต่างรายได้ พี่น้องเกษตรกรจึงมีรายได้ที่ไม่เท่ากัน มีรายได้ที่ต่างกัน ใครแจ้งขึ้นทะเบียนก่อนได้มาก ใครแจ้งขึ้นทะเบียนทีหลังได้น้อย คนที่แจ้งหลัง ๆ กลับไม่ได้ ส่วนต่างจากโครงการรัฐบาลเลย และโครงการส่วนต่างรายได้ผมบอกว่าถ้ารัฐบาลจะทําต่อ ต่อจากนี้ไปอย่าบอกว่าส่วนต่าง ให้บอกว่าส่วนที่เท่ากันนะครับ พี่น้องประชาชนถึงจะได้รับ ส่วนที่เท่ากัน ผมอยากกราบเรียนนะครับว่าโครงการนี้ล้มเหลวอย่างไร โครงการนี้ล้มเหลว เพราะว่าโครงการประกันรายได้เกษตรกร ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านนะครับ ท่านประธาน คนอีสานทํานาครับ ทําทั้งข้าวเหนียว ทําทั้งข้าวเจ้า ข้าวเจ้าที่ทําคือข้าวหอมมะลิ เป็นข้าว ที่ดีที่สุดในโลก ท่านตั้งราคาให้พวกผมกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ท่านให้กี่ตันครับ ๑๔ ตัน ต่อ ๑ ครอบครัว แต่พี่น้องเกษตรกรภาคกลาง ภาคใต้ ท่านให้ทํานาคนละ ๒๕ ตัน ๒๕ ตัน ทํานาปีหนึ่ง ๒ ครั้ง ได้คนละ ๕๐ ตัน ท่านตั้งราคาให้เท่าไรครับ ตั้งราคากิโลกรัมละ ๑๐ บาท โรงสีซื้อจริง ๆ ๖ บาท จึงทําให้เกษตรกรภาคกลางมาเดินขบวน ขณะนี้นะครับ เต็มถนนเพราะราคาที่ท่านตั้งมันไม่สมดุลกับราคาต้นทุน วันนี้เกษตรกรภาคอีสานทํานา ดํานา ๓ ครั้งถึงได้เกี่ยวครั้งหนึ่ง วันนี้ท่านตั้งกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ถ้าได้ ๑๕ บาทจริง ๆ ก็สาธุครับ วันนี้พอ ๑๕ บาทที่ท่านตั้ง นายทุนก็ร่วมกับรัฐบาลกดราคา กดราคา ข้าวหอมมะลิลง ขณะนี้นะครับอยู่ที่บ้านผมเหลือกิโลกรัมละ ๑๓ บาท ๑๓ บาทนะครับ ข้าวภาคกลาง ๑๐ บาท เหลือ ๖ บาท วันนี้รัฐบาลร่วมกับนายทุน นายทุนบอกว่า เอาละ ผมจะกดราคาแล้วให้รัฐบาลเป็นคนจ่ายส่วนต่าง เหลือแล้วก็ค่อย ๆ เอามาจ่ายเงินกับผม วันหลัง ซึ่งเป็นการตกลงกันนะครับ ท่านประธานครับ ท่านซูการ์โนยกเวลาให้ผมนะครับ ท่านซูการ์โนไม่พูดนะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานอีก ๗ นาทีครับ