โสภณ ซารัมย์ กล่าวถึงปัญหาต่างๆ เช่น โครงการถนนไร้ฝุ่น, การทุจริตเกี่ยวกับการเช่ารถเข็น, การเปลี่ยนแปลงนโยบายรถเมล์ฟรี และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอรบกวนเวลาสภาที่ต่อจากผู้ประท้วงก่อนหน้านี้ที่ผมได้ชี้แจง ๓ นาทีแล้วต่อจากนั้นเลย นะครับ กราบเรียนเท้าความนิดหนึ่งนะครับ เรื่องที่ผมกราบเรียนท่านประธานก่อนหน้านี้ ถึงเรื่องของโครงการถนนไร้ฝุ่น ผมเรียนท่านสมาชิกจังหวัดน่านที่ท่านบอกว่าประกาศเฉพาะที่ทํา แล้วที่ไม่ทําทําไมไม่ประกาศ ผมกราบเรียนว่าเรื่องถนนไร้ฝุ่น อย่างที่เรียนแล้วว่าขณะนี้ โครงข่ายถนนไร้ฝุ่นเรามีอยู่ทั่วประเทศทั้งหมดนี่ ๗,๒๐๐ กว่ากิโลเมตร เราทําสําเร็จแล้วไป ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรก็ประกาศให้ประชาชนทราบ ส่วนที่เหลือนี้อีก ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ก็ยังไม่ได้ทํา ก็เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องดําเนินการต่อไป ส่วนที่จังหวัดน่านที่ท่านสมาชิก ท่านพูดถึงว่า ขณะนี้ที่จังหวัดน่านก็ได้งบประมาณทั้งหมดของถนนไร้ฝุ่น ๑๑ เส้นทาง งบประมาณ ๑๙๒ ล้านบาท ซึ่งเหลือในความรับผิดชอบที่เป็นลูกรังอยู่ขณะนี้ก็ ๒๔ กิโลเมตร ส่วนท่านพูดต่อไปถึงเรื่องที่คุณครูไปตกเหวที่เสียชีวิตก็เป็นเรื่องสะเทือนใจของทุกคน ที่ได้รับทราบ จึงขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เมื่อผมไปคลุกคลีอยู่ทางภาคเหนือ ที่ได้เห็นการจราจรบนดอย ผมจึงตั้งโครงการหนึ่งขึ้นเป็นโครงการที่เรียกว่าถนนสีเขียว เพื่อชาวดอย ซึ่งสามารถอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้ แล้วไปนําร่องอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ขณะนี้ ที่จะทําให้ถนนพัฒนาชีวิตของชาวดอยให้อยู่ ให้สามารถสัญจรไปมาโดยไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ตัดต้นไม้ ซึ่งใช้งบประมาณประมาณกิโลเมตรละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ไปทํานําร่อง ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถ้าสําเร็จแล้วโครงการนี้ก็จะขยายต่อไป การเดินทางก็จะปลอดภัย สําหรับคนที่เดินทางในช่วงภูเขาทางภาคเหนือเองก็ตาม เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธาน ว่าเรื่องของถนนไร้ฝุ่นเป็นเรื่องที่ต้องดําเนินการ แล้วไม่ใช่เป็นลาดยางเป็นช่วง ๆ เป็นเรื่องของโครงข่าย ส่วนที่เป็นข่าวครึกโครมอย่างที่ท่านพูดว่า ความมาตรฐานของถนนไร้ฝุ่น อย่างที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ที่เป็นข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถนนเส้นที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ ถนนเส้นนี้มีความยาว ๗ กิโลเมตร ซึ่งเป็นคลองชลประทานเดิมแล้วทางจังหวัดได้จัดงบพัฒนาจังหวัดมอบให้ ทางหลวงชนบทเป็นผู้ดําเนินการ เป็นที่ทราบกันดีว่าในภาคกลางนี่พื้นที่ดินจะอ่อน การทําถนนถ้าให้รับปริมาณคันดินที่สูง ๆ บางส่วนจะรับไม่ได้เพราะดินข้างล่างมันอ่อน ถ้าตามหลักวิศวะจริง ๆ ถ้าลงทุนสูงก็จะต้องตอกเข็ม ทีนี้เส้นนี้มันเป็นคันคลองเมื่อมีชาวบ้าน ไปขุดบ่อตรงนั้นลึก ๗ เมตรแล้วอีกด้านหนึ่งเป็นคลอง เมื่อชาวบ้านไปสูบน้ําออกจากคลอง ที่ลึก ๗ เมตร ทําให้ดินยุบตัวลงไป ก็ไม่ได้เป็นเหตุที่ว่าถนนไม่ได้มาตรฐานแต่อย่างใด ฉะนั้น จึงกราบเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องอุบัติเหตุของการก่อสร้างไม่ได้เกี่ยวกับมาตรฐาน หรือไม่มาตรฐานที่กรมทางหลวงได้ดําเนินการ ฉะนั้นก็กราบเรียนท่านประธาน
ส่วนเรื่องที่ ๒ ที่มีพูดกล่าวหาถึงเรื่องทุจริต ถ้าพูดทิ้งไว้คนก็สงสัย อย่างเช่น ประเด็นของรถเข็นที่สุวรรณภูมิ ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ เรื่องรถเข็นที่สุวรรณภูมิ เดิมสัญญาเก่า ก่อนที่ผมจะมาดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี เขาเช่าของรถยี่ห้อหนึ่งเอาไว้ในจํานวน ๙,๐๐๐ กว่าคัน เช่าไว้ในวงเงินทั้งหมดปีละ ๗๖ ล้านบาท ปรากฏว่าผมมาดํารงตําแหน่ง ขณะนั้น สนามบินสุวรรณภูมิขาดรถเข็น ก็ไปตรวจสอบ ตรวจสอบว่ารถนี้มันหายไป ๖,๐๐๐ คัน จาก ๙,๐๐๐ คัน รถหาย ๖,๐๐๐ คัน ขณะนี้ก็ได้ตั้งกรรมการขึ้นหาผู้รับผิดชอบว่ามันหายไป อย่างไรตั้ง ๖,๐๐๐ คัน แล้วก็นําไปสู่การยกเลิกสัญญา แล้วก็ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป จึงนํามาสู่ทําให้มีการเช่ารถขึ้นมาใหม่อีกยี่ห้อหนึ่ง ในวงเงินเช่ารถขณะนี้เมื่อมีปัญหารถหาย เราก็ไปติดอาร์เอฟไอดี (RFID) ในวงเงินทั้งหมดค่าเช่ารถถูกกว่าที่เช่ารถในยี่ห้อเดิมทั้งหมด ๖๓ ล้านบาท ขณะนี้เช่ารถ ๗๓ ล้านบาทต่อปี แต่บวกค่าเอฟไอดีแพงขึ้นใน ๗ ปีนี้ แค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อป้องกันรถหาย และที่สําคัญก็คือเราแก้ปัญหารถเดิม คือสัญญา เดิมรถมันหาย ๖,๐๐๐ คัน มันไม่มี สนามบินไม่มีรถใช้ ไม่มีรถเข็นใช้ก็นําไปสู่การยกเลิก สัญญา ถ้าพูดก็เหมือนว่ามีการทุจริต เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ
เรื่องที่ ๓ ที่ต้องกราบเรียนท่านประธานอีกเรื่องหนึ่ง ก็มีการพูดถึงเรื่องการ ต่อเนื่องของนโยบาย ที่บอกว่ารถเมล์ฟรี เหมือนว่ารัฐมนตรีไม่มีงานจะทํา แค่ไปเปลี่ยน สติกเกอร์ (Sticker) ที่จริงการเปลี่ยนสติกเกอร์ไม่ใช่การเปลี่ยนสีนะครับ เพียงเปลี่ยนจาก สติกเกอร์เดิมที่เขียนว่า รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน ผมก็บอกว่า รถเมล์ฟรีมันเป็นภาษี ของประชาชน ทําให้ประชาชนเขารู้ว่าเงินของเขาแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นท่านประธาน ที่เคารพครับ การกล่าวหาที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตหรือเรื่องซื้อขายตําแหน่งที่ท่านสมาชิก บางท่านบอกว่าแขวงการทางนี่ซื้อขายตําแหน่งกันถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมกราบเรียนนะครับ ในยุคผมนี่ครับประกาศชัดเจนเลย แล้วก็เป็นยุคผมที่กล้าประกาศและกล้ากราบเรียน ท่านประธานว่า ถ้ามีคนใดที่มีการซื้อขายตําแหน่งอย่างที่พูดถึง ผมกราบเรียนว่าวันนี้ นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมพูดกับข้าราชการเลยว่าไม่มีเด็ดขาด ในยุคผมที่ทําได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าผมเอาความเท็จมาแจ้งต่อท่านประธาน ผมไม่มีหน้าที่ จะไปดูข้าราชการของกรมทางหลวงหรอกครับที่มีการซื้อขายตําแหน่ง ฉะนั้นเรื่องทุจริตเองก็ตาม เรื่องที่ถูกกล่าวหาเองก็ตาม ถ้าพูดขึ้นลอย ๆ แล้วทําให้คนอื่นเสียหาย ผมกราบเรียนว่าในยุค ของผม ผมทําเพื่อให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน้าเป็นตาและรักษาผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนอย่างเต็มที่ครับ กราบขอบคุณครับ