วรงค์ ชี้แจงข้อเท็จจริง แก้ไขหนี้นอกระบบ ยืนยันประสิทธิภาพรัฐบาล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

วรงค์ เดชกิจวิกรม ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยยืนยันว่าข้อมูลการลงทะเบียนและจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ในสมัยรัฐบาลชุดก่อนแตกต่างจากที่กล่าวหา พร้อมอธิบายรายละเอียดโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี และสรุปโครงการสำคัญ ๑๐ อย่างที่รัฐบาลได้ดูแลประชาชนอย่างจริงจัง เช่น ประกันรายได้ ค่าไฟฟรี และการแก้ไขปัญหาหนี้สิน นอกจากนี้ วรงค์ เดชกิจวิกรม ยังหารือเรื่องบทบาทของรัฐบาลในการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยผ่านละครและภาพยนตร์ โดยเสนอให้ใส่บทตบและบทจูบลงในเนื้อหาเพื่อเพิ่มการรับชม และแสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะประสบความสำเร็จ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมกําลังจะชี้แจงให้เห็นว่าท่านเฉลิม อยู่บํารุง ได้พาดพิงถึงพวกผมครับ เพราะผมเป็น ส.ส. รัฐบาลครับ ที่มีการกล่าวหา เรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ ที่บอกว่าออมสินแก้ได้แค่ ๙๐๐ ราย ในขณะที่ ธ.ก.ส. ๓๐๐,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ ผมมีข้อมูลศึกษามาว่ารัฐบาลชุดท่านอภิสิทธิ์ โดยการดูแลของท่านกรณ์ ให้คนมาลงทะเบียนทั้งสิ้น ๑,๑๘๐๔,๘๖๘ ราย และลงทะเบียนแล้ว ดําเนินการพูดคุยกันแล้ว ตัดออกไป ๔๑๔,๐๐๐ ราย ก็คือเรื่องเหล่านี้ต้องยุติไป เหตุผล ไม่เข้าเงื่อนไขก็อาจจะไม่มีเจ้าหนี้มาร่วมในการพูดคุยกัน แต่ก็จะมีกลุ่มบุคคลที่มีการเจรจา สําเร็จ ๖๒๓,๙๕๓ ราย และส่วนหนึ่งตกลงกันได้ไม่มีการกู้ สุดท้ายแล้วโครงการนี้สามารถ ปล่อยกู้โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ถึง ๔๖๑,๖๗๓ ราย ไม่ใช่ ๓๐๐,๐๐ กว่าราย นี่คือข้อมูลที่ถูกต้อง ถ้ามองในทางตรงกันข้ามในสมัยที่พวกท่านเป็นรัฐบาล ท่านก็ทํา โครงการแก้ปัญหาความยากจนเหมือนกัน มีคนมาลงทะเบียน แต่ในยุคพวกท่านมีคน มาลงทะเบียนถึง ๑,๗๖๕,๐๓๓ ราย แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าโฆษณาเสียใหญ่โตครับ ตามหน้าที่ว่าการอําเภอต่าง ๆ มีคนมาลงทะเบียนเยอะแยะ แต่แก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้แค่ ๙๔,๒๘๗ ราย ผมกําลัง จะชี้ให้เห็นว่านี่คือประสิทธิภาพ ที่ไม่ใช่คุยโม้โอ้อวด แต่ทําได้จริง แล้วต้องการจะชี้ให้เห็นว่า บางครั้งคนจะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูด ต้องเอาข้อมูลที่ถูกต้องมาพูด ไม่อย่างนั้นแล้ว ส.ส. หรือสมาชิกสภามีสิทธิที่จะหาข้อมูลที่ถูกต้องมาชี้แจงแล้วก็ตอบโต้ได้ ผมเรียนท่านประธานอีกประเด็นหนึ่ง บางครั้งท่านรัฐมนตรีอาจจะพูดไว้แล้ว แต่เพื่อให้เกิด ความเห็นภาพมากยิ่งขึ้น คือโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี คือต้องย้ําว่าเราให้เรียนฟรี ๑๕ ปี ไป ๕ รายการ มันก็เหมือนกับการรักษาฟรีครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้บัตรประชาชน รักษาฟรี เราให้รักษาฟรีตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ถ้าพี่น้องประชาชน เอาบัตรประชาชนไปรักษาฟรี ฟรีแน่นอน แต่ถ้าท่านเอาห้องพิเศษเกินมาตรฐานกระทรวง สาธารณสุข จ่ายสตางค์ครับ ถ้าท่านจะเอาพยาบาลที่เฝ้าไข้พิเศษ ถือว่าเกินมาตรฐาน ที่กระทรวงกําหนดไว้ อันนี้จ่ายสตางค์ ซึ่งตรงไปตรงมา และถ้าท่านประธานจะสังเกต นะครับว่าโครงการเรียนฟรี ปัญหาที่จะเกิดขึ้นก็จะเกิดกับโครงการที่โรงเรียนนั้นมีมาตรฐาน ระดับประเทศหรือระดับสากล ไม่ใช่ระดับมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้น ต้องกราบเรียนกับท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนว่า ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นมาตรฐาน ของกระทรวงศึกษาธิการ พวกนี้เรียนฟรีหมด ถ้ามาตรฐานประเทศอาจจะมีครูต่างประเทศ เข้ามาสอน มีห้องแอร์ มีอะไรพิเศษเข้ามา หรือยิ่งเป็นมาตรฐานสากลอาจจะต้องมีการจ่าย ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนั้นต้องทําความเข้าใจตรงนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะย้ํา กับท่านประธานว่าของจริงของรัฐบาลชุดนี้มีเยอะครับ บางครั้งพี่น้องประชาชนฟังอาจจะ สับสน คนโน้นกล่าวหาเรื่องโน้นเรื่องนี้แล้วสับสน ผมจะขออนุญาตชี้ให้ท่านประธานเห็นครับ ขออนุญาตเพื่อนสมาชิกช่วยเอาป้ายให้เห็นภาพนิดหนึ่ง ถ้าโคลส (Close) ภาพนี้เข้ามาได้ ยิ่งดีว่า นี่คือ ๑๐ อย่างที่เราสรุปออกมาว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ดูแลประชาชนอย่างจริงจัง สรุปสั้น ๆ ดังนี้ครับ ประกันรายได้ ค่าไฟไม่ต้องมี เรียนฟรี ๑๕ ปี ไม่เป็นหนี้นอกระบบ มอบที่ดินทํากิน สินเชื่อชาวรากหญ้า เบี้ยคนชรา และค่าตอบแทน อสม. และสุดท้ายกําลังทํา จะมีผลในไม่กี่วันจากนี้ไป ก็คือบําเหน็จชาวบ้าน และบํานาญประชาชน ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนจับต้องได้ครับ หลายคน เห็นท่านนายกรัฐมนตรีทําสิ่งนี้แล้วไม่สบายใจเพราะมีความรู้สึกวิตกกังวลว่าทําไมรัฐบาลชุดนี้ ทําสิ่งนี้ได้ดีมากกว่าที่คิดไว้ ผมอยากจะขยายความเหล่านี้ให้เห็นภาพ โดยเฉพาะโครงการ ประกันรายได้ ท่านประธานคงทราบนะครับว่าอดีตที่ผ่านมาที่เรียกว่าโครงการจํานํา โครงการจํานํา เม็ดเงินนั้นก็คือสิทธิในการออกใบที่เรียกว่าใบประทวน อยู่กับพ่อค้า สิทธิ ออกใบประทวน ก็คือเงินอยู่ที่ใครคนนั้นมีอํานาจ สุดท้ายพ่อค้าก็ทุจริตหมดครับ แต่เรา มาเปลี่ยนเป็นโครงการประกันรายได้ ซึ่งวันนี้ทางรัฐบาลนอกจากตั้งราคาอ้างอิงแล้ว ส่วนต่างรัฐบาลจ่ายเงินชดเชยให้ บนพื้นฐานที่คํานวณต้นทุนและบวกกําไรจึงกําหนดเป็น ราคาประกันรายได้ แต่ขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าบางสิ่งบางอย่างเราทํามา ๒ ปีเศษ ๆ แล้ว อาจจะต้องมีการปรับปรุง ซึ่งผมก็ถือว่ารัฐบาลอาจจะต้องมีการปรับปรุงตัวเลขประกันรายได้ ให้กับพี่น้องเกษตรกร เนื่องจากว่าขณะนี้ปุ๋ยแพงขึ้น น้ํามันแพงขึ้น พันธุ์พืชแพงขึ้น ซึ่งรัฐบาล อาจจะมีการปรับปรุงราคาประกันรายได้จาก ๑๐,๐๐๐ บาทหรืออาจจะมากกว่านั้น ก็แล้วแต่ ที่รัฐบาลจะคํานวณถึงความเหมาะสมของเม็ดเงินงบประมาณ ในส่วนของค่าไฟฟ้าฟรี ซึ่งท่านประธานก็รับทราบอยู่แล้วนะครับว่าวันนี้มีพี่น้องประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ โครงการไฟฟ้าฟรีไม่เกิน ๙๐ หน่วย ถึง ๙,๑๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ใน ๙,๑๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนนั้น อยู่ในกรุงเทพมหานคร เสีย ๖๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน อีก ๘,๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนนั้นอยู่ ต่างจังหวัด ก็สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินที่จะใช้โครงการในอดีตนั้น ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่จากนี้ ไปไม่ต้องใช้ แต่เท่ากับว่าประชาชนประหยัดเม็ดเงินงบประมาณไป ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ในกระเป๋าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ เรียนฟรี ๑๕ ปี รับรู้ไปแล้ว ไม่เป็นหนี้นอก ระบบ ผมชี้แจงไปแล้ว มอบที่ดินทํากิน ซึ่งขณะนี้ทางกรมธนารักษ์ได้มีแผนงานในการที่จะ ให้เช่าในราคาไร่ละ ๓๐ บาท โดยเตรียมไว้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ นอกจากนั้นรัฐบาลมีนโยบาย ที่จะมอบโฉนดชุมชนให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งขณะนี้กําลังดําเนินการอีกเยอะ นี่คือภาพรวมครับ ท่านประธาน ที่ผมเชื่อว่ามันเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เสียดายผมมีเวลาน้อยครับ อยากจะคุยเรื่องโครงการประกัน ก็คือโครงการประกันสังคม ซึ่งพี่น้องประชาชนอาจจะ ไม่เข้าใจ ขอใช้คําว่า เป็นการทําประกันชีวิตผ่านประกันสังคม ซึ่งสิทธิของคนยากคนจน จากอดีตที่ผ่านมาแค่รักษาฟรี วันนี้นอนโรงพยาบาลได้ค่าป่วยกลางครับ คําว่า ค่าป่วยกลาง ก็คือหมายความว่านอนโรงพยาบาลตั้งแต่ ๒ วันขึ้นไป กองทุนประกันสังคมที่ดูแล พี่น้องประชาชน จะดูแลพี่น้องประชาชนวันละ ๒๐๐ บาท ก็คูณจํานวนวัน แต่สุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้จะนําไปสู่โครงการที่ชื่อว่า บําเหน็จชาวบ้าน และอีก ๑ โครงการ ก็คือโครงการบํานาญประชาชน ซึ่งอาจจะมีเพื่อนสมาชิกพยายามชี้แจงให้กับพี่น้องได้เข้าใจ ผมอยากจะย้ํากับท่านประธานนะครับว่าผลพวงจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ทํามา ระยะเวลาประมาณ ๒ ปี ซึ่งท่านกรณ์ได้ชี้แจงไปแล้ว แต่ต้องย้ําว่าเม็ดเงินในกระเป๋า พี่น้องประชาชนเยอะขึ้น เพื่อนผมที่ทําลีสซิ่ง (Leasing) เขาบอกว่าตอนนี้เก็บเงินเกินเป้า คนที่เคยปล่อยดอกเบี้ยเขาบอกขณะนี้ปล่อยดอกเบี้ยยากขึ้น เหตุผลก็เพราะว่าช่วงที่ท่าน เข้ามาใหม่ ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามาใหม่ ๆ ดูตัวเลขย้อนหลังในปี ๒๕๔๙ พี่น้องประชาชน คือเกษตรกรชาวไร่ชาวนามีบัญชีอยู่ ๑๓,๕๐๐,๐๐๐ บัญชี คิดเป็นเม็ดเงิน ของเกษตรกร ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เรามาเป็นรัฐบาล ณ ถึงวันนี้ บัญชีคนจนใน ธ.ก.ส. สูงถึง ๒๑,๒๔๐,๐๐๐ บัญชี เม็ดเงินของคนยากคนจน ชาวไร่ชาวนาในบัญชี ธ.ก.ส. จาก ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นมาเป็น ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็สะท้อนให้เห็นว่าวันนี้ผลการ ดําเนินงานของทางรัฐบาลชุดนี้ทําให้พี่น้องประชาชนมีสตางค์ในกระเป๋าใช้มากขึ้น และผม ก็เชื่อว่านโยบายอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ออกมานั้นก็จะทําให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋า มากขึ้นครับ

ผมมีเรื่องสุดท้ายครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี นะครับว่าชีวิตของพวกเราก็คนไทยครับ คนไทยชอบดูละคร ชอบดูหนัง ท่านประธานครับ หนังไทย ละครไทย ลําพังพระเอกดีอย่างเดียว เก่งอย่างเดียว หนังเรื่องนั้นจะไม่ดัง แต่ถ้า หนังไทยเรื่องไหน ละครไทยเรื่องไหน พระเอกนอกจากดี นอกจากเก่งแล้ว มีการตบ มีการจูบ นะครับ หนังเรื่องนั้นจะดังเปรี้ยงปร้าง จึงอยากจะฝากกับทางรัฐบาลนะครับว่าเราต้องใส่ บทตบและบทจูบลงไปด้วยครับท่านประธาน ผมเชื่อว่ารัฐบาลจะดังเปรี้ยงปร้าง ต่อให้ ร้อยมิ่งขวัญหรือพันเฉลิมครับไม่มีสิทธิที่จะสู้อภิสิทธิ์คนเดียวหรอกครับ ขอบคุณครับ