ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องการดำเนินงานของคณะรัฐมนตรีที่ล่าช้าและไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว เธอยังชี้ว่าปัญหาคอร์รัปชันและยาเสพติดยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และการล่าช้าในการตัดสินใจทำให้คนเดือดร้อน นอกจากนี้เธอยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีแจ้งความเข้าใจถึงผลการดำเนินงานของคณะรัฐมนตรี และการแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการดำเนินงานของรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ เวลาของดิฉันที่จะพูดนี่ก็ช่างเป็นเวลาที่ไม่รู้เป็นข่าวหรือเปล่าคะท่านประธาน จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีอยากจะตอบกันคนละครึ่งชั่วโมงมันก็ดีเหมือนกัน ท่านประธานคะ เรื่องรายงานแสดงผลการดําเนินงานของ ครม. นี้ ซึ่งเราพูดกันมาทั้งวัน จริง ๆ แล้วดิฉันเอง ก็เอะใจอยู่เหมือนกัน เอะใจว่าพออ่านดู ทําไมเขาบอกว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ได้บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีต้องจัดทํารายงานแสดงผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรี รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อรัฐสภาปีละ ๑ ครั้ง ซึ่งเมื่อเช้าเราพูดกรณีนี้กันไปพอสมควร แต่ขอบอกว่าประชาชนยังคงงงอยู่ และก็ยังคงโทรศัพท์มาหาดิฉันอยู่ เขาอ่านดู เขาบอกว่า เขาเข้าใจว่า ถ้าบอกว่า ต่อรัฐสภา เขาก็ยังคงเข้าใจอยู่ว่าเป็นรัฐสภาที่เป็น ส.ส. และ ส.ว. ร่วมกัน เขาเข้าใจแบบนั้น แล้วปีละ ๑ ครั้งอีก เขาก็เข้าใจแบบนั้น ดิฉันเองไม่ได้จบกฎหมาย ท่านประธานคะ ไม่ได้เป็นนักกฎหมาย แต่พออ่านกฎหมายได้เหมือนกัน แต่มันก็สงสัยอยู่ว่า แปลกันอย่างไร รัฐสภา ก็มานั่งดูว่า เอาละ มันจะผิดรัฐธรรมนูญไหม ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศหรือไม่ สงสัยอยู่ พอบอกว่าเสนอต่อรัฐสภา มันต้องดูหลายมาตรานะคะท่านประธานคะ เวลาที่ดูเรื่องนี้ เขาบอกว่ามาตรา ๑๗๖ พอมาตรา ๑๗๖ มันมีเกี่ยวเนื่องกันท่านประธาน เพราะฉะนั้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านตอบ ไปนี้ดิฉันคิดว่าประชาชนคงยังไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะคะ เพราะว่ามาตรา ๑๗๖ เขาบอกว่า คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบาย อันนั้นคือแถลงนโยบาย ดิฉันเข้าใจ ขณะนี้เรากําลังพูดถึงผลการดําเนินการ ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และชี้แจง การดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา ๗๕ ซึ่งขณะนี้กําลังใช้มาตรา ๗๕ อยู่ แต่ว่ามันเกี่ยวเนื่องกัน เพราะฉะนั้นมันจึงต้องเข้าใจว่ารัฐสภานั้นคือสภาร่วมอยู่ดี ไม่สามารถ จะไปคิดว่า เอาละ ตอนนี้รัฐบาลมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เดี๋ยววันหน้า วันหลัง เดี๋ยวจะไปเสนอต่อ ส.ว. อีกทีหนึ่ง มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น อันนี้ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ คือมาเสนอช้าไปเป็นปี ดิฉันมีข้อมูลค่ะว่าตอนสมัยท่านทักษิณ มีการนําเสนอผลงานของ ครม. เข้ามาทํางานในปี ๒๕๔๔ วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๕ ท่านก็ เสนอแล้ว ปีต่อไป วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๔๖ ท่านก็เสนอแล้ว ปีถัดไป วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๗ นี่คือทุกปี นั่นคือการทํางานที่ปกติว่าทําปีละครั้ง แต่ขณะนี้รัฐบาลชุดนี้มาเสนออย่างที่ หลายคนพูดออกไปว่าเป็น ๒ ปีครั้ง ขณะนี้นะคะ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ดิฉันจะพูดต่อไป มันเป็นเรื่องของความล่าช้าค่ะท่านประธาน ล่าช้าในการทํางานเหลือเกิน เช่น ขณะนี้ ท่านล่าช้าในการที่จะนํารายงานผลการดําเนินงานของ ครม. เข้าสู่รัฐสภา มันแสดงให้เห็นว่า ผลการดําเนินงานของท่านเองนั้นท่านบ่งบอกแล้วว่าทําไม่ได้ความ ทําไมไม่ได้เรื่อง ถึงเอาเข้า มาสู่สภานี้ช้าขนาดนี้ ทีนี้ความล่าช้าของรัฐบาลชุดนี้มีมากเหลือเกินท่านประธานคะ หลายเรื่อง ซึ่งดิฉัน จะหยิบยกตัวอย่างนี้ออกไป ให้รู้ว่าความล่าช้าของรัฐบาลชุดนี้มันก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อประเทศชาติมากขนาดไหน ท่านประธานคะ
เรื่องแรกที่รัฐบาลชุดนี้ทํางานล่าช้า ผลการดําเนินงานนั้นล่าช้าจนทําให้ เสียหาย นั่นคือการดําเนินคดีกับผู้กระทําผิดที่ยึดสนามบินตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ เมื่อท่านมาบริหารราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสอง ท่านประธานคะ มาตรา ๓ วรรคสองบอกว่า การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กร ตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม เขาบอกแบบนั้น นั่นคือ อะไรคะ นั่นคือทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน แต่จนบัดนี้คดีความ ของผู้กระทําผิดยึดสนามบินนั้นยังอยู่แค่ชั้นพนักงานสอบสวน ยังไม่ไปถึงอัยการ การกระทํา แบบนี้มันทําแล้วทําให้คนเขารู้สึกว่านอกจากล่าช้าแล้วมันคือละเลยกันหรือเปล่า ให้รู้สึก แบบนั้นว่าละเลย ทีนี้ความรู้สึกแบบนี้มันจึงทําให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม ความรู้สึก ของประชาชนตรงนี้มันคุกรุ่นอยู่ อยู่ในสังคมไทย เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลนี้ล่าช้า ท่านประธาน บ้านเมืองมันไม่สงบเสียที รัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานจําได้ไหมว่า ในหนังสือเล่มนี้เขาบอกว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมืองนั้น แถลงนโยบายไว้เป็นเรื่องด่วนเลย บอกว่า การเสริมสร้างความสมานฉันท์ ในสังคมไทยเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ท่านจะทํา ท่านประธานจําได้ไหมว่าวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๒ ก่อนที่จะเกิดสงกรานต์เลือดนั้น พรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมเลยที่จะขอให้สภาแห่งนี้เปิด อภิปรายเถอะ มาพูดจากันเถอะ เพราะมีผู้ประท้วงอยู่ กลัวจะเกิดเหตุร้ายขึ้น ตอนนั้น รัฐบาลเองมิได้สนใจใยดี ปล่อยให้เหตุการณ์มันเกิดขึ้น จนกระทั่งเป็นสงกรานต์เลือด เสร็จแล้วหลังจากเกิดสงกรานต์เลือดก็มีการอภิปรายตามมาตรา ๑๗๙ อภิปรายทั่วไป เพื่อรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส. และ ส.ว. ดิฉันเองเป็นผู้หนึ่งที่นําเสนอ ให้ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา ดิฉันเสนออยู่ ๓ ข้อ ข้อที่ ๑ บอกว่า ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบสวน หาข้อเท็จจริงในการสลายการชุมนุมนั้นเถอะ ข้อที่ ๒ บอกว่าตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเถอะ ข้อที่ ๓ หลังจากทํา ๒ ข้อนั้นแล้วยุบสภาเสีย มันจะทําให้ สถานการณ์บ้านเมืองนั้นดีขึ้น ปรากฏว่าทางรัฐบาลก็ดี หรือว่าทางท่านประธานสภาก็ดี ก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ก็คือทําตามที่ดิฉันเสนอนั่นละ ไม่รู้ละ แต่ไม่ทําข้อหนึ่งที่รัฐบาล ไม่ได้ทํานะคะ คือการยุบสภา ท่านไม่ทําตอนนั้นมันจึงเกิดเรื่องมาไม่รู้จักจบจักสิ้น ความขัดแย้งจึงยังเกิดอยู่ มันก็คือความล่าช้าในการตัดสินใจ ล่าช้าเข้าไปอีกไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง
เรื่องต่อไปของความล่าช้า คือการไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานคะ ปัญหาที่ทําให้ภาพพจน์ของประเทศไทยนั้นเสียหาย ความเชื่อมั่น ของนักลงทุนต่างชาตินั้นหดหายลงไปและจะหนีไปประเทศอื่น นั่นคือปัญหาที่เรียกว่าปัญหา มาบตาพุดนั่นเอง นับตั้งแต่ต้น ๆ ปี ๒๕๕๒ ประชาชนชาวมาบตาพุดนั้นร้องรัฐบาลให้ แก้ปัญหามลพิษ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ดําเนินการอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งประชาชนนั้นจะต้องไป ร้องศาลปกครอง ทําให้เกิดคําสั่งของศาล ระงับ ๗๖ โครงการ ดังที่เรารู้กันอยู่นะคะ แต่ภาพพจน์ของประเทศสิคะ กับความเชื่อมั่นของนักลงทุนสิคะ มันหาย มันถดถอยไปเรื่อย ๆ เปิดทางให้นักลงทุนนั้นเขาคิดว่าประเทศอื่นนั้นน่าสนใจกว่า นี่คือความล่าช้าที่รัฐบาลชุดนี้ มีให้กับประเทศไทย มีให้กับสังคมไทยตลอด
นอกจากนั้นแล้วเรื่องนี้ก็ล่าช้าท่านประธาน เรื่องที่บอกว่า รัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ตอนหาเสียงเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ ก็บอกว่า ๙๙ วัน หากได้รับโอกาสให้เป็นรัฐบาล จะตั้งองค์กรแก้ปัญหาภาคใต้ให้สําเร็จภายใน ๙๙ วัน เชื่อเถอะ เชื่อฝีมือเถอะ เขาบอกแบบนั้น ทีนี้พอมาเป็นรัฐบาล ท่านประธานคะ มาเป็นรัฐบาล ก็กําหนดไว้ในนโยบายเร่งด่วนเลยด้วย บอกว่าอะไร บอกว่าจะจัดให้มีสํานักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นองค์กรถาวร ทําหน้าที่แก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ เขาบอกแบบนั้น ท่านพูดไว้นะคะ ทีนี้ ผลการดําเนินงานเป็นอย่างไรท่านประธาน มันล่าช้าไปกี่วัน ท่านทําไว้นี่นะคะ บอกว่า ผ่าน พ.ร.บ. การบริหารราชการชายแดนใต้ที่พวกเราผ่านไปนี่ ในสภาของ ส.ส. เมื่อเดือน สิงหาคม ๒๕๕๓ นั่นคือ ๑ ปีกับ ๘ เดือนนับจากท่านมาเป็นรัฐบาล ๑ ปีกับ ๘ เดือน นี่ถ้านับวันกันนะคะ มันประมาณว่า ๓๖๕ วัน บวกกับอีก ๘ เดือน อีก ๒๔๐ วัน ถามว่ากี่วัน โน่น ๖๐๐ วันกับ ๕ วัน บอกไว้ว่า ๙๙ วันจะทําให้ได้เป็นองค์กรถาวร ๖๐๕ วัน นั่นคือ ความล่าช้าที่เกิดขึ้น ท่านทําไม่ได้ตามที่ท่านคุยว่าเชื่อเถอะ ๆ เห็นอยู่อย่างเดียว ตั้งรัฐมนตรี ที่ชื่อ ถาวร เสนเนียม แต่องค์กรถาวร ไม่ได้ เพราะฉะนั้นถามว่าเราจะคาดหวังอะไร กับรัฐบาลชุดนี้ในการแก้ปัญหากับชายแดนใต้ ท่านประธาน ล่าช้ามีหลายเรื่องที่ทําให้รู้ว่า ประเทศไทยนั้นย่ําแย่แล้วถ้ามีรัฐบาลชุดนี้ ที่ทํางานไปในปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบัน ๒๕๕๔ ท่านประธานคะ ล่าช้าในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งหลายคนวันนี้ก็พูด ปลากระป๋องเน่าเอยก็พูด บัดนี้ยังหาผู้กระทําผิดไม่ได้ แล้วก็ทําให้สังคมนี้ลืมไปกันก่อน ลืมปลากระป๋องเน่าไป หรือทุจริตชุมชนพอเพียงหรือว่าชุมชนแพงเพียบที่พรรคเพื่อไทย เคยพูดไว้ จนบัดนี้ก็หาผู้กระทําผิดไม่ได้อีก แล้วก็ให้รองนายกรัฐมนตรีย้ายออกไป แล้วก็ ลืม ๆ กันไปก่อน หรือก็มีข่าวอีกว่า เรื่องงบไทยเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณสุข ที่เมื่อสักครู่ ท่านประธานวิปฝ่ายรัฐบาลก็ออกมาพูด ที่บอกว่ากําลังจะมีข่าวเริ่มทุจริตเลย แต่จนบัดนี้ ถึงแม้ว่าท่านเองจะรับผิดชอบต่อความรู้สึกต่อสังคม โดยลาออกไป แต่มันก็ยังทําให้สังคมนั้น คลางแคลงใจอยู่ดีท่านประธาน ก็ลืม ๆ กันไปก่อน นี่คือความไม่สนใจใยดีหรือเปล่า ความล่าช้าในการบริหารราชการแผ่นดินจนทําให้รู้สึกว่าเป็นการละเลย แต่เรื่องนี้ไม่เป็นอะไรค่ะ จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจกันต่อไป ท่านประธาน เรื่องล่าช้าเรื่องต่อไปที่เราจะเห็นกันอยู่ ในปี ๒๕๕๒ ท่านคะ แต่งตั้ง ผบ.ตร. ยังล่าช้าเลยนะคะ ยังทําให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ขาดภาวะความเป็นผู้นําแน่นอน ทีนี้พื้นฐานนิสัยของรัฐบาลชุดนี้ที่ล่าช้า ล่าช้าแบบนี้มันทําให้ การแก้ปัญหาต่าง ๆ ล่าช้าไปด้วย ท่านจะเห็นว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในรายการ ความเชื่อมั่นประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้น ท่านถามนักเรียน ถามว่าอยากจะให้ แก้ปัญหาอะไรเร่งด่วนที่สุด นักเรียนตอบว่าปัญหายาเสพติด มันหมายความว่าปัญหายาเสพ ติดมันทุกหัวระแหงแล้วขณะนี้ นั่นคือความล่าช้าในการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านยาเสพติด ไม่สามารถกําจัดออกไปให้ได้หมด ล่าช้าอื่น ๆ ยังตามมาจากพื้นฐานนิสัย ที่ล่าช้า นั่นคืออะไร น้ําท่วมก็แก้ปัญหาล่าช้า ปล่อยให้พิธีกรช่อง ๓ เป็นพระเอก นั่นก็คือ ความล่าช้า ปล่อยให้คนเดือดร้อน ล้มตาย บาดเจ็บ บ้านเมืองเสียหาย และของแพง ก็แก้ปัญหาได้ล่าช้าอีก จนกระทั่ง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เองยังทนไม่ได้กับการ บริหารราชการแผ่นดินของท่านเอง จนต้องมาสีซอ สีซอให้ปี๊บฟัง ดิฉันก็งงว่าเขาแถลงข่าว เขาอยากจะบอกกับรัฐบาล ก็สีซอให้รัฐบาลฟัง ท่านประธาน สุภาษิตที่เราได้ยิน สีซอให้ควายฟัง เพราะฉะนั้นดิฉันก็ต้องซอตอพอว่ารัฐบาลก็คือ จุด จุด จุดนั่นเอง เขาสีซอให้นะคะ นี่คือ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ก็ทนไม่ได้จึงต้องออกมา นั่นคือความล่าช้าในการแก้ปัญหา นอกจากนั้นแล้วน้ํามันปาล์มก็ยังเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศอย่างไร แก้ปัญหาได้ช้ามาก เกือบ ๓ เดือนยังแก้ปัญหาน้ํามันปาล์มไม่ได้อย่างที่พูดกันหลายครั้งหลายหนว่า ปล่อยให้คนชกต่อยตบตี เข้าแถวเมื่อเช้าหนังสือพิมพ์ยังลงหน้า ๑ บอกว่าเข้าแถวหรือว่า ไม่ต้องเข้าแถว ไปซื้อตามห้างแต่ซื้อได้ครอบครัวละขวด นี่คือการแก้ปัญหาโดยที่ภาคเอกชน เขาบอกแล้ว บอกแล้วว่าเขาให้นําเข้าน้ํามันปาล์มเข้ามาก็ไม่เชื่อ ไม่บริหารจัดการ ให้มีประสิทธิภาพพอ คือความล่าช้าในการตัดสินใจ พื้นฐานของนิสัยทําให้คนนั้นเดือดร้อน มากเหลือเกิน ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นว่าเรื่องที่ท่านได้เร็วเรื่องหนึ่งเลย เก่งจริง ๆ คือเรื่อง การกู้เงินค่ะท่านประธาน ล่าช้าทุกเรื่องแต่กู้เงินนี่เร็วมาก ยิ่งกู้เงินมากก็ทําให้ประเทศชาติ เป็นหนี้มากขึ้นแล้วก็เร็วขึ้น ท่านประธานคะ สรุปผลการดําเนินการของรัฐบาลชุด นายอภิสิทธิ์นี้แสดงให้เห็นว่าไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความล่าช้าสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติและประชาชน เพราะฉะนั้น จึงขอวิพากษ์วิจารณ์และประณามการดําเนินงานทั้งที่ผิดรัฐธรรมนูญที่นําเข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นไม่เป็นรัฐสภา แล้วก็ช้าไปเป็นปีและประชาชนก็ต้องทนทุกข์ อยู่ตลอดไปตราบใดเท่าที่รัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารราชการแผ่นดินค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ