สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

สุวโรช พะลัง อภิปรายสนับสนุนรายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสินค้าเกษตร เช่น ผลไม้ และการช่วยเหลือเกษตรกรที่มีป่าเสื่อมโทรม รวมถึงการออกโฉนดที่ดินให้กับชาวบ้านที่ถูกทำร้ายในเขตอุทยานแห่งชาติ และการดำเนินการเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตอุทยานแห่งชาติ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอ อภิปรายสนับสนุนรายงานผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นการรายงานในปีแรก ท่านประธานที่เคารพครับ จากรายงานที่ได้มีการอภิปรายกันตลอดทั้งวันในวันนี้ครับ ก็จะเห็นได้ว่าเป็นการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๕ ซึ่งมีในรายงานทั้งหมด ๑๑ มาตรา ๙ แนวนโยบาย แต่ด้วยข้อจํากัดทางเวลาครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นและอภิปราย สนับสนุนในนโยบาย ๒ นโยบายเท่านั้นเองคือนโยบายที่ ๖ และนโยบายที่ ๗ ซึ่งเป็นเรื่อง ของการสนับสนุนในเรื่องเสถียรภาพทางด้านสินค้าเกษตรและแนวนโยบายในทางด้าน เศรษฐกิจ ถ้าหากมีเวลาที่เหลือพอก็จะอภิปรายในนโยบายที่ ๗ เกี่ยวกับด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ

ในเรื่องแรกท่านประธานคงจะเห็นว่าในรายงานฉบับนี้ก็มี ๘ มาตรการด้วยกัน ซึ่งเป็นความสําเร็จในการกระตุ้นทางด้านเศรษฐกิจ แต่ผมเห็นว่าถ้าหากได้มีการเติมเต็ม แล้วก็สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทําไปนี่ครับผมคิดว่ามีประโยชน์ แต่ยังไม่ปรากฏในรายงาน แต่เป็นมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้มีการนําเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๒ นั่นก็คือคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ และกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกันในการที่จะดูแลสินค้าทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องผลไม้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านประธานเองก็คงจะได้เห็นว่าผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้ ผลักดันในเรื่องนี้ว่าของผลไม้เป็นของที่รับประทานได้ ถึงแม้มันจะตกไซส์ (Size) หลุดขนาด ตลาดไม่ต้องการก็ตาม แต่ยังรับประทานได้ เพราะฉะนั้นนะครับ ถ้าหากส่งเข้าให้กับผู้ต้องขัง หรือนักโทษได้รับประทาน พูดมาหลายรัฐบาล รัฐบาลชุดนี้ได้ดําเนินการและเป็นมติ คณะรัฐมนตรี ตรงนี้ต้องชื่นชมรัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ชื่นชมกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้นําเรื่องนี้เข้าสู่ ที่ประชุมของคณะรัฐมนตรีและมีมติให้ความเห็นชอบ นั่นก็คือได้มีการนําร่องในโครงการ ดังกล่าวนี้ครับ ซื้อทั้งเงาะทั้งมังคุดและก็ลองกอง ที่ภาคตะวันออกก็ซื้อที่จังหวัดจันทบุรี ซื้อที่จังหวัดระยอง แล้วก็ซื้อที่จังหวัดชุมพร มังคุดซึ่งเป็นมังคุดที่หลุดไซส์ตกขนาด ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าเฉพาะที่จังหวัดชุมพรนี้สามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนมังคุดที่มีผลผลิตที่ตกไซด์หลุดขนาด แต่ว่ายังรับประทานได้ในราคาที่ตลาด ในขณะนั้นตกประมาณกิโลละ ๙ บาท แต่ทางกรมราชทัณฑ์ได้ลงไปช่วยซื้อในราคา กิโลกรัมละ ๑๙ บาท รวมทั้งค่าคัดแยก รวมทั้งค่าใช้จ่ายบางประเภท ซึ่งตรงนี้ทําให้ราคา มังคุดที่ตกไซส์ พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะมีรายได้เพียงพอ แก้ปัญหาความยากจน ได้แบบยั่งยืน สามารถซื้อมังคุดเฉพาะที่จังหวัดชุมพรได้ถึง ๖๓๓.๖ ตัน คิดเป็นเงินถึง ๑๒,๐๓๘,๖๑๘.๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ สามารถช่วยพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมังคุดได้ ถึง ๔,๕๐๐ ราย นอกเหนือจากนั้นครับ ได้ไปช่วยที่จังหวัดยะลา ซื้อลองกอง ช่วยเหลือ ชาวสวนลองกองได้อีก ๑๔๒ ตัน คิดเป็นเงินทั้งหมด ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ รวมทั้งสิ้นที่ใช้ ในโครงการดังกล่าวเป็นโครงการนําร่อง ๒๕,๖๘๑,๕๘๘ บาท สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเป็นโครงการ นําร่อง เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานฝากไปทางรัฐบาลครับว่าในการ รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรีในปีต่อไป ควรที่จะใส่รายละเอียดเหล่านี้เพิ่มเติม ลงมาด้วย แล้วก็ไม่ใช่ซื้อเฉพาะเงาะ มังคุด แล้วก็ลองกองครับ ถ้าลิ้นจี่ ลําไย ของภาคเหนือ ตกไซส์หลุดขนาด แต่ยังรับประทานได้ครับ ก็ซื้อไปให้นักโทษรับประทาน และก็เพิ่มเงินตรงนี้ และเงินที่ใช้ก็ไม่ใช่เป็นเงินที่ใช้มากมาย ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ มอบหมายอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไปหักเงินของผู้ต้องขัง ซึ่งคิดค่าหัวต่อวันต่อหัวประมาณ ๔๒ บาท หักวันละหนึ่งบาท มีเงินอยู่ทั้งหมดปีหนึ่งประมาณ ๗๖ ล้านบาท ๒ ปีเท่าไรครับ ตก เกือบ ๑๕๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ๓ ปี ๔ ปี ก็สามารถที่ช่วยเงินตรงนี้มาช่วยในการดูแล พี่น้องชาวสวนมังคุดได้ นี่ก็คือส่วนที่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องแรก

ในเรื่องที่สอง เรื่องที่ดิน เนื่องจากมีเวลาที่จํากัดท่านประธานครับ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและก็ที่ดิน ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าส่วนที่ ปรากฏในรายงานผมขอสนับสนุน เพียงแต่ว่าถ้าเติมเต็มในส่วนตรงนี้เข้าไปอีกนะครับ ที่ยังขาดอยู่ แล้วรัฐบาลเองยังไม่ได้ทํา นั่นก็คือในเรื่องของการจัดสิทธิทํากิน เหมือนที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่นี้ได้แสดงความคิดเห็นไปนั่นละครับ สิ่งที่เกษตรกร เขาอยากได้ก็คือการที่รัฐบาลมารับรองสิทธิ นอกเหนือจากที่ปรากฏว่าได้ไปช่วยในการเร่งรัด ออกกรรมสิทธิ์ หรือเร่งรัดในเรื่องของการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์หรือนิคมสหกรณ์ ไปออกโฉนด น.ส. ๓ กสน. ๓ กสน. ๕ แล้วก็มีโฉนดหลังแดง ๕ ปี สิ่งที่เขาอยากจะได้นั้นก็คือการรับรองสิทธิในที่ดินที่ป่าเสื่อมโทรม ต่าง ๆ ตรงนี้ในรายงานไม่ได้ปรากฏ และผมเองได้เป็นผู้หนึ่งที่ติดตามในเรื่องนี้ในปี ๒๕๕๒ สิ่งที่เห็นคงจะไม่มีสิ่งใดที่จะกราบเรียนได้ชัดเจนเท่ากับที่จังหวัดชุมพรบ้านผม ตรงนี้ ผมตามมาตลอด ท่านประธานคงจําได้ ท่านประธานให้ความกรุณาผมพูดในที่ประชุม ท่านประธานทําหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมไปตามที่โน่นครับ ไปตามที่ท่านรัฐมนตรี ปรากฏว่าเรื่องไม่ได้อยู่ที่ท่านรัฐมนตรี ตรงนี้ครับ เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องไปปรับวิธีทํางาน ของท่าน แล้วก็ปรากฏข้อเท็จจริงในรายงานตรงนี้ว่าในปีหนึ่งท่านรับรองสิทธิ สทก. ทั้งหมด เท่าไร และป่าเสื่อมโทรมที่มีอยู่ทั่วประเทศทั้งหมดเท่าไร ตรงนี้ทั้งหมดนี้ครับอยากจะ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลครับว่าในปีต่อไปคงจะต้องปรากฏในส่วนตรงนี้ด้วย ป่าเสื่อมโทรม ที่ดินของรัฐที่หมดสภาพแล้วทั้งหมด มีอยู่ทั้งหมดเท่าไรทั่วประเทศ จัดที่ดิน ทํากินเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนได้ทั้งหมดกี่รายเป็นใครบ้าง อยู่ที่ไหน ต้องบอก รายละเอียดกลุ่มเป้าหมายตรงนี้ให้ในรายงานฉบับนี้ได้รับทราบด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในป่ารอบ ๆ ป่าสลุยครับ ๕๕,๐๐๐ กว่าไร่ ๕,๐๐๐ กว่าครอบครัว จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ครับ สทก. สักแปลงก็ยังไม่ได้ออก ทั้ง ๆ ที่ทําเสร็จแล้ว ตรงนี้ต้องฝากกราบเรียนไปยังกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้โปรดกรุณาติดตามในเรื่องดังกล่าวนี้ให้ด้วยนะครับ ก็จะเป็นพระคุณยิ่ง

ในเรื่องต่อไปครับ ในเขตอุทยานอีกแห่งหนึ่งก็คือ กรณีที่ไปประกาศทับที่ ของชาวบ้านเขา ตรงนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเขามีหมดแล้ว กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องปรากฏในรายงานฉบับนี้ด้วยว่าเพราะเหตุใด ถึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ถ้าเป็นกรณีที่รัฐไปรังแกราษฎร์ ตรงนี้ต้องออกโฉนดให้เขาไปเลย เพราะเป็นกรณีที่เราไปรังแกพี่น้องประชาชน

และประการสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนครับ ในการให้สัมปทานในที่ดิน ของรัฐต่าง ๆ ที่หมดขาดอายุไปแล้ว ตรงนี้ครับต้องให้ทางรัฐบาลมีความชัดเจน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องไปต่ออายุสัญญา หรือมีการเปิดประมูลรายใหม่ ให้เข้าไปเพื่อที่จะเอารายได้มาเป็นรายได้ของรัฐบาลกลาง ผมขออนุญาตที่จะสนับสนุน ให้ความคิดเห็นในสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเพื่อสนับสนุนในแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐครับ ขอบพระคุณครับ