สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่บอกจะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่โครงการส่วนใหญ่ล้มเหลวและมีการทุจริต โดยวิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายที่ไม่เพียงพอ และการกระทำที่ไม่เหมาะสมของรัฐบาล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความไม่เท่าเทียมกันในการปรับโทษในประเทศไทย และการทุจริตในระบอบการเมือง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามนโยบายที่ประกาศไว้ และดำเนินการแก้ไขปัญหาการเงินการคลัง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

รัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกจะกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก เอสพี ๑ กู้เงิน งบประมาณกลางปี ๒๕๕๒ จํานวน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทล้มเหลว ถ้าพูดแค่นี้ได้ไหมครับ ไม่ได้ครับ ล้มเหลวอย่างไร ท่านประธาน ๑. เช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท เอาไปแจกให้คนเงินเดือนน้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ช่วยได้ ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน ใช้เงินไป ๑,๘๐๐ ล้านบาท แต่แจกครั้งเดียวไม่แจกอีก ถามว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาท สมัยนี้ ซื้ออะไรได้ ทําให้การใช้เงิน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทได้ละลายหายไปโดยไม่มีผลตอบแทนทาง เศรษฐกิจกลับคืนมา ฝรั่งบอก เมค มันนี่ มัส เบรน หาเงินต้องใช้เงิน ลงทุนต้องหวังผลกําไร นี่เอาไปแจกเพื่อติดสินบน ผมกล่าวหาได้ไหมครับ ได้ครับ ซื้อเสียงล่วงหน้า สร้างประชานิยม ประชานิยมกับวอร์แฟร์ (Warfare) รัฐสวัสดิการ คุณอภิสิทธิ์ยังแยกไม่ตรงนี้ครับ ผมเรียนต่อ ต่อไปก็เอาเงินส่วนนี้อ้างว่าไปใช้เบี้ยกตัญญู ใช้งบประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท แจกเงิน ให้คนชราเดือนละ ๕๐๐ บาท พวกผมอิจฉาไหม ไม่ครับ เป็นเรื่องดี แต่นโยบายนี้ คิดไม่รอบคอบ เพราะการหว่านเงินแจกทุกคนเพื่อสร้างกระแสนิยมทั้ง ๆ ที่บางคน ไม่เดือดร้อนก็ได้รับไปด้วย เช่น ข้าราชการบํานาญ ทําให้รัฐสิ้นเปลืองงบประมาณโดย ไม่ใช่เหตุ แจกเบี้ยยังชีพคนชรา ถูกต้อง แต่ไม่ใช่แจก แจก แจก โดยไม่มีมาตรการควบคุม ใช้ไม่ได้ ชุมชนพอเพียง เขียนตัวเลขมา ผมก็ค้นของผม ชุมชนพอเพียง ตั้งงบประมาณไว้ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท แต่ใช้จริงไปแค่ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ถูกพวกผมตรวจสอบความไม่โปร่งใส ทุจริตของโครงการนี้เสียก่อน เมื่อทําท่าจะสอบพอเป็นพิธี รองนายกรัฐมนตรีย้ายไปเป็น เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเรื่องก็เงียบหาย

เรื่องต่อไป ที่ว่าเอา ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทไปละลายแม่น้ํา คือโครงการ ต้นกล้าอาชีพ คุณอภิสิทธิ์ตั้งงบประมาณ ๖,๙๐๐ ล้านบาท เอาเข้าจริงเบิกจ่ายไปแค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน ไหนว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ใช้ไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แค่ ๒,๗๐๕ ล้านบาท ทําไมเหลือครับ เพราะไม่ประสบความสําเร็จ มีข้อครหามากมายเรื่องเบียดบังผลประโยชน์ ทุจริตงบประมาณโครงการนี้

ต่อไปก็เรียนฟรี ๑๕ ปี รัฐบาลตั้งงบไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อสร้างภาพว่า ช่วยเด็กไทยได้เรียนหนังสือฟรีแต่วันนี้พิสูจน์แล้วว่าที่เรียนฟรีไม่จริง รัฐช่วยออกให้ไม่กี่อย่าง ที่เหลือผู้ปกครองก็ออกเงินสมทบเหมือนเดิม แถมยังมีการร้องเรียนเรื่องทุจริตชุดนักเรียน ในกระทรวงศึกษาธิการ แสบสันคดโกง ในนั้นละครับ พวกผมกล่าวหาไม่น่าเชื่อหรอกครับ แต่ทุกโพลทุกสํานักเอกชน องค์กรต่างประเทศ แม้กระทั่งในประเทศเยอรมัน เขาบอก รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันมากที่สุด โกงบ้านโกงเมือง มากที่สุด รัฐบาลแก้ปัญหาตรงนี้ไม่ได้ ต่อไปก็นโยบายไทยเข้มแข็ง หรือนโยบายกระตุ้น เศรษฐกิจรอบ ๒ เอสพี ๒ (SP2) สตีมูลัส แพคเกจ ทู (Stimulus package 2) รัฐบาลตั้ง งบประมาณไทยเข้มแข็ง ๑.๔ ล้านล้านบาท ออกพระราชบัญญัติเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อ้างว่าจะไปปิดหีบงบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ผิดวินัยการเงินการคลังอย่างร้ายแรง เพราะการจะเอางบประมาณ ไปใช้มันต้องมีโครงการ มีอนุมัติตัวเงิน แล้วเอาโครงการมาใส่ทีหลัง มันถึงโกงกันแหลกลาญ ในรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ต่อไปก็โครงการไทยเข้มแข็ง ส่อทุจริต ไม่มีโครงการ มีแต่งบประมาณ ท่านทราบไหมครับท่านประธานที่เคารพ เขาเอาใครเป็นประธานโครงการ เงินอย่างนี้ครับ ๑.๔ ล้านล้านบาท โอย ๑.๔ ล้านล้านบาท เอาใครครับ เอาปลัดกระทรวงการคลังครับ ปลัดกระทรวงการคลังเป็นใครครับ เป็นลูกน้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นใครครับ ก็ลูกน้องนายกรัฐมนตรี ให้มันมากํากับเงิน ๑.๔ ล้านล้านบาท แล้วจะทําให้ผมคิดอย่างไร มันจึงเป็นเหตุให้โกงกันวินาศสันตะโร มาถึงวันนี้ ทุกวันนี้ท่านประธานครับ โครงการไทย เข้มแข็งที่รัฐบาลคุยโม้โอ้อวดตั้งมูลค่า ๑.๔ ล้านล้านบาท อนุมัติโครงการไปแค่ ๔๙๑ โครงการเป็นวงเงิน ๓๔๙,๙๖๐ ล้านบาท อนุมัติไปนะครับ แต่เบิกจ่ายจริงเพียง ๒๖๑,๙๓๖ ล้านบาท ประชาชนได้อะไรจากโครงการที่ตั้งไว้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑.๔ ล้านล้านบาท ใช้ จริงแค่ ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไป ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะจบอีโคโนมิค (Economic) มาจากลอนดอน จะจบมาจากไหน ผมนี่เศรษฐศาสตร์เมืองไทย ผมอ่านตัวเลขเป็นครับ ก็ใช้ ไปแค่ ๑๘ เปอร์เซ็นต์แล้วกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร เศรษฐกิจดี ต้องเอา ๗.๘ ทําไมไม่บอกละ ส่งออกเยอะ ส่งออกแล้วเอาวัตถุดิบมาจากต่างชาติ โครงการใหญ่ ๆ ระดับประเทศท่าน ประธานครับ บอกว่าใช้จริง ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ผมยืนยันท่านประธาน เป็นโครงการที่ล้มเหลว พูดถึงหลักเศรษฐศาสตร์ เขาบอกรัฐบาลโกหก รัฐบาลสับปลับไม่พูดความจริงต่อพี่น้อง ประชาชน และที่สําคัญที่สุดเศรษฐกิจที่โต ๗.๘ เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่จากการที่รัฐบาลกําหนด งบประมาณแล้วเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ฉันเอาเงินไปใช้ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เอาอะไรไปกระตุ้น เศรษฐกิจ ไม่ใช่ ท่านโกหก ต่อมาท่านเปิดช่องให้เกิดการทุจริต โครงการจัดซื้อของ กระทรวงสาธารณสุข งบไทยเข้มแข็งตั้งกรรมการสอบ ผมไม่ได้กล่าวหาใคร ไม่เชื่อถือ กรรมการ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ไม่มีหลักฐานผมไม่กล่าวหา แล้ววันนี้ถ้าสุจริตใจทําไม ไม่เดินหน้าต่อ หยุดทําไม เงียบไม่พูด ต่อไปก็ท่านนายกรัฐมนตรีก็จับโพเดียมทีไรก็แสดง ความเก่งกาจโอ้อ้าวิหารแผนปฏิบัติการปฏิรูปประเทศไทย รัฐบาลตั้งไว้ ๔ ด้าน ด้านที่ ๑ การพัฒนาคน เด็ก เยาวชน พัฒนาคน ต้องพัฒนาชาติ พัฒนาชาติต้องพัฒนาการศึกษา พรรคเพื่อไทยมีนโยบายเรียบร้อยแล้วครับ ไม่พูดด้วน ๆ หรอกครับ ท่านบอกเลย ๑. การพัฒนาคน เด็กและเยาวชน ๒. ยกคุณภาพชีวิตของประชาชน และขยายระบบสวัสดิการสังคม ๓. ปฏิรูป กระบวนการยุติธรรม การเมือง และความไม่เป็นธรรมในสังคม ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเพิ่งชี้แจงเมื่อกี้นี้ครับว่าทําหนังสือถึงอัยการสูงสุดให้สั่งฟ้องกลัวคดี ขาดอายุความ คุณมีอํานาจหรือนี่อัยการเขานั่งฟังเขาร้องไห้ทั้งประเทศ

ต่อไปก็สร้างระบบเศรษฐกิจเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม ท่านนายกรัฐมนตรี ได้หยิบเอาเรื่องที่ ๔ คือการสร้างระบบเศรษฐกิจเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม ไปประกาศในช่วงวันขึ้นปีใหม่หลังมาแล้วนิดหน่อยเป็นของขวัญคนไทย ๙ ข้อ ท่านทราบดี ผมเรียนท่านประธานมาถึงตรงนี้ เอกสารคุณอภิสิทธิ์ทําไว้เองครับ ในหน้าหลัง ๆ คําสั่ง สํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๑๓/๒๕๕๒ แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามผลการดําเนินงาน ตามนโยบายรัฐบาล ตั้งทั้งหมด ๓๒ คน ตั้ง ๒๘ เมษายน ท่านตั้งนักปราชญ์ราชบัณฑิต ตั้ง ๓๒ คน นั่นท่านตั้งครั้งแรก พอมาครั้งที่ ๒ ผมอ่านเจอมาตั้งใหม่อีกเมื่อ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ตั้งอีก ๒ คน มีเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการ กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตั้งคนถูกครับ เพราะนี่ถือว่าเป็น เบรน (Brain) ของประเทศ แต่พอมาดูตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมีนโยบายชั่งไข่ไก่ขายครับ ไม่ได้ปรึกษาพวกนี้เลยครับ แล้วที่ตั้งมามันไม่มีความรู้ ไปเสีย ๖๙ ล้านบาทครับ ท่านอาจจะเป็นลูกเศรษฐีมั่งมีเงิน ก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ทั้งหมดนี้ท่านตั้งมา ๓๔ คน ตั้งเองครับ ผมมานั่งอ่าน ใครที่มันไปคิดไปจ้าง ๖๙ ล้านบาท มาให้ชั่งไข่ไก่ขาย นายอภิสิทธิ์ ออกคําสั่งที่ ๑๑๓/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๒ ตั้ง ๓๒ คน ผมดูตอนเช้าขนลุกไปเลย ตลอดตอนดู ตั้งคนเก่ง ๆ เบรนสตรอมมิ่ง (Brainstorming) ของบ้านเมือง รู้เหมือนกันนึกว่า ไม่รู้ พอมาอีกวันหนึ่ง วันที่ ๖ พฤศจิกายน เอาอีกแล้วครับ ท่านอภิสิทธิ์ตั้งเพิ่มอีก ๒ คน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และเลขาธิการกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักรเป็นคณะกรรมการเพิ่มเติมรวมแล้ว ๓๔ คน ผมไม่วิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่าท่านเอางบประมาณ ๖๙ ล้านบาท ไม่ต้องมาตอบผมว่า ผมไม่รู้เป็นเรื่องกระทรวงเขา ไม่ได้ครับ เดี๋ยวตอบอย่างนี้วันอื่นใครเขาเป็นนายกรัฐมนตรีบ้าง เขาจะบอกเลย คุณอภิสิทธิ์ว่าไว้ เป็นฝ่ายค้านต้องพูดอย่าง รัฐบาลต้องพูดอย่าง และคุณอภิสิทธิ์ว่าไว้ เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ต้องรับรู้ทั้งหมด ไม่ได้ครับ ท่านต้องรู้จริงรู้แจ้ง บัณฑิตแปลว่า ผู้รู้ มหาบัณฑิตแปลว่า รู้แจ้งเห็นจริง ถ้าดุษฎีบัณฑิตแปลว่า รู้เหลือเกิน รู้เยอะ รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมายก่อนผมวันหนึ่งนะท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ทราบ ยังจําได้ไหม คนละวัน ผมวิพากษ์วิจารณ์บนตัวเลข มันอาจจะตรงไม่ตรงแล้วแต่มุมมอง หลักเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่หลักกฎหมาย หลักกฎหมายบ้านเราเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร รัฐธรรมนูญของเราเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อังกฤษเขาจารีตประเพณี เขาอุปมาอุปไมย ของเราต้องตีความตามตัวบทลายลักษณ์อักษรโดยเคร่งครัด ตั้งกรรมการไป ๓๔ คน ลงนาม แท้ ๆ ครับ อยู่ ๆ อวดอุตริไปตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่ง ๖๙ ล้านบาท แล้วเอาภาษีอากรของ พี่น้องประชาชนไปใช้จ่าย และบริษัทนี้นะครับ ที่ได้เงินไป ๖๙ ล้านบาท ท่านประธานและ ท่านผู้ชมทางบ้านรู้ไหมครับ เวลาปกติมันแอบบริจาคเงินให้กับพรรคการเมืองครับ ผมไม่ อิจฉาหรอกครับ ถ้าเอ็งไม่มีสายสัมพันธ์กันลักษณะให้เกิดความสงสัย ก็บริจาคกันไปใครรวย ก็ให้ ท่านตั้งงบประมาณเอาไว้ ๖๐๐ ล้านบาท หาเงินเข้าพรรค พรรคพวกผมนั่งหน้าสลอนถาม ท่านเฉลิมจะจัดเขาเท่าไร บอกว่าได้สัก ๖ ล้านบาท เลขศูนย์หาย ๒ ตัว ไม่มีบารมี บุญวาสนาแข่งกันไม่ได้หรอกครับ ทีนี้ผมจะพูดต่อ นโยบาย ๔ ด้าน ที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า จะปฏิรูปประเทศ ๔ ด้าน มีหลายนโยบายที่เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ท่านไม่ได้หลอกลวง โดยหวังประโยชน์ หลอกลวงผู้อื่นโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดความจริงอันเป็น ควรบอกให้แจ้ง การหลอกลวงโดยว่านั้นได้มาซึ่งทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ เรียกว่า ฉ้อโกง ไม่ใช่แต่ท่านหลอกลวงทางการเมือง ตัวเลขที่ผมดูไม่ใช่ครับ ไม่ใช่อย่างไรครับ ท่านบอกว่าจะช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาอายุ ๓ ถึง ๑๗ ปี เขียนไว้ ช่วยเด็ก ๑.๗ ล้านคน ท่านนายกรัฐมนตรีต้องดีดปากคนเขียน มันบอก ๑.๗ ล้านคน ผมบอก นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์งานนี้ทําดี ปรากฏว่าตัวเลขที่ผมไปดูตั้งงบประมาณเพียง ๑๗๐ ล้านบาทครับ เอาอะไรไปให้ ถ้าท่านยืนปุ๊บ เยี่ยม ๆ ๆ ถ้าไม่ตามไปดูตัวเลข ๑.๗ ล้านคน พอดูงบประมาณตั้งไว้ ๑๗๐ ล้านบาท หารออกมาแล้วครับ ลูกหลานของผม จะได้ ๑๐๐ บาทต่อคนเท่านั้น ต่อมาก็โครงการช่วยเด็กพิการ ๑๐๐,๐๐๐ คน ท่านตั้ง งบประมาณไว้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หารออกมาแล้วแย่ใหญ่ครับ ๑๐๐,๐๐๐ คน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เด็กได้เงินเพียง ๑๐ บาทต่อคน ต่อมาก็โครงการช่วยเด็กในชนบทห่างไกล ท่านตั้งเป้าจะช่วยเด็ก ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่ไม่ลง งบประมาณไว้ เอาจากไหนครับ ต่อมาก็โครงการช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่ถูกดําเนินคดี ตั้งเป้าไว้ จะช่วย ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่ก็ไม่ได้ลงงบประมาณ ท่านช่วยเหลือประชากรต้องการเรียนต่อ เพิ่มทักษะการประกอบอาชีพ ๘,๘๐๐,๐๐๐ คน จะช่วยเหลือการจัดหลักสูตร ตามความสนใจให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียน และส่งเสริมการยกระดับทักษะ เพื่อประกอบอาชีพในสถานบริการ ไม่ได้ใส่งบประมาณครับ นโยบายสวยหรู เดอะ กู้ด โพลิซี โน บัดเจท (The Good Policy no Budget) แล้วจะทําอย่างไร โครงการสวัสดิการ สําหรับแม่ที่ตั้งครรภ์ และกลุ่มเด็กอายุเริ่มแรกถึง ๒ ปี ท่านบอกจะช่วยได้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ คน ตั้งงบประมาณไว้ ๑,๐๔๐ ล้านบาท หารออกมาแล้วได้คนละ ๔๓๓ บาท มันจะพอซื้อนมเด็ก อย่างไรครับ ต่อมาก็โครงการสวัสดิการกลุ่มเด็กอายุ ๓–๕ ปี จะช่วย ๒,๗๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งงบประมาณไว้ ๙๖๒ ล้านบาท หารออกมาแล้วได้คนละ ๓๕๖ บาท โครงการจัดหา ที่อยู่อาศัยให้ผู้ด้อยประสบการณ์ในชนบท บอกจะช่วย ๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน ตั้งงบประมาณ เอาไว้ ๓,๑๕๘ ล้านบาทเท่านั้น หารออกมาแล้วได้ครอบครัวละ ๖๓,๑๖๐ บาท แล้วเอาเงิน เท่านี้จะไปซื้อที่ดินให้กับพวกเขาได้อย่างไร

ต่อไปนโยบายสําคัญครับ ขออนุญาตท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้อภิปราย เพราะนโยบายต่อไปนี้เป็นการแย่งคะแนนเสียงระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทยของคนกรุงเทพมหานคร ผมเป็นผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ ปี ๒๕๒๖ มาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาก็อยู่ แพ้ครั้งเดียว ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนร้าย คดีลอบปลงพระชนม์ สุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้อง ผมก็รักคนกรุงเทพมหานคร ผมเกิดที่ กรุงเทพมหานคร คุณพ่อคุณแม่คนกรุงเทพมหานคร ภรรยาคนกรุงเทพมหานคร ลูกคน กรุงเทพมหานคร แต่นโยบายที่บอกเอาไว้ว่าโครงการเพิ่มรายได้ให้กับคนขับแท็กซี่ โครงการช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ของผู้ประกอบอาชีพเศรษฐกิจนอกระบบ โครงการ อุดหนุนราคาดีเซลไม่เกิน ๓๐ บาท ท่านพูดเมื่อสักครู่ โครงการไฟฟ้าฟรี ๙๐ ยูนิต (Unit) เหล่านี้ในแผนงานไม่ได้ตั้งงบประมาณ ซึ่งผมเข้าใจว่ารัฐบาลไม่อยากเขียนงบประมาณเอาไว้ กลัวโดนโจมตีว่าเป็นนโยบายประชาวิวัฒน์ นโยบายประชานิยม ที่ลอกเลียนจากพวกผมไป ท่านกําหนดนโยบายดีไหม ดีครับ แต่ไม่บอกว่าจะเอาเงินจากไหน แล้วเอาจากไหน ผมบอก พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยมีนโยบายชัดเจน แรงงาน ๓๐๐ บาท ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าว ๑๕,๐๐๐ บาท ใครเป็นหนี้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท พักหนี้ ๕ ปี เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เรียกว่าปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ๖ เดือน ลดรายจ่าย ๖ เดือน เพิ่มรายได้ ๖ เดือน ขยายโอกาส ไม่ลงดีเทล (Detail) แพลนยังมี พรรคการเมืองแอบจดลักจําแล้วเอาไปใช้ ถ้าคนกรุงเทพมหานคร เห็นว่านโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ดี เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าวันปราศรัยใหญ่ผมจะนําปราศรัย แล้วบอก ถ้าเห็นว่านโยบายพรรคเพื่อไทยดี เลือกพรรคเพื่อไทย แต่นโยบายที่รัฐบาลเขียนไว้ สุกเอาเผากิน ท่านเลี่ยงประชานิยม ท่านพยายามจัมพ์ อัพ (Jump up) ไปสู่รัฐสวัสดิการ ผม ไม่ได้สอนท่านนายกรัฐมนตรี แต่ในหลักการจะเป็นรัฐสวัสดิการได้นั้นเราต้องเก็บภาษี ต้อง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้น ต้องเก็บถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นี่เรายังเก็บภาษีได้จากชนชั้นกลาง ชั้นสูง โดยเฉพาะข้าราชการประจํา แล้วจะเป็นรัฐสวัสดิการได้อย่างไร ผมไม่ว่า ว่าท่านกลัว ว่าจะเลียนแบบประชานิยมมาใช้ประชาวิวัฒน์ แต่ปรากฏว่าการแก้ปัญหาอย่างนี้ คนเป็นรัฐบาลคิดไม่ได้ครับ ต้องเป็นรัฐบาลของพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ พวกท่าน รุมสับท่านทักษิณ ที่เคยเผลอพูดว่าต้องช่วยพื้นที่ที่เรามีผู้แทนเยอะ ๆ ท่านก็หาว่ารักประชาชนไม่เท่ากัน พวกผมบอกประธาน ผมไม่บอกไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี บอกท่านผู้ชมทางบ้าน ไปทางไกล รู้กําลังนะ นานเวลารู้น้ําใจคน ผมไม่ได้รูปชั่วตัวดําเหมือนจรกาของท่าน แต่อายุมันมากกว่า มันจะไปเปรียบเทียบหล่อเล็ก หล่อใหญ่ หล่อถาวรไม่ได้หรอก พวกผมเป็นได้อย่างเดียวครับ หล่อคอนกรีต (Concrete) เสริมเหล็ก ที่มีจิตใจรักพี่น้องประชาชนไม่กะล่อน ไม่ทุจริต ไม่คดโกง ไม่ใช่เช้า สาย บ่าย เย็น พูดไม่ตรงกัน นโยบายที่ท่านออกมาเป็นนโยบายแก้ไข ปัญหาให้กับคนกรุงเทพมหานคร ซึ่งผมไม่เห็นด้วย มันต้องแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน กรุงเทพมหานครก็ได้ คนรวยก็ได้ คนจนก็ได้ คนยากจนก็ได้ ออฟฟิเคท แพลน (Officiate plan) ยกมาจากต่างจังหวัดมาอยู่กรุงเทพฯ ก็ต้องได้ คนไม่ยกมาก็ต้องได้เช่นเดียวกัน ท่านตั้งเอาไว้ว่าช่วยเหลือวินมอเตอร์ไซค์ งบประมาณ ๑๗ ล้านบาท แต่ไม่ได้บอก จะป้องกันการรั่วไหลอย่างไร ท่านบอกว่าเพิ่มรายได้ให้ประกอบอาชีพแผงลอยงบประมาณ ๑๒ ล้านบาท ถ้าพี่น้องที่ประกอบการค้าแผงลอยครั้งนี้ ท่านคงจําได้เมื่อครั้งผมเป็น รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุณพิชัย รัตนกุล ได้ชุมนุมเรียกร้อง ที่ดินทํากิน เจ๊มิ่ง เจ๊มี เจ๊แม้น เจ๊ติ๋ม เจ๊ตุ้ม เจ๊ต๋อย เจ๊อี๊ด เจ๊แมว มาชุมนุมหน้าทําเนียบรัฐบาล ผมลงไปครับ แล้วแม่ค้าถูกจับกบฏในราชอาณาจักร ผมหาทนายให้ ๒ คนกับท่านพิชัย ปรึกษาและสุดท้ายสู้คดีครับ ผมเป็นคนคิดว่าต้องแบ่งตลาดที่มันพอมีที่เดิน กว้างกี่เมตร ยาวกี่เมตร ขึ้นทะเบียนเรียบร้อย นักเลงมีไม่ได้ ตํารวจต้องดู ให้เขาทํามาหากิน เพราะหลายคนเติบโตมาจากเบี้ยปากกระจาดครับ เกิดมาจนทําอย่างไรได้ครับ แม่ไป ขายของเช้า บ่าย สาย ๆ มีเงิน พอบ่ายลูกมาแบกของไปขายภาคเย็น ชีวิตอย่างนี้ครับ กระผมสัมผัส และผมเป็นผู้แทนราษฎรที่ได้คะแนนจากแม่ค้ามากที่สุด เขตภาษีเจริญ ยังไม่แบ่งบางแค เขตเดียวครับ ผมได้ ๔๔,๐๐๐ คะแนน คนเดียวในพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นผู้แทนราษฎรเมื่อปี ๒๕๒๖ นอกนั้นแพ้ราบพนาสูรย์ คนเดียวในฝั่งธนบุรี ฝั่งกรุงเทพมหานคร ๔ หรือ ๕ ผมจําไม่ได้ ผมเรียนต่อว่าโครงการประกอบอาชีพแผงลอย งบประมาณ ๑๒ ล้านบาท ไม่ชัดเจน ตัวเลขเบลอ ๆ ต่อมาก็โครงการสร้างความปลอดภัย ให้ผู้ประกอบอาชีพในเวลากลางคืน ๒๘๐ ล้านบาท โครงการเสริมสร้างกลุ่มอาชีพเข้มแข็ง ๑๗ ล้านบาท ประกอบอาชีพในเวลากลางคืน ต้องอธิบายความ บางคนทํางานกลางคืน พออยู่ได้ครับ บางคนทํางานกลางคืนอยู่ไม่ได้ครับ บางคนไปเรียนหนังสือ ต้องหาเงิน กลางคืนครับ คิดดี แต่มันเกิดช่องว่าง ต่อมาก็โครงการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน ๖๓ ล้านบาท คิดลอย ๆ ครับ ไม่ชัดเจนหรอกครับ ผมเรียนท่านประธานครับว่าผมมีอีก หลายเรื่องที่อยากจะบอก แต่อย่างน้อย ๆ ไข่ชั่งกิโลขาย ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ไหมครับ ประชาชน ร้อยละ ๙๕.๑๘ เขาบอกว่าเขาซื้อแบบเก่าดีแล้ว ใครคิดนี่ ท่านเป็นคนเรียบร้อย ถ้าเป็นผมนะเอาไปคิดนโยบายพวกนี้แล้วเอาไป ๖๙ ล้านบาท โดยไม่ปรึกษาสภาพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่ปรึกษาคณะกรรมการที่ท่านตั้งไว้ ผมจะเอาหนังสติ๊กยิง ตาตุ่มแล้วบอกทําไมมึงโง่นัก ถึงคิดอย่างนี้ได้ ท่านครับ กฎเหล็ก ๙ ข้อ ท่านพูดได้ ท่านทําไม่ได้เลยครับ ตอนท่านขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ ผมเห็นท่านแถลงนโยบาย เป็นนักการเมืองเป็นรัฐมนตรีต้องมีความรับผิดชอบมากกว่า เหนือกว่า ดีกว่า ท่านบอก พอเอาเข้าจริง ๆ กฎ ๙ ข้อท่านทําไม่ได้ แล้วท่านยังพูดในสภา ท่านประธานครับ ผมมันโตมาจากชีวิตนายตํารวจ เหน็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมไม่มีหรอก เพราะฉะนั้นผมก็ปล่อยท่าน รัฐมนตรีเพิ่งมานั่งใหม่ครับ แหมเวลา ๑๔ นาฬิกา ๑๗ นาที ๑๘ นาที ร้อยตํารวจเอก เฉลิมให้ตัดงบทําถนนที่นี่ ๆ คุณตอบ อย่างนั้นได้อย่างไร ก็ผมมันบู๊ลิ้ม โตมาจากตํารวจ เขาให้กันได้มากกว่านี้ ผมบอกแต่เพียงว่า ผมไม่เห็นด้วย งบประมาณเพิ่มเติม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งแม็คโคร ผมไม่เห็นด้วย แล้ว ผมก็บอกมันจะทุจริต ก็ไทยเข้มแข็งเหลือ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาตรงนั้นมาใช้ ไม่ได้หรือ แหมทําเป็นทีเด็ดให้ร้าย เวลา ๑๔ นาฬิกา แอด ๆ ต้องเขย่งพูด ทีวีเขาถ่ายลําบาก ช่างภาพเวลาถ่ายท่านน่ะเหนื่อย ไอ้ผมนะพอดี ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ผมก็ไม่ว่า ท่านบอกว่าท่านรักษา ท่านระมัดระวังการทุจริตกรณีคอมฉาว ท่านบอกเลย อธิบดีจะขึ้นเป็นปลัดท่านยังระงับ ท่านพูดอย่างนี้ไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไม่ได้จบ เศรษฐศาสตร์อย่างเดียวนะ ท่านปริญญาตรีนิติศาสตร์จากรามคําแหงเหมือนกันนะ อย่าลืมนี่ เก่งแล้วอย่าลืมหิว กินน้ําอย่าลืมบุญคุณคนขุดบ่อ ท่านพูดได้อย่างไรว่าท่านระงับแล้วไม่ให้ เป็นปลัด เมื่อปรากฏว่ามีข้อบกพร่อง เมื่อปรากฏว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าส่อไปในทางไม่สุจริต ปลัดให้เป็นไม่ได้ แล้วอธิบดีกรมการปกครองให้เป็นได้ครับ เป็นไม่ได้ วันนี้ดีเอสไอ ของท่าน ท่านรู้ไหมกรมดีเอสไอ ของท่านเทพเขานะ ท่านเทพอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ของท่านน่ะ ท่านส่งไปตรวจน้ํามันปาล์มเสียของ ไม่มีประโยชน์หรอก ไม่มีใครเขากล้า ล้ําเส้นหรอก ถ้าท่านบอกว่าไม่ให้เขาเป็นปลัดกระทรวงเพราะเขามีข้อระแวง เรื่องคอมพิวเตอร์ และดีเอสไอบอกมีมูลส่ง ป.ป.ช. สอบแล้ว กรมการปกครองในตําแหน่ง อธิบดีท่านก็ให้เขาเป็นไม่ได้ ถ้าเป็นผม ประจํา สอบไม่ผิดกลับมาใหม่ นี่เอาบุญคุณกับสภา อีก ว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซื่อตรงซื่อสัตย์ เห็นไหมพอมีข่าวหน่อยไม่ให้เป็นปลัด ไม่ได้ หรอกครับถ้าท่านพูดอย่างนั้น ผมเรียนท่านประธานนะครับ กฎเหล็กใช้ไม่ได้ รัฐบาลถูก ร้องเรียนปลากระป๋องเน่า โครงการชุมชนพอเพียง โครงการถนนปลอดฝุ่น รถเมล์เอ็นจีวี (NGV) ประมูลสินค้าการเกษตร มันสําปะหลัง ข้าว แน่จริง ๆ มีเรื่องเดียว ปลดผู้ช่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลดแล้วทําอย่างไร เหมือนเตะตะกร้อสวยไม่เข้าบ่วง ปลดแล้วเฉย ๆ ไม่ได้ ต้องไปตั้งกรรมการสิ ไปเอาเงินสถาบันการศึกษามาค้ําประกัน ท่านต้องทํา ผมไม่มีอํานาจบ้างแล้วไป อย่างนี้เรียบร้อย เข้าคุก

ต่อมาโครงการรถไฟฟ้าสีม่วง ท่านมาโอ้อวดเรื่องความสุจริต ก็รัฐมนตรีที่ถูก อภิปรายท่านไม่ปรับออก ไปปรับคนไม่ถูกอภิปราย ตําราเมืองไทยส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมแบบไหนกันนี่

ต่อมาก็โครงการครหาให้สัมปทานสายการบินไทเกอแอร์ (Tiger air) จัดซื้อ รถเข็นกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิ นักธุรกิจซี้ตรงกันรัฐบาลชุดนี้ ทุจริตคอร์รัปชันมากที่สุด มากจริง ๆ ผมมีตัวเลขให้นายกรัฐมนตรีฟังแล้วนอนไม่หลับ ไม่ใช่ตัวเลขที่เคยพูด ถ้าอาจจะ ผิดคน ๒ คนเท่านั้นท่านนายกรัฐมนตรีอย่ายืนขึ้น คุณเฉลิมทําไมพูดไม่หมด ผมพูดหมดครับ เพราะผมเกิดมาเป็นคนช่างพูด หมด ทุกชอต (Shot) ทุกเม็ด ท่านครับ สาเหตุหลักของการ ทุจริตเขาบอกเลยในรัฐบาลท่านเกิดจากผลประโยชน์ทางการเมือง คน ๕๔๙ คน เขาบอกว่า ความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมาย คน ๓๑๔ คน เขาบอกช่องโหว่ที่ทําให้บุคลากร ภาครัฐสามารถตัดสินใจดําเนินการได้เอง ก็ลูกพี่ไม่โกงลูกน้องโกงได้ครับ รู้กัน ๒๐ ๒๕ ทั้งหมดทุกกรม ทุกกระทรวงที่มีผลประโยชน์การประมูล เตรียมหาเงินให้นาย นายสั่งไว้ ต้องเอาเงินสดก่อน เพราะนายจะมีค่าใช้จ่ายใกล้เลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีท่านก็รู้จักผม ไม่ใช่หรือ เป็นนายกรัฐมนตรีวันแรกยังไปเยี่ยมผมพร้อมกับท่านสาทิตย์ วันไหนว่าง ๆ กรุณา สัก ๕ นาทีเถอะ ให้ผมเข้าไปหาท่านที่ห้อง คนมันด่า เลี้ยวไปห้องเก่าพี่ชวน แล้วผมจะ บอกให้ ผมเรียนท่านต่อนะครับว่าคน ๗๖๖ คน รูปแบบการทุจริตพบมากที่สุดให้สินบน ให้สินบนตาสี ตาสา ป้ามี ยายแม้นได้ไหมครับ ไม่ได้ เขาต้องให้เจ้าหน้าที่รัฐ ๖๘๑ คน บอกว่าใช้ตําแหน่งหน้าที่ทางการเมืองเอื้อประโยชน์พรรคพวก นี่รัฐบาลท่านนะครับ ผมไม่พูดถึงครับ ทรานส์พาเรนซี (Transparency) เพราะบอกท่านไปแล้ว ย้ําให้ท่านฟัง นิดหนึ่ง ผมก็เป็นคนอ่านหนังสือ อาจจะเปิดเว็บไม่เป็นเหมือนวอลล์เปเปอร์ ของท่าน แต่บางทีลูกหลานก็เปิดเป็น อ้าวเปิดให้ปู่ดู เขาเปิดได้ครับ พอรู้ได้ครับ เห็นภาษาอังกฤษแปลไม่ออกใช้ดิคชันนารี (Dictionary) ครับ ไม่อายใครครับ ผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ องค์การสําคัญเลย องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ทรานส์พาเรนซี อินเตอร์เนชั่นแนล (Transparency International) อยู่ในประเทศเยอรมัน ที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า ผมไปพูด ๘๔ ใช่ครับ ตอนหลังเหลือ ๗๘ ครับ แต่ ๕๔ ไม่รู้นะครับ ข่าวทุจริตท่านแซบ (SAP) มาก ท็อป ออฟ เดอะ ทาวน์ (Top of the town) อาจจะ มากกว่า ๘๔ ก็เป็นได้ ผมย้ําอีกครั้งครับ ด้วยความสุจริตใจ เหมือนผมเคยพูดกับพี่ชวน ว่าพี่ชวนไม่โกง คุณอภิสิทธิ์ผมก็ยืนยันครับท่านไม่ทุจริต แต่พฤติกรรมแวดล้อมใกล้ตัวท่าน เป็นอย่างนี้ บางคนก็คิดค่าเหนื่อยแพง แล้วท่านจะทําอย่างไร ถ้าของท่านเหลือ ๗๘ ปีนี้ เอาของผมบ้างไหม ของผมสมัยท่านทักษิณเคยอยู่อันดับ ๗๐, ๖๔, ๖๓, ๖๑ พอเหลือ ๕๙ ปฏิวัติเลยครับ เห็นไหมครับ มีตัวเลขครับ เพราะฉะนั้นผมสรุป ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมรับความเป็นจริงก็เรื่องของท่าน ที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดไม่ได้เขียนเอง ไม่ได้คิดเอง แล้วไม่ได้อคติกับคุณอภิสิทธิ์แต่อย่างใดทั้งสิ้น ทั้งหมดนี่นั่งอ่านแล้ว อ่านอีก เวลาท่านไปพูด ที่ไหนรวบรวม ตัดเก็บ ๆ ประชาวิวัฒน์ก็เอาเก็บไว้ แต่ไม่ใช้ตรงนี้เพราะกินเวลาเขาเยอะ เดิมมีคิวพูด เพราะผมไม่คิดว่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะขอใช้เวทีนี้ นี่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะให้ เวลาไหม เพราะได้ใช้เวลาเขาเยอะ ผมย้ําอีกครั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีเหลาะแหละ ในการปฏิบัติ ท่านจริง ๆ กับคําพูด ท่านจริง ๆ กับวิธีการกว้าง ๆ แต่ไม่มีรูปแบบในการ สกัดกั้นคนชั่ว ในการป้องกันการทุจริต ท่านจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะท่านเป็นหัวหน้า รัฐบาล ท่านต้องรักษาความสุจริต ความถูกต้อง ความชอบธรรม รักษาผลประโยชน์ให้กับ ประเทศชาติ ผมบอกท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาล หรือคนในรัฐบาลของท่าน มันโกงกินกัน เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี แต่ทําตัวเป็นยาจกกลัวคนรู้ ว่ามีเงิน กลัวคนรู้ว่ามีบ้าน กลัวคนรู้ว่ามีรถ ทั้ง ๆ ที่กําลังจะเอาเงินไปฝากเวิลด์ แบงก์ คนบางคนปี ๒๕๒๖ ปี ๒๕๒๗ ยังถูกฟ้องล้มละลาย เหตุที่เขาไม่เคยเคืองท่าน เพราะเขารู้ ๑. ท่านอาจจะไม่รู้ลึก ๒. ท่านรู้ลึก ท่านไม่รู้รายละเอียด ๓. เขาจับทางได้ว่าท่านไม่ทุจริต ไม่คดโกง แต่เขาอาจจะคิดว่า คุณอภิสิทธิ์ คอร์รัปชัน อํานาจหรือเปล่า ถ้าเขาเชื่อว่าท่านคอร์รัปชันอํานาจ แปลว่า ท่านอยากมีอํานาจ ท่านต้อง ปล่อยปละละเลยให้การกระทํามันเกิดขึ้น ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่อุตส่าห์มานั่งฟัง ท่านตอบเถอะครับ ถ้าผมพูดไปถึงท่าน ตัวเลขถูกผิด ประชาชนเขาตัดสิน ผมเอาเนื้อหา ทั้งหมดไม่ได้คิดเอง ไม่ได้มีความรู้สึก แล้วมาวิพากษ์วิจารณ์ท่าน ท่านล่วงล้ํามาบ้าง ผมใจ ใหญ่พอครับ เอาเถอะ ไม่เป็นอะไร เรานักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยด้วยกัน ผมต้อง ขอโทษ ไม่ได้ฟังท่านเพราะจะไปต่างจังหวัด นัดพรรคพวกไว้ว่าจะไปธุระจริง ๆ เดิมคิดว่า ท่านพูดเมื่อวาน ก็จะใช้เวลาเมื่อวานนี้ ต้องขอโทษว่า จะว่าผมเสียมารยาท ไม่เสียครับ แล้วผมจะมาดูเทป มีทีมงานฟังท่านทุกครั้งที่ท่านพูด แล้วผมก็นั่งดู เวลาช่วงไหนท่านเก่ง ผมบอกเพื่อนผมเมื่อสักครู่ในห้องหลายคน บอกดูลีลานะ ดูทีท่านะ เขาหลบหลีก หลีกหนีนะ ท่านอภิสิทธิ์ไม่ใช่ธรรมดานะ ผมแอบชมท่าน หน้าที่ต่างกัน แต่ความสัมพันธ์คงเดิม ผมขอโทษท่านด้วยที่ไม่ได้ฟังท่าน และถ้าผมมีโอกาสอภิปรายไม่ไว้วางใจก็คงจะได้แสดง ความเห็นตรงนี้ ผมสรุปสุดท้าย อย่างไร ๆ นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง นักการเมือง ที่มาด้วยระบอบประชาธิปไตยมาสู่ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีดีกว่ามาจากระบอบอื่น ผมชื่นชม ชื่นชอบระบอบนี้ อะไรไม่เห็นด้วย ผมเห็นด้วย สังคมจะเป็นตัวตัดสิน ท่านจะอยู่น้อย อยู่ยาวอยู่อะไรเป็นเรื่องของท่าน วัน เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้าประชาชนชอบท่านก็เลือก ท่านอีกครั้งหนึ่ง ถ้าชอบผมก็เลือกผม พวกผมก็อาจจะไปนั่งข้างบน แต่ผมไม่มีโอกาสนั่ง ตรงท่าน เพราะผมไม่เคยคิดเป็นนายกรัฐมนตรี ขอบพระคุณท่านประธาน และขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่นั่งฟัง ขอบคุณครับ