สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

เทพไท เสนพงศ์ อภิปรายผลงานของรัฐบาล โดยเน้นย้ำความสามารถในการผ่านวิกฤติ และผลงานด้านการศึกษา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องยาเสพติดและชายแดนภาคใต้ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตและจัดตั้งองค์กรบริหารพื้นที่ชายแดนภาคใต้

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสขึ้นมาอภิปราย ต้องเรียนกับท่านประธาน อย่างตรงไปตรงมาครับว่า ผมได้ฟังท่านสมาชิกผู้อาวุโส คือ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง อภิปราย ซึ่งผมก็รู้สึกชื่นชมว่าในวันนี้ท่านอภิปราย ๑ ชั่วโมง กับ ๒๐ นาที โดยไม่มีใคร ประท้วงเลยแม้แต่คนเดียว ก็ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ควรจะเอาเป็น แบบอย่าง แต่ว่าเนื้อหาทั้งหมดผมคิดว่าน่าจะเป็นเนื้อหาที่ได้อภิปรายในงบประมาณกลางปี มาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะเรียนว่า ที่สภาได้บรรจุเรื่องการแถลงผลงานประจําปี ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานว่า รัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ท่ามกลางปัญหาของบ้านเมืองมากมาย แล้วก็มีคนสบประมาทว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่น่าจะอยู่ ถึงวันนี้ ถ้าท่านประธานติดตามการให้ความเห็นเกี่ยวกับอายุของรัฐบาลชุดนี้ ท่านจะได้ เห็นว่าทั้งนายใหญ่ นายเล็ก นายโต ลิ่วล้อ ก็จะบอกว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ไม่ถึง ๓ เดือน เกิน ๓ เดือนก็บอกว่าอยู่ไม่เกิน ๖ เดือน อยู่เกิน ๖ เดือนก็บอกว่าอยู่ไม่เกิน ๑ ปี วันนี้ อยู่มาได้ ๒ ปีกว่า ๆ แล้วครับท่านประธาน ท่ามกลางที่ท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้นํารัฐบาล ได้เผชิญปัญหา ท่ามกลางการเป็นรัฐบาล และ ๒ วิกฤติใหญ่ ๆ ครับท่านประธาน วิกฤติแรก ก็คือวิกฤติการเมืองภายในประเทศ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีและก็นํารัฐบาลชุดนี้ท่านประธานก็เห็นว่า เหตุการณ์ในประเทศไทยไม่มีความเป็นปกติ เป็นรัฐบาลครั้งแรกเดือนมีนาคม ช่วงประมาณ วันที่ ๑๑ เดือนเมษายน ๒๕๕๒ รัฐบาลได้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN SUMMIT) ที่พัทยา ท่านประธานก็คงทราบว่าอะไรเกิดขึ้น มีกลุ่มคนจํานวนหนึ่ง ไปขัดขวางการชุมนุมแล้วก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายจนต้องเลิกการประชุมกลางคัน ทําให้ ประเทศชาติเสียหายอย่างยับเยิน และวันนั้นทุกคนทั้งประเทศที่เอาใจช่วยท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ก็คิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็คงจะนําพาประเทศไปไม่ได้ แต่ด้วยความอดทน ความใจเย็น ความสามารถของท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ ก็ผ่านวิกฤติวันนั้นมาได้ จนถึง เหตุการณ์สงกรานต์เลือดเมื่อปี ๒๕๕๒ ทุกคนก็เอาใจช่วยอีกว่านายกรัฐมนตรีคนหนุ่ม ที่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีสามารถที่จะนําพาประเทศผ่านวิกฤติไปได้หรือไม่ และแล้ว เหตุการณ์เดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ สงกรานต์เลือดที่มีการชุมนุมปิดล้อมทําเนียบ สุดท้าย กลุ่มคนที่ปิดล้อมทําเนียบก็ยอมมอบตัวโดยดี จนมาถึงเดือนเมษายนปี ๒๕๕๓ ที่เกิดเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ซึ่งท่านประธานก็คงทราบดีว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร ซึ่งทั้ง ๓ เหตุการณ์ในรอบที่ท่านนายกรัฐมนตรีชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สามารถที่ทําให้ ตัวท่านเองแข็งแกร่งพอที่จะนําพาประเทศชาตินี่ผ่านวิกฤติไปได้ วิกฤติที่ ๒ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ได้นําพาประเทศชาติไปได้ผ่านท่ามกลางวิกฤติโลกก็คือว่า ในวันที่นายกรัฐมนตรีเข้าดํารงตําแหน่งวิกฤติโลก เศรษฐกิจโลกทั่วโลกครับท่านประธาน มีปัญหา บริษัทยักษ์ใหญ่ในต่างประเทศหลายบริษัทล้มละลาย ซึ่งมีผลกระทบต่อการส่งออก ของประเทศและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเช่นเดียวกัน นายกรัฐมนตรีก็ใช้ความสามารถ ท่ามกลางที่ความผันผวนภายในประเทศจํานวนมาก ก็สามารถที่จะนําพาบ้านเมืองนี่ ผ่านวิกฤติไปได้เช่นเดียวกันครับ ผลงานของรัฐบาลทั้งหมดที่ออกมาเป็นรูปเล่มที่ส่งให้กับ เพื่อนสมาชิกในวันนี้เป็นผลงานในรอบ ๑ ปีตั้งแต่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ ถึง ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ ผมเชื่อว่าถ้าเป็นผลงานในรอบ ๒ ปี ก็คงจะมีผลงานนี่มากกว่านี้ด้วยซ้ําไป ความสําเร็จของรัฐบาลชุดนี้ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่ามีในหลายด้านนะครับ เรื่องแรกที่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง พูดถึงก็คือเรื่องการศึกษา ร้อยตํารวจเอก เฉลิม บอกว่าเรื่องการศึกษาเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา รัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณ ทําขึ้นมาแล้ว ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานโดยตรงว่า ผลงานเรื่องการศึกษาฟรี ๑๕ ปี อยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญจริง แต่ว่ารัฐบาลที่ผ่านมานี่ไม่เอาจริงเอาจัง ไม่เอาใจใส่ ไม่ประกาศเป็นนโยบายชัดเจนเรื่องการศึกษาฟรี แต่รัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศเป็นนโยบาย ชัดเจนว่ามีเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ๑๕ ปี ถ้าจะกล่าวหาว่าไม่ประสบความสําเร็จ ผมก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกกลับไปดูตัวเลขความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนว่าเป็น โครงการหนึ่งที่ได้รับความยอมรับสูงสุดของทุกครั้งที่มีการสํารวจความคิดเห็น รัฐบาลได้ ทุ่มเทให้งบประมาณกับโครงการนี้ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า ถ้าเปรียบเทียบ งบประมาณด้านการศึกษาในยุครัฐบาลของ พันตํารวจโททักษิณ ในปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๔๙ ได้ให้งบประมาณ ๒๓๖,๕๘๑ ล้านบาท ในขณะที่ปี ๒๕๕๓ ยุคของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาให้ถึง ๔๓๑,๑๗๙ ล้านบาท ซึ่งจํานวนเพิ่มขึ้นถึง ๒ เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับนโยบายเรื่องการศึกษามากครับ เรื่องตัวเลขทางเศรษฐกิจต้องเรียนกับท่านประธานว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าการเกษตร ไม่มียุคใดครับท่านประธานที่สินค้าทางด้านเกษตรนี่ดีเกือบทุกตัว แม้แต่บางตัวมีปัญหา แต่ว่าสามารถที่จะแก้ไขให้ประสบความสําเร็จได้ ถ้าท่านประธานไปดู ตัวเลขของราคาพืชผลทางการเกษตร ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานดูเพียง ๒-๓ ตัวอย่าง ก็คือ มันสําปะหลังสด กิโลกรัมละ ๑ บาท ๓ สตางค์ ในยุครัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณ แต่ในยุคนี้ราคา ๑ บาท ๖๙ สตางค์ต่อกิโลกรัม ราคาอ้อยในยุครัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ๕๑๑ บาท ๔๕ สตางค์ต่อกิโลกรัม ในขณะที่ในยุคของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ๘๑๒ บาท ๐๕ สตางค์ต่อกิโลกรัม รวมไปถึงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ๔ บาท ๕๑ สตางค์ต่อกิโลกรัม ในยุคนี้ ๖ บาท ๗๑ สตางค์ต่อกิโลกรัม นี่ไม่รวมถึงยางพาราครับท่านประธาน ในยุคของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ได้พูดถึงเรื่องราคายางพาราเป็นที่กล่าวขานกันมากว่ายางกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาทในยุค พันตํารวจโท ทักษิณ ซึ่งผมไปดูตัวเลขแล้วในปี ๒๕๔๙ มีราคายางพารา ในยุคของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ราคาเกินร้อยจริงครับเกิน ๑๐๓ บาท แต่เป็นราคาที่ คงอยู่ได้เพียง ๓ วัน แล้วราคาก็ตกลงมาเป็นปกติ ถ้าจะดูตัวเลขเรื่องยางพาราเป็นพืชผล ทางเศรษฐกิจของภาคใต้และของทั่วประเทศในขณะนี้ วันที่พวกผมเข้ามาเป็นรัฐบาล ราคา กิโลกรัมละประมาณ ๔๑ บาท ๖๕ สตางค์ แต่วันนี้ราคา ๑๘๐ บาทต่อกิโลกรัม และยังมีการ คาดการณ์ว่าสามารถทะยานถึง ๒๐๐ บาทต่อกิโลกรัมด้วยซ้ําไป รวมไปถึงราคาปาล์มน้ํามัน ซึ่งในขณะนี้ที่มีปัญหาวันที่ผมเข้ามา รัฐบาลชุดนี้เข้ามากิโลกรัมละประมาณ ๒ บาท ๕๐ สตางค์ วันนี้ราคาอยู่ที่ ๗ บาทถึง ๘ บาท และบางครั้งปาล์มกากเบนราคาสูงถึง กิโลกรัมละ ๑๑ บาทด้วยซ้ําไปครับท่านประธาน มีหลายเรื่องที่ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้พูดถึงนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ว่ามีข้อบกพร่อง แต่ในขณะเดียวกันในฐานะ ที่ผมได้เฝ้าติดตามผลงานของรัฐบาลชุดนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม พูดคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดถึงตัวเลขหุ้น ที่บอกว่าหุ้น ในขณะนี้ราคาสูงกว่า ๑,๐๐๐ จุด ในขณะที่ยุคของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ๔๔๙.๙ จุดนั้น ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ได้ใช้สิทธิพูดพาดพิงบอกว่ารัฐบาลชุดนี้มีนักเล่นหุ้น มีการปั่นหุ้น ผมได้ ติดตามครับท่านประธาน ผมคิดว่าในรัฐบาลชุดนี้ไม่มีใครเล่นหุ้นและไม่มีนักปั่นหุ้น แต่ในวันที่มีรัฐบาลชุดที่มีพ่อค้าเข้ามาอยู่ใน ครม. เต็ม ครม. นี่จะหาเงินจากตลาดหุ้นมาทํา การเมืองเป็นเรื่องง่าย แต่ว่าพวกผมไม่สันทัด แต่ราคาหุ้นที่มันทะยานสูงขึ้นเกิน ๑,๐๐๐ จุดนี่ ผมคิดว่ามันเป็นภาวะทางเศรษฐกิจ ต่างชาติเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของไทย เชื่อมั่น ในรัฐบาลชุดนี้ ทําให้ตัวเลขของตลาดหุ้นสูงขึ้นครับ พูดถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันครับ ท่านประธาน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม พูดเมื่อกี้ผมอยากจะประท้วงเสียด้วยซ้ําไป แต่เกรงว่า จะเสียมารยาท ท่านบอกว่ารัฐบาลชุดนี้โกงมากที่สุด โกงจริง ๆ ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานดูพฤติกรรมของหัวหน้ารัฐบาล คือท่านนายกรัฐมนตรี จะเห็นได้ว่ายังไม่มีใครพูดหรือกล่าวหาหรือมีหลักฐานใดว่านายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า รัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน เสียงกระแนะกระแหน เสียงวิพากษ์วิจารณ์กับบุคคลอื่น ๆ ก็พอมี บ้าง แต่ว่าก็ไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าทุจริตคอร์รัปชัน โกงจริงหรือไม่ แต่ยืนยันกับท่านประธาน ว่า ครม. ชุดนี้ถ้าติดตามดูก็กล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ตั้งแต่เป็นรัฐบาลมา ๒ ปีกว่า ผมยังไม่เคยเห็นรัฐมนตรีคนไหนถูก ป.ป.ช. ชี้มูลแล้วก็ขึ้นศาลและถูกศาลตัดสินว่าโกงบ้าน โกงเมืองเหมือนกับรัฐบาลชุดก่อน ๆ ที่ถูกศาลตัดสินว่าทุจริตคอร์รัปชันโกงบ้านโกงเมือง นายกรัฐมนตรีคนนี้สื่อต่างประเทศบอกว่าเป็นรัฐบุรุษในการแก้ปัญหาการชุมนุมในภาวะ วิกฤติ ในขณะเดียวกันวอชิงตัน โพสต์ (Washington Post) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีอิทธิพล มากที่สุดกลับให้คุณค่าอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยบอกว่าเป็น ๑ ใน ๕ ของผู้นําโลก ที่เลวที่สุด เพราะฉะนั้นการจะกล่าวหาว่า รัฐบาลชุดนี้โกงมากที่สุด ผมคิดว่าเป็นแค่โวหาร เป็นแค่วลีทางการเมืองที่พยายามพูดให้รัฐบาลชุดนี้เสียหาย ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานว่ายังมีตัวเลขอีกหลายด้านที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทําแล้วก็เกิดคุณูปการต่อชาติ บ้านเมือง เรื่องการขยายตัว เรื่องจีดีพี ก่อนเข้าตําแหน่งของรัฐบาลชุดนี้อยู่ที่ ๒.๔๘ เปอร์เซ็นต์ ในวันนี้อยู่ที่ ๗.๙๐ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขการส่งออกที่ทําให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น ผมอยากจะให้ ท่านประธานดูว่าก่อนรับตําแหน่งของรัฐบาลชุดนี้ ตัวเลขการส่งออกอยู่ที่ ๑๑,๖๐๕ ล้านบาท วันนี้อยู่ ๑๗,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งต่างกันค่อนข้างมาก ผมอยากจะเรียนว่าตัวเลขทุกตัวที่ผมนําเรียนต่อท่านประธาน เป็นตัวเลขที่ได้มีการพิสูจน์ แล้วก็ยืนยันชัดเจนว่าตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขข้อเท็จจริง ซึ่งผมไม่ได้เป็นผู้ที่ออกมายืนยัน หรือว่าพูดยกเมฆเพื่อที่จะให้เครดิตกับรัฐบาลชุดนี้

เรื่องสุดท้ายที่ท่านเฉลิมพูดมากที่สุดก็คือเรื่องยาเสพติด โดยท่านท้าทาย ไปถึงกรณีการฆ่าตัดตอน ผมอยากจะเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้ได้มีนโยบาย ๕ รั้ว แล้วก็แก้ปัญหา เศรษฐกิจผมคิดว่าเป็นไปด้วยดี แต่ที่แตกต่างกับยุคของรัฐบาลที่ผ่านมา ที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ชื่นชม นั่นก็คือว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีการฆ่าตัดตอน ไม่มีการยัดเยียดความตายให้กับบุคคลอื่น ที่ไม่มีความผิด กระบวนการที่ดําเนินการกับกลุ่มคนที่ค้ายาเสพติดก็ต้องใช้ตามกระบวนการ ยุติธรรม เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนว่าทั้งหมดเป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทํา แล้วก็ประสบ ความสําเร็จ รวมไปถึงปัญหาชายแดนภาคใต้ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า ที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมพูดในวันนี้ผมอยากจะให้กลับไปดูว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่มันมาถึงทุกวันนี้มันเกิดขึ้นเพราะยุคใด เพราะความผิดพลาดของนโยบาย ของรัฐบาลในสมัยนั้นหรือไม่ วันนี้รัฐบาลก็พยายามเต็มที่ ที่บอกว่า ๙๙ วันแก้ปัญหา ภาคใต้ได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ๙๙ วันรัฐบาลชุดนี้จะต้องผลักดันตั้งองค์กรบริหารพื้นที่ชายแดน ภาคใต้ให้ได้ และวันนี้ก็ได้ทําได้แล้วจริง ๆ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ