ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง วิจารณ์นโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยชี้ขาดความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณสาธารณสุขและยุติธรรม รวมถึงการละเลยด้านต่างประเทศ เศรษฐกิจ และการบริหารจัดการสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลสอบตกใน ๗ ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง การต่างประเทศ การเมือง และการบริหารจัดการสินค้าอุปโภคบริโภค ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง วิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาลชุดอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยอ้างข้อมูลจากผลสำรวจของกรุงเทพโพลและสวนดุสิตโพลที่ระบุว่ารัฐบาลได้คะแนนต่ำและถือว่าสอบตกทั้ง 3 ครั้ง พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาเศรษฐกิจ การเกษตร และอาชญากรรม รวมถึงการกล่าวหาว่ารัฐบาลบริหารงานแบบไม่มีมาตรฐาน ใช้เงินเบี้ยหัวแตก และพยายามปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เพื่อรักษาอำนาจทางการเมือง ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือโครงการเศรษฐกิจพอเพียงและกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก (SP1) โดยวิพากษ์วิจารณ์ความล้ม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย สมาชิกพรรคเพื่อไทย กรุณาอนุญาตให้ผมแสดงความเห็นเกี่ยวกับที่รัฐบาลได้แถลงผลงานในรอบปี ผมเข้าใจ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องทําหน้าที่อย่างนี้ละครับ เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ว่าไว้ ว่าเมื่อแถลงผลงานในรอบปีได้เมื่อไรก็นําเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร แต่บังเอิญว่าปีนี้ นายกรัฐมนตรีทํางานมา ๒ ปีเศษ ๆ แล้วมาแถลงบอกว่า ๑ ปี มันก็วิพากษ์วิจารณ์ ผมไม่วิพากษ์วิจารณ์หรอกครับ เพราะนายกรัฐมนตรีต้องทําตามหน้าที่ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ เมื่อเช้าผมตื่นตอนเจ็ดโมงเช้า ที่ผมเรียนอย่างนี้เพราะว่าผมได้อ่านเอกสารทั้งหมด แล้วผมก็มาสรุปเป็นข้อ ๆ ว่าสรุปแล้วในเอกสารเล่มใหญ่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ มาแถลงอะไร พอดูเสร็จนายกรัฐมนตรีก็มั่นใจว่างานมันทําสําเร็จ แต่ฝ่ายพวกผมบอก ไม่สําเร็จ ท่านสําเร็จท่านมีเหตุผล ผมบอกไม่สําเร็จ ผมต้องมีเหตุผลมาวิเคราะห์แล้วหักร้าง ว่ามันไม่สําเร็จ ผมอ่านเสร็จเรียบร้อย รัฐบาลก็บอกว่ามี ๑๐ นโยบายที่ทําสําเร็จ แต่ว่า ๙ นโยบายของท่านเป็น ๙ นโยบายตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ท่านยกย่องตนเองว่า ท่านแก้ปัญหาเศรษฐกิจสําเร็จ จากเศรษฐกิจได้ชะลอตัว ก็ขึ้นมาตั้งงบกลางปี ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ท่านพูด แล้วท่านมาบอกเลย นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลแบ่งเป็นการแก้ไขและบรรเทา ผลกระทบทางเศรษฐกิจกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง แต่ในนี้ไม่เขียนว่ากองทุนนี้มันทุจริต พอเพียงนี้แหละครับ แล้วไม่บอกครับ ว่าพอเพียงของท่านเอามาจากไหน เอามาจากเอสเอ็มแอล (SML) สมัยพรรคไทยรักไทย ตรงนี้ต้องให้สังคมเห็น แล้วสังคมจะตัดสินว่ารัฐบาลนี้เอา นโยบายมาจากใคร แล้วบอกไหมว่าเศรษฐกิจพอเพียงที่เขายกย่องขึ้นมา แล้วต่อมาท่าน ก็บอกว่าแก้ไขและบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประชาชน ผมอ่านแล้วผมจะบอก ๙ กลุ่มนี้ติดลบหมดครับ ทําไมติดลบ ผมจะบอกต่อไป ท่านมาบอกต่อ นโยบายด้าน ความมั่นคงแห่งรัฐ ผมบอกรัฐบาลชุดนี้ไม่เคยดูแลความมั่นคงแห่งรัฐ ดูแลความมั่นคง ของรัฐบาลเท่านั้น
ข้อต่อไป นโยบายด้านศาสนา สังคม สาธารณสุข ตรงนี้พอก้าวข้ามได้ แต่ไม่บอกครับว่าไทยเข้มแข็งไปเปิดประมูลกระทรวงสาธารณสุข ไม่บอกครับตั้งกรรมการ มาแล้วไม่ยอมรับ แล้วไม่บอกครับว่าเงินที่ตั้งเอาไว้จะไปประมูลแล้วยกเลิกหมด ตอนนี้ก็ยัง เอ้อเร้อเอ้อเต่อ ทําไมไม่บอกละครับ มาบอกไว้กลาง ๆ อย่างนี้นักการเมืองอย่างผมบอก อย่างนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ได้หรอกครับ
ข้อต่อไป ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่านโยบายด้านกฎหมายและ การยุติธรรม เมื่อสักครู่ผมเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมชี้แจงแล้วผมไม่คาดคิดครับ เรียนกฎหมายมาด้วยกัน ท่านมีหน้าที่อะไรเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมถึงจะมี หนังสือไปถึงอัยการสูงสุด คดีจะขาดอายุความเมื่อไรเรื่องของเขา เพราะอัยการสูงสุดเขาเป็น หน่วยงานอิสระ เขาไม่ได้ขึ้นต่อกระทรวงยุติธรรม แม้กระทั่งท่านนายกรัฐมนตรียังไปยุ่ง กับเขาไม่ได้ พวกท่านมันใหญ่เกินตัว ใหญ่เกินจริง เป็นรัฐบาลมีแบ๊ค (Back) รัฐบาลมีเส้น ชี้แจงมาได้อย่างไรว่าคดีขาดอายุความแล้วกระทรวงยุติธรรมจะเดือดร้อนเอาส่วนไหน ของร่างกายมาคิด อย่างนี้ผมต้องมาบอก ท่านบอกเลยนโยบายด้านต่างประเทศ ท่านไม่บอก รายละเอียด เดี๋ยวผมต้องบอก นโยบายด้านเศรษฐกิจ แล้วที่น่าเกลียดที่สุด พอท่านบอก นโยบาย ๑๐ ข้อ ๙ ข้อทําได้ ท่านบอกเลย ไอ้นี่มีปัญหา ไอ้นี่มีปัญหา ไอ้นี่มีปัญหา ปัญหา ของท่านไม่สอดคล้องกับนักการเมืองอย่างผมที่จะวิเคราะห์ท่านประธานครับ เล่มเขียวของ นายกรัฐมนตรีมานั่งดูตรวจสอบรัฐธรรมนูญ มาสรุป ๒ ชั่วโมง ผมยืนยันกับท่านประธาน ว่าการบริหารราชการของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในรอบ ๑ ปีควบคู่ ใกล้ ๆ ๒ ปีเศษ ๆ แต่นี่ท่านเอา ๑ ปีมาแถลงผมยืนยันว่ารัฐบาลสอบตก ๑. สอบตก ด้านเศรษฐกิจ ๒. สอบตกด้านสังคมและคุณภาพชีวิต ๓. สอบตกด้านความมั่นคงของรัฐ ๔. สอบตกด้านการต่างประเทศ นําประเทศไปสู่กลียุค ๕. สอบตกด้านการเมืองและการ ส่งเสริมประชาธิปไตย ๖. ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ๗. ด้านการแก้ไขสินค้าอุปโภค บริโภค และสินค้ามีราคาแพง และขาดแคลนในรอบ ๒๕ ปี ไม่เคยมียุคไหนสมัยไหน ที่คนไทยต้องเข้าแถวซื้อสินค้า และไม่มีสินค้าจําหน่าย
ท่านประธานครับ ถ้าพูดอย่างนี้ท่านผู้ชมทางบ้านจะบอกว่า โอ๊ย รัฐบาล เขาบอกอย่างนี้ ฝ่ายค้านว่าอย่างนี้ ฝ่ายค้านต้องบอกแน่นอน รัฐบาลสอบตก ผมมีตัวเลขมาคุยกับ ท่านประธานนิดหนึ่งครับว่า ผลสํารวจศูนย์วิจัยกรุงเทพ หรือเรียกว่ากรุงเทพโพล (Poll) ที่สํารวจ ความพึงพอใจต่อการทํางานของรัฐบาลพบว่าช่วงครบ ๑ ปี รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ๓.๘๗ จากคะแนนเต็ม ๑๐ เขาบอกได้ ๓.๘๗ นี่ในรอบ ๑ ปี เขาห่วงนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เขาห่วงรัฐบาลชุดนี้ พอ ๑ ปีครึ่งจาก ๓.๘๗ ๑ ปีครึ่งเหลือ ๓.๗๙ เดี๋ยวนายกรัฐมนตรีจะบอก คุณเฉลิมมาพูดหนังครึ่งม้วน เอาต่อให้ อีกนิดหนึ่ง ตอนครบ ๒ ปีเขาบอกได้ ๓.๘๒ จาก ๑๐ ๓ ครั้งที่กรุงเทพโพลได้สํารวจ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และรัฐบาลของท่านสอบตกทั้ง ๓ ครั้งนี่กรุงเทพโพล ต่อมา ก็หันมาดูว่าสวนดุสิตโพลว่าอย่างไร ตอกย้ําความสอบตกของรัฐบาลอีกเช่นเดียวกัน สวนดุสิตโพลได้สํารวจดัชนีการเมืองไทยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่ารัฐบาล ได้คะแนน ๔.๗๔ จาก ๑๐ แปลว่าตก ๕ กึ่งหนึ่ง ๔ ครั้ง สถาบันการศึกษาสําคัญ ๆ ๒ แห่ง ยืนยันว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สอบตก ผมเรียนต่อท่านประธาน นี่คือผลสํารวจ ของสถาบันการศึกษา ผมติดตามการทํางานของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแถลงผลงาน รอบ ๒ ปี เอาปีเดียว เพราะงานต่อเนื่อง ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ๒ ปีของท่านมีงาน อย่างนั้นอย่างนี้ ผมบอกตรงนี้รัฐบาลแก้ไขปัญหาได้ ๒ เรื่อง ๑. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ นอกนั้นสอบตกหมด เดี๋ยวผมจะวิเคราะห์รายละเอียด ลงลึกรายหยาบและ รายละเอียดให้ท่านประธานเห็น ประกันรายได้เกษตรกร ชาวนาเดือดร้อน ข้าวราคาถูกข้าวเปลือก ข้าวสารราคาแพง คนดู โทรทัศน์ที่มีอาชีพทํานาทําไร่จะรู้ทันที นี่ไม่ได้กล่าวหานายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ข้อเท็จจริง มันเป็นอย่างนี้ เรียนฟรี ๑๕ ปี ถามว่าคุณอภิสิทธิ์ตั้งนโยบายเองไหม ไม่ เอามาจากไหนครับ ๑๒ ปีจากพรรคไทยรักไทย ถามว่าเรียนฟรีจริงไหม ไม่หรอกครับ ให้บางส่วน ให้มากกว่าเก่า แต่ผู้ปกครองยังต้องรับผิดชอบอยู่อีก บอกคนว่างงานลดลง ไม่ใช่ครับ อาชญากรรมเพิ่มขึ้น ประชาวิวัฒน์ ๙ ข้อ ในข้อที่ ๙ นายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องใช้เงิน ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม ๖ เดือนให้ได้ ๒๐ ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั่นเป็นข้อสรุปชัด อาชญากรรมอาชญากรเพิ่มขึ้นแปลว่าคนว่างงานเพิ่มขึ้น ต่อไปผมจะเรียนท่านประธาน รัฐบาลก็บอกราคายางกิโลกรัมละ ๑๓๘ บาท ไม่ใช่ฝีมือรัฐบาลหรอกครับ มันเกิด ภัยธรรมชาติ ของมันน้อย ของก็แพง ถ้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาผลิตผลการเกษตรได้ ทําไมเกษตรกรที่ปลูกข้าวถึงได้ราคาต่ําอย่างมากในขณะนี้ ผมต้องบอกครับ ผมอยู่พรรคเพื่อไทย ผมมีหน้าที่ต้องอธิบายความครับ สมัยพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล ๑๒,๐๐๐ บาท ราคาข้าว เดี๋ยวนี้เท่าไรครับ ๗,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท ยังไม่แน่ สุดท้ายราคาเท่าไร นี่ ๒ ปี ที่ท่าน บอกมา ดัชนีราคาหุ้นผมจําไม่ได้ว่าใครให้สัมภาษณ์ บอกเลยหุ้นสูงกว่าพันจุดรอบ ๑๔ ปี ผมจะบอกไม่ใช่เพราะรัฐบาลสร้างความเชื่อถือต่อชาวต่างชาติ สาเหตุเพราะเงินทุนต่างชาติ ที่ไหลเข้ามาเก็งกําไรในตลาดหุ้นไทยจนทําให้พีอีไพรส์เอิร์นนิ่งเรโช (P.E. Price Earning Ratio) คือราคาหุ้น ณ ปัจจุบันหารด้วยกําไรต่อหุ้นที่ประมาณการไว้ ตลาดหุ้นไทยแพงเท่า ตลาดหุ้นโลกไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลและรัฐบาลอย่ามาพูดว่าเวลาหุ้นขึ้นเป็นผลงานรัฐบาล เพราะรัฐบาลชุดนี้มีกลไกมีพรรคมีพวก ชอบปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ต้องเป็นไปตามกลไก ของตลาด ถ้าพูดมาตรงนี้เดี๋ยวท่านผู้ชมทางบ้านจะบอกคุณเฉลิมไม่เห็นว่ารัฐบาลดี ดีครับ มีดีอย่างเดียวคือประคับประคองรัฐบาลที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้งแต่มาตั้งรัฐบาล แบบพิเศษให้อยู่นานที่สุดโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญอะไรเลยทั้ง ๆ ที่ถูกกล่าวหา ทุจริตมากมาย นายกรัฐมนตรีแถลงผลงานยืนอมยิ้มแล้วอมยิ้มอีก พอฟังเผิน ๆ ไม่ตรวจสอบ ไม่รู้หรอกครับ กรณีรัฐบาลนําเงินงบไทยเข้มแข็งจํานวนเงินสูงถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท อ้างว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วที่สุด ความเป็นจริงไม่เป็นผล เพราะการใช้ งบประมาณไปน้อยมากสาเหตุไม่ใช่ประหยัด เพราะไม่มีโครงการกําหนดตัวเงินไม่รู้จะเอาไป ทําอะไรและที่ซ้ําร้ายกว่านั้นทุกกระทรวงไม่มีโครงการรองรับ ผมเรียนท่านประธานตรงนี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่ารัฐบาลใช้เงินเบี้ยหัวแตกไม่มีมาตรฐาน บางโครงการไม่รู้นําเงินไป ทําอะไร ถูกยึดคืนก็มี ท่านนายกรัฐมนตรีบริหารงาน ขอประทานโทษเถอะครับฟังแล้วท่าน อาจจะไม่สบายใจ ท่านบริหารงานแบบปลัดประเทศ ที่ผมบอกว่าล้มเหลว ข้อที่ ๑ ด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานตามนะครับ โครงการแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไม่มีหลักเกณฑ์ คนรวยก็ได้รับ ไม่มีมาตรฐานเรียกโครงการนี้ว่าเลียนแบบสหรัฐอเมริกา โครงการ เฮลิคอปเตอร์ มันนี่ (Helicopter Money) แต่ทําไม่เหมือน ท่านประธานตามมาต่อก็จะ เห็นว่า โครงการต้นกล้าอาชีพ เดี๋ยวจากนี้ผมจะลงรายละเอียดเลย จํานวนกี่รายได้เท่าไร ตั้งเงินเท่านี้ได้เท่าไร นักเรียนเท่านี้ คนแก่เท่านี้ คนพิการเท่านี้ สรุปโกหกครับ นโยบายที่ แถลงโกหกหมดครับ ผลงานที่มาบอกไม่มีจับต้องเป็นรูปธรรมก็ได้ โครงการต้นกล้าอาชีพ ผมบอกแล้วบอกอีกไอ้ ๑,๙๐๐ ล้านบาท ประชาชนคนไทยเขาทํางานเป็นแต่มันไม่มีงานทํา ก็เอาเงินส่วนนี้ ต้นกล้าอาชีพไปฝึกให้คนทํางานล้มเหลว รัฐบาลเน้นการสร้างหนี้ภาครัฐบาล โครงการแจกเงินก็ติดสินบนประชาชน ให้ประชาชนยากจนลง ขาดโอกาส สร้างฐานะหวังเพิ่งเงินที่รัฐบาลแจก ถ้าจะเลียนแบบ ประชานิยมสมัยพันตํารวจโท ทักษิณ นั่นเขาเอาเงินให้คนไปลงทุน ให้ไปสร้างผลผลิต ให้มี รายได้ มีเงิน รัฐเก็บภาษีได้ อันนี้จ่ายฟรี ๆ จ่ายเฉย ๆ แล้วสุดท้ายก็ไม่สามารถเอาเงินที่ไหน มาจ่ายได้ หนี้ภาครัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย จาก ๓.๔ ล้านล้านบาท หรือร้อยละ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เมื่อสิ้นปี ๒๕๕๑ เพิ่มเป็น ๔.๕ ล้านล้านบาท หรือร้อยละ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีในสิ้นปี ๒๕๕๓ รัฐบาลก็บอกยังอยู่ในเกณฑ์ไปได้ ยังอยู่ในเกณฑ์ไปได้ แต่ท่านสร้างหนี้เช้าสายบ่ายเย็นก่อนนอนก็สร้าง เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจล้มเหลว ที่ท่านมา เป็นรัฐบาล รัฐบาลสร้างหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ๑.๑ ล้านล้านบาท การสร้างหนี้เพิ่มขึ้น มากมายในเวลา ๒ ปีผมบอกกับท่านประธาน ตรงนี้จะนําพาระบบเศรษฐกิจของชาติ ล้มละลาย เหตุผลสนับสนุน ๑. รัฐบาลชุดนี้ทุจริตอย่างกว้างขวางเอกชนบอกว่าต้องเก็บเงิน ใต้โต๊ะ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เท่ากับ ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี นี่อย่างไรผมถึงบอกว่าเศรษฐกิจรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ล้มเหลว ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ประเทศไทยถูกจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ลดจากลําดับ ๓๖ มาอยู่ ๓๘ ๓๖ มาอยู่ ๓๔ ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อที่ประเทศที่น่า ลงทุนอีกต่อไป ปัญหาเงินบาทมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รัฐบาลนึกคิดดูไหมว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร และมันจะส่งผลกระทบกับการส่งออกของภาคอุตสาหกรรม เรามีรายได้ ๓ ตัว ๑. รายได้ การท่องเที่ยว เรียกว่าภาคบริการ ๒. เรามีรายได้จากการส่งออก ๓. เรามีรายได้ภาค การเกษตร ค่าเงินบาทแข็งการส่งออกเกิดผลกระทบมันจะเป็นทฤษฎีโดมิโน (Domino) ส่งออกไม่ได้ก็ไม่จ้างงาน ไม่จ้างงาน คนไม่มีงานทํา ไม่มีภาคการผลิตเรียกว่าเรียล เซกเตอร์ (Real Sector) คนไม่มีงานทําไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย อาชญากรรมเพิ่มขึ้น รัฐเก็บภาษีไม่ได้ สิ่งสําคัญอีกอันหนึ่งที่กระผมมั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้บริหารราชการบ้านเมืองไม่เป็น ท่านประธานคงจําได้กรณีมีการลงทุน ๗๖ โครงการที่มาบตาพุด เงินลงทุนแสนล้านบาท ได้รับอนุมัติจากบีโอไอ (BOI) รัฐบาลคิดไปคิดมา คิดมาคิดไป ไม่ตัดสินใจ ไม่เมกกิ้ง ดีซิชัน (Making Decision) ผมเข้าใจรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ผมอ่านดูผมรู้ พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ในชุมชน เขามีสิทธิปกป้องประโยชน์ เขามีสิทธิปกป้องทรัพยากร เขามีสิทธิรักษา ทัศนียภาพและภูมิประเทศในพื้นที่ของเขา รัฐบาลอนุญาตโดยผ่านบีโอไอ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เขาได้มาลงทุน ๗๖ โครงการ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่อยู่ไปอยู่มาพี่น้องประชาชนประท้วง ผมเห็นด้วยที่ต้องประท้วง แต่รัฐบาลต้องสกรีน (Screen) ก่อนที่จะไปลงทุน นี่รัฐบาลไม่พอไปลงทุนมีการประท้วงเขายื่นฟ้องศาลปกครอง ก็ปรากฏว่า ๑๗ โครงการ ต้องเข้า มาตรา ๖๗ ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ คุณอภิสิทธิ์ตั้งกรรมการขึ้นมาให้ท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นกรรมการ ๔ ฝ่ายได้พิสูจน์ตรวจสอบ บทสรุปบอกว่ามันมีทั้งหมดที่สามารถ ดําเนินกิจการได้ แต่ว่ามีบางส่วนประมาณ ๑๘ ประเภทที่ต้องดําเนินการตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ นายกรัฐมนตรีก็ปฏิเสธจะทําตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย แล้วไปสั่งกระทรวงอุตสาหกรรมให้ศึกษาเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ นี่ข้อเท็จจริงซึ่งมีอยู่จริง ถ้าหากไม่จริงก็ชี้แจงมา ผมเรียนท่านประธานต่อนะครับ เขาบอกว่าผลงานรัฐบาลใช้ไม่ได้ ในรอบปี ปีครึ่งและ ๒ ปี ผมต้องโอ้อวดของผมบ้างละครับว่าสมัย พันตํารวจโท ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี คะแนนพึงพอใจในปีแรกได้ ๗.๔๗ คะแนน ก็กรุงเทพโพลเหมือนกัน ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือด้านเศรษฐกิจฉบับรายหยาบที่ผมกราบเรียนท่านประธาน
ต่อมาก็ด้านคุณภาพชีวิต รัฐบาลโอ้อวดไม่สําเร็จเลยครับ ปัญหายาเสพติด รุนแรง รัฐบาลห้ามพูด ตํารวจจับเฮโรอีนได้ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ๑๐๐ กิโลกรัม ยาบ้า ไม่ใช่ รัฐบาลต้องมีพันธกิจ ภารกิจ ต้องมีแผนแม่บท แผนปฏิบัติ ผมยังไม่เคยเห็นรัฐบาลชุดนี้ได้ทํา เหมือนที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและเป็นผู้อํานวยการปราบปรามยาเสพ ติดของชาติ รัฐบาลไม่เคยพูด ว่าปัญหายาเสพติดจะปิดแนวตะเข็บชายแดน จะสกัดสารตั้งต้น จะรณรงค์ป้องกัน บําบัด รักษา ปราบปรามเด็ดขาด ไม่เคย เก่งอย่างเดียว รณรงค์ป้องกันโรคเอดส์ แล้วมาใส่หมวกใส่อะไรเป็นสิทธิของท่าน นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ แพทย์ครับ ก็เห็นว่านายกรัฐมนตรีไปรณรงค์อย่างนั้น ไม่ผิดหรอกครับ เป็นสิทธิ ทําได้ แต่คนเป็นนายกรัฐมนตรีมันจะเห็นรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์เหนือกว่ายาเสพติดไม่ได้ เพราะยาเสพติดเป็นปัญหาสําคัญของชาติ ของบ้าน ของเมือง ต้องทํา ไม่มี ไม่เคยออก จากบ้าน ต้องมี ต้องไปประชุม เมื่อวานไปสั่งตํารวจ ตํารวจเขาระดับไมโคร (Micro) รัฐบาล ต้องทําแม็คโคร (Macro) คุณเคยบอกไหม ต้องไปเจรจามิตติ้ง (Meeting) ลุ่มน้ําอิรวดี คุณเคยพูดไหม จะเจรจากับเพื่อนบ้านที่เขาผลิตยา ซึ่งเราระบุไม่ได้ คุณเคยบอกไหมคุณต้อง ซีล เดอะ บอร์เดอร์ (Seal the Border) ไม่เคยพูด คุณบอกไหมต้องสกัดสารตั้งต้น เมื่อวันคุณเป็นฝ่ายค้านคุณกระเหี้ยนกระหือรืออยู่ข้างล่าง คุณดุเหลือเกินว่า ๒,๕๐๐ ศพ ที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ถูกกล่าวหาว่าฆ่าตัดตอน ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องฆ่าตัดตอน โดยรัฐบาลท่านทักษิณสั่ง พรรคประชาธิปัตย์ร้อนเป็นเจ้าเข้าว่าวันไหนเป็นรัฐบาลจะจัดการ เรื่องนี้เอาทักษิณเข้าคุกติดตารางให้ได้ ท่านเป็นรัฐบาล ๒ ปีเศษ ๆ เป็นรัฐบาลบนพื้นฐาน ความมั่นคง ท่านเคยสอบเรื่องนี้ไหม เกรงใจใคร ใครไปคุกเข่ากราบท่านหรือ มีไหม ไม่มี เพราะอะไร เพราะเรื่องจริงมันไม่มี รัฐบาลสมัยท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ตั้งกรรมการแล้ว และท่านแถลงเองไม่มีการฆ่าตัดตอน แต่เป็นการฆ่ากันเองซึ่งยังพิสูจน์ที่มาของความผิดไม่ได้ แล้วพรรคประชาธิปัตย์เคยพูดไหม แล้วเวลาว่าคนอื่น เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้ผู้อื่น แล้วอย่างนี้ ท่านเอาดีใส่ตัวไหม เอาชั่วให้คนอื่นไหมแน่จริงสอบสิครับ นายกรัฐมนตรีมีอํานาจเต็ม ท่านสุเทพก็ใหญ่คับบ้านคับเมือง สอบสิครับ แล้วก็เอา พันตํารวจโท ทักษิณ มาติดคุก ฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มันถึงจะขอตัวกลับมาได้ คดีคุณหญิงซื้อที่ดินติดคุก กฎหมายระหว่าง ประเทศเขาไม่ให้หรอกครับ ผมเรียนท่านประธานต่อ เรื่องฆ่าตัดตอนนี้ จะพูดไปก็ลง รายละเอียดเยอะเดี๋ยวจะเสียเวลา ปัญหาอาชญากรรม ๒ ปี ไม่เคยเลยครับ ไม่เคยสนใจลัก วิ่ง ชิง ปล้น กรรโชก ลักทรัพย์ คุณอภิสิทธิ์ไม่สนใจ ไปร้อยที่พันแห่งไปจับโพเดียม พูดเรื่องเศรษฐกิจแลไปข้างหน้า เรื่องการเมืองว่าไปตลอด ผิดไหมครับ ไม่ผิด แต่เรื่อง ปัญหายังไม่เคยพูด เพิ่งมาพูดเมื่อวันที่ ๗ มกราคม หรือ ๑๗ มกราคมที่ผ่านมาที่แถลง ประชาวิวัฒน์เท่านั้นละครับ แล้วใส่ไว้ในข้อ ๙ ก็ยังดีกว่าไม่เคยคิดเลย รัฐบาลอ้างว่า แก้หนี้นอกระบบ บอกเลย ตัวเลขลูกหนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือ แล้ว ๖๐๐,๐๐๐ ราย เข้าโครงการแล้ว ๑,๐๐๐,๐๐๐ ราย ผมตรวจสอบครับ นั่งอ่านของรัฐบาลนี้ครับ ผมไม่ใช่ อภิปรายกฎหมายได้อย่างเดียว ผมก็อยากรู้เขาแถลงนโยบายเขาก็คุยโวโอ้อวด เขาแก้ไข ช่วยเหลือแล้ว ลูกหนี้ ๖๐๐,๐๐๐ ราย เข้าโครงการ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ราย แต่เมื่อตรวจสอบ สถาบันการเงินที่รับผิดชอบ คือธนาคารออมสิน ธนาคารออมสินดําเนินการได้เพียง ๙๐๐ รายครับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธ.ก.ส. ครับ ดําเนินการได้เพียง ๓๐๐,๐๐๐ ราย ไหนครับสําเร็จ มีทั้งหมดจาก ๖๐๐,๐๐๐ ราย ได้ ๓๙๐,๐๐๐ รายครับ โกหกทั้งโทรทัศน์ โกหกทั้งวิทยุ โกหกทั้งเอกสาร ผมยอมไม่ได้หรอกครับ ผมต้องบอกกล่าว ตัวเลขอาจจะล้ํากันนิดหน่อย แต่ใกล้เคียงมากที่สุด ท่านประธานครับ นโยบาย เพิ่มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและสังคม งบประมาณจํานวนมากกระจายสู่ท้องถิ่นหรือหน่วยราชการทุกระดับ ถูกแทรกแซงโดย กลุ่มผลประโยชน์ที่เชื่อว่าประกอบไปด้วยกลุ่มการเมืองและพ่อค้ามีการเรียกรับผลประโยชน์ จากงบประมาณ ท่านประธานก็รู้เหมือนผมรู้ แต่รัฐบาลอาจไม่รู้ มันมีโจรปล้นงบประมาณ ยังไม่อนุมัติครับ พอซื้อซอง ๒๐ พออนุมัติเอาอีก ๑๐ เงินสด สมัยก่อนทุจริต เลวระยําแล้ว ต้องงานเสร็จ อันนี้เอามาก่อนครับ ร่ํารวยก็มาจองนักการเมือง มาทําให้บ้านเมืองวินาศ สันตโร ร่ํารวยกันไม่รู้จะขนาดไหน ผมบอกท่านประธาน คนในรัฐบาลและคนเกี่ยวข้อง วันนี้มีเงินขนาดที่เรียกว่าต้องเอาเงินไปฝากเวิลด์ แบงก์ (World Bank) ผมรู้จักหลายคน สมัยก่อนนั่งแท็กซี่ ผมไม่ได้โอ้อวดครับ นั่งเบนซ์ ๕๐๐ ซีแอล (BENZ 500 CL) สีน้ําเงิน เข้าพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่รู้จักคนพวกนี้ครับ วันนี้ร่ํารวยขนาดต้องเอาเงินไปฝาก เวิลด์ แบงก์
เรื่องที่ ๓ ที่ผมบอกสอบตกคือความมั่นคงของรัฐ รัฐบาลไม่เคยทําเลย เรื่องความมั่นคง แต่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงเสียเอง ๙๐ วันแก้ ๓ จังหวัดภาคใต้ และ ๔ อําเภอสงขลา แล้วเป็นอย่างไรครับ แล้วเมื่อเช้าสมาชิกพรรคการเมืองบางพรรคยังปากดี พูดจาถากถางกองทัพเขา ผมไม่ได้เอาใจกองทัพ เพราะผมโตในระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อเช้าไปพูดจาถากถางเขา ตรงนี้ก็ต้องไปคิดกันเอาเอง ผมเรียนท่านประธาน ๙๐ วัน ทําได้ ปรากฏว่าวันนี้ปฏิบัติการทางการเมืองจากป่าสู่เมืองครับ ผมสวดมนต์ไหว้พระ นี่ถ้ามัน เกิดภาคเหนือของท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ เกิดฝั่งธนบุรีแถวบ้านผม ถ้าไปเกิดอีสานถิ่นฐาน พรรคเพื่อไทย รัฐบาลชุดนี้เอาแล้วครับ ต้องบอกเลย มีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง ก็บังเอิญมันเกิดในภาคใต้ มันพรรคประชาธิปัตย์ทั้งนั้น เดินไปไหนก็ชนกันหัวโน พรรคประชาธิปัตย์ ๆ เลยกล่าวหาคนอื่นไม่ได้ แล้วเรื่องสําคัญที่สุด กฎหมายความมั่นคง พระราชกําหนด พระราชบัญญัติ อันนี้เขาเป็นกฎหมายพิเศษ สเปเชียล ลอว์ (Special Law) มันมี ลอว์ เอนฟอรซ์เมนท์ (Law Enforcement) กฎหมายบังคับใช้ เขาไม่ให้ใช้กฎหมาย พิเศษหรอกครับ ถามว่าจะใช้นี่ผิดไหม ผมก็ตอบว่าไม่ผิด พันตํารวจโท ทักษิณ ออกพระราชกําหนด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในสภานี่ครับพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นลูกระนาด ท่านนายกรัฐมนตรี พูดกับเขาหรือเปล่าผมจําไม่ได้เดี๋ยวมาตอบโต้ผม พวกท่านแหละ พระราชบัญญัติฮิตเลอร์ พระราชบัญญัติติดหนวด ทันทีที่พระราชกําหนดได้รับอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แล้ววันนี้พรรคการเมืองพรรคไหนที่บริหารบ้านเมืองแล้ว ชอบเหลือเกิน เอากฎหมายฉบับนี้ เขาให้ใช้ปักษ์ใต้นะครับ สนุก เอาใช้กรุงเทพมหานคร เพลินเลย เขากล่าวหาในนโยบายเรื่องความมั่นคง รัฐบาลชุดนี้สร้างความไม่มั่นคง รัฐบาล และคณะของนายกรัฐมนตรีเสนอข่าวน่าสะพรึงกลัวครับ นายกรัฐมนตรีอาจจะไม่พูด เดี๋ยวว่าอ้ายบิ๊กในรัฐบาล มีการขนเงินผ่านสุวรรณภูมิ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทําไมไม่จับ โฆษก รักษาการโฆษก เมื่อ ๓-๔ วันที่แล้วออกมาพูดครับ บอกว่าชุมนุมพันธมิตร จะก่อให้เกิดการปฏิวัติ คุณเป็นรัฐบาลมีอํานาจรักษาความสงบเรียบร้อยของชาติ คุณมีอํานาจรักษาอํานาจรัฐ คุณพูดไม่ได้ กําลังจะถามว่า ทีจตุพรเขาพูดก็ฝ่ายค้านมันปราบ ไม่ได้นี่ครับ ฝ่ายค้านต้องฟ้องประชาชน รัฐบาลคุณมีหน้าที่ดูแล อํานาจรัฐคุณต้องปราบ ไม่ใช่คุณมาแหกปาก ขอประทานโทษ เดี๋ยวท่านต้องให้ถอน พวกคุณพูดไม่ได้ครับ เพราะคุณพูดการลงทุนเสีย กระทบต่อการท่องเที่ยว ผมเรียนท่านประธานครับ การให้ข่าว ลักษณะนี้ ครูบาอาจารย์ที่มาเล่นการเมืองก็สนุก นักข่าวถาม ๆ จะปฏิวัติ รู้แล้วต้องจับครับ ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ล้มล้างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมีความผิดฐาน กบฏในราชอาณาจักร คุณพูดได้อย่างไร แล้ว ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทที่เข้ามาจากสุวรรณภูมิ ไปไหน หรือไปใช้จ่ายกันตอนราคาน้ํามันปาล์ม ถ้าพวกผมมีสิทธิตั้งข้อสังเกต ฝ่ายค้าน ใจแคบ แคบครับ สินค้าราคาแพง มาเรื่องเศรษฐกิจ อีโคโนมิก (Economic) ไปตั้งรองนายกฝ่ายความมั่นคง นี่มันก็ผิดฝาผิดตัว ใครจะคดโกงที่ไหนผมไม่เห็นผมไม่รู้ ผมเป็นนักกฎหมายพูดต้องมี หลักฐาน ถ้าไม่มีดอคคิวเมนท์ (Document) ผมไม่พูด ต่อมาก็ที่น่าเกลียดที่สุดจริง ๆ เลย ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่กล้าคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีบอกเอาไว้ว่า งานด้านการต่างประเทศ เขียนไว้เองเลย ท่านบอก อุปสรรคแนวนโยบายด้านการต่างประเทศ ประสบปัญหาการ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้าใจบทบาทกระทรวงการต่างประเทศ มีข้อจํากัด ด้านการนําเสนอข่าว ด้านต่างประเทศของสื่อ รวมทั้งไม่ชัดเจนเรื่องบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ใครเขียนให้ท่าน นี่ท่านยังไม่รู้อีกหรือว่าด้านการต่างประเทศมันไม่ได้ติดขัด เรื่องการเสนอข่าว มันไม่ได้ติดขัดเรื่องความไม่ชัดเจนของมาตรา ๑๙๐ ของบทบัญญัติ แต่มันเกิดจากตัวนายกรัฐมนตรีเป็นปฐมเหตุ ยังไม่รู้หรือคุณอภิสิทธิ์ เขียนมาได้อย่างไร ผมอ่านแล้วอ่านอีก เปิดเล่มนี่ตื่นมาเมื่อตอนเช้า หูตาก็ไม่ดี มันเขียนอย่างนี้ได้อย่างไร แนวนโยบายด้านการต่างประเทศที่ประสบปัญหา เพราะการประสานงานกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องให้เข้าใจบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศมีข้อจํากัดด้านการนําเสนอข่าว ด้านต่างประเทศของสื่อ และความไม่ชัดเจนของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ไม่ใช่ครับ ปฐมบทที่มันเกิดความยุ่งยาก ผมเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลชุดนี้ผิดพลาดตั้งแต่ นายกรัฐมนตรีตอนเป็นผู้นําฝ่ายค้าน ต้องถือแผนที่ ขอประทานโทษ ต้องถือเขตสันปันน้ํา แปลว่าฝนตกซู่ ซู่ ซู่ บนเขาไหลมาตรงไหน นั่นแปลว่าที่ของประเทศไทย แต่พอมาเป็น นายกรัฐมนตรีบอก ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรก็ต้องเป็นของประเทศกัมพูชา นั่นเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ ท่านตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ไม่ถูกกับผู้นํา ประเทศกัมพูชา ละเลย เรื่องที่ ๓ ท่านเอาการเมืองในประเทศไปเป็นการเมืองระหว่าง ประเทศ ท่านตั้งธง ท่านตั้งเป้า คิดจะตามจับ พันตํารวจโท ทักษิณอย่างเดียว ทักษิณอยู่ ประเทศดูไบ ส่งรัฐมนตรีไปดูหน้าบ้าน เติมน้ํามันประเทศมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์ว่าเขา เขาไปประเทศอินโดนีเซีย ออกข่าว เขาไปประเทศแอฟริกาใต้ เขาไปประเทศมอนเตเนโกร ประเทศกัมพูชาตั้งเป็นที่ปรึกษา ท่านไปแทรกแซงกิจการภายใน ถือละเมิดอธิปไตยเขา เขาก็ไม่เอาท่าน เมื่อไม่นานยังอวดดีอีก หลังจากบอก ฮุนเซน ไลออน ฮาร์ท (Hun Sen Lion heart) หัวใจสิงห์ ไปขึ้นเวทีที่ไหน ไปบอกเด็กเกเรอยู่ข้างบ้าน นี่คือปัญหาด้านการต่างประเทศ ท่านจะรักใคร่ชอบพอ จะไปแอบตะไบเล็บตะไบนิ้ว ตะไบเท้ากันบ้างหรือไม่ ผมไม่พูดถึง แต่มันประหลาดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนี้ท้าเขาไปทั้งหมดสิบทิศ รอบทิศ ความเสียหายเกิดขึ้น เกิดผลกระทบต่อการค้า เกิดสัมพันธไมตรีกับหลาย ๆ ประเทศที่ พันตํารวจโท ทักษิณไป รัฐบาลกลับบอกว่าปัญหาของด้านต่างประเทศอยู่ตรงที่ว่าหาสื่อที่ให้ เข้าใจบทบาทไม่ได้ มีข้อจํากัด ข้อจํากัดอะไรครับ เป็นข่าวทางติดลบตลอด ผมเรียน ท่านประธาน ด้านการต่างประเทศ มิสเตอร์บูท ปัญหาเกิดจากวอลเปเปอร์ของท่าน ไปเยี่ยมเขาทําไมในเรือนจํา มีสิทธิอะไรไปเยี่ยมพิเศษ ไม่มีสิทธิ ประเทศรัสเซียเขามีสิทธิคิด เขาถือว่าท่านแทรกแซงคนของเขา คนไทยเรารักครับ ประเทศรัสเซียเขาก็รัก
ต่อไปก็นโยบายต่างประเทศผิดพลาด ภาพพจน์ประเทศตกต่ํา ท่านผิด ๒ เรื่องจริง ๆ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เสนอข่าวไม่ได้ ก็คือเอาเรื่องการเมืองในประเทศ มาเป็นตัวตั้ง คิดอย่างเดียวตามจับ พันตํารวจโท ทักษิณ ๒. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศขยันหาศัตรูมากกว่าสร้างมิตร ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้แลเห็น วันนี้ความสัมพันธ์ประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ประเทศรัสเซีย ประเทศฟิจิ ประเทศมอนเตเนโกร ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศอูกันดา มีปัญหากับเขาหมด ด่าพาดพิงไปถึงรัสเซีย ฝรั่งเศส อินเดีย นี่ละครับคือปัญหาที่มา
ทีนี้มาถึงด้านการเมืองและการส่งเสริมประชาธิปไตย ที่ผมบอกให้สอบตก ปฏิบัติต่อประชาชน ๒ มาตรฐาน แก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพรรคพวก ไม่ได้มี ประโยชน์อะไรกับประชาชน แก้มาตรา ๑๙๐ ทํางานง่าย ไม่ต้องเอาเรื่องสําคัญมาเข้าสภา แก้มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๔ แบ่งเขตเลือกตั้ง เขตละคน คนละเขต ปาร์ตี้ ลิสต์มากขึ้น ผมถามท่านประธานสิว่าประชาชนได้ประโยชน์ตรงไหนครับ แล้วในแถลงผลงานบอก ด้านการเมืองและส่งเสริมประชาธิปไตย จํากัดเสรีภาพ ไม่ใช่ครับ รัฐบาลชุดนี้ทําลายระบบ พรรคการเมือง ไม่มีหิริโอตัปปะ ไม่มี ความจริงใจ แพ้เลือกตั้ง ไม่ยอมรับการพ่ายแพ้ หาวิธี พิเศษมาสู่อํานาจจนได้ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ผมเป็นหัวหน้าทีมรณรงค์พร้อมกับท่านสมัคร พรรคพลังประชาชน ๒๓๓ เสียงครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๖๕ เสียงครับ เอาตัวเลขไหนมาคิด หรือจะเอาลูกคิดสมัยคนจีนรุ่นเก่ามาคิดก็ได้ คุณแพ้ผมครับ คุณบอกว่า ด้านการเมืองและ ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมอย่างไรครับ ประชาชนมาเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ท่านให้ ลูกปืน เขามาบอกว่ายุบสภาเถอะ เหตุที่เขากล่าวหาว่าท่านมาอ้างว่าถูกต้อง แต่มันไม่ชอบ ธรรม ท่านแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ เสียงท่านได้น้อยกว่า ท่านเอาคนของ เขาไป ตรงนี้ต่างหากที่เขามาเรียกร้อง ต่อมาก็ทําให้กระบวนการยุติธรรมเสื่อมเสีย ผมไม่ ต้องยกตัวอย่างอื่นเลยครับ ก็เมื่อสักครู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมบอกชัด ว่าในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทําหนังสือถึงอัยการสูงสุด เกรงคดีขาดอายุความ เอาส่วนไหน มาคิดครับ ผมเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่สมัยนั้นอยู่กับผู้พิพากษา ตุลาการ ผมช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สมัยนั้นคุมตํารวจ ผมว่ากระทรวงมหาดไทยไม่มี ตํารวจแล้วครับ สมัยก่อนอัยการขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ตอนผมมาไม่มีแล้วครับ ไม่มีแล้ว หรอกครับวันนี้อัยการเขาอินดีเพนเดนท์ (Independent) เขาเป็นตัวของตัวเอง เขามีเอกสิทธิ์ เขาคิดเป็น เขาทําเป็น นี่อย่างไรถึงบอกว่าท่านเป็นรัฐบาลที่แทรกแซง กระบวนการยุติธรรม ผมฟังอยู่ครั้งหนึ่ง มีการแถลงข่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้ประชุมกัน อย่างเคร่งเครียด คณะรัฐมนตรีได้มีความคิดความอ่าน ไม่ได้ไปแทรกแซงศาลและมีมติว่า ไม่คัดค้านการประกันตัว ผมนึกในใจ พวกนี้มันจะบ้ากันหมดแล้ว เรื่องอะไรของพวกลื้อ นึกในใจนะ ผมไม่ได้พูด นี่มาอุทานกับท่านประธาน เขาจะให้ใครประกันเป็นดุลยพินิจ ของศาล ความหนักเบาแห่งข้อหาเป็นเรื่องสําคัญ พฤติการณ์แห่งคดี ดุลพินิจ เขาให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ได้ถึงแม้จะบอกไม่กดดัน แต่เขาเรียกว่าพฤติกรรมอย่างนี้ไม่ควรออกจากมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ผมบอกท่านประธาน นั่นรายหยาบ ต่อไปผมจะลงรายละเอียด อีกเล็กน้อย ท่านประธานจําได้ไหมครับ รัฐบาลบอกว่า ๙๙ วัน ประชาชนต้องมาก่อน นโยบายพรรคไหนครับ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ ที่ฟังท่าน ติดตามฟังผม แล้วถ้าชอบพรรคประชาธิปัตย์ เลือกตั้งล่วงหน้า เข้าคูหากาพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าชอบพวกผม เข้าคูหากาพรรคเพื่อไทย พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค เลือกคน ที่ท่านรัก เลือกพรรคที่ท่านชอบ แล้วถ้าพวกผมแพ้เลือกตั้ง ไม่หน้าด้านครับที่มาแข่งจัดตั้ง รัฐบาล ถ้าพวกผมชนะเลือกตั้งจะมากน้อยไม่รู้ ก็คิดว่าพรรคการเมืองอื่น ๆ คงไม่หน้าด้าน เช่นเดียวกันในการแข่งจัดตั้งรัฐบาล ปัญหาภาคใต้พูดอย่างเดียว วันนี้เคยตาย ๒,๐๐๐ ศพ เหลือพันเดียวครับ นี่เอาอย่างไรได้มาพูดอย่างนี้ ตายคนเดียวก็ไม่ได้ครับ ๓ คนไม่ได้ ๕ คน ไม่ได้ครับ ต้องทําให้สําเร็จสิ มีรัฐมนตรีประจําภาคใต้ ๙๙ วันทําได้จริง ศอ.บต. ตอนผมเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมเข้าไปหาคุณอภิสิทธิ์ในห้องผู้นําฝ่ายค้าน คุยเจรจา ศอ.บต. เอาไหม สุดท้ายก็ผมไปเสียก่อน เรื่องนี้ก็เลยไม่ได้ทํา ถามว่าผมอยากให้เรื่องเกิดไหม ไม่หรอกครับ ผมไม่เหมือนพรรคการเมืองบางพรรคที่เขาปิดสนามบินสุวรรณภูมิ พันตํารวจโท ทักษิณ ไปลองนั่งจากดอนเมืองมาสุวรรณภูมิ มันมีนักการเมือง ใจแคบ ใจเค็ม ไปยืนขอบสนามบินแล้วทําหัวแม่มือคว่ําลงไปอยากให้เครื่องบินเขาตก พวกผมไม่ครับ ของจริงคุณทําดีคุณแก้ไป พื้นที่ปักษ์ใต้ผมถูกกระแนะกระแหน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่เคยไป ไปครั้งเดียวครับจังหวัดสงขลา ทําไมไม่ไปครับ ท่านสมัครไม่ให้ไป แต่สมัยอายุ ๓๐ ปีนิด ๆ ผมไปทํางานปักษ์ใต้ตลอด เป็นสารวัตรแผนก ๕ กอง ๗ ปราบยาเสพติด ตอนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเยี่ยมทุกจังหวัดครับ แขวะเหมือนผมขี้ปอด ท่านอย่าแขวะเลยเพราะผมขี้ปอดจริง ๆ ผมเป็นคนขี้กลัว สมาชิก พรรคการเมืองพรรคไหนครับที่จะรุมทําร้ายผมที่จังหวัดกระบี่ ใครจัดตั้งครับ กําลังเป็นร้อย เป็นพัน ผมบอกไม่เอาผมกลัว ผมไม่ทะเลาะกับประชาชน แล้วผมก็หนีเอาตัวรอดออกมา ๙๙ วันทําไม่ได้จริง เรียนฟรี ๑๕ ปีโกหก ๙๙ วันที่ทําได้เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่พูด ที่รัฐบาล ทําได้คือนโยบายช่วยเหลือค่าน้ํา ค่าไฟฟรีครับ ลอกมาจากไหนครับ นโยบาย ๖ เดือน ๖ มาตรการของพรรคพลังประชาชน ผมต้องถือโอกาสนี้เล่าให้ท่านประธานฟังเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนได้รับทราบ ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปตรวจงานอยู่ที่ จังหวัดอุบลราชธานี ท่านทักษิณโทรศัพท์ไป เฉลิมเพื่อนขอตัวเลขค่าน้ํา ค่าไฟฟ้าหน่อย มันเป็นอย่างไรเดี๋ยวจะออกมาตรการ ก็ออกมาตรการให้ท่านสมัครเป็นคนประกาศในฐานะ นายกรัฐมนตรี ผมจําได้เสียงเวคอัพ (Wake up) จากฝ่ายค้าน ไม่เห็นด้วยเอาเงินที่ไหน นี่ติดสินบนประชาชน ซื้อเสียงล่วงหน้า ท่านสมัครบอก โอ๊ย ปี่ กลองมันเพิ่งเริ่ม มันอีกนานกว่าจะเลือกตั้ง สุดท้ายก็เราใช้ได้ ต่อมาก็วันนี้ท่านเอาไปใช้ ไม่ว่าครับ ๆ รู้จักเลียนแบบดี ๆ บ้างยังถือว่าใช้ได้ เพราะของดีครับ แต่ต้องบอก ๙๙ วันที่ทําได้ คือเรื่องนี้ครับของพวกผม ต่อมาก็ตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงตําบลละ ๑ ล้านบาทถึง ๒ ล้านบาท ก็ไปเอานโยบายกองทุนหมู่บ้านของพรรคไทยรักไทยมาเปลี่ยนชื่อครับ
เรื่องต่อไปก็โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน เอาเอสเอ็มแอล มาครับ แล้วก็มาโกงกันจนถูกร้องจนถูกสอบ บังคับชุมชนซื้อของไม่ตรงที่เขาต้องการ บังคับชุมชนซื้อของแพงกว่าราคาความเป็นจริงมีการร้องเรียน จับได้ คนรับผิดชอบกับ คนขายสินค้าเป็นพวกกัน พวกรู้จักกัน หนีออกครับ สอบไปถึงไหนครับ ซื่อสัตย์ สุจริต ไม่โกง ไม่กิน ไม่สิ้นชาติ สอบไปถึงไหนครับ ไม่มี เลิกกัน ต่อไปก็นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ รอบแรก ขออนุญาตใช้ภาษาฝรั่งสักนิดหนึ่งครับ สตีมูลัส แอท แพคเกจ วัน (Stimulus at package one) เรียกว่า กระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก เอสพี ๑ (SP1) ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลเข้ามากู้เงินงบกลางปี ๒๕๕๒ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ที่ล้มเหลวเพราะเอางบประมาณ ไปใช้ในโครงการที่ไม่เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจหลายโครงการ ขอประทานโทษฝรั่งบอก เมค มันนี่ มัส เบรน (Make money must brain) หาเงิน