จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องนโยบายการต่างประเทศที่ไม่สำเร็จและทำให้ประเทศไทยถูกกระทบกระทั่งกับประเทศเพื่อนบ้าน และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
ตกใจครับ มีคนดุมากครับ ใช้ภาษา ไม่สุภาพนะครับ ไม่เป็นไรครับ ดุไปเถอะครับ ไม่เป็นไร อย่าให้ใครไปเกิดที่ประเทศอังกฤษบ้าง จะได้ดุแบบนี้ ท่านประธานที่เคารพ นโยบายด้านการต่างประเทศคือการส่งเสริม ความร่วมมือเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของอาเซียน การพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การสํารวจจัดทําหลักเขตชายแดนไทย ลาว กัมพูชา ไทย-พม่า การสร้างโอกาสทาง การค้าให้กับประเทศไทยในกรอบการค้าใหม่ ๆ ท่านประธานคงจะได้แลเห็นว่าการที่ นายกรัฐมนตรีรายงานผลงานต่อสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเขาบังคับไปรายงานต่อรัฐสภานั้น จะเห็นได้ อย่างชัดเจนว่าไม่ได้ปฏิบัติตามข้อนี้เลย การที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งคนวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งบ้านทั้งเมืองว่าไม่ได้จัดความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เปลี่ยนโอกาสจากสนามรบเป็นสนามการค้า แบบอดีตนายกรัฐมนตรี พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนี้จัดความสัมพันธ์ทางการค้าเป็นสนามรบกัน ไปหมด ผมก็สงสัยมาตั้งแต่ต้นว่าเขามีภูมิต้านทานอะไร แต่ผมก็ถึงบางอ้อว่าการที่ นายกรัฐมนตรีไม่จัดการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น ท่านเอาไว้เฉลี่ย ความชิงชังของประชาชน แทนที่ว่าเขาจะวิพากษ์วิจารณ์ตัวนายกรัฐมนตรีคนเดียว ก็ต้อง วิพากษ์วิจารณ์นายกษิตมาหารความชิงชังของประเทศ ของประชาชนบนสถานการณ์ของ ประเทศที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลย แล้วเวลานี้สถานการณ์ก็เกิดขึ้นมาเต็มไปหมด ผมจึงเรียนกับ ท่านประธานว่าสถานการณ์มันไม่ใช่เฉพาะกับไทย-กัมพูชา เวลานี้ท่านตอบโจทย์ไทย-ลาว ไทย-พม่า แม้กระทั่งในประเทศมาเลเซียที่เขารักษามารยาท แม้กระทั่งไทย-บรูไน ไทย-อินโดนีเซีย รบกระทบกระทั่งกับประเทศเพื่อนบ้าน ท่านปล่อยให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศไปสัมภาษณ์ในลักษณะซักประเทศที่มีความคิดแตกต่าง ประเทศไทย ไม่เว้นประเทศรัสเซีย ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอินเดีย อย่างนี้คือหาเรื่อง รอบประเทศ ข้างบ้านทะเลาะหมดแล้ว เลยพัฒนาการไปทะเลาะไกล ๆ บ้าง แล้วจะบริหาร ในการจัดสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านแบบนี้แหละครับ เพราะฉะนั้นด้านการต่างประเทศ ท่านล้มเหลว ไม่ได้แตกต่างกับด้านในประเทศ ในประเทศก็เป็นปัญหา ท่านประธานที่เคารพ เวลานี้คนเขาเดือดร้อนกันไปหมด มันไม่ใช่แค่เรื่องไข่ เรื่องน้ํามันปาล์ม เวลานี้ที่ประชาชน เขาเดือดร้อนว่าถ้านายกรัฐมนตรียังปล่อยให้คนไปทําแบบน้ํามันปาล์มนี่ต่อไป ถ้าเขาใช้ วิธีการเดิมแบบนี้ไปทําน้ําตาล กักเอาไว้ ไปทํากับข้าว ไปทํากับพืช เนื้อสัตว์อาหารอย่างอื่น ไปทํากับนม หรือไปทํากับไข่ที่เคยเจอปัญหากัน ท่านประธานว่าคนไทยเขาก็รู้เต็มอก มันอยู่ดี ๆ นี่นะครับ น้ํามันปาล์มมันช็อตไปได้อย่างไร มีประเทศใดในโลกบ้างที่ต้องเข้าแถว ซื้อน้ํามันปาล์ม ท่านประธานลองไปดูสิครับมันทุเรศป้ายร้านค้าซื้อได้ครอบครัวละขวด เท่านั้น เคยมีไหมครับนายกรัฐมนตรีประเทศไทยคนไหนบ้างที่เขาบริหารประเทศ แล้วชาวบ้านไปต่อแถวซื้อน้ํามันปาล์ม นี่โชคดีว่าอดีตหัวหน้าพรรคของท่านยังแนะนําให้คน ไปต้ม ไปนึ่งบ้าง ต่อไปก็ลวกครับ เหมือนพฤติกรรมเหมือนกับไข่ชั่งกิโล เวลานี้เวลาเขาสั่ง ไข่ลวก บอกไข่ลวกครึ่งกิโล มันลําบาก แต่ท่านฉลาดนะครับ คนก็ไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องไข่ ความปราดเปรื่องของท่านวิพากษ์วิจารณ์เรื่องน้ํามันปาล์ม แต่พฤติการณ์เรื่องน้ํามันปาล์มนั้น มันจะเป็นประตูเลยว่า ถ้าท่านปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้โดยที่ท่านรู้เต็มอก ผมว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กับสมาชิกพรรคท่านรู้ว่าต่างฝ่ายต่างรู้ว่าอะไร จะเกิดขึ้น แต่ถ้าท่านปล่อยให้สถานการณ์มันเกิดขึ้นอย่างนี้ พืชอย่างอื่นความจําเป็น ด้านอาหารอย่างอื่น ถ้าถูกกระทําบ้างท่านจะจัดการอย่างไร ท่านจะไปตลาดไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เวลานี้ท่านลองไปจ่ายกับข้าว ท่านลองถามแม่บ้านท่านดูสิว่าราคา อาหารตั้งแต่พืช ผัก ผลไม้เวลานี้ราคามันขึ้นสูงอย่างไร เนื้อสัตว์ เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อปลา เนื้อสัตว์ทะเลต่าง ๆ ราคาสูงหมด ผักก็ราคาสูงหมดท่านประธาน รายได้ประชาชน เท่าเดิม บนวันหนึ่งก็บริโภคความสําเร็จของรัฐบาล คอยแถลงมาตรการโน้น คือพูดง่าย ๆ ว่าไปชั่งไข่ขายเป็นกิโลให้คนด่าจนกระทั่งลืมว่า หมูมันก็แพง ผักมันก็แพง ปลามันก็แพง เวลานี้ประชาชนเขาเดือดร้อนกันไปหมด แต่รัฐบาลเองเข้าใจว่าเวลานี้ท่านแก้ไขปัญหาได้ เศรษฐกิจดี มันก็ดีในบรรดาพวกท่านสิครับ และขณะเดียวกันท่านลองไปดูเถอะครับ การจัดลําดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum) ที่ท่านไปที่เมืองดาวอส ประเทศไทยมีอันดับความสามารถ ในการแข่งขันลดลงจากอันดับที่ ๓๖ มาอยู่ที่ลําดับ ๓๘ ปีที่แล้วโน้นอยู่ ๓๔ ขยับมา ๓๖ ขยับมา ๓๘ ท่านนั่งเป็นนายกรัฐมนตรีลดลงทุกปีครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนกับ ท่านประธานว่าเวลานี้นะครับ แล้วเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม เขาก็ทํา เช่นว่าความไม่มั่นคงของ รัฐบาลมีปัญหา ๒๔ เปอร์เซ็นต์ เพราะสภาพอย่างนี้ รวมกระทั่งเรื่องนโยบายไม่แน่นอน ไม่ต่อเนื่อง ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ความไม่มีประสิทธิภาพในระบบราชการ นี่ไม่ต้องพูดถึง ผลงานของท่านชัดเจน ข้าราชการนี่ครับ ท่านลองไปถามกระทรวงใดเลยครับ ในระบบ การโยกย้ายเป็นยุคที่การโยกย้ายขาดระบบธรรมาภิบาลมากที่สุดนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลง การปกครองมา มีไหมครับว่าตั้งแต่ข้อสอบโรงเรียนนายอําเภอ ตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ตําแหน่งในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตําแหน่งในทบวง กรมต่าง ๆ ท่านลองไปถามข้าราชการดู ผลการเลือก ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ มันตอบโจทย์เลยว่าทําไมสํานักงานตํารวจแห่งชาติ จึงเลือกคนที่มีนักทัศนคติที่ไม่ได้ตรงกับพวกท่าน เพราะเขาต้องการจะตอบโจทย์ว่า พวกรัฐบาลของท่านมีระบบการโยกย้ายที่ขาดหลักธรรมาภิบาล ตอบไม่ได้เลยครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละจังหวัดไม่สามารถที่จะรับกับสภาพอย่างนี้ได้เลย รู้ที่มาของ ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละคน รู้เรื่องการจ่ายเงินจ่ายทองในตําแหน่ง แล้วเงินที่มาจ่าย ในตําแหน่งนี้ครับ แล้วท่านก็เล่นบทฤๅษี บทพระผู้ดี หลังม่านท่านรับเงินการโยกย้าย ข้าราชการ ทุจริตคอร์รัปชัน (Coruption) แต่ท่านหน้าบานเป็นมิสเตอร์คลีน (Mr. Clean) สะอาด แต่ข้างหลังท่านเขลอะสกปรกไปหมด ท่านจะสะอาดอยู่ได้อย่างไร เวลานี้เวลาเขา ไปทําสํารวจบอกว่านายกรัฐมนตรีภาพพจน์โปร่งใส รัฐมนตรีไม่สุจริต ท่านเป็นหัวหน้า คนไม่สุจริตอยู่ได้อย่างไร คนไปตําหนิโจร แต่ผมต้องตําหนิหัวหน้าโจร หัวหน้าโจรไปปล่อย ให้โจรในแก๊งนั้นไปปล้นได้อย่างไร ฉันใดฉันนั้นครับ หน้าที่ของรัฐบาลท่านไม่รู้หรือครับว่า โยกย้ายตําแหน่งของกระทรวงต่าง ๆ มีการรับเงินรับทอง โกงข้อสอบโรงเรียนนายอําเภอ กล้าปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไหม ท่านก็ไม่กล้าแตะต้อง ท่านก็คิดในมิติ ทางการเมือง แต่ท่านเป็นคนที่พูดเก่ง หน้าตาดี พูดแล้วก็น่าฟัง แต่ว่าการปฏิบัติตรงกันข้าม กับหน้าตา ตรงกันข้ามกับคําพูด นี่คือสภาพตลอดมา แล้วคนพูดแบบนี้ไม่ใช่ผมคนเดียว กลุ่มพันธมิตรพวกท่านเดิมนี่ละครับ เขาก็บอกกันแบบนี้ว่าท่านโกหกทุกวัน นี่ต้องไปว่า คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผมยืมคําพูดเขามา แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่ามันได้สะท้อน เรื่องระบบธรรมาภิบาลว่าบัดนี้มันเป็นความต่ําทรามที่สุด แล้วท่านก็บริหารประเทศ เหมือนไม่มีอะไรจะเกิดขึ้น วัน ๆ ก็ไปโน่นอยู่โพเดียม (Podium) พูดในสิ่งที่ดี ๆ แต่หลังฉาก เต็มไปด้วยปัญหาทั้งหมด ถามจริงท่านไม่รู้เรื่องน้ํามันปาล์มหรือ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเรื่องต่อมานี้ เขาบอกว่าเรื่องปัญหาคอร์รัปชันมีสัดส่วน ๑๑.๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเรื่องนี้อย่างที่ผมเรียนว่า ความจริงมันควรที่จะขึ้นลําดับที่ ๑ เพราะการคอร์รัปชัน ในรัฐบาลท่าน แต่เนื่องจากว่าท่านนี่นะครับ สื่อมวลชนบอกรัฐบาลเทพประทานบ้าง มหาวิทยาลัยเกษตรเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วบ้าง ถ้าท่านไม่มีเส้นถ้าเป็นรัฐบาลตามครรลองปกติ ท่านอยู่ไม่ได้แล้ว แต่เวลานี้ประชาชนเขาเจ็บปวด ผมในทางการเมือง ผมอยากให้ท่าน อยู่นาน ๆ ประชาชนเขาจะได้รู้เช่นเห็นชาติเลยครับว่าความสามารถของท่านอย่างไร องคาพยพของท่านอย่างไร การพูดกับการกระทํา สิ่งที่ท่านได้พรรณนาต่อประชาชนกับการ กระทํานั้นคืออะไร ท่านอยู่กันไปเถอะครับ อยู่นานเท่าไรหาความสําราญตามสบาย ประชาชน เขาจะมีความรู้สึกอย่างไรท่านคิดเองได้ ไม่ต้องมาบอกกับประชาชนหรอกครับว่าจะยุบสภา เมื่อไร มันเป็นการผ่อนคลาย กลายเป็นเรื่องขํา ๆ แล้ว พอท่านอ้าปากจะยุบสภาคน ก็หัวเราะใส่หน้าท่าน ท่านอยู่ไปเถอะครับ เลือกตั้งพวกผมจะได้หาเสียงง่าย ต่อให้จัดระบบ ๓๗๕ : ๑๒๕ ไม่มีปัญหา สู้ได้ครับ ยิ่งอยู่นานเท่าไรประชาชนตาแจ้ง ตาสว่าง รู้ว่าที่ท่านทํา มาทั้งหมดนั้นเพราะความเป็นอภิสิทธิ์ชน แตกต่างจากนายกรัฐมนตรีคนอื่น ถ้านายกรัฐมนตรี คนอื่นมาทําอย่างเดียวกับท่าน เขาไม่ได้อยู่ได้นานถึงขนาดนี้ ทุกเรื่องที่ผมได้อภิปรายมานั้น นี่ลองเป็นรัฐบาลพวกผมสิครับ เรื่องวิกิลีกส์ เว็บไซต์ การ์เดียนท์ เรื่องเดียวอยู่ไม่ได้แล้ว แต่ท่านเป็นอภิสิทธิ์ชนท่านอยู่ได้ เพราะฉะนั้นการรายงานผลงานวันนี้ผมเองยังเห็นว่าเป็น การรายงานที่ผิดรัฐธรรมนูญ เขาให้รายงานปีละครั้ง แล้วรายงานต่อรัฐสภา แต่เมื่อจะเอา เข้าสภาผมก็ได้ทําหน้าที่แล้ว ขอกราบขอบคุณท่านประธาน