จตุพร พรหมพันธุ์ วิจารณ์แนวทางปรองดองของรัฐบาลว่าเป็นมธุรสวาจาที่เคลือบด้วยยาพิษ และชี้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงความไม่จริงใจในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอ้างกรณีเว็บไซต์การ์เดียนท์เผยแพร่ถ้อยคำประทุษร้ายต่อองค์รัชทายาทจากวิกิลีกส์ ซึ่งรัฐบาลเพิกเฉยไม่ดำเนินการตามที่ได้ให้สัญญาว่าจะปกป้องและจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวัง จนต้องแจ้งความดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรีด้วยข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ท่านประธานที่เคารพ ผมเอง นี่นะครับ วิปฝ่ายค้านได้ตั้งเวลาแจ้งกับท่านประธานไว้แล้ว ๑ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นผมก็จะ อธิบายกรอบเวลาของผม ท่านสมาชิกไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ฝ่ายค้านเขาจัดกันเองได้ ตามเวลาที่กําหนด ต่างฝ่ายต่างทําหน้าที่กันไป ท่านก็ดูแลฝ่ายท่าน ฝ่ายผมจะจัดการกันเอง ไม่มีปัญหาอะไร
ประเด็นเรื่องการอธิบายระหว่างคณะกรรมการชุดของ นายดิเรก ถึงฝั่ง กับคณะกรรมการชุดของนายสมบัติ ธํารงธัญญวงศ์ มันเป็นความต่อเนื่อง มันจึงเป็นการ ชี้เจตนากันว่าตั้งคณะกรรมการชุดใดถ้าตัวเองได้ประโยชน์ก็เอา ถ้าตัวเองไม่ได้ประโยชน์ ก็จะไม่ฟัง ๒ คณะกรรมการ ๒ ชุดมีลักษณะไม่ได้แตกต่างอะไรกันไปเลยครับท่านประธาน มันจึงอธิบายครับ ความจริงเขาให้ชี้แจงปีต่อปี อันนี้เขาให้ถามปีละครั้ง ดันมาบอก ๒ ปีครั้ง เหตุการณ์ต่าง ๆ มันก็มีความต่อเนื่อง ๒ ปีก็ไปจับเท็จครั้งแรก ปีแรกได้ เห็นไหมครับ ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง แห่งชาติ กับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ปี ๒๕๕๒ กับปี ๒๕๕๓ เห็นไหมครับท่านประธานที่เคารพ ถามว่าแตกต่างกันอย่างไร มันเป็นความ ต่อเนื่อง แต่มันได้อธิบายครับว่าปี ๒๕๕๒ บัดนี้ทําเสร็จก็ไม่มารายงานต่อสภา ปี ๒๕๕๓ นายคณิต ณ นคร ทําจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ไปปฏิบัติตามแนวที่นายคณิต เขาเสนอ ผมเรียนกับท่านประธานว่าท่านจึงตั้งคณะกรรมการเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น ความสนใจ ดูว่าท่านให้โอกาสเขาตัดสิน แต่ท่านเลือกเอาประโยชน์ที่ท่านได้ประโยชน์เท่านั้น ผมเรียนกับท่านประธานครับ บางทีก็มาเล่นเกมเรื่องการประกันตัวอย่างนี้ ทั้งที่เป็นอํานาจ ของศาลไปแล้วท่านยังมีหน้ามาบอกว่าจะให้ประกันคนโน้น ไม่ให้ประกันคนนี้ จะเข้าประชุม เป็นมติคณะรัฐมนตรีให้การประกันตัว ผมเป็นคนทักท้วงตั้งแต่ทีแรกว่าอํานาจการประกันตัว ไม่ได้เป็นของรัฐบาล แต่เล่นจนกระทั่งลากไปเป็นมติคณะรัฐมนตรี ต่อมาท่านก็มาแก้ต่าง ท่านลองดูหน้าข่าวสิครับ ในช่วงหาเศษหาเลยบอกว่า จะเลือกให้ประกันบ้าง เล่นเกมกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมเรียนกับพี่น้องเลยนะครับว่าเวลานี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลองไปทบทวนดูครับ ผมบริโภคข่าวสารท่านสัมภาษณ์แต่ละวัน ผมดูคลิปปิ้ง (Clipping) เป็นปึก ๆ ทุกวันจึงรู้ว่าแต่ละวันท่านพูดอะไร ท่านนําเสนออะไร กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน ว่าคณะกรรมการของนายคณิตกับคณะกรรมการ ปี ๒๕๕๒ นั้นมีสภาพที่ไม่ได้แตกต่างกัน เพราะตั้งไว้ การสอบเพื่อที่จะไม่ให้มีผลออกมาเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องควันไฟที่สมาชิก ได้ลุกขึ้นมาอธิบายนั้นท่านประธานจะได้ฟังตอนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เซ็นทรัล เวิลด์ (Central World) ไม่มีปัญหาอะไร รวมกระทั่งศาลากลางจังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอุบลราชธานีด้วย ไม่มีปัญหาครับท่านประธาน แต่ผมเรียนว่า ทั้งหมดนั้นท่านประธานจะได้แลเห็น เมื่อถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ในชั้นนี้ท่านประธาน ที่เคารพ มันชี้ได้ชัดว่าการตั้งกรรมการที่มีสภาพอย่างนี้ไม่ได้มีเจตนาเพื่อแก้ไขปัญหา แต่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ เช่นว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย นายอานันท์ ปันยารชุน เวลานี้ไปถึงไหน ที่ใช้งบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท หรือคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ของคุณหมอประเวศ วะสี เป็นประธาน มีความคืบหน้าไปหรือไม่อย่างไร แต่ผมเองก็เห็น สภาพของนายคณิต ณ นคร แล้วจึงถึงบางอ้อว่ารัฐบาลตั้งไป ตั้งไปเพื่อการสอบที่ไม่ต้องการ หวังผล และผมไม่รู้ว่าสุดท้ายจะมีสภาพเหมือนคุณหมอบรรลุหรือเปล่า สอบสวนหาคนผิด การทุจริตกระทรวงสาธารณสุข จนกระทั่งตัวเองจะติดคุกเองแล้วเวลานี้ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ได้นําเสนอ
ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ แนวทางต่าง ๆ ที่นายอภิสิทธิ์ ได้เสนอในการแก้ไขปัญหา เวลานี้ท่านประธานคงจะแลเห็นว่าวันไหนกระแสรัฐบาลไม่รู้ จะตอบคําถามอย่างไร เช่น พันธมิตรมาชุมนุมขับไล่ บอกว่ามาไล่ทําไม รัฐบาลกําลังจะไปแล้ว กําลังจะยุบสภาแล้ว บางวันรัฐบาลไม่มีอะไรทํา นายกรัฐมนตรีก็มาแถลงว่าจะมีการยุบสภา เดี๋ยวเดือนเมษายน พอไปถามจี้ ๆ ก็บอกว่ารอบ้านเมืองสงบก่อน พอสักพักรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงเกิดเหงาขึ้นมาบ้าง บอกว่าจะยุบสภาเดือนมิถุนายน ท้ายที่สุดนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่ายังไม่ได้คุยกัน แต่เอาไว้คลายเครียด พอรู้ว่าชาวบ้านอึดอัดบอกว่าจะไปแล้ว บอกว่า จะยุบสภาแล้ว ท่านไม่เคยแสดงความจริงใจอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ทั้งหมดเป็นเกม ทางการเมืองเท่านั้น เหมือนกับแนวทางการปรองดองที่ท่านได้พยายามประกาศมา ๕ ข้อ ท่านทําอะไรได้สักข้อไหมครับท่านประธาน ผมเรียนกับท่านประธานว่าเขาเรียกว่าเป็นมธุรสวาจา แต่มันเคลือบด้วยยาพิษทั้งหมด ผมไม่ได้สนใจว่าวันนี้ท่านจะยุบสภาเมื่อไร ท่านอยู่ไปเลย อยู่ไปจนครบเถอะครับ แต่ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นท่านพยายามคิดว่า จริงอยู่ทุกคน อยากให้ท่านไปทุกนาที แต่ขณะเดียวกันนั้นทุกคนก็รู้ว่าท่านควรจะไปตามครรลองของ ประชาธิปไตย ผมเองนี่นะครับแม้ว่าจะไม่ชอบท่าน แต่ผมเรียนยืนยันว่าอํานาจนอกระบบ ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยมาเปลี่ยนแปลงตัวท่าน ผมก็จะออกมาต่อสู้ แต่ไม่ได้สู้เพราะชอบ หรือไม่ชอบนายอภิสิทธิ์ แต่วันนี้มันเป็นเรื่องของหลักการประชาธิปไตย ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าแนวทางกระบวนการสร้างความปรองดองที่มันจะตอบโจทย์เรื่องต่าง ๆ ซึ่งมันก็คล้ายกันกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์พยายามจะแถลง เช่นว่า เรื่องทุกฝ่ายในสังคมต้อง ร่วมมือกันในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ มันก็จะสอดคล้องกับแนวทางนโยบาย ด้านความมั่นคงของรัฐ หน้าที่ ๒๐ ๑.เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และเผยแพร่ขยายผล แนวพระราชดําริ รัฐบาลให้ความสําคัญสูงสุดกับการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และกําหนดให้เป็นนโยบายด้านความมั่นคง โดยรัฐบาลได้ดําเนินการตามนโยบายที่สําคัญ ดังนี้ ๑.๑. การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ดําเนินการมาตรการป้องกันการละเมิด สถาบัน การปราบปรามการกระทําการละเมิดอย่างต่อเนื่อง ๑.๑.๑. จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวัง การกระทําที่เป็นอันตรายต่อสถาบัน เยอะไปหมดครับ แต่กรณีที่พี่น้องผม เขาได้ไปที่ ทําเนียบรัฐบาล ได้ไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี บอกว่ามีเว็บไซต์ (Website) ของ หนังสือพิมพ์อังกฤษ ที่ชื่อว่าเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์การ์เดียนท์ (Guardient) และเขาไปเอา ข้อความจากเว็บไซต์วิกิลีกส์ (Wikileaks) ซึ่งมีถ้อยคําการพูดระหว่างอดีตนายกรัฐมนตรี ๒ คน อดีตรัฐมนตรี ๑ คน อดีตนายกรัฐมนตรี ๒ คน คนหนึ่งก็เป็นกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ที่ท่านตั้งเองมากับมือคือนายอานันท์ ปันยารชุน ขออนุญาตเอ่ยนาม เพราะไม่ได้เป็น ความลับอะไร คนที่ ๒ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ คนที่ ๓ พลอากาศเอก สิทธิ เศวตศิลา ได้ไปพูดกับนายอีริค จี. จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทยในเวลานั้น และก็มีถ้อยคําซึ่งผมไม่ต้องการมาอภิปรายในสภาแห่งนี้ เข้าข่ายประทุษร้ายต่อ องค์รัชทายาท มีถ้อยคําที่รายงานชนิดที่รับฟังกันไม่ได้ พรรคพวกผมก็ไปยื่นหนังสือให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และนายอภิสิทธิ์ได้แถลงแนวนโยบาย ด้านความมั่นคงของรัฐ ว่าจะปกป้องว่าจะเทิดทูน จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังต่อการละเมิดล่วงสถาบัน ปรากฏว่าเว็บไซต์แห่งนี้คนเข้าดูเป็นล้าน ๆ คนไม่ได้มีการดําเนินการใด ๆ จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งแสดงตนว่าตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีการเทิดทูนสถาบัน ปกป้องสถาบัน จัดศูนย์เฝ้าระวังต่อสถาบัน ปรากฏว่าเว็บไซต์ฉบับนี้ยังมีอยู่ ยังเผยแพร่ และคนก็ดูกันไปทั่วโลก พรรคพวกผมก็ไปยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่า ให้จัดการกับบุคคลที่ถูกเว็บไซต์ฉบับนี้ อ้างจากวิกิลีกส์ระหว่างนาย อีริค จี. จอห์น กับ ๓ คน ของประเทศไทย เข้าข่ายการประทุษร้ายต่อองค์รัชทายาท ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รับเรื่องไปเสร็จเก็บเรื่องเงียบ พวกผมก็ไปทําอะไรต่อครับ ไปแจ้งความที่กองปราบปราม ไปแจ้งความใครครับ ก็แจ้งความจับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่นคือข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๕๗ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น ผมจึงเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ที่เขียนนี่ครับ เทิดทูน ปกป้อง ตั้งศูนย์เฝ้าระวัง ใครก็เขียนได้ กล่าวหาว่าคนโน้นคนนี้ไม่จงรักภักดี ให้ ศอฉ. ซึ่งเขาก็มาสารภาพภายหลัง เรื่องแผนผังล้มเจ้า เป็นเพียงแค่ข้อเสนอเป็นเพียงแค่เรื่องล้อกันเล่น ไม่ยอมดําเนินการกันต่อ เพราะมันเป็นความเท็จ แต่นี่เป็นความจริง คนเข้าดูเว็บไซต์นี้หลายล้านคน แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับเพิกเฉย แต่ดันมารายงานต่อสภาว่าเทิดทูนสถาบัน ท่านประธานที่เคารพ ถามว่าเทิดทูนประสาอะไร นอกจากไม่ดําเนินคดีแล้ว ไม่มีการประท้วงทางการสหรัฐอเมริกา ท่านประธานที่เคารพ นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ปีกลาย จนกระทั่งบัดนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เคยทําการประท้วงไปยังทางการของสหรัฐอเมริกา ไม่ยอมดําเนินคดีกับ คนไทยทั้งสาม ไม่ยอมดําเนินคดีกับเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์การ์เดียนท์ ที่เอามาจากวิกิลีกส์ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่หรือครับคนเทิดทูนปกป้อง ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร พรรคพวกผมไปแจ้งความที่กองปราบ โดยหลักกองปราบก็ต้องส่งเรื่องนี้ให้กับดีเอสไอ (DSI) เพราะท่านบอกแล้วว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นมติของคณะกรรมการ คดีพิเศษ ที่ท่านนั่งเป็นประธานนี่ บอกว่าคดีที่มีการละเมิดสถาบัน ต้องให้เป็นคดีพิเศษ ผมเรียนกับท่านประธานว่านอกจากท่านไม่ดําเนินคดีอะไรแล้ว หน้าที่ของท่านคืออะไรครับ ไปขอพร ไปขอพรกับเว็บไซต์หนังสือพิมพ์การ์เดียนท์ เอาจากวิกิลีกส์มีการพูดถึงสถาบัน ในลักษณะประทุษร้าย นั่นคือหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ไหนละครับเทิดทูน ปกป้อง เฝ้าระวัง ท่านต้องแจ้งจับ ท่านต้องดําเนินคดี ท่านต้องไปสอบถามว่าความจริงคืออะไร แต่นี่หน้าที่ ของนายกรัฐมนตรี ไปขอพรครับ นั่นหรือครับการเฝ้าระวังการเทิดทูน การปกป้องสถาบัน พระมหากษัตริย์ ท่านเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ เอาไว้เพื่อไว้ด่าคนอื่น ไว้จัดการคนอื่น ไว้เล่นงานคนอื่น ไว้จัดการกับปฏิปักษ์เท่านั้น แต่คนที่เป็นพวกเดียวกับท่าน ถามว่าถ้อยคํา ทั้ง ๓ คนที่พูดกับนายอีริค จี. จอห์น นั้น คนไทยทั่วไปพูดได้ใช่ไหม ท่านลองบอกมาสิครับ หรือว่าท่านไม่รู้จริง เก่งโลกไซเบอร์ (Cyber) ไม่ใช่หรือครับ เทคโนโลยีเก่งไม่ใช่หรือครับ คนใกล้ชิดก็มีความชํานาญการเรื่องเทคโนโลยีนะครับ เก่งเรื่อง ๓ จี (3G) ไม่ใช่หรือครับ แต่ปรากฏว่าคนอ่านกันเป็นล้าน ปล่อย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต้องการให้บรรยากาศ อย่างนี้อึมครึม ผมจึงบอกว่าแนวนโยบายความมั่นคงของรัฐนั่นมันไม่ใช่เป็นเพียงแค่วาจา วันนี้ท่านทําอะไรแล้วหรือยัง นอกจากไม่ทําอะไรแล้ว ยังแสดงตนว่าไปยอมรับว่าการกระทํา อย่างนี้มันถูกต้อง ท่านจึงเข้าไปขอพรนะครับ ท่านยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ ที่ท่านแต่งตั้ง ทั้งที่มีถ้อยคําเข้าข่ายประทุษร้ายต่อองค์รัชทายาท ผมเรียนกับท่านประธานว่า วันนี้ผมเองต้องการจะบอกว่าการเขียนนโยบายหรือการจะใส่ร้ายอะไรใครก็ตาม ท่านใช้โทรทัศน์ช่อง ๑๑ เอ็นบีที (NBT) ที่กําลังถ่ายทอดเวลานี้ มีหน้าที่ในการกล่าวหา คนอื่นเรื่องความไม่จงรักภักดี แต่เมื่อคนที่เข้าใจว่าเป็นพวกเดียวกับท่านไปกระทําการ เกินกว่าคําว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะเนื้อความมันเป็นการประทุษร้ายต่อ องค์รัชทายาท แต่นายกรัฐมนตรีกลับละเลย กลับไม่สนใจ แล้วก็ไปหมอบกราบคลานกับคน ที่ถูกกล่าวหาว่าประทุษร้ายต่อองค์รัชทายาท ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ได้อย่างไร ไหนอ้ายหน้าไหนละครับที่เรียงป้ายจงรักภักดี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ไปไหนละ ขึ้นป้าย ปกป้องสถาบันเต็มบ้านเต็มเมือง อยู่ไหน ปกป้องสถาบัน ไม่รู้หรือครับว่าเว็บไซต์นี้ มันมีแบบนี้ และอย่าตอบแบบชนิดที่นายสาทิตย์มาตอบเรื่องหนังสือนะครับ คนโง่ที่สุดในประเทศ เขาก็จะไม่ตอบแบบนั้น ผมเรียนกับท่านประธานว่า เรื่องนี้ผมเองก็เห็นว่านายกรัฐมนตรีต้อง เป็นแบบอย่างของความจงรักภักดี เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ ท่านจะดูหน้าคนไม่ได้ กฎหมายเขา จึงบอกอย่างไรครับ ถ้าดูหน้าคน ดูสี ท่านจะไม่พบกับความเป็นจริงแล้วท่านเองก็พบสัจธรรมแล้ว วันนี้แต่ละวันพวกผมก็ต้องฟังว่าพวกสะพานมัฆวานรังสรรค์เขาพูดอะไร จึงรู้ว่าพวกท่าน ขนคนมาให้เขา เอาสตางค์ไปให้เขา ร่วมวางแผนยึดทําเนียบรัฐบาลด้วยกัน ร่วมวางแผนยึด สนามบินด้วยกัน ความลับมันมาแตกนะครับ ถ้าผัวเมียไม่ทะเลาะกันคนไทยไม่ตาสว่างเลย เพราะเขาเป็นพวกเดียวกับท่าน หนึ่งในนั้นก็เป็น ส.ส. พรรคท่าน ที่อภิปรายดี ๆ ที่สุดก็เป็น ผู้สมัคร ส.ส. มีตําแหน่งทางการเมืองเดิมในรัฐบาลของพรรคท่าน อย่างนายประพันธ์ คูณมี ให้เครดิต (Credit) เลย ทําไมคนอยู่ในบ้านท่านแท้ ๆ ได้มาอธิบายละครับ ตั้งแต่ไปร่วม ชุมนุมครั้งแรก คนไม่เคยเลี้ยงกาแฟใครแม้แต่เพียงแก้วเดียวยังมาเลี้ยงข้าว ให้เนคไท (Necktie) ๕ เส้น แต่ปรากฏว่าตอนหลังก็มาร่วมกันทุกกระบวนการ ผมเรียนกับ ท่านประธานเลยว่าทั้งหมดมันได้อธิบายกัน แต่ที่ผมจะพูดกับท่านประธานก็คือว่า นี่มันเป็นกฎแห่งกรรมครับ ตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙ จนกระทั่งบัดนี้ถ้าพวกท่าน ไม่แตกคอกันพวกผมก็ไม่ตาสว่างหรอก ตอนแรกผมก็สงสัยว่าพวกท่านมีความสัมพันธ์ กันอย่างไร แต่พอพวกนี้มาอธิบายมันออกใบเสร็จเลยครับ เลยเข้าใจกันว่าท่านกับเขาร่วมกัน มาทําอะไรบ้าง แล้ววันนี้เมื่อเขาไม่ได้ตามที่เขาจะควรได้ พวกท่านเป็นฝ่ายได้ความลับจึงเป็น ประโยชน์กับประชาชน ผมเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องแนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้านายกรัฐมนตรีมีเพียงแค่ตัวหนังสือเอาไว้คําพูด สวยหรูในสมาชิกพูดเอาเป็นแบบแล้วตัวท่านได้ละเลย ไม่มีประโยชน์อะไรครับ เพราะฉะนั้น ต่อให้ท่านขึ้นป้ายเต็มบ้านเต็มเมือง ต่อให้ท่านจัดกิจกรรมตามอธิบาย แต่ถ้าตัวท่านไม่เป็น แบบอย่างเรื่องความจงรักภักดี ท่านไม่มีมาตรฐานในการจัดการคนที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถ้าเป็นพวกท่านหมิ่นได้เป็นคนอื่นหมิ่นไม่ได้ ผมไม่เคยเถียงนะครับ ท่านดําเนินคดีใครว่าไป จับกุมติดตามจับกุมคุมขัง เขามีสิทธิต่อสู้คดี ผมก็มีหน้าที่มาเปรียบเทียบว่าทําไมคดี ดา ตอร์ปิโด กับคดีนายสนธิ ลิ้มทองกุล หรือจะเป็นใครก็ตาม จับครับ ไม่มีปัญหาครับ แต่ทําไม ๓ คนนี้จึงกล่าวหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ประทุษร้ายต่อองค์รัชทายาทได้ แล้วโดยนายกรัฐมนตรีทําเหมือนไม่รู้ไม่เห็น ท่านไม่รู้จริงหรือครับ ถามจริง ๆ วอลล์เปเปอร์ (Wallpaper) ไม่บอกท่านเลยหรือครับ เขาเก่งไอที เขาไม่รู้เลยหรือครับ แล้วที่พวกผมไปยื่นหนังสือกับท่าน ท่านไม่เห็นหรือครับ หรือว่าท่านเห็นท่านจึงทําอะไรไม่ถูก วิธีแก้ไขปัญหาของท่านคือไป ขอพรหรือครับ มันไม่ใช่ หน้าที่ของท่านคือดําเนินคดี ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีกํากับการ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กํากับดูแลดีเอสไอ เมื่อสักครู่นี้ขึ้นมาผมเองก็เห็นท่านบอก โอ้โฮ มือปราบคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ พอท้ายที่สุดกลายเป็นพวกตัวเอง โอละพ่อ รวมไปทั้งคดีของท่านเองก็ไม่ไปถึงไหนผมเรียนกับท่านประธานว่าผมเองไม่ต้องการหยิบยก เรื่องนี้เข้ามาเป็นเรื่องหลัก เพราะผมไม่ต้องการครับ อธิบายมาตั้งแต่ต้นว่าเรื่องนี้เราเอามาใช้ เป็นเกมการเมืองมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองให้ได้ พวกผมเจ็บปวดมาก่อน ถูกผังล้มเจ้า โดยพวกท่านใส่ร้ายเอาเป็นคดีพิเศษออกด่าโทรทัศน์ช่องหอยม่วงเกือบทุกวัน แต่ปรากฏว่า พอคนของพวกท่านกระทําความผิดบ้างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น