นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยเรียกร้องการลดต้นทุนให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะระบบชลประทาน และขอให้รัฐบาลลดภาษีนํ้ามันเพื่อช่วยเหลือพี่น้องภาคการเกษตร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณที่กระจายสู่ท้องถิ่นและขอให้ลดต้นทุนให้กับเกษตรกร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้ลุกขึ้นมาอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งตั้งไว้ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่สําคัญดูแล้วที่ตั้งไว้ขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วที่อยากจะให้มีการผลักดัน ให้พัฒนาประเทศชาติ ประเทศชาติที่จะพัฒนานําไปสู่ถึงความยั่งยืนนั้น ท่านตั้งงบ อย่างนี้ แล้วการใช้จ่ายในการที่จะพัฒนา ผมอยากจะถามว่ามีประมาณเท่าไร จ่ายประจําเท่าไร อย่างนี้ถ้ามาดูในตัวเลขแล้วซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลย แล้วการตั้ง งบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถือว่าเป็นหัวใจหลักของพี่น้องภาคการเกษตร และสิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นครับท่านประธาน ประชากรส่วนใหญ่ทั้งประเทศประกอบอาชีพ การเกษตรแต่มีน้อยนิด โอเคถ้ามาดูแล้วมากกว่าปี ที่แล้วก็มากกว่า ท่านตั้งไปตั้ง ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะไม่มากกว่าได้อย่างไรมันก็มากกว่า แต่สิ่งที่จะลดต้นทุน ให้กับพี่น้องภาคการเกษตรมันยากเหลือเกิน เพราะวันนี้ผมดูแนวทางในการบริหาร ราชการแผ่นดินไม่ว่านโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลพยายามที่จะช่วยเหลือนะครับ มันแก้ปัญหาที่ปลายเหตุทั้งนั้น สิ่งที่สําคัญผมอยากจะกราบเรียนว่าทําไมจะลดต้นทุน พี่น้องภาคการเกษตรเคยคิดบ้างไหมครับ โดยเฉพาะระบบชลประทาน วันนี้ไปตั้งงบให้กับ กระทรวงกลาโหม ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ลองคิดสิครับ ถ้า ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หักกลบลบหนี้จ่ายประจําไปเท่าไร เหลือตรงนั้นแปรญัตติเอาไปใส่ในส่วน ของกองพันทหารช่างเกี่ยวกับพี่น้องทหารไม่ว่าหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ไปช่วยเหลือพี่น้อง ภาคการเกษตร ตรงนี้จะช่วยเหลือพี่น้องภาคการเกษตรได้มาก ต้องดูนะครับ ถ้าปล่อยไป อย่างนี้ไม่ได้ โดยการจะมาแก้ปัญหา วันนี้ภัยพิบัติในประเทศเรา ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง เพลี้ยกระโดด แล้ววันนี้ผมอยากจะฝากเดี๋ยวผมจะลืมพี่น้องฝากมาเหลือเกินว่าเรื่อง เพลี้ยกระโดดยังไม่ได้สตางค์เลยครับ บอกว่าเปิ ดเทอมจะจ่ายให้ก็ยังไม่ได้จ่าย เพราะฉะนั้นเรื่องเพลี้ยกระโดดที่จะชดเชยไร่ละ ๖๐๐ กว่าบาทยังไม่ได้ ขอฝากไว้ด้วย แล้ววันนี้รัฐบาลบอกว่าจะช่วยลดภาระให้แก่พี่น้องประชาชน มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ มาเพิ่มภาษีนํ้ามันอย่างนี้ พอเข้ามาปุ๊ บไม่กี่เดือนก็ขยายเพดานภาษี เมื่อก่อนนี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าราคานํ้ามันแตะ ๑๕๑ เหรียญสหรัฐอเมริกามายืนอยู่ ๑๔๐ เหรียญสหรัฐอเมริกา นํ้ามันดีเซลลิตรละ ๔๐ บาท ปัจจุบันนี้เหลือประมาณ ๖๙ เหรียญสหรัฐอเมริกา นํ้ามันไปแตะที่ ๒๘ บาท ๓๐ บาท ด้วยข้อเท็จจริงถ้าเรา จะลดต้นทุนพี่น้องเกษตรถ้าเทียบบัญญัติไตรยางศ์ถ้าไม่ไปเก็บเข้ากองทุนภาษีนํ้ามัน เราควรจะใช้นํ้ามันแค่ ๑๘-๑๙ บาท หรือไม่เกิน ๒๐ บาท เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนว่าพี่น้องภาคการเกษตร โดยเฉพาะวันนี้จะแข่งขันกับประเทศเวียดนามยาก หาว่าประเทศเวียดนามมีต้นทุนตํ่าบ้าง ประเทศไทยต้นทุนสูง ก็ลองไปดูสิครับ ในประเทศเวียดนามพื้นที่ชลประทานเขากี่เปอร์เซ็นต์ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ถ้าเปรียบเทียบ กับประเทศไทย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ยังไม่ถึงเลย แล้วจะไปช่วยเหลืออะไรได้อย่างน้อยมันต้อง มี ๕๐ เปอร์เซ็นต์วันนี้ก็มาประกันรายได้บอกดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ ผมอยากจะกราบเรียน ให้ทราบว่าเลิกพูดเลิกคิดเสียที มันแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ผมจะยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานทราบ ถ้าผมมีลูกอยู่ ๘ คน นี่มองในระดับจุลภาค มีลูกอยู่ ๘ คน ลูกคนโต เป็นพ่อค้าผู้ส่งออกข้าว ๗ คนประกอบอาชีพทําไร่ทํานาแทนที่จะบอกให้ลูกคนโต อย่าไปเอากําไรน้องมาก ส่งออกท่านรู้ไหมว่ากําไรเกวียนละเท่าไร แต่พอดี ๗ คนนี้ ที่ทําไร่ทํานาพอไม่เหลือปุ๊ บ ไม่เป็นไรลูกทําไปเถอะ เดี๋ยวพ่อจะกู้มาใช้หนี้ แล้วถามว่า ใครตายล่ะครับ ลูก ๗ คนแล้วรวมทั้งพ่อด้วย เหมือนกันละครับ แทนที่จะบอกลูกคนโตนี่ อย่าเอากําไรน้องมาก ให้ลูกคนโตเป็นผู้กําหนดนโยบายมันเป็นไปได้อย่างไร อย่างนี้ เท่ากับช่วยเหลือลูกคนโต มีพ่อค้าผู้ส่งออกเบ็ดเสร็จ ๕-๖ เจ้าในประเทศไทย ลองไปดูสิว่า เขาได้กําไรเท่าไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญวันนี้ต้องมาลดช่องว่างตรงนี้ แล้วบอกว่าจะช่วยเหลือพี่น้องภาคการเกษตรจะลดช่องว่างยาก ถ้ากําหนดนโยบาย แนวทางอย่างนี้ เพราะฉะนั้นต้องไปบอกลูกคนโตอย่าไปเอากําไรน้องมาก เกวียนละ ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาทอย่าไปเอา แล้ววันนี้ถ้าบอกว่าไม่เป็นไรกู้ไปชดเชย แล้ววันนี้ พี่น้องมาพูดบอกว่ามีคนมาใช้สิทธิ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ผมพูดหลายครั้งแล้ว อย่าไปพูด คนถ้าไม่เจ็บป่วยไม่ลําบากเขาไม่เข้าโรงพยาบาลหรอก เหมือนกันในการใช้สิทธิ โครงการจํานํามันเป็นการที่ประกันกําไรให้กับพี่น้องเกษตรกร อย่างประกันไว้ ๑๓,๐๐๐ บาท ถ้าพี่น้องเกษตรกรขายข้าวสูงกว่า ๑๓,๐๐๐ บาทเขาไม่มาร่วมโครงการหรอก แต่ถ้าตํ่ากว่า ๑๓,๐๐๐ บาทเขาก็มาร่วมโครงการรับจํานํา แล้ววันนี้อยากจะกราบเรียนให้ทราบเลยครับ วันที่ประกาศราคาชดเชยเมื่อต้นเดือนมีนาคมชดเชย ๘๐๐ กว่าบาท ๙๐๐ กว่าบาท แล้วมาต้นเดือนพฤษภาคมประกาศค่าชดเชยให้เท่าไรรู้ไหมครับ ๒,๗๙๐ บาท ซึ่งมันแตกต่างกันมาก แล้วถามว่าจะลดช่องว่าง พี่น้องประชาชนทํานามาร้องเรียนที่ผม ลงทะเบียนวันเดียวกัน กําหนดวันเก็บเกี่ยววันเดียวกันแต่ได้ค่าส่วนต่างที่แตกต่างกัน บางคนได้ ๘๐๐ กว่าบาท ต่อเกวียนต่อตัน แต่บางคนนี่ได้ ๒,๗๙๐บาท ตรงนี้ต้องแก้ไขนะครับ อย่างน้อยก็เอา ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมลงมา เพราะพี่น้องเกษตรกรเขาเก็บเกี่ยวข้าวตอนนั้นแทนที่ เขาจะได้ ๒,๗๐๐ บาทก็ไม่ได้ แล้ว ๒,๗๐๐ บาท ๒๕ ตัน ท่านลองคิดดูสิครับเป็นเงินเท่าไร ๖๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้ววันนี้คนที่ได้ ๘๐๐ บาทได้เท่าไร แล้วบอกว่าวันนี้จะสร้างให้เป็น มาตรฐานเดียวไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนฝากไว้ด้วยครับ ในการกําหนดงบประมาณนี่ต้องชัดเจนนะครับ แล้วตรงนี้ต้องชดเชยให้เขาตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคมว่าจะต้องชดเชยให้เขา ๒,๗๙๐ บาท แล้วสิ่งที่สําคัญที่ผมพูดอยู่เสมอ เรื่องการที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประสบปัญหา เจอต้นทุนราคานํ้ามันแล้วยังมาเจอ เพลี้ยกระโดดอีก ผมก็พูดอยู่เสมอว่าโครงการที่จะทําลายวงจรเพลี้ยกระโดดมันเป็น การขยายวงจรการทุจริต สิ่งที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ ที่พี่น้องประชาชนบอกผม ผมจะกราบเรียนให้ทราบว่าวันนี้โครงการไถกลบตั้งราคากลางไว้ ไร่ละ ๓๕๐ บาท ผู้ประกอบการประมูลไปได้ ๓๔๐ บาท แต่พอไปถึงมือพี่น้องเกษตรกร ที่รับจ้างไถรู้ไหมไร่ละเท่าไร ๑๖๐ บาท ๑๗๐ บาท ๑๙๐ บาท แล้วส่วนต่างตรงนี้ มันหายไปไหนล่ะครับเป็ นแสน ๆ ไร่นะครับ อย่างนี้ถ้าท่านมีจิตใจอันบริสุทธิ์ ที่จะช่วยเหลือพี่น้องภาคเกษตรนี่ก็โอนเงินให้เขาไปเลยสิครับ เขามีกี่ไร่ที่จะไถกลบ ที่จะเข้าร่วมโครงการก็โอนให้เขาไปเลยไร่ละ ๒๐๐ บาท ๑๘๐ บาท ๑๙๐ บาท ก็โอนให้เขาไปเลยจะเอาผู้ประกอบการมารับผิดชอบทําไม แล้วผู้ประกอบการ มารับผิดชอบก็ไถไม่ทันหรอกครับ ก็ต้องไปจ้างชาวบ้านไถอยู่ดีอย่างนี้เป็ นต้น ผมอยากจะกราบเรียนและอยากจะฝากไว้นะครับ และสิ่งที่สําคัญวันนี้มันส่อถึงแม้ว่า เงินจะไม่เท่าไร ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท แต่มันบ่งบอกว่าเปอร์เซ็นต์ที่หายไป ถ้าเรามาคิดให้ดีครับท่านประธานลองเอาเม็ดเงินที่เหลือตรงนี้ ๖๐ ล้านบาท ๗๐ ล้านบาท ลองมาคิดแบบคร่าว ๆ ลองไปอุดหนุนให้กับ อบต. อุดหนุนให้ท้องถิ่นสิครับ เขามีงบพัฒนาเท่าไรรู้ไหมครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่สิ่งที่ นโยบายและโครงการที่งบประมาณออกมาแต่ละอย่างนี่ไม่ได้
แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากเพราะผมไม่มีโอกาสได้พูดของ กระทรวงมหาดไทยในเรื่องงบกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น มันไม่มีใครหรอกครับ แม้กระทั่ง บุคคลชั้นสูงที่อยู่บนนี่นะครับ ผู้บริหารจะรู้ปัญหาได้ดีเท่ากับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น คือ อบต. เทศบาล วันนี้พี่น้อง อบต. เทศบาล มาร้องเรียนผม เรื่องการตัดงบประมาณ ที่จะกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่นมันไม่ไหวแล้ว เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ต้องพี่น้องประชาชนท้องถิ่นเป็นคนที่จะแก้เอง เพราะฉะนั้นต้องฝากไว้
แล้วก็เรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องให้เกิด ความสมดุล ลดต้นทุนของพี่น้องภาคการเกษตรต้องลดให้ได้ ผมเคยประกอบอาชีพ ทําไร่ทํานามาก่อนผมเข้าใจ พี่น้องเกษตรกรเสียภาษีอย่างเดียว ตื่นเช้ามาก็เสียภาษีแล้ว เมื่อผมได้มีโอกาสทําธุรกิจทําให้ผมเข้าใจ การที่นักธุรกิจเสียภาษีนี่คือเอากําไรไปเสีย ซึ่งแตกต่างกับพี่น้องภาคการเกษตรเขาไม่มีโอกาสหรอก จะไปขึ้นภาษีนํ้ามัน ราคาปุ๋ ย ก็เพิ่มขึ้น แล้วจะไปลดต้นทุน แล้วบอกว่าจะไปแข่งขันกับประเทศใกล้เคียง ประเทศ เวียดนามนี่ยาก เพราะวันนี้งบประมาณโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องดูแลที่จะลดต้นทุน ลดรายจ่ายให้กับพี่น้องภาคการเกษตร ก็คงจะฝากไว้เท่านี้ สิ่งไหนที่แปรได้อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ กระทรวงกลาโหมไม่จําเป็นต้องไปซื้ออาวุธ หรอกครับ แปรญัตติมาช่วยเหลือพี่น้อง กองพันทหารช่างที่เขาไปช่วยเหลือพี่น้อง ภาคการเกษตรได้เอามาช่วยในระบบชลประทานได้ ตรงนี้จะเป็ นแนวทางที่ดี ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน