สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ปวีณ แซ่จึง พูดถึงการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และแสดงความไม่เห็นด้วยในหลักการและเหตุผล เนื่องจากประมาณการรายรับมาจากภาษีของประชาชนที่มีความเดือดร้อน และเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการรองรับเกษตรกรที่เดือดร้อน และให้เงินอุดหนุนให้กับท้องถิ่นอย่างเหมาะสม

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ หลักการ ก็คือตั้งงบประมาณ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้หน่วยงานได้ใช้จ่าย หลักการและเหตุผลผมไม่เห็นด้วยเนื่องจากว่าประมาณการ รายรับนั้นมาจากความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ และมาจากคนรากหญ้า ที่จะต้องจ่ายภาษีเหล่านี้เข้ามา เป็นประมาณการรายรับที่มาจากภาษีปิโตรเลียม มาจาก ภาษีที่เป็นภาษีสรรพสามิต ภาษีที่เกี่ยวข้องกับนํ้ามัน เป็นข้ออ้างให้พ่อค้าและบริษัท ต่าง ๆ ขึ้นภาษี ทําให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนโดยทั่วไป เพราะฉะนั้นจึงไม่เห็นด้วย ในหลักการและเหตุผล

เอาที่กระทรวงพาณิชย์ก่อนครับท่าน กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ดูแลในเรื่อง การค้า อยากจะถามว่ากระทรวงพาณิชย์ลดภาษีกากถั่วเหลือง ๒ เปอร์เซ็นต์ เพื่อผลประโยชน์ของใคร เป็นเงินเท่าไร ลดเพื่ออ้างให้เกษตรกรผู้เลี้ยงและผู้ที่ผลิต อาหารสัตว์จะได้ลดค่าใช้จ่าย แล้วบริษัทเหล่านั้นได้ลดราคาอาหารสัตว์ให้กับเกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์หรือไม่ ใครได้ผลประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ หมูเห็ดเป็ดไก่ตอนนี้เป็นอย่างไร ไข่ไก่ฟองหนึ่งเท่าไร นอกจากนั้นยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ผูกขาดไก่ไข่ที่ยังอยู่ในการร้องเรียน มีเพียง ๘ บริษัท ยักษ์ใหญ่เป็นผู้นําเข้าไก่ไข่ ซึ่งนั่ง ณ ที่ตรงนี้จะรู้ไม่กี่คน ไก่ไข่ทั้งประเทศต้องผ่านเขา เกษตรกรรายย่อยจะต้องซื้อไก่ไข่จาก ๘ บริษัทนี้ พร้อมกับพ่วงอาหารสัตว์ด้วย ไม่ซื้ออาหารสัตว์ไม่ขายไก่ไข่ให้ ใครครับผูกขาด ท่านลดเพื่อใคร ภาษีตัวนี้ลดเพื่อใคร ความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศทั้งนั้น แต่กลุ่มนี้ไม่อยากจะบอกชื่อ แล้วตอนนี้ อยากจะถามว่ารัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ให้บริษัทผลิตเหล็กจะขึ้นราคาเหล็กอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เอาเหตุผลอะไรมาขึ้นราคานี้ นํ้ามันขึ้นราคาใช่ไหม เอาเหตุผลอะไรครับ เดือดร้อนกันทั่ว แล้วรู้ไหมว่ามันมีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น ประชาชนทั่วไปเดือดร้อนครับ จึงไม่เห็นด้วยในหลักการ การประกันรายได้ก็ดีนะครับ อยากจะถามว่ากระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้ทําอะไรบ้าง หอมแดงที่จังหวัดศรีสะเกษเดือดร้อนกันทั่ว มาตรการการค้าเสรี ที่เปิดแล้วนี่แล้วยกเว้นภาษีหอม พืชผลทางการเกษตรนี่ ท่านมีมาตรการอะไรที่จะรองรับบ้าง เขาเดือดร้อนกันทั่วครับ นอกจากนั้นตอนนี้ที่ท่านพูดนักพูดหนาบอกว่าโครงการ ประกันรายได้ของเกษตรกรยอดเลิศเลอ ตอนนี้ข้าวหอมมะลิกิโลกรัมหนึ่ง ๑๓ บาท ทําไมจึงเป็นเช่นนี้ เพราะว่าท่านไปประกันราคาสูงสุดไว้ที่ ๑๕.๓๐ บาทหรือตันละ ๑๕,๓๐๐ บาท ถ้าเป็นโครงการจํานําแล้วจะต้องจํานําอย่างน้อย ๑๘ บาท ผลประโยชน์ จะต้องเกิดขึ้นกับเกษตรกร ข้าวจะต้องอยู่ในมือของรัฐบาล พ่อค้าไม่มีสิทธิที่จะมา บีบบังคับและไม่มีสิทธิที่จะมาซื้อสินค้าทางภาคการเกษตรเท่ากับราคาปัจจุบัน อยากจะ ฝากว่านี่คือเลือดเนื้อ นี่คือสิ่งที่ท่านรีดจากประชาชน สิ่งที่ท่านทําให้ประชาชนทั่วไป รากหญ้าเดือดร้อน เอากระทรวงพาณิชย์สั้น ๆ ก่อน ผมมีเวลา ๑๐ นาทีเท่านั้นเอง

ท่านประธานที่เคารพครับ จะขอมาดูที่ท้องถิ่น ท้องถิ่นวันสองวันนี่ผมตัด หนังสือพิมพ์ไทยรัฐมาบอกว่ากระทรวงคมนาคมจะถ่ายโอนถนนให้กับท้องถิ่นอีกแล้ว ๑๕,๓๐๐ กว่ากิโลเมตร ท่านเพิ่มงบให้เขาเท่าไร ตอนนี้เขาเดือดร้อนมากไหม ท้องถิ่น ทําอะไรได้บ้าง ขณะเดียวกันก็จะให้ท้องถิ่นรับผิดชอบฐานสูบนํ้าด้วยพลังไฟฟ้ำ ๑,๖๐๐ แห่ง ท่านตั้งงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจลงไปเท่าไรครับ ท่านตั้งลงไป ๑,๑๐๖ ล้านบาทกับ ๑,๖๐๐ แห่ง ให้เขารับผิดชอบได้หรือ เงิน อสม. ก็ดี เงินผู้สูงอายุ อยู่ที่ตรงท้องถิ่นทั้งหมด ท้องถิ่นตอนนี้จะเป็นกระโถนแล้ว ทําอะไรไม่ได้แล้ว ถนนก็ถ่ายโอนไป ๕๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ถนนแล้ว ท่านให้งานเขาแต่ท่านไม่ได้ให้เงินเขา เพราะฉะนั้นจึงบอกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของท้องถิ่นท่านจัดได้แล้วหรือยัง กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณ จัดให้เขาได้หรือยังครับ

มาที่กระทรวงศึกษาธิการครับ กระทรวงศึกษาธิการควรจะตั้งอย่างน้อย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายถึงจะถูกต้อง ผมไปอ่านพบมีงบอยู่งบหนึ่ง เป็นงบอุดหนุนของ สพฐ. เขียนไว้ว่าอย่างนี้ เป็นเงินอุดหนุนทุนการศึกษาผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ จํานวน ๒๓๓,๐๐๐ บาท แล้วพวกที่ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดเมื่อกี้ท่านเอาไปตั้งไว้ที่ไหน คนตายกี่คน คนบาดเจ็บกี่คน คนสูญหายกี่คน ลูกหลานเขาที่บอกว่าจะสนับสนุนการศึกษาเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนครับ ก็ฝากว่าถ้าจะตั้งงบอย่างนี้ก็รับหลักการไม่ได้ครับ

ต่อไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมอยากจะเรียนว่าเอากรมชลประทานเอากรมเดียวพอเพราะว่าเหลือ ๓ นาทีกว่า ๆ กรมชลประทานตั้งมาแล้ว ๑๐๙ ปี พื้นที่เพื่อการเกษตรของประเทศไทยทั้งหมด ๑๓๑ ล้านไร่ สามารถที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่ของชลประทานได้ถึง ๖๐ ล้านไร่ ๑๐๙ ปี สามารถพัฒนาได้เพียง ๒๘.๗ ล้านไร่ เหลืออีก ๓๑.๓ ล้านไร่ ท่านให้เงินเขา ๔๑,๕๘๒ ล้านบาทของกรมชลประทาน ๑๐๙ ปี ได้ ๒๘ ล้านไร่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง อีก ๓๑ ล้านไร่ท่านจะเอาอีก ๑๐๐ ปีใช่ไหมครับ ถ้าเอาอีก ๑๐๐ ปีก็ตั้งอย่างนี้ ทําไม ไม่ตั้งอย่างน้อย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณมันจะได้สัก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็จะได้พัฒนาแหล่งนํ้าเพื่อที่จะให้เกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนได้ใช้นํ้าจะได้ เพิ่มผลผลิต ลดรายจ่าย จะทําให้เขาไม่ต้องเดือดร้อนในเรื่องนี้ครับ

ต่อไปกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขผมตัดคอลัมน์ (Column) มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้บอกว่ารัฐบาลได้ตั้งงบให้กับ สปสช. คือสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เป็นรายหัวของผู้ที่เข้าโครงการประกันตน ๔๗.๙๙ ล้านคน หรือ ๔๘ ล้านคนนั่นเอง เป็นเงิน ๑๒๒,๒๒๒ ล้านบาท แต่ปรากฏในงบประมาณที่ท่านตั้งไว้เพียง ๑๐๒,๐๒๒ ล้านบาท เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ ในขณะเดียวกันตัวเลขที่ท่านตั้งไว้ทําไมไม่ตั้งให้มันครบ ท่านบอกว่าจะให้เฉลี่ยต่อหัวรายละ ๒,๕๐๐ บาท ถ้าเป็ น ๒,๕๔๖ บาท จะเป็ น ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่นี่ท่านตั้งไว้เพียง ๑๑๒,๐๒๒ ล้านบาท เงินในจํานวนนี้ต้องดูแล พวกโรคติดต่อร้ายแรง พวกโรคเอดส์ พวกโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันก็ต้องชดเชย ตามมาตรา ๔๑ ตาม พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อที่จะชดเชยผู้ได้รับ ความเสียหายจากการรักษาพยาบาล ในขณะเดียวกันเงินจํานวนนี้ก็จะผกผันไป จะต้อง ดูแลคนที่ให้การรักษาพยาบาล แพทย์ หมอ พยาบาล ที่ติดเชื้อจากการรักษาพวกนี้ จะต้องได้รับการรักษาและดูแลด้วย จะต้องเยียวยาเขาในกรณีเกิดความเสียหาย ท่านตั้ง อย่างนี้แล้ว ท่านรู้ไหมคนที่พูด คนที่ตั้งให้ ท่านรู้ไหมว่าเงินจํานวนนี้ไม่ได้จ่ายทั้งหมด แต่จะจ่ายไปให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้ง ๒ ด้าน เหรียญทั้ง ๒ ด้านจะต้องได้รับการดูแล เพราะฉะนั้นจึงอยากจะบอกว่าอย่าหลอกประชาชน อย่าโฆษณาชวนเชื่อ อย่าพูดในสิ่งที่ ตัวเองไม่รู้ อย่างผมนี่รู้เพราะว่าผมเป็นอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพอยู่ ๔ ปี ๕ ปี เพราะฉะนั้นตัวเลขถ้าจะทําให้เป็ นคนละ ๓,๐๐๐ บาท ก็จะเป็ นเงินเพียงเท่าไร ถ้า ๓,๐๐๐ บาท ก็จะเป็นเงินเพียง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร ทั้งประเทศ นั่นก็คือคน ๔๘ ล้านคนนั่นเอง ทําไมไม่ทําครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่รับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะนอกจากจะเอาเงินจากคนรากหญ้าแล้วยังดูแล คนรากหญ้าไม่ดี เป็นเงินของทุกคน มีสิทธิ มีเสียง ลงคะแนนเท่ากัน เมื่อเช้าฟังคนคนหนึ่ง อภิปรายดูถูกประชาชนว่าไม่ได้รับการศึกษาจึงมีเหตุการณ์ของเสื้อแดง ไม่อยากให้พูด อย่างนี้ คนที่พูดอย่างนี้คือคนที่ไม่ได้รับการศึกษาต่างหากครับ ขอบคุณมากครับ