สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

วิชาญ มีนชัยนันท์ วิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลที่ไม่โปร่งใสและไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลเด็กก่อนวัยเรียนและความไม่เท่าเทียมกันในการดูแลเด็กที่มีคุณสมบัติเหมาะสม นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจ้างครูจากต่างประเทศ การให้เงินบริจาคจากผู้ปกครองเพื่อช่วยเหลือโรงเรียน และการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อย่างจริงจัง

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ วันนี้ถือว่าเป็นวันที่ ๒ ที่สภาแห่งนี้กําลังพิจารณางบประมาณรายจ่าย ของรัฐบาลซึ่งถือว่าเป็นความสําคัญอย่างยิ่ง ในเรื่องของงบประมาณนั้นจริง ๆ แล้ว การกู้เงินเพื่อที่จะมาสร้างงานสร้างเศรษฐกิจนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ไม่เป็นปกติ เนื่องจากว่างบประมาณฉบับนี้นั้นเป็นงบประมาณซึ่งดูเสมือนว่าจะเป็นการกู้เงิน โดยลักษณะหลักลอย เพราะการใช้จ่ายเงินงบประมาณแต่ละครั้ง แต่ละปีนั้นมันต้อง สมดุลกับยอดรายรับหรือประมาณการที่เป็นรายได้ของประเทศ แต่ดูเหมือนว่าการจัดทํางบประมาณนั้นเป็นการคาดคะเนตัวเลขว่าปีหนึ่งจะเก็บได้เท่าไร ตัวเลขจริง ๆ แล้วส่วนใหญ่จะจัดเก็บในหมวดของเรื่องนํ้ามัน พูดง่าย ๆ ว่า ภาษีสรรพสามิตเสียส่วนใหญ่เป็นภาษีซึ่งจัดเก็บโดยการเรียกเก็บจากพี่น้องประชาชน ในการใช้จ่ายในขณะนี้ เขาบอกว่าการส่งออกนั้นเป็นตัวเลขซึ่งน่าจะเป็นลําดับต้น ๆ แต่ผมเองนั้นเมื่อกี้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายคนตั้งแต่เมื่อวานนี้จนถึงวันนี้ก็เขาเห็นตรงกันว่า รัฐบาลต้องมีเงินไปใช้จ่าย แต่เงินที่จะใช้จ่ายนั้นต้องเหมาะสม แล้วไม่ทําให้ ความเดือดร้อนนั้นตกอยู่กับพี่น้องประชาชน ขออนุญาตนะครับจะใช้จ่ายอย่างไรก็ไม่ว่า แต่ต้องโปร่งใส วันนี้ดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้นั้นมีข้อครหานินทามากมายเกี่ยวกับ การใช้จ่ายเงิน ที่ฝ่ายค้านเองนั้นไม่ได้เลือกอภิปรายในช่วงจังหวะที่มีการพูดกล่าวว่า เป็นเรื่องที่เหมาะสมเพราะจับทุจริตได้มากมาย แต่ก็ไม่เป็นปัญหาครับเพราะประชาชน เขาทราบแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นรัฐบาลเองได้ทํางานในลักษณะของการเร่งรีบ จนลืมไปครับว่าการเร่งรีบนั้นก่อให้เกิดปัญหาทุจริต แต่ผมไม่ได้มองว่าเร่งรีบหรอกครับ มองถึงเจตนาที่รัฐบาลใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณในโครงการต่าง ๆ อย่างผิดปกติ

ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้พูดในเรื่องยุทธศาสตร์ ส่วนที่ ๓ การพัฒนาสังคมคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมลํ้าทางสังคม วันนี้ต้อง ยอมรับครับว่าปัญหาในด้านดังกล่าวนี้รัฐบาลได้จัดอยู่ในหมวดหมู่ในเรื่องยุทธศาสตร์ที่ ๓ โดยจัดสรรเงินงบประมาณจํานวนร้อยละ ๓๐.๒ เปอร์เซ็นต์จากจํานวน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ ๖๒๔,๔๑๘.๗ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเม็ดเงินงบประมาณถ้าเทียบกับ ในส่วนของการดูแลในเรื่องการทหารนั้นทหารคิด ๘ เปอร์เซ็นต์จากยอด ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ตัวเลขดังกล่าวอาจจะมองว่ามาก แต่ถ้าลงลึก ในรายละเอียดแล้วนี่เราต้องยอมรับครับว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้เสียภาษี ๖๔ ล้านคนเป็ นพลเมืองคนไทย แล้วยังมีคนที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยก็คือ คนต่างประเทศคนมาใช้แรงงาน และคนเหล่านี้บางทีก็ใช้เม็ดเงินภาษีอากรของเรา ถ้าหลบเข้าประเทศเราเองก็ต้องดูแลครับไม่สามารถที่จะบอกหรือปฏิเสธได้ เพราะประเทศเรานั้นเป็นประเทศที่มีมนุษยธรรม ท่านประธานครับ คําที่ผมจะกล่าวนั้น ผมขออนุญาตบอกกล่าวว่าถ้าบรรดามวลสมาชิกของประเทศหรือประชาชนเองนั้น ไม่ได้รับการดูแล ทรัพยากรของเราก็เสื่อมคุณภาพ แล้วก็ยิ่งเสื่อมคุณภาพถ้ารัฐบาลเอง ปฏิบัติในลักษณะ ๒ มาตรฐาน ที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏพบเห็น ณ วันนี้รัฐบาลเองพยายามบอกกล่าวว่าจะพยายามสร้างประเทศคล้ายกับที่จะหาเสียง ซึ่งเขาลืมไปหรือเปล่าครับว่าเงินรายได้ขณะนี้กับรายจ่ายที่มีจํานวนมากกับการติดลบ เป็ นจํานวนสูงจะทําให้การคืนหนี้ทั้งเงินในประเทศที่กู้โดยการออกพันธบัตร ทั้งเงินกู้ต่างประเทศอีกส่วนหนึ่งซึ่งบอกว่าเกินกว่ากําลังคนไทยจะใช้จ่ายก็ว่าได้ ผมขออนุญาตนะครับว่าในส่วนนี้ถ้าคิดเทียบแล้ว ๖๔ ล้านคน ถ้ามองตั้งแต่เด็กเลย วันนี้ในภาพรวมของเด็กทารกซึ่งเกิดมาอยู่ประมาณ ๑.๒๔ เปอร์เซ็นต์จากจํานวน ๖๔ ล้านคนก็โดยประมาณประมาณ ๗๘๐,๐๐๐ กว่าคนที่เกิดใน ๑ ปี ถามว่าประชาชน เหล่านี้เมื่อเกิดมาเป็นคนไทยแล้วเด็กเหล่านี้จะต้องได้รับการดูแล แต่รัฐบาลบอกว่า ต้องดูแล แต่การดูแลดูแลแบบไหนครับ ผมขออนุญาตครับว่ารัฐบาลบอกว่าจะต้องมีศูนย์ ที่ดูแลเด็กก่อนวัยเรียน ศูนย์เด็กเล็กหลังคลอด หลังคลอดก็คือการให้งบประมาณ ในการดูแลเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในการรักษาพยาบาลซึ่งทราบว่าปี นี้ มีอยู่ประมาณ ๒,๕๐๐ บาทต่อคนก็สูงขึ้นครับ เพราะเงินงบประมาณมันใช้จ่ายสูงขึ้น ทุกหมวดก็จะสูงขึ้นเป็นปกติ แต่ถ้ามาดูให้ดีแล้วศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนไม่ว่าศูนย์ใดก็ตามที่รัฐบาลอุดหนุนเงินลงไป ดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหาต่อสังคม เป็นปัญหาต่อผู้บริหาร โดยเฉพาะหน่วยเล็กที่สุดคือ อบต. หมู่บ้าน หรือเทศบาล เพราะรัฐไม่ได้กระจายอํานาจหรือกระจายเงินลงไปเพียงพอ วันนี้กระทรวงมหาดไทยเอาเงินส่วนหนึ่งที่เก็บไว้ดูเสมือนว่าถ้าชอบใจพอใจใครแล้วก็ ใส่ลงไปในรายจังหวัดที่ตัวเองต้องการ ดังนั้นศูนย์เด็กเล็กหรือศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน ไม่ได้รับคุณภาพหรอกครับ ไปดูอาคารสถานที่ ไปดูอุปกรณ์เครื่องใช้เด็กต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นฟูก ที่นอน หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะสื่อให้เด็กเหล่านี้นั้นได้มีวิวัฒนาการทางด้าน ความคิดความอ่านนั้นดูเหมือนด้อย ด้อยในเรื่องของคุณภาพ นี่แหละครับเป็นปัญหา และเด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ค่อนข้างจะยากจน เป็นกลุ่มคนที่ ใช้แรงงาน เป็นกลุ่มคนที่จะต้องมีการฝากเด็กกลุ่มเหล่านี้เข้าไปเพื่อที่จะให้เป็นสถานที่ ดูแล เรียกว่าเช้าไปฝากเย็นไปรับกลับ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าต้องมีคนดูแล กลุ่มคนที่ดูแลคือครูอาสา วันนี้รัฐบาลมีแต่บอกครับ คราวที่แล้วบอกว่าคนเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทลงมาที่ลงทะเบียนไว้ พูดง่าย ๆ ว่าให้ไปคนละ ๒,๐๐๐ บาท มีสวัสดิการ อยู่แล้ว มีอะไรอยู่แล้วแต่ให้อีกครับเพราะเป็นคนกินเงินเดือน แต่กลุ่มครูอาสาเหล่านี้ กินเงินเดือนเท่าไรครับ ๕,๖๔๐ บาททั่วประเทศ อุดหนุนให้เขา ๕,๖๔๐ บาท ภาษีประกันสังคมอีก ๒๘๒ บาท ได้เท่าไรครับ ได้ ๕,๓๕๘ บาท เรียกว่าได้เนต (Net) นี่ เท่านี้ บางคนทํางานเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปี ไม่มีลักษณะของการที่จะเพิ่มเงินหรือชดเชยให้ และเขาต้องดูแลชีวิตเด็ก ต้องดูแลคน แต่ต่างประเทศคนเหล่านี้ที่จะต้องมาดูแลจะต้อง เป็นคนที่ได้รับการศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับดอกเตอร์ ถ้าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างนี้ ๑๐ ปี ๒๐ ปี รัฐไม่ได้ดูแลครับว่าจะให้วงเงินที่เขาสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้สูงเท่ากับคนที่ สามารถจะดูแลคุณภาพของเด็กได้หรือเปล่า

หันมาในเรื่องของการศึกษาครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าการศึกษาเป็นเรื่อง สําคัญ รัฐบาลบอกว่าการศึกษา ๑๒ ปี เพิ่มเป็น ๑๕ ปี ดูเด็กก่อนการศึกษา แรกเกิด เข้ามาดูแล มาดูแลเด็กที่เตรียมก่อนจะเข้า ป. ๑ ดูเหมือนดีครับ ชุดเครื่องแบบ เครื่องเรียน ทุกอย่างฟรีหมด ผมเคยพูดครับว่าสิ่งเหล่านี้บางคนไม่ต้องการหรอกครับ ดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้กําลังยัดเยียดสิ่งที่เรียกว่าเป็นสวัสดิการให้กับคน บางคนนี่ ลูกเขาเอง ครอบครัวมีฐานะ ก็บอกว่าเหมือนกัน แต่ไปบอกว่าถ้าไม่ประสงค์อยากจะได้ ก็ให้มาบอก แต่อย่าลืมนะครับคนที่จะมาบอกมีจํานวนน้อย แต่สิ่งที่บ่งบอกว่าขณะนี้ เป็นปัญหาก็คือเด็กเหล่านี้หนังสือเรียนที่ผมเอามานี่ยืมเรียน ๓ ปีครับ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือเรียนฉบับใด อันนี้ใหม่ ๆ ครับ ๑ ปีเขาไม่ได้เรียนเลยครับ แต่เขาไปซื้ออีกครับ เขาไปซื้อเครื่องเรียนเพราะว่าผู้ปกครองบอกว่ามันเขียนอะไรลงไปไม่ได้หรอกลูก มันจะต้องส่งคืน ปีหนึ่งเรียนไปนี่ราขึ้น เหลืองนะครับ เด็กที่จะไปเรียนปีที่ ๒ นี่เพราะยืม เรียน ๓ ปี บางทีเรียนหลักสูตรยังไม่ดีหนังสือที่พิมพ์ออกมานี่เปลี่ยนอีกแล้วครับ เปลี่ยนหลักสูตร บางครั้งหลักสูตรต่าง ๆ ก็ไม่เหมาะสมกับการเรียน ขออนุญาตครับ ครูบาอาจารย์เขาก็บ่นบอกว่า เอ๊ะ รัฐจัดอย่างไรในลักษณะอย่างนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมขออนุญาตบอกกล่าวว่าการที่รัฐจัดอย่างนี้ ทั้งอุปกรณ์ ทั้งเสื้อผ้า นี่เหมือนดูถูก ประชาชน ถ้าจะให้ดีนี่ท่านลงทะเบียนในกลุ่มคนที่ต้องการกับไม่ต้องการเถอะครับ ถ้าต้องการให้มาลงทะเบียน เงินเหล่านี้ยังไปใช้ประโยชน์ได้ เหมือนที่ท่านแจกละครับ สุ่มไปเลย ๒,๐๐๐ บาท บางคนไม่เดือดร้อนแต่รับเหมือนกัน อย่าลืมว่าเรายังเป็นหนี้ และรัฐบาลชุดนี้จะอยู่อายุยาวหรือสั้นผมไม่ทราบ แต่คนที่จะมาทํางานทําหน้าที่ต่อ ท่านไปเพิ่มภาระหนี้และไปเพิ่มเงื่อนไข ซึ่งบางครั้งเงื่อนไขอย่างนี้มันรับไม่ได้ ผมขออนุญาตว่าที่ไปเรียกเก็บบอกว่าเรียนฟรีนั้นไม่จริงครับ ต้องไปจ้างครูต่างประเทศ ต้องไปเสียค่าประกันอุบัติเหตุ ต้องไปเสียค่าบุคลากรจ้างพิเศษ ภารโรง ภารโรงท่านก็ให้ไม่พอ ต้องไปจ้างเพิ่มครับ กิจกรรมในเรื่องของการเสริมต่าง ๆ รวมเบ็ดเสร็จต่อคน โดนไปอีกเกือบ ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ บาท และจะเรียนฟรีอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทราบ แต่สิ่งที่โรงเรียนต้องการนี่ต้องการอะไรครับ ค่าไฟฟ้ำ ค่านํ้า บางโรงเรียนเดือนหนึ่ง ๗๐๐,๐๐๐ บาทเพราะเป็นโรงเรียนใหญ่ เพราะอุปกรณ์สื่อต่าง ๆ ต้องใช้ ห้องเรียนต่าง ๆ ต้องมี แม้กระทั่งในเรื่องของการบรรจุครูที่เออร์ลี่ (Early) ผมถามว่าเออร์ลี่ไปแล้วนี่ ๖ เดือนแล้วโรงเรียนเปิดวันนี้เพิ่งจะตัดสินเกณฑ์ต่าง ๆ นี่คือการทําแผนของรัฐบาลหรือครับ วิธีการดูแล้วมันแปลก ๆ และอัตราเงินที่จ้างนี่บางคนจ้างเขาโรงเรียนต้องจ้างไปก่อน ใช้เงินในส่วนของการจ้างนี่ก็เป็นเงินบริจาคจากกลุ่มผู้ปกครอง จากแหล่งเงินที่หาได้ ถามครับว่าวันนี้เงินเหล่านี้ได้มาอย่างไร ท่านประธานคงไม่ปฏิเสธครับ เป็นเงินที่เขาหามา แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมมองว่าบางคนอยู่ภาคอีสานมาบรรจุที่ กทม. ทําไมไม่บรรจุ ที่ภาคอีสานล่ะครับเพราะครูก็ขาดเหมือนกัน โรงเรียนต่าง ๆ เหล่านี้นับวันเขายิ่งเป็นหนี้ เพราะรัฐบาลเองไปมองในเรื่องของการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณ ในเรื่องของการให้ มากกว่าการดูแลอุปกรณ์ต่าง ๆ ถ้าให้ดีนี่ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านไม่ต้อง ไปพิมพ์หนังสือหรอกครับ ท่านแจกเป็นอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ (Computer) ไปเลย ม. ๑ ใช้ไปเลยถึง ม. ๓ จํานวนมาก ๆ ให้เขารับไปเลยครับ ท่านจะดาวน์โหลด (Download) อะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวต่าง ๆ เพิ่มลงไปในนั้นมันจะดีเสียกว่า หนังสือที่เขา แบกไปแบกมานี่เป็ นภาระ ถ้าเขารับผิดชอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ท่านลองไป เช็กดูครับจํานวนที่มันมาก ๆ ทั้งประเทศมันจะเหมาะสม เด็กก็จะได้ใช้ และดีกว่า ที่โรงเรียนจะต้องมาหาเงินไปสร้างห้องคอมพิวเตอร์ ไปหาเงินบริจาคต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ ใน กทม. ๑ คนต่อ ๑๐ เครื่อง ต่างจังหวัดนี่ ๑๐๐ คนยังไม่มีสักคนได้ใช้เครื่องอุปกรณ์ ดังกล่าว ท่านลองไปพิจารณาดูครับในส่วนต่าง ๆ ตรงนี้

ผมมามองเรื่องแรงงานนะครับ วันนี้คุณภาพหลังจากที่เราเองเรามองว่า ในด้านแรงงานจะต้องควบคู่กับการเรียนการสอนในเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าเป็น อาชีวศึกษา อาชีวศึกษาเดี๋ยวนี้อุปกรณ์ก็ขาดครับ ไม่ทันสมัย ไม่อัพเกรด (Upgrade) กับการใช้จ่ายในเรื่องของอาชีพแรงงาน แต่ส่วนที่ได้รับเพิ่มมาคือแรงงานต่างประเทศ เข้ามาแทนที่เยอะมาก ผมเรียนว่าแรงงานต่างประเทศที่เข้ามานั้นมาแทนกระทั่งยาม ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยนี่ยังเอาแรงงานต่างประเทศมาทําหน้าที่ยาม และท่านบอก ต้นกล้าอาชีพดี ดีก็มีแต่ปัญหาเรื่องคอร์รัปชัน ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าท่านไม่เร่ง ดําเนินการคนตกงาน ว่างงาน อยู่ประมาณ ๑.๑ ล้านคน ตอนนี้ถึง ๑.๔ ล้านคน คือประมาณ ๓-๓.๗ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านบอกว่าเศรษฐกิจดี ไหนล่ะ คนตกงาน ว่างงานเยอะ

ผมมาดูแลเรื่องสุขภาพ ถามว่าวันนี้สุขภาพเป็นเรื่องสําคัญ ตั้งแต่เด็ก หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีจนถึงแก่ตาย อันนี้ส่วนหนึ่ง กลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ ๔๘ ล้านคน กลุ่มประกันสังคมมีอยู่ ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน กลุ่มทั่วไปไม่ว่าเป็นข้าราชการ คนอื่น ๆ ที่เขามีเงินแต่ไม่ลงทะเบียนนี่มีอยู่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมเรียนถามรัฐบาลว่า กลุ่มเหล่านี้ที่แจกแจงออกไปแล้วนี่มีการดูแลไหมครับ อุปกรณ์ต่าง ๆ แทนที่จะได้รับจาก ไทยเข้มแข็ง เอสพี ๑ (SP1) เอสพี ๒ เอสพี ๒ นี่ล้มไปแล้วครับ ไปอยู่ในเงินที่เอาไปใส่ไว้ ในเงินประจําปี แต่ถามว่าวันนี้เป็ นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องจัดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มันครบ รวมถึงสิ่งที่จะต้องเติมเข้าไปคือบุคลากรทางการแพทย์ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าวันนี้อุปกรณ์ทางการแพทย์นั้นเกิดจากปัญหาการคอร์รัปชันที่รัฐบาล ชุดนี้ไปทําเสียจนทําให้กระทรวงสาธารณสุขเองนี่ ๘๖,๐๐๐ ล้านบาท งบไทยเข้มแข็งนี่ ไม่สามารถที่จะทํางานต่อได้ แล้วจะบอกว่าถูกหรือไม่ถูกจากการตรวจสอบผมไม่ว่า แต่หนังสือมันเขียนว่าทุจริตไทยเข้มแข็ง คนก็ทราบกัน ท่านจะกล่าวหา หรือว่าผม จะกล่าวหา หรือใครจะกล่าวหาก็ตาม แต่เม็ดเงินงบประมาณมันควรที่จะลงเอาไปแก้ไขปัญหา เครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ ต่าง ๆ วันนี้ขาดไปหมดครับ แล้วสิ่งหนึ่งที่บอกว่าจะลงไปสู่ชนบทไปสู่ในส่วนของ สาธารณสุข ควรที่จะมีอย่างน้อย ๆ แพทย์ ๑ คน วันนี้บุคลากรทางการแพทย์ก็ผลิตไม่ทัน ครับท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเองมันมีอัตราอยู่ ประมาณ ๑๒,๔๒๔ คน แต่มีจริงแค่ ๑๐,๗๐๗ คน ขาดไปประมาณ ๑,๗๐๐ คน อันนี้คือแพทย์ทั่วไปนะครับ ทันตแพทย์ขาดหนักครับ มีอยู่ ๖,๕๐๐ อัตรา แต่อัตราจริง ๆ มีอยู่แค่ ๓,๑๐๐ อัตรา ขาดไป ๓,๔๕๔ อัตรา พยาบาลก็ขาดนะครับ ขาดไป ๓๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ท่านประธานทราบไหมครับว่าในกระทรวงสาธารณสุขสิ่งเหล่านี้ ผมถามว่ารัฐบาลเคยให้ความสําคัญสนใจไหม คนที่เจ็บป่ วย คนที่ต้ องการดูแล รักษาพยาบาล จะทําอย่างไรให้เขาเข้าถึงหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่หมอ หรือบุคลากรทางการแพทย์นั้นมีจํานวนจํากัด ท่านไม่ได้ลงไปดูเลยครับ ท่านไม่ได้ เอาใจใส่เลย จนกระทั่ง พ.ร.บ. หลายฉบับจนหมดสมัยประชุม พ.ร.บ. วิชาชีพ ทางการแพทย์เตะไปเตะมาเตะไปอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอีกแล้วครับ แล้วทําไม ไม่ออกมาสักที เรื่องนี้เป็นปัญหาครับ ผมว่าต้องไปดูเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ทั้งระบบ

อีกส่วนหนึ่งปัญหาในเรื่องของยาเสพติด เรื่องอาชญากรรมสูงมาก ท่านจะบอกอย่างไรว่าปัญหาในเรื่องของอาชญากรรม เรื่องของปัญหายาเสพติด ลดน้อยลง ไม่จริงหรอกครับ เพราะตัวเลขต่าง ๆ มันเพิ่มขึ้นอย่างปัญหาในเรื่อง อาชญากรรม เฉพาะเรื่องยาเสพติดถูกจับนะครับ ผมได้ตัวเลขมา ๒๖๐,๐๐๐ คน ที่เป็นรายนะในปี ๒๕๕๒ ที่ผ่านพ้นมานี้ ถามว่าตัวเลขมันเพิ่มมากขึ้นในการจับกุมถึง ๔.๕ เท่าจากตัวเลขเดิม รัฐบาลนิ่งนอนใจหรือเปล่า เห็นยิ่งจับยิ่งปราบมีข่าวออกมา เต็มเลย ท่านมีวิธีการอย่างไรที่จะใช้เงินงบประมาณอย่างคุ้มค่า อย่างการที่จะเข้าไปดูแล การใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ เพราะสิ่งหนึ่งนั้นต้องยอมรับครับว่าเมื่อประชาชนเอง มีปัญหาบางคนก็หันไปหายาเสพติด บางคนก็ถูกชักจูง บางคนก็เกิดปัญหา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมบอกได้เลยครับว่ารัฐบาลชุดนี้ขาดการดูแลเอาใจใส่จึงสร้างปัญหาให้กับสังคม

อย่างการเคหะแห่งชาติ ผมเรียนว่าเม็ดเงินงบประมาณลงไปดูจริง ๆ ดูแล้ว ให้เกิดประโยชน์ครับ ไม่ใช่ใช้เม็ดเงินงบประมาณในการท่องเที่ยว ในการจัดแค่สัมมนา แล้วก็บอกว่าจบ แต่อาคารหรือสิ่งต่าง ๆ ที่จะไปช่วยดูแลนั้นเป็นเรื่องยากลําบาก

ผมมีประเด็นหนึ่งซึ่งจะต้องเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ จากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้น รัฐบาลเองเยียวยาประชาชนที่เจ็บป่วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมี พระมหากรุณาธิคุณมอบเงินส่วนหนึ่งให้ในการเยียวยา แต่ปรากฏออกมาว่าคนที่เจ็บป่วย ถูกดําเนินคดีทั้งหมด ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลเองกําลังทําอะไร ตกเป็นผู้ต้องหา ไปรับเงิน ถูกกล่าวหาครับ ถูกกล่าวหา ถูกฟ้ อง ณ วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าเพิ่งส่ายหน้าครับ ท่านไปลองเช็กดูก่อน ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะทราบหรือไม่ทราบ แต่ที่ผม ทราบมาเป็นเรื่องจริง คนที่อยู่โรงพยาบาลรักษาพยาบาลวันนี้นอน ๆ อยู่ตํารวจมาตรวจ ตรวจเสร็จบอกว่าตกเป็นผู้ต้องหา ถูกกล่าวหาว่าไปชุมนุม ท่านนายกรัฐมนตรีต้องไปดู ตรวจสอบนะครับ แล้ววันนี้ต้องยอมรับครับว่าการชุมนุมนั้นชุมนุมได้ แต่ท่านออก พ.ร.ก. นี่เป็ นอีกคนละส่วน แต่คนที่เขาอยู่ในระหว่างการชุมนุมมันอาจจะติดพัน มันอาจจะมีความรู้สึกร่วมกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลเองคงจะต้ อง มีคําตอบ ผมเองยอมรับนะครับว่างบประมาณทุกอย่างเป็นเรื่องจําเป็นต่อประเทศชาติ ในการบริหารประเทศ แต่สิ่งที่รัฐบาลกําลังทํานั้นอาจจะไม่ชอบหรือไม่ถูกต้อง ท่านเอง คงจะต้องดําเนินการในเรื่องของความรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว ขอบคุณครับ