กิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2554 และเสนอแนวคิดในการจัดสรรเงินงบประมาณที่เหมาะสม โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพครูเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษา และตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ เพื่อป้องกันการใช้เงินที่ไม่เหมาะสม
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ เขต ๑ พรรคเพื่อแผ่นดิน ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณนะครับที่ให้โอกาสผม มีโอกาสได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เนื่องจากผมมีเวลาจํากัดจริง ๆ ๔ นาที จากเดิม ๑๐ นาที ก็จะขอพูด ในส่วนของรายละเอียดนะครับ จะพยายามตัดเรื่องตัวเลขออกไป ในส่วนหนึ่ง ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ กระผมเห็นว่ามีความเหมาะสม แต่ในส่วนหนึ่ง หลาย ๆ ด้านก็อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีกรณ์แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เราจัดทําก่อนเดือนพฤษภาคมก่อนที่จะเกิดวิกฤติสลาย การชุมนุม งบประมาณส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยติดใจ ผมคิดว่ามีความเหมาะสม แต่ปัญหา จริง ๆ ก็คือในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงไอซีที งบประมาณจริง ๆ ก็จะประมาณ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ตัวนี้ก็จะเป็นมาตั้งแต่ สมัยครั้งแรกก็คือสมัยพรรคพลังประชาชน แต่ในปัญหาจริง ๆ เรามีปัญหาก็คือว่า เกิดวิกฤติ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้งบประมาณเท่าเดิมตลอดเวลามา ๓ ปี จะต้องมี ความจําเป็นอย่างมากเนื่องจากเรามีปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องมาบตาพุด เรื่องส่งเสริม ความเชื่อมั่น แม้กระทั่งเมื่อวานล่าสุดภาคอุตสาหกรรมก็ได้ประกาศออกมาแล้วว่า ความเชื่อมั่นของเราตกลงติดต่อกัน ๓ เดือน ในงบประมาณที่เท่าเดิม ใช้จ่ายประจํา เท่าเดิม ตัวนี้จะเป็ นปัญหาอย่างมาก อยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังช่วยพิจารณาดูเพราะว่าเรามีความตั้งใจจริง ๆ ในการบริหารประเทศ
ในส่วนที่ ๒ ที่ผมมองก็คือในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ปี นี้กระทรวงศึกษาธิการแล้วก็ของกระทรวงมหาดไทยใช้งบประมาณอันดับ ๑ แล้วก็อันดับ ๒ ซึ่งที่น่าสนใจก็คือว่าในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการเป็นส่วนของการเพิ่ม เงินเดือนข้าราชครู ส่วนนี้ผมเห็นด้วย สิ่งที่จะฝากก็คือว่าผมเข้าไปดูในรายละเอียด ลงเล่มแล้ว การพัฒนาก็คือการติดอาวุธทางปัญญา ก็ต้องอาวุธทางปัญญาให้ครู การพัฒนาครูเป็นสิ่งจําเป็น เพราะไม่อย่างนั้นครูก็จะเหมือนอย่างที่เราเห็นก็คือทุกปี ปีที่แล้วก็คือบางกอกโพสต์ (Bangkok Post) ได้ทําการวิจัยออกมาในหนังสือ ผมอาจจะ ผิดพลาดคลาดเคลื่อนนะครับ ตัวเลขของการศึกษาที่นักศึกษาจะต้องกลับไปเรียนพิเศษ เพิ่มเติมเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ นั่นคือ ทําให้เห็นเลยว่าการศึกษาของเราเรียนพิเศษไม่พอเพราะอะไร พ่อแม่ต้องการลงทุนให้เด็ก ได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ดีต่ออายุทางปัญญาแล้วก็อนาคตของลูกหลานเป็นการการันตี (Guarantee) สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สําคัญมาก ถ้าเราพัฒนาในเรื่องของคุณภาพครูจะช่วย ลดภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทํามาเป็นสิ่งที่ดีแล้ว ก็คือการเรียนฟรี สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะให้เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมในเรื่องของการพัฒนา คุณภาพของครู
และส่วนสุดท้ายที่ผมค่อนข้างเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือเกิดจากปัญหาปีที่แล้ว ก็ในส่วนของเรื่องกระทรวงมหาดไทย ทุกเล่มของงบประมาณจะเขียนในส่วนของเรื่อง ความเป็ นธรรมและสําคัญที่สุดก็คือธรรมาภิบาล งบประมาณครั้งนี้ของ กระทรวงมหาดไทยเพิ่มขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โดยกระทรวงหลักอันนี้ไม่ได้อยู่ในมือของ พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ในมือของพรรคร่วม ปีที่แล้วก็ได้เกิดปัญหา ผมอาจจะเกินนิดหนึ่ง อาจจะขอเวลาเพิ่มสัก ๑๐-๒๐ วินาที ผมอยากจะเล่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟัง ซึ่งปีที่แล้ว ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงทราบ เพราะว่าพวกเราส่วนหนึ่งก็ได้เข้าไปปรึกษาปัญหา กับท่านนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงจําได้ แล้วงบประมาณก็มี ผมเป็น อนุกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นขอข้อมูลต่าง ๆ ก็ไม่ได้ จนมาถึงตอนที่เรา ลงรับงบประมาณก็ได้มีท่าน ส.ส. ชวลิต แล้วก็ ส.ส. ก่อเกียรติ ส.ส. อนุวัฒน์ รวมถึงตัวผม เป็นจํานวนหนึ่งเท่านั้นเองเข้าไปติดตามงบประมาณที่มันมีปัญหาและขาดหายไป ปี ที่แล้วก็เกิดปัญหาอย่างมาก แล้วเมื่อมีการรองรับงบประมาณก็เกิดปัญหาขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดสุรินทร์คือ เพี้ยราม กาเกาะ นาดี แสลงพันธ์ ตั้งใจ บุฤาษี สลักได ราม โครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะศูนย์เด็กเล็ก ถนนหนทางต่าง ๆ มีปัญหาหมดจนมาถึง ปลายปี ผมก็ไม่สบายใจในส่วนนี้เพราะผมดูงบประมาณ อันนี้ขอเกินเวลานิดเดียวครับ ผมก็ได้เข้าไปปรากฏว่าเกิดเรื่องที่พื้นที่อําเภอศีขรภูมิ ที่ตําบลตรึม ผมได้ไปออก งานเกษตร ก็มีผู้สมัครท่านหนึ่งไป ชาวบ้านประมาณ ๔๐๐ คน ก็ได้ไปประกาศว่า ถนนเส้นนี้ ๒๐ ล้านบาทเอามา ขอให้ปรบมือให้หน่อย ชาวบ้านปรบมือนะครับ ปรบมือให้ ผู้สมัคร แต่ถึงเวลาสั่งให้ปรบมืออีก ๒-๓ เที่ยว มีผู้หนึ่งทนไม่ไหวลุกขึ้นมาต่อว่า ว่าถนนเส้นนี้มันเป็นรีไซคลิ่ง (Recycling) ไม่เคยเสียเลย แต่โครงการถนนไร้ฝุ่นในหมู่บ้าน ทั้งสิบกว่าหมู่ ไม่มีใครเข้ามาทํา เขาด่าเลยนะครับ ผู้สมัครท่านนี้กลับบอกว่าอย่างนั้น ไม่เอาใช่ไหม ผมจะได้ไปคุยกับรัฐมนตรีว่าไม่ให้ ชาวบ้านก็เงียบ เมื่อผู้สมัครท่านนี้ออกไป ก็ไม่ต้องคิดแล้วครับว่าเสียงสรรเสริญมันจะเยอะขนาดไหน ผมต้องอยู่เสียเวลา ช่วยคอยเคลียร์ (Clear) ความเข้าใจ แล้วเขาก็ถามผู้แทนว่าคุณดูงบประมาณอีท่าไหน ถึงมาทําถนนเส้นที่ไม่เสีย ทั้งที่งบประมาณมีคณะกรรมการตรวจสอบ สิ่งเหล่านี้มีปัญหา มาเป็นกะตั้กเลย ให้เห็นว่านี่แค่จังหวัดสุรินทร์ งบประมาณที่ท่านส่งไปเพิ่มขึ้นถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผู้บริหารมีธรรมาภิบาล และท่านนายกรัฐมนตรีตรวจสอบ แล้วก็อธิบดี มีความจริงใจในการดูแลเรื่องนี้ ปัญหาของชาวบ้านจะไม่เกิดขึ้นครับ เงินมหาศาลขนาดนี้ ลงไปช่วยถนนไร้ฝุ่นจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ แล้วก็ความยั่งยืน และความปลอดภัย ในชีวิตทรัพย์สินของพ่อแม่พี่น้องเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเอาเงินตรงนี้ไปทําถนนที่มันดีอยู่แล้ว เพียงเพื่อให้ผู้รับเหมาได้ประโยชน์ ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และท่านนายกรัฐมนตรีครับ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาจริง ๆ เงื่อนเวลาที่กํากับก็จะต้องมี ส.ส. พูดต่อ ผมคงต้องสรุปแค่นี้ครับ อาจจะไม่ครบถ้วนกระบวนความก็ต้องขออภัยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ