สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

สนอง เทพอักษรณรงค์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ของรัฐบาล และเรียกร้องการทบทวนแก้ไขหรือการสนับสนุนในบางกระทรวงในบางมาตรา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังขาดการส่งเสริมและสนับสนุนให้กับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) และบุคลากรของกศน. นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลดภาระค่าใช้จ่ายของวัด เนื่องจากวัดต้องเสียค่าไฟฟ้าและน้ำเต็มที่ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ท่านประธานที่เคารพครับ ประการแรกเลยต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาให้กระผมได้มีโอกาสแสดงความคิด ความเห็นเกี่ยวกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้นถ้าจะเปรียบไปแล้วมันเหมือนเข็มทิศ ที่จะบ่งชี้ให้เห็นว่าในการพัฒนาประเทศของเรา เราจะกําหนดทิศทางในการพัฒนา ไปอย่างไร การกําหนดแนวนโยบายของรัฐบาลนั้นได้สอดคล้องกับความต้องการ ของพี่น้องประชาชนหรือไม่ สิ่งนี้เป็ นสิ่งที่มีความสําคัญเป็ นอย่างยิ่ง จากการที่ ได้ตรวจสอบดูในทุกมาตราของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่รัฐบาลได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้กรุณาอภิปรายไปแล้ว เราบอกว่างบประมาณปีนี้มากกว่าทุก ๆ ปี ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยว่างบประมาณปีนี้เราตั้งงบประมาณสูง แต่ขณะเดียวกันมีความรู้สึกว่า ถ้าหากเราได้ใช้เงินงบประมาณที่ตั้งไว้ในวงเงินที่สูงไปเพื่อประโยชน์ เพื่อพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั้น ผมว่าก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด พี่น้องประชาชนก็จะมีความสุข แต่ที่น่าเสียดายครับ น่าเสียดายตรงที่ว่าเราตั้ง งบประมาณเอาไว้สูงจริง แต่ส่วนหนึ่งงบประมาณในส่วนนี้แทนที่จะได้ไปพัฒนา ชาติบ้านเมือง แต่กลับจะต้องเอางบประมาณในส่วนนี้ไปซ่อมแซม ไปชดเชยค่าเสียหาย ให้แก่พี่น้องประชาชนของเราส่วนหนึ่งที่มีความคิดความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน แล้วก็มาสร้างความเสียหายให้ชาติบ้านเมืองจนผลสุดท้ายเราก็จะต้องนําเงินงบประมาณ เหล่านี้เอาไปชดเชยค่าเสียหายเหล่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่น่าจะเกิดขึ้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อเปิ ดดูจากงบประมาณในหลาย ๆ มาตรากับเวลาที่จํากัดนั้น ก็คงจะขออนุญาตที่จะเสนอแนะให้รัฐบาลได้ลองทบทวนแก้ไขหรือให้การสนับสนุน ในบางกระทรวงในบางมาตรา

กระทรวงแรก กระทรวงศึกษาธิการ จริงอยู่ครับพี่น้องประชาชน โดยส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับ วันนี้กระทรวงศึกษาธิการเรามีนโยบายให้เรียนฟรี แบบมีคุณภาพ ๑๕ ปี ไม่ใช่ให้เรียนฟรีอย่างเดียวครับ มีเครื่องแบบให้ มีสื่อการเรียน การสอนให้ มีทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อมเสร็จสรรพ เป็นการแบ่งเบาภาระให้แก่ผู้ปกครอง ได้พอสมควร เมื่อก่อนนี้ถ้าใครก็ตามแต่มีลูกสัก ๒ คนครับ ในฤดูการเปิดเทอมนี่ สร้อยที่อยู่ในคอไม่ได้อยู่ในคอหรอกครับไปอยู่กับโรงรับจํานํา สิ่งของที่พอจะมีค่า แปรเป็นเงินได้ก็ต้องเอาไปต๊ะไปตึ๊งเอาไว้ก่อนเพื่อที่จะเอามาแก้ไขในปัญหาเหล่านี้ แต่วันนี้ประชาชนต่างก็มีความชื่นชมว่ารัฐบาลนั้นสนับสนุนส่งเสริมการศึกษา ได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งหนึ่งในเมื่อท่านจะสนับสนุนจะส่งเสริมแล้วผมอยากจะให้ท่าน ส่งเสริมโดยครอบคลุม มีหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่งก็เป็ นหน่วยงานเกี่ยวกับการศึกษา เช่นเดียวกัน เขาทํางานอยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน เขาทํางานดูแลใกล้ชิดกับสังคม แต่ทว่าในหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล จากกระทรวงเท่าที่ควร นั่นก็คือ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน วันนี้รัฐบาล วันนี้กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการกระจาย การศึกษาไปถึง กศน. ตําบล กศน. ตําบลแต่ละตําบล ตําบลหนึ่งมีเด็กนักเรียน ๕๐๐ คน ๖๐๐ คน รวมทั้งประเทศวันนี้มีประมาณกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ทว่า กศน. ตําบล แต่ละตําบลมีทั้งหมด ๔,๐๐๐ กว่าคน มีครูช่วยสอนอีก ๒,๐๐๐ กว่าคน แต่บุคลากร เหล่านี้เขาไม่ได้รับการส่งเสริมให้มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพแต่อย่างใด ทุกวันนี้ ครูที่สอนอยู่ใน กศน. ตําบลนั้นยังเป็ นลูกจ้างชั่วคราวครับ ยังไม่ได้มีการบรรจุ เป็นข้าราชการของรัฐแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นผมอยากฝากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้เก็บไปลองใช้ดุลยพินิจว่าทําอย่างไรเราจะส่งเสริมให้บุคคลเหล่านี้ให้เขา มีความก้าวหน้าในวิชาชีพของเขาในฐานะที่เขาเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน ช่วยแก้ไขปัญหาให้การศึกษาต่อลูกหลานของเรา เพราะ กศน. ตําบลจะทําให้มี การลดต้นทุนการศึกษาไปได้มากไม่ต้องเดินทางไปเรียนไกล เรียนอยู่ในพื้นที่สามารถ จะเรียนได้ทั้งภาควิชาสามัญและอาชีพถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ที่ผมได้รับการร้องเรียนมาจากพระคุณเจ้าคือในข้อ ๓.๔ การส่งเสริมและพัฒนาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะ ที่เราเป็นชาวพุทธ ประเทศไทยของเรานี่มีวัดอยู่จํานวนมาก วันนี้ผมมีโอกาสไปถวายกฐิน ไปถวายผ้าป่า ไปเยี่ยมเยียนวัดวาอารามต่าง ๆ พบพระคุณเจ้า สิ่งหนึ่งที่พระคุณเจ้า ได้ฝากมาบอกว่ารัฐบาลไม่เคยดูแลเลยก็คือการลดภาระค่าใช้จ่ายของวัด วัดนั้นถือว่า เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยไม่ได้หวังผลกําไรแต่อย่างใด วันนี้วัดต้องเสียค่าไฟฟ้ำเต็มครับ เสียค่านํ้าเต็มครับ ก็ใช่ละครับจากการพัฒนา จากความเจริญก้าวหน้า วัดใหญ่หน่อย จําเป็ นจะต้องมีแอร์ (Air) จะต้องดูทีวีเพื่อติดตามข่าวสารการบ้านการเมืองบ้าง แต่ทว่าวันนี้วัดไม่มีค่านํ้า ค่าไฟฟ้ำ บางวัดถูกตัดมา ๒-๓ รอบแล้วครับ อยากให้กระทรวง วัฒนธรรมและกรมการศาสนาได้ช่วยแบ่งเบาภาระในเรื่องนี้ ไม่ได้มากขอให้ได้สัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี ขอบคุณครับท่านประธาน