นันทนา ทิมสุวรรณ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจโลกต่อการเก็บภาษีและประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม นอกจากนี้ เธอยังชี้ให้เห็นถึงการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศและประชาชน โดยมีโอกาสที่ประชาชนมีรายได้เสริมจากการขายสินค้าโอทอปและของที่ระลึก และการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจะทำให้รายได้ของประเทศเพิ่มขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เราก็ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ วันนี้ก็เป็นวันที่ ๒ แล้วซึ่งก็มีเพื่อน ๆ สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดไปถึงหลาย ๆ กระทรวงแล้ว ในส่วนของดิฉันเองซึ่งดิฉันนั้นสนใจในเรื่องการท่องเที่ยวก็จะขอพูดในเรื่องการท่องเที่ยว ในงบประมาณที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ในปีนี้ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งดูว่าเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ๓๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ประมาณการรายรับของรัฐบาลนั้นมีแค่เพียง ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ก็แสดงว่าปีนี้รัฐบาลต้องกู้เงินมาเพิ่มอีก ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้รายจ่ายและรายรับนั้นสมดุลกัน ปีที่แล้วรัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็กู้เพิ่มตาม พ.ร.ก. เงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เท่ากับว่าปี ๒๕๕๓ รัฐบาลใช้เงิน ไปทั้งสิน ๒,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แสดงว่าในปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๔ นั้นรัฐบาลก็ใช้เงิน พอ ๆ กันแหละค่ะไม่ได้เพิ่มขึ้น ก็ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่า ๆ กัน ท่านประธานคะ ต้องยอมรับว่ารายได้ของประเทศเราส่วนใหญ่ก็มาจาก ๓ ส่วน ๓ ภาคใหญ่ ๆ ก็คือ ภาคการเกษตร ภาคการส่งออก และภาคการท่องเที่ยว ต้องยอมรับว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของเราประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีรายได้จากการขาย สินค้าเกษตร แต่ในปีที่ผ่านมาราคาสินค้าเกษตรหลายตัวมีราคาตกตํ่า ในขณะที่ต้นทุน การผลิตนั้นไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ ย ยาฆ่าแมลง ล้วนแล้วแต่มีราคาสูงทั้งนั้นทําให้ พี่น้องเกษตรกรประสบกับการขาดทุน บางคนถึงกับเป็นหนี้เป็นสินประสบความยากลําบาก ในการใช้ชีวิต แล้วหันมาดูในเรื่องของการส่งออกก็ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกตํ่าทําให้การส่งออกของเราก็แย่ตามไปด้วยก็ทําให้ รายได้ในส่วนนี้นั้นไม่แน่นอนแล้วก็ลดลงด้วย
ในส่วนที่คิดว่ายังพอมีความหวังก็คือในเรื่องของการท่องเที่ยวที่จะสร้าง รายได้ให้กับประเทศเราแล้วก็พี่น้องประชาชน ในอดีตนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้น อยากที่จะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย เพราะเห็นว่าประเทศของเรานั้นเป็นประเทศที่สงบ คนไทยมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีนํ้าใจโอบอ้อมอารี มีไมตรีจิต ได้ชื่อว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม นอกจากนั้นประเทศไทยก็ยังมีธรรมชาติที่สวยงาม มีป่าเขาลําเนาไพร มีนํ้าตก มีทะเล มีหาดทราย แล้วก็แสงแดดที่อบอุ่นค่ะ สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย และการที่นักท่องเที่ยวแต่ละคนได้เข้ามาเที่ยวนั้นก็จะต้อง มาจับจ่ายใช้สอยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นค่ากิน ค่าอยู่ ค่าช็อปปิ้ง (Shopping) สิ่งที่ตามมาก็คือ ร้านอาหาร โรงแรม ศูนย์การค้าต่าง ๆ ที่จะได้ดําเนินธุรกิจไปได้นะคะ มีอีกหลาย ๆ อย่าง ที่สามารถที่จะสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนของเรา โดยเฉพาะ ในปัจจุบันนี้ก็มีการท่องเที่ยวในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เกิดธุรกิจสปา (Spa) ซึ่งโด่งดัง ไปทั่วโลกตามมา นักท่องเที่ยวบางส่วนก็ชอบที่จะมาใช้ชีวิต ศึกษาวิถีชีวิตแบบพอเพียง การใช้ชีวิตแบบไทย ๆ ชอบไปอยู่ตามชนบทต่าง ๆ ก็ทําให้เกิดธุรกิจโฮม สเตย์ (Home stay) ขึ้นมาอีกค่ะ นอกจากนั้นประชาชนก็ยังมีโอกาสที่จะได้ขายสินค้าโอทอปและของที่ระลึก ต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วยนะคะ ท่านประธานคะ ในปี ๒๕๕๒ นั้น เรามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยถึง ๑๔,๐๙๔,๖๓๑ คน ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศเราเป็นจํานวนถึง ๕๒๗,๐๐๐ ล้านบาท คิดดูแล้วก็มากถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของรายจ่ายเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าเราสามารถที่จะเพิ่มจํานวนนักท่องเที่ยวได้ แน่นอนค่ะรายได้ของเราต้องเพิ่มขึ้นแน่ ๆ ท่านประธานคะ รัฐบาลนั้นทราบดีอยู่แล้ว ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาบริหารประเทศ วันที่ท่านแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ นั่นละค่ะว่าสังคมไทยในขณะนั้นมีความขัดแย้ง ประชาชนมีความเห็นที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องการเมือง การบริหารประเทศ มีการชะลอตัวของการส่งออก มีการชะลอ การลงทุนของภาคเอกชน การลดลงของราคาสินค้าเกษตร และการลดลงของนักท่องเที่ยว ต่างชาติด้วย ท่านบอกว่าปัญหาเหล่านี้ต้องเร่งแก้ไข ท่านก็มีนโยบายเร่งด่วน ที่จะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีแรกอย่างชัดเจนค่ะ หนึ่งในนโยบายเหล่านั้นก็คือ การฟื้นฟูในภาคบริการและการท่องเที่ยว ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ต่างชาติ เร่งรัดมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยดําเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐ แล้วก็เอกชนในการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งเสริมให้คนไทย เที่ยวในประเทศ มีการลดหย่อนค่าธรรมเนียมและค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราหรือวีซ่า (Visa) การยกเว้น ค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานแห่งชาติ การยกเว้นค่าธรรมเนียมการลงจอดสนามบิน เพื่อดึงดูดให้มีการท่องเที่ยวมากขึ้น ทําให้ในปี ๒๕๕๒ นั้นเรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง ๑๔ ล้านกว่าคน และในปี ๒๕๕๓ นี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้ประมาณการ ไว้ว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวถึง ๑๖ ล้านคน แต่จากสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ จากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของรัฐบาลในการเข้าสลายการชุมนุมของพี่น้องประชาชน ที่มาชุมนุมทางการเมืองเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ไม่ว่าท่านจะใช้คําพูดที่สวยหรูว่าเป็นการขอคืนพื้นที่หรือเป็นการกระชับพื้นที่ก็ตาม แต่ความหมายของมันก็คือการชุมนุมทางการเมืองของพี่น้องประชาชนได้ถูกท่านใช้กําลัง ทหารมาปราบปรามพี่น้องประชาชนนั่นเอง การนําเสนอข่าวสารในเรื่องของการชุมนุม ทางการเมืองของพี่น้องประชาชนว่ามีกลุ่มก่อการร้ายบ้าง มีกองกําลังติดอาวุธบ้าง มีภาพข่าวทหารออกมาประจําตามจุดต่าง ๆ เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดค่ะ แม้กระทั่ง การประชุมสภาของพวกเราก็ยังมีทหาร มีตํารวจ อยู่รอบ ๆ สภาเต็มไปหมดเลยค่ะ ท่านประธาน