มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจําปี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาสุขภาพและผลผลิตที่ดีต่อประชาชน และเรียกร้องให้ชี้แจงวิธีการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ
ผม มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมเป็น ผู้แทนราษฎรมา ๒ ปีกว่าได้อภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจําปีมาทุกครั้ง ครั้งแรกถ้ายังจําได้ก็คงจะอภิปรายในเรื่องของงบประมาณ ปี ๒๕๕๒ ครั้งนั้นผมจะเน้น ในเรื่องการศึกษา เมื่อปี ที่แล้วงบประมาณรายจ่ายประจําปี นั้นก็ได้มีการพูดถึง การอภิปรายในภาพรวมซึ่งจะเน้นในเรื่องเงินกู้เป็นส่วนหลัก เพราะว่า พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ พ.ร.บ. ที่ยังไม่ผ่านสภานั้นได้มาช่วยเสริมทัพ ให้กับงบประมาณของปี ๒๕๕๓ จาก ๑.๗ ล้านล้านบาทนั ้นได้มาบวกกับอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาเป็น ๒.๑ ล้านล้านบาท ที่มาใช้งบประมาณรายจ่ายของปี ๒๕๕๓ ก็คือปีนี้ทั้งปี แต่ว่าเนื่องจากทางรัฐบาลนั้นได้มีการใช้งบประมาณของโครงการเอสพี ๒ หรือว่าโครงการไทยเข้มแข็ง จึงทําให้เศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นทําให้เพิ่มจาก ลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นมาเป็น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ ๒ ของปีนี้ ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลนั้นสามารถที่จะจัดเก็บภาษีได้มากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นมา จึงเป็นเรื่องที่มาของรัฐบาลนั้นไม่จําเป็นที่จะต้องไปกู้เงินเพิ่มใน พ.ร.บ. เงินกู้
ส่วนปี นี้ก็มาพูดถึงในเรื่องงบประมาณรายจ่ายของปี ๒๕๕๔ นั่นหมายความว่างบประมาณ ๒.๐๗ ล้านล้านบาทนั้น ผมก็จะเน้นในเรื่องของ กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก ต้องเข้าใจว่าผลผลิตที่จะสร้างมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ ที่สมบูรณ์แบบได้ต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างครับท่านประธาน ดังเช่น เรื่องของการศึกษา เรื่องของวัฒนธรรม เรื่องของการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะ เรื่องของการสาธารณสุข ท่านประธานครับ วันนี้มีอยู่ ๒ หลัก ในเรื่องของกระทรวง สาธารณสุขมีการตั้งงบประมาณเอาไว้ ๘๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งมากกว่า ปี ที่แล้ว ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น หรือว่าคิดเป็ นสัดส่วน ๔.๒ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ทั้งหมดเลย ในสัดส่วนผลผลิต ที่ประชาชนจะได้รับและการบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐาน โดยอยู่ในงบประมาณ ในสัดส่วนของสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ตั้งงบเอาไว้ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น พอมาดูในรายละเอียดที่เป็นผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน สํานักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุขก็ได้มีการตั้งโครงการ ไม่ว่าจะเป็ น เปลี่ยน ทดแทน หรือว่าเพิ่มเติม สิ่งที่ขาดหายไป ไม่ว่าจะเป็นครุภัณฑ์ อาคาร ที่ดิน ค่าก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นอาคาร ตึกผู้ป่ วยอุบัติเหตุ ตึกผู้ป่ วยนอก แต่ในสัดส่วนของจังหวัดนนทบุรีเท่าที่ผมได้ดู ในรายละเอียดนั้นก็จะพบว่าจังหวัดนนทบุรีได้รับการจัดสรรมาหลายต่อหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นอาคารผู้ป่วย ๖๐ ห้องของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าซึ่งจะสามารถเพิ่มจํานวน เตียงผู้ป่วยได้ อาคารพักพยาบาล ๓๒ หน่วย เป็นอาคาร ค.ส.ล. คอนกรีตเสริมเหล็ก ๕ ชั้น ได้แก่ โรงพยาบาลบางใหญ่ โรงพยาบาลไทรน้อย แล้วก็โรงพยาบาลปากเกร็ดด้วยก็ดี ท่านประธานครับ จังหวัดนนทบุรีนั้นต้องถือว่าเป็นจังหวัดที่น่าสงสารมาก นั่นก็เพราะว่า ใครต่อใครหลายคนคิดว่าจังหวัดนนทบุรีนั้นเป็นจังหวัดที่เจริญแล้ว มีการพัฒนา ทุกรูปแบบแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าจังหวัดนนทบุรีนั้นมีเขตติดต่อกับกรุงเทพมหานคร แต่ในสภาพความเป็นจริงโรงพยาบาลของรัฐเป็นโรงพยาบาลประจําอําเภอเองก็ดี ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาเลย อาคารยังเป็นอาคารเก่าแก่อยู่ ยังไม่มีการพัฒนาที่จะสร้างอาคารใหม่ขึ้นมา ถึงแม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้นจะตั้งอยู่ ในเขตพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรีเองก็เถอะ ผมยังมีความมั่นใจว่า พ.ร.บ. เงินกู้ที่มีสัดส่วน ในการที่จะสร้างอาคารผู้ป่วยนอกนั้นอยู่ในตัวของ พ.ร.บ. เองก็ดี แต่ว่าเนื่องจากวันนี้ รัฐบาลไม่คิดที่จะไปให้สภานั้นอนุมัติในสัดส่วนของ พ.ร.บ. เงินกู้แล้วจึงทําให้โครงการ อาคารผู้ป่วยนอกที่อยู่ในบัญชีของ พ.ร.บ. เงินกู้นั้นขาดหายไป ทําให้อาคารต่าง ๆ ของโรงพยาบาลประจําอําเภอนั้นขาดหายไปเช่นกันครับท่านประธาน น่าเห็นใจครับ ผมว่าน่าเห็นใจจริง ๆ แต่ผมก็สงสารพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดนนทบุรี ที่วันนี้โครงการที่จะสามารถขยายโอกาสได้ตอนนี้ถูกลดน้อยลงไปแล้ว ถึงแม้ว่าเมื่อวานนี้ ทางนายกรัฐมนตรีจะแถลงการณ์แล้วว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่อยู่ในสัดส่วนของ พ.ร.บ. เงินกู้นั้นจะจัดเข้ามาอยู่ในสัดส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจําปีก็เถอะครับ แต่ว่า ในสัดส่วนของอาคารพักผู้ป่วยนอกนั้นยังไม่มีครับ ท่านประธานครับ วันนี้พวกเราเฝ้ำรอดูงบประมาณที่จะขยายอาคารผู้ป่ วยนอก เพื่อการพัฒนาศักยภาพ ในการรับผู้ป่ วยนอกที่จะมารับการรักษาพยาบาลของตนเองนั้นได้ เพราะว่าเวลาฉุกเฉินจริง ๆ พี่น้องที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองนั้นจําเป็นที่จะต้องส่งต่อ เข้ามาที่โรงพยาบาลประจําอําเภอ แต่ว่าเครื่องไม้เครื่องมือไม่มีเพียงพอครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นจึงจําเป็นที่จะต้องทรานซิท (Transit) จากนอกตัวเมืองเข้ามาสู่ในตัวเมือง ซึ่งทําให้เสียเวลาอาจจะไม่ทันกาลเสียชีวิตกันมานักต่อนักแล้วครับท่านประธาน
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมยังค้างคาใจอยู่แต่ว่าเวลาคงจะไม่เพียงพอแล้ว เพราะว่าเหลืออีกแค่ ๑ นาทีครึ่ง นั่นก็คือความข้องใจเป็นอย่างมากในเรื่องของสภาพัฒน์ ที่มีการจัดลําดับความสําคัญของงบประมาณต่าง ๆ วันนี้คําถามที่ยังค้างคาใจก็คือ สภาพัฒน์นั้นใช้อะไรเป็นหลักเกณฑ์การพิจารณาไพรออริตี้ (Priority) ที่ ๑ หรือว่า ความสําคัญที่ ๑ ความสําคัญที่ ๒ แล้วก็ส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรีให้มีการพิจารณา งบประมาณต่าง ๆ นั้น ดังตัวอย่างบัญชีโครงการตามแผนพัฒนาราชการ ของจังหวัดนนทบุรี วันนี้ทางจังหวัดนั้นไม่ได้จัดลําดับเลยว่าตรงไหนอยู่ลําดับที่ ๑ ตรงไหนอยู่ลําดับที่ ๒ แต่ว่าได้เขียนงบประมาณเพื่อที่จะเสนอของบประมาณไป ในภาพรวม เสร็จแล้วสภาพัฒน์นั้นก็ได้มีการฟิกซ์ (Fix) เอาไว้ว่าตรงนี้แหละคือลําดับที่ ๑ ตรงนี้แหละคือลําดับที่ ๒ ซึ่งไม่ได้ถามกับทางหัวหน้าส่วนราชการ จึงทําให้วันนี้ โครงการต่าง ๆ ออกมายังไม่ถูกต้องเท่าที่ควรไม่ว่าจะเป็ นในการพัฒนาสถานที่ และสภาพแวดล้อมของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีที่ได้งบประมาณไป ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งลักษณะของงานนั้นคือปรับพื้นสนามหน้าอาคารเรียน ที่ทรุดร้าวและแตกแยก ซ่อมแซมท่อและรางระบายนํ้าให้ใช้งานได้อีก เพื่อให้นักเรียนนั้น ทํากิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งลงตรงนี้อยู่ในตัวเมือง งบประมาณต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ ของเทศบาลนั้นมีเพียงพอครับ แต่ว่านักเรียนที่อยู่ข้างนอกนั้นยังห่างไกลอยู่มาก วันนี้ ก็ต้องขอให้ทางสภาพัฒน์นั้นได้ช่วยชี้แจงนะครับ ไม่ว่าจะผ่านมาทางคณะกรรมาธิการ งบประมาณที่จะตั้งขึ้นในอนาคต ขอบคุณครับท่านประธาน