ปาริชาติ ชาลีเครือ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2554 และแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่นิ่ง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหาเงินได้มากที่สุด โดยไม่ต้องขูดรีดภาษีจากประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการเมืองและความไม่สงบในสังคม โดยให้ความสำคัญกับความยุติธรรมและความสามัคคี และยังเรียกร้องให้งบประมาณปีนี้มีประสิทธิภาพและไม่มีการรั่วไหล นอกจากนี้ยังเรียกร้องการใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนการลงทุนและการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับพลังงานทดแทน และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้ศึกษางบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้นะคะ งบประมาณมากถึง ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท และที่สําคัญ ก็เป็นงบประมาณที่ขาดดุลซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้วถึง ๓๗๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาวะการเมือง ที่เป็นอย่างนี้ที่ยังไม่นิ่งก็ห่วงว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนั้นมันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่ายเลย
ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันจะขอพูดในส่วนของงบประมาณกระทรวง พลังงาน กระทรวงพลังงานถือว่าเป็นกระทรวงที่เป็นเส้นเลือดที่สําคัญกระทรวงหนึ่ง เพราะว่าเท่าที่ได้ดูในงบของกระทรวงพลังงานนั้นมีสัดส่วนเพียง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยที่สุดในบรรดาทุก ๆ กระทรวง รวมแล้ว ๒,๑๓๐ ล้านบาท งบประมาณของ กระทรวงพลังงานนั้นเงินจะมากหรือน้อยมันไม่ใช่ประเด็นสําคัญ ประเด็นสําคัญก็คือว่า จะทําอย่างไรให้เม็ดเงินงบประมาณนั้นทําให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ ต่างหาก ในนโยบายที่ผ่านมาของรัฐบาลจะเห็นว่านโยบายเรื่องพลังงานทดแทนนั้น รัฐบาลส่งเสริมจริงแต่ไม่เป็นรูปธรรมเลยนะคะ แต่ที่บอกว่าสวยหรูไม่สามารถจับต้อง ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมเรื่องการลงทุน การเข้าถึงแหล่งทุน กองทุนสนับสนุน และพัฒนาพลังงานต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นเงื่อนไขและมีข้อกําหนดที่เลือกปฏิบัติแทบทั้งสิ้น ที่สําคัญกฎต่าง ๆ เหล่านั้นน่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งประชาชนธรรมดาอย่างพวกดิฉันนั้นเข้าถึงข้อมูลได้ยากมาก อย่างเช่น แหล่งเงินทุนที่รัฐบาลให้นโยบายกับธนาคารที่ปล่อยกู้สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยตํ่าให้กับ ภาคเอกชนที่ประกอบการด้านพลังงานทดแทน แต่ความจริงแล้วผู้ประกอบการ ทั่ว ๆ ไปนั้นเขาไม่รู้ข้อมูล ไม่รู้เงื่อนไขระเบียบต่าง ๆ ส่วนมากคนที่อยู่ใกล้ชิด กลับได้ประโยชน์ตลอดเวลา เงินกองทุนพัฒนาพลังงานมีจํานวนมากนะคะ แต่ปรากฏว่า รัฐบาลใช้อย่างไม่ระมัดระวัง สุรุ่ยสุร่าย ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล น่าเสียดาย เป็นอย่างมาก ถ้ารัฐบาลเอาใจใส่ในเรื่องนี้อย่างดีป่านนี้ประเทศไทยคงมีพลังงานทดแทนไว้ อย่างเพียงพอ ไม่ต้องเสียดุล เสียเงินนําเข้าพลังงานจากต่างประเทศ อีกเรื่องหนึ่ง ที่อยากจะพูดให้ทราบก็คือจริง ๆ แล้วเรื่องพลังงานไฟฟ้ำเราสามารถนําพลังงาน ที่มีประสิทธิภาพของประเทศไทยมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้ำที่ทําจากพลังงาน แสงอาทิตย์ พลังงานไฟฟ้ำที่ผลิตจากชีวมวล รวมทั้งพลังงานลมอื่น ๆ อีกมากมาย
ส่วนกรณีที่อยากจะเล่าอีกก็คือกรณีที่เกี่ยวกับเรื่องซีดีเอ็ม (CDM) หรือคาร์บอน เครดิต (Carbon Credit) กลไกพัฒนาที่สะอาดเป็น ๑ ใน ๓ กลไกภายใต้ พิธีสารเกียวโต ซึ่งเป็นข้อผูกพันทางกฎหมายระดับนานาชาติ มีผลบังคับใช้อย่างเป็น ทางการแล้ว วัตถุประสงค์ก็เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รัฐบาลก็น่าจะทําเรื่องนี้ อย่างเร่งด่วนแต่กลับไม่ทํา ทําให้ประเทศชาติต้องเสียโอกาสในรายได้ที่ควรจะได้รับ ทางที่ดีรัฐบาลชุดนี้น่าจะตั้งหน่วยงานของรัฐบาลที่ทําเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยรับซื้อ คาร์บอน เครดิตให้กับภาคเอกชนแล้วนําไปขายให้ต่างประเทศ นํารายได้ให้กับประเทศไทย อย่างมหาศาล ก็ฝากไว้ด้วยนะคะเรื่องนี้
ท่านประธานคะ อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันรู้สึกเป็นห่วงก็คือเรื่องงบประมาณ เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าซึ่งมีอยู่ ๖,๘๐๒.๗ ล้านบาท การบริหารจัดการนํ้านั้น มีมาโดยตลอดแต่ไม่เคยทั่วถึง ไม่เป็นระบบ ยังมีเรื่องการขาดแหล่งนํ้า นํ้าแล้ง นํ้าท่วมซํ้าซาก แล้งซํ้าซาก ไม่จบไม่สิ้น และงบประมาณตรงนี้ก็กระจุกอยู่ทั่วไป ใครเป็นรัฐบาลก็ได้มาก ใครไม่เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้รับเลย เลือกปฏิบัติเช่นนี้มาโดยตลอดมันจะดีได้อย่างไร
อีกประการหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน ทุกวันนี้เรามีแร่ที่สําคัญ ทรัพยากรมีมากมาย แต่ปรากฏว่า กระทรวงที่เกี่ยวข้องไม่รู้ว่าทําอะไรอยู่ อย่างเช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม แม้กระทั่งกระทรวงการคลัง อย่างกรณีเช่น ที่บ้านดิฉันมีเหมืองแร่โปแตชอาเซียน (Potash ASEAN) ซึ่งเกิดมานานแล้วรอกี่รัฐบาล ก็ไม่จบไม่สิ้นสักที ไม่เห็นผลสักที เมื่อคราวที่แล้วดิฉันได้ทวงถามท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ด้วยว่าเหมืองแร่โปแตชจังหวัดชัยภูมิ ถึงไหนแล้ว ประชาชนรอฟังความหวังอยู่ ถ้าเราสร้างตัวนี้ขึ้นมาก็สามารถลดการนําเข้าปุ๋ ย หลายหมื่นล้านบาท และนํารายได้เข้าสู่ประเทศไทยหลายหมื่นล้านบาทเช่นเดียวกัน ก็อยากให้จัดสรรงบประมาณตรงนี้ให้จริงจังและเอาจริงเอาจังด้วย
ท่านประธานที่เคารพรักคะ การทํางบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้ ดิฉันมีความเห็นว่าถ้ามองให้สําคัญหัวใจการทํางบประมาณก็คือการหารายได้ให้ได้ มากที่สุด ไม่จําเป็นจะต้องหาโดยวิธีการขูดรีดภาษีจากประชาชนโดยตรง แบบนั้นมันไม่สวย เรามีวิธีหาเงินได้หลายทาง จริง ๆ แล้วรายได้จากประเทศไทยนั้น รายได้จาก การท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นรายได้ที่สําคัญที่สุด แต่วันนี้การเมืองไม่นิ่งค่ะท่าน การเมืองไม่นิ่งอะไรมันก็ไม่ดีทั้งนั้น รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง ส่งออกก็ส่งออกไม่ได้ อย่างเต็มที่ ประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว ในเรื่องนี้ก็ต้องฝากรัฐบาลว่าจะต้องมีความจริงใจ ในการแก้ปัญหาการเมือง ไม่ใช่ว่าปากว่าตาขยิบ ปากว่าปรองดอง ๆ ปรองดองแต่ปาก แต่วาจานั้นเชือด ประชาชนล้มตายไปเท่าไร ใครรับผิดชอบตรงนี้ ท่านอย่าหวังเลย การเมืองยังวิกฤติอย่างนี้ไม่มีวันจบสิ้น ดิฉันคิดว่าคนไทยทุกคนรักประเทศไทย รักบ้านเกิดเมืองนอน ดิฉันก็รักเช่นเดียวกัน ก็ขอฝากท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่า ท่านจะจบเรื่องที่ท่านกระทําอยู่นี้เมื่อไร อย่าให้ประชาชนต้องเกิดความแตกแยกเลย สมานฉันท์ ปรองดอง ขอให้มันเป็นจริงนะคะ ดิฉันก็มีความคิดว่าหากไม่มีความยุติธรรม ความสามัคคีไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และที่สําคัญวันนี้เรามาพิจารณางบประมาณ ก็อยากให้งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ นี้เป็นงบประมาณที่มีประสิทธิภาพแล้วก็ไม่มีการรั่วไหล อย่างอดีตที่ผ่านมางบประมาณเป็นลักษณะกระจุกไม่กระจาย แต่ในงบประมาณปีนี้ ดิฉันได้สังเกตทุกกระทรวงแล้วว่าน่าจะเป็นงบประมาณที่เลือก ๒ มาตรฐานนะคะ ดิฉันคงไม่ต้องอธิบายว่า ๒ มาตรฐานเป็นอย่างไร ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ