สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

สงกรานต์ จิตสุทธิภากร หารือเรื่องการจัดงบประมาณปี 2553 และ 2554 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเน้นย้ำถึงการเพิ่มงบประมาณให้กับกรมชลประทาน และเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำแนวคิดการกักเก็บน้ำจากโครงการน้ำร่องมาใช้ในการปีนี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาภัยแล้งปีนี้ โดยระบุว่าเกิดจากโครงการประกันรายได้เกษตรกรที่รัฐบาลดำเนินการ และเรียกร้องให้จัดสรรโครงการตามลำดับความสำคัญ และให้ความยุติธรรมทั่วทุกภาค และยังหารือเรื่องกรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร และกฎหมายที่จะผ่านวุฒิสมาชิก โดยขอจัดสรรเงินงบประมาณให้กับสภาเกษตรกรเพื่อดำเนินการ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณนะครับ ผมจะใช้เวลาสัก ๕ นาที เพื่อให้เวลารวบรัดนะครับ

อันดับแรก ผมจะอภิปรายในวันนี้ก็คือจะพูดถึงเรื่องการจัดงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยก่อนที่จะเข้าในงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ผมขออนุญาตพูดถึงงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาก่อนนะครับ รัฐบาลนั้น ได้รับจัดสรรมา ๕๔,๓๕๗ ล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าเป็นจํานวนที่มากพอสมควรนะครับ นอกจากนั้นแล้วเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลนั้นได้จัดงบไทยเข้มแข็งให้เพิ่มเติม ในส่วนของกรมชลประทานมากเป็นพิเศษ ทําให้โครงการต่าง ๆ ในหลาย ๆ จังหวัด ในขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการดําเนินการอยู่ ซึ่งผมคิดว่าการที่รัฐบาลได้จัดงบไทยเข้มแข็ง ส่วนหนึ่งเป็นจํานวนมากให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรอบปีที่ผ่านมา ทําให้คิดว่า ในปีนี้ถ้าฝนมาแล้วก็จะกักเก็บนํ้าได้มากขึ้นนะครับ อันนั้นเป็นเรื่องแรกที่ผมอยากจะเรียนไว้ เพื่อทราบนะครับ

สําหรับในปี ๒๕๕๔ รัฐบาลจัดงบประมาณทั้งหมด ๗๖,๑๓๘ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมคิดว่าเพียงพอที่จะดําเนินการสําหรับงานในกระทรวง เกษตรและสหกรณ์นะครับ ซึ่งในส่วนของงบประมาณเมื่อลงไปดูในรายละเอียดแล้ว จะเห็นว่ากรมชลประทานนั้นได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ มากเป็นอันดับหนึ่ง กรมการข้าวนั้นได้รับ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นนะครับ กรมส่งเสริมการเกษตรนั้นได้รับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ กรมประมง ๑๘ เปอร์เซ็นต์ และส่วนกรมวิชาการเกษตรนั้นประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในสัดส่วนที่เห็นนี้ผมคิดว่าเพียงพอที่จะดูแลเกษตรกรที่กําลังประสบ ปัญหาอยู่นะครับ ผมกราบเรียนนิดหนึ่งว่าผมได้รับทราบจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ท่านเล่าให้ฟังว่าท่านไปเยี่ยมโครงการนําร่องโครงการหนึ่ง ในภาคอีสาน ในขณะที่ทุกหมู่บ้านนั้นแล้งแต่มีหมู่บ้านหนึ่งซึ่งเขียวตลอด ผมอยากให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นําแนวคิดนี้มาเพื่อใช้ในการกักเก็บนํ้าสําหรับปีนี้

สําหรับปัญหาภัยแล้งปีนี้ผมคิดว่าที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงนั้นเนื่องจากว่า มันเป็นผลจากการที่รัฐบาลนั้นทําโครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรแล้วเกษตรกรนั้น ได้รับผลประโยชน์อย่างมาก อย่างที่ผมเห็นก็คือว่าพี่น้องในหลายจังหวัดนั้นเร่ง ทํานากัน พอเร่งทํานากันนํ้าถึงไม่พอในปีนี้ แต่ในปีนี้เราได้งบประมาณในการขุดลอก แล้วก็การจัดคู คลอง ต่าง ๆ นั้นมากขึ้น คิดว่าปีหน้าคงจะเรียบร้อย สําหรับผมนั้น มีข้อสังเกตให้กับท่านกรรมาธิการที่จะมีการจัดตั้งกันขึ้นใหม่ในไม่กี่วันนี้ว่า สําหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น อันดับแรกผมอยากให้ท่านได้พิจารณาจัดสรร โครงการต่าง ๆ นั้นให้เรียงตามลําดับความสําคัญ แล้วก็ให้ความยุติธรรมทั่วทุกภาค ตามความจําเป็น และที่สําคัญอยากให้ท่านรัฐมนตรีซึ่งท่านอยู่ในที่นี้ด้วยช่วยดูแลสอดส่องการจัดทํา งบประมาณ การจัดจ้างงานต่าง ๆ นั้นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและให้มีปัญหา เรื่องการทุจริตให้น้อยที่สุด นั่นคือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือเรื่องของกรมการข้าวครับ ผมพูดเรื่อง กรมการข้าวมาตั้งแต่ปีแรกที่ผมเข้ามาในสภาแห่งนี้ ผมก็ยังคิดว่ากรมการข้าวที่ได้ งบประมาณประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทยังไม่เพียงพอ เพราะว่าการทําพันธุ์ข้าว ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ตันนั้นผมคิดว่ามันน้อยเกินไป อยากให้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้จัดงบถ้ามีงบเพิ่มเติมขอให้จัดเพิ่มด้วยนะครับ เพราะผมคิดว่าความอยู่รอด ของประเทศไทยนั้นส่วนหนึ่งคือเรื่องของพันธุ์ข้าวครับ ถ้าเรามีพันธุ์ข้าวที่ดีมีประสิทธิภาพ แล้วเราปลูกข้าวแล้วได้ผลผลิตต่อไร่สูงมันก็จะช่วยให้ประเทศเราดีขึ้นด้วย

เรื่องที่ ๓ ที่ผมอยากฝากให้ท่านรัฐมนตรีได้ดูก็คือเรื่องของกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากในปีที่ผ่านมานั้นนโยบายประกันราคาข้าวของรัฐบาลซึ่งเป็นนโยบายที่ดีแล้วก็ เกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรง แต่มันมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็คือการขึ้นทะเบียน แล้วก็ มีปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่ที่อาจจะไม่เพียงพอ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ท่านดูแลในส่วนนี้

และสุดท้ายที่ผมอยากฝากไว้ก็คือเรื่องสภาเกษตรกร ทราบว่ากฎหมาย จะผ่านวุฒิสมาชิกในอีกไม่กี่วันนี้ แล้วคงจะเริ่มต้นได้ประมาณเดือนสิงหาคม ถึงเดือนกันยายนซึ่งก็จะเข้างบประมาณ ปี ๒๕๕๔ พอดีนะครับ สําหรับในตอนนี้ ยังไม่เห็นงบประมาณเลยนะครับ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทางรัฐบาลนั้นช่วยจัดสรร งบประมาณให้กับสภาเกษตรกร เพื่อเกษตรกรจะได้เริ่มดําเนินการได้ตั้งแต่ ในปีงบประมาณนี้ครับ ผมคงใช้เวลาเพียงแค่นี้ ขอบคุณครับ