สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

นฤมล ธารดํารงค์ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยวิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลที่ไม่ตรงจุด ไม่รองรับความเดือดร้อนของประชาชน และไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องความมั่นคงในประเทศ การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ รวมถึงการแก้ไขความหมายของคําปรองดอง การกระชับวงล้อม และการขอคืนพื้นที่

นางนฤมล ธารดํารงค์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานนะคะที่ให้โอกาสดิฉันได้ขึ้นอภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ดิฉันได้นั่งเปิดดูงบประมาณคร่าว ๆ นะคะ รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณนี้ไว้ประมาณ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็เป็นยอดที่ค่อนข้างจะสูงมาก แล้วหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไป ในภาพรวมค่อนข้างเยอะนะคะ ดิฉันก็มานั่งเปิดดูในแต่ละยุทธศาสตร์ก็ยังอดรู้สึกดี ไม่ได้นะคะ โดยภาพรวมดิฉันไม่เห็นด้วยกับการจัดงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ของรัฐบาลในครั้งนี้ ที่ไม่เห็นด้วยนี่เพราะดิฉันดูว่า การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลนี้ท่านจัดสรรงบประมาณได้ยังไม่ตรงจุด ยังไม่ตรงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเท่าไรนัก อย่างกรณีที่ดิฉันได้ยิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เมื่อสักครู่นี้ท่านก็ได้พูดถึงการนําสินค้าไปขาย ต่างประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่กวางโจว ที่ประเทศนิวซีแลนด์ หรืออีกหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็ นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศเวียดนาม ก็ตามทีนะคะ ดิฉันมองว่าท่านยังไม่ได้พูดถึงเรื่องค่าครองชีพ ท่านไม่ได้พูดถึงสินค้า อุปโภคและบริโภคที่ราคาแพงหูฉี่ ณ ขณะนี้นะคะ ท่านไม่ได้พูดเลยว่าท่านจะหา มาตรการหรือวิธีการใด ๆ ที่จะออกมารองรับราคาข้าวในท้องตลาดบ้านเรา ขอยํ้าว่า บ้านเรานะคะ ปัจจุบันนี้ถ้าท่านไปดูในท้องตลาดบ้านเรา ณ เวลานี้ อย่างไข่สด ไข่ไก่ เบอร์ ๐ นี่ ไม่ทราบว่าท่านไปเดินตลาดสดกันบ้างหรือเปล่า ปัจจุบันนี้เบอร์ ๐ ราคาอยู่ที่ ๓.๗๐ บาทนะคะ ดิฉันไม่เคยเห็นไข่ราคาสูงขนาดนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น รัฐบาลท่านสมัครหรือรัฐบาลท่านสมชายแม้จะอยู่ในช่วงระยะเวลาตรงนั้นราคาไข่ ก็ยังอยู่อย่างแพงที่สุด ๒.๔๐ บาทนะคะ ดิฉันมองว่ารัฐบาลนี้โดยเฉพาะผู้นํารัฐบาลอาจจะ ไม่เคยเดินตลาดสดก็ว่าได้ อย่างมากที่สุดท่านก็คงจะเดินเต็มที่ก็แค่ห้างทั่ว ๆ ไปนะคะ แต่ปัจจุบันก็อย่าไปคาดหวังว่าท่านจะได้เดินในห้างทั่ว ๆ ไปเลยนะคะ ฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่า อยากให้ท่านลงไปดูราคาพืชผักในท้องตลาดสดบ้าง เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ดิฉันได้ยิน พ่อแม่พี่น้องได้ออกมาบ่นและออกมาเปรยให้ฟังว่าราคาพืชผักต่าง ๆ แพงมาก เอาง่าย ๆ เลยนะคะผักบุ้ง ผักบุ้งปัจจุบันนี้กิโลกรัมละ ๒๐ บาท ซึ่งสมัยก่อนนี่ผักบุ้ง เป็นผักอะไรที่เราไม่มองราคามันเท่าไรเลย อย่างมากแพงสุดก็อยู่ที่ ๑๐ บาท แต่ปัจจุบันนี้ ขึ้นเป็น ๒ เท่านะคะ ตรงนี้ดิฉันก็ไม่เข้าใจว่าในเมื่อเราเป็นชาวบ้านตาดํา ๆ รับประทานอาหาร ซื้อผัก ซื้อผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องตลาดนี่แพงมาก ๆ แต่ทําไมคะเกษตรกรของเรายังยากจนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทางภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง หรือภาคใต้ก็ตามทีทําไมยังยากจนอยู่ ตรงนี้ดิฉันมองว่าน่าจะเป็นเรื่องของ หลาย ๆ กระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือกระทรวงพาณิชย์ ท่านจะต้องเข้ามาดูแล

ดิฉันจึงได้มาดูในเรื่องของยุทธศาสตร์นะคะ ยุทธศาสตร์ที่ท่านบอกว่า แบ่งออกเป็นยุทธศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจ อ่านข้อความแล้วดูหรูมากนะคะ ยุทธศาสตร์ การจัดการเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ดิฉันดูตรงนี้แล้วคําว่า มีเสถียรภาพและยั่งยืนมันดูยิ่งใหญ่และยาวนานถ้าแปลกันตรงตัวแล้วนะคะ แต่ท่านให้ ความสําคัญกับงบประมาณตัวนี้ถ้าเทียบไปแล้ว ๑๐.๖ เปอร์เซ็นต์ ๑๐.๖ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเองยุทธศาสตร์ตรงนี้ ซึ่ง ๑๐.๖ เปอร์เซ็นต์นี่ท่านก็พอจะทราบตั้งแต่ต้นว่า ประกอบไปด้วยกระทรวงใด ๆ บ้างนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ละตัวนี่เป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับปากท้องพี่น้องประชาชนตาดํา ๆ ทุก ๆ คน เสียส่วนใหญ่นะคะ แต่เมื่อมาดูตรงนี้ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ และยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของรัฐ เมื่อรวมกันมันได้ถึง ๑๖.๘ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขตรงนี้มองดูแล้วน่าเศร้าใจนะคะ อย่างที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปในสภาแห่งนี้ว่า รัฐบาลนี้ท่านจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ท่านไม่ได้จัดสรรตรงกับสิ่งที่ท่านได้แถลงไว้ เมื่อเช้าเลยเพราะอะไรคะ ดิฉันรู้สึกว่าท่านไม่มีความจริงใจกับการแก้ไขปัญหา ปากท้องของพี่น้องประชาชนเลย ถ้าท่านมีความจริงใจจริงงบประมาณตัวนี้ ท่านจะต้องเทลงมามากกว่านี้ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านให้เขาแค่ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เทียบเป็นเงิน ๑๐๐ บาท ๑๐๐ บาทท่านให้เขา ๔๐ สตางค์ ท่านให้เขายังไม่ถึง ๑ บาทเลยนะคะ ถามว่าท่านจะ เอาเงินส่วนไหน ท่านจะเอาโครงการใด มาแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนกันแน่คะในเมื่อ งบประมาณท่านไม่เทลงไปให้เขาตรงนี้ ไม่ทราบว่าเพราะกระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวง ของพรรคร่วมเท่านั้นหรือเปล่า อยากฝากให้รัฐบาลลงไปดูตรงนี้สักนิดหนึ่ง ถ้ำท่าน ยังยืนยันว่ายุทธศาสตร์ของท่านต้องการให้ยุทธศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจเป็นการสร้าง ทางด้านเสถียรภาพและความยั่งยืน ท่านน่าจะมีการปรับและเปลี่ยนยุทธวิธีในการจัดสรร งบประมาณให้ทั่วถึงมากกว่านี้นะคะ

แล้วเรามาดูเรื่องของความมั่นคง เป็นที่น่าเสียใจอย่างที่หลาย ๆ คน ก็ทราบเมื่อประมาณในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมานี้ เดิมทีดิฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก็ได้แต่ฟังข่าวสารบ้านเมืองไปธรรมดาเหมือนพี่น้องประชาชนทั่ว ๆ ไป เพราะสื่อที่ท่านให้ ประชาชนทั่วไปได้เสพมันก็เป็นอย่างที่ใคร ๆ หลาย ๆ ท่านก็ทราบ มันก็เป็นด้านเดียว ดิฉันก็ฟังโดยไม่คิดอะไร แต่มา ณ วันนี้ดิฉันเข้าใจว่าทําไมรัฐบาลนี้ถึงได้ให้งบประมาณ กับด้านความมั่นคงมากมายขนาดนี้ เขาบอกว่าจํานวนคนตายแปรผันตามงบประมาณ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าจริงหรือเปล่า คําพูดนี้ดิฉันก็ฟังเขามาอีกทีหนึ่ง แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เขาบอกว่าอันนี้เป็นชาวบ้านที่หลาย ๆ ฝ่ายก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ ดิฉันเป็นตัวแทน ของประชาชนก็ได้รับฟังชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์มาว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ทหารฟูมฟักอุ้มชูอยู่ เดิมทีดิฉันไม่เชื่อหรอกค่ะเพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ในระบอบประชาธิปไตย ดิฉันยังคิด ในแง่ดีอยู่กับท่านนะคะ แต่เมื่อมาเห็นงบประมาณตรงนี้ดิฉันเชื่อได้เลยว่ามันเป็นเช่นนั้น จริง ๆ มันเป็นต่างเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ตรงนี้ก็ต้องขอฝากไว้นะคะท่าน ถ้าท่านจะ ปรองดอง ถ้าท่านจะขอพื้นที่คืน หรือแม้แต่ว่าท่านจะกระชับพื้นที่หรือกระชับวงล้อมก็ตามที สิ่งเหล่านี้อยากให้ท่านได้ลองคิดและพิจารณาดูว่าประชาชนของเราไม่ได้โง่ถึงแม้เขาจะ เสพสื่อฝั่งเดียวก็ตามทีนะคะ

สุดท้ายนี้ก่อนที่จะจบตรงนี้ซึ่งเวลามันน้อยมาก ดิฉันก็เตรียมเรื่องไว้ พอสมควรแต่เมื่อเวลามันเท่านี้ก็อยากจะฝากไว้สิ่งหนึ่งว่าดิฉันไม่มีโอกาสได้พูดในเรื่อง งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ก็ดูว่ากระทรวงศึกษาธิการนี้คือหัวใจสําคัญ อย่างหนึ่งของประเทศเราในการพัฒนา แต่สมองจะไม่แล่นถ้าปากท้องเขาไม่อิ่ม อยากให้ ท่านคํานึงตรงนี้ไว้นะคะ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งท่านคงจะต้องไปบัญญัติศัพท์ ในราชบัณฑิตยสถานใหม่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรองดองเพราะปัจจุบันนี้ ผลลัพธ์ของการที่รัฐบาลประกาศว่าปรองดองมันหมายถึงการกําจัดฝั่งตรงข้ามให้ราบสิ้น ไปในพริบตา ส่วนในเรื่องของการขอคืนพื้นที่ก็เช่นกัน การขอคืนพื้นที่ผลลัพธ์ของมัน มันกลายเป็นว่ามีคนตายทั้งหมด ๒๕ คน บาดเจ็บประมาณเกือบ ๙๐๐ คน และอีกคําหนึ่งนะคะ ที่รัฐบาลนํามาใช้ก็คือการกระชับวงล้อม ตัวนี้มีประชาชนตายไปประมาณ ๖๓ ท่าน และบาดเจ็บอยู่ประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ รายและยังอยู่ในไอซียู (ICU) ซึ่งนอนพะงาบ ๆ อยู่อีก ๑๗ ราย ตรงนี้ท่านจะต้องไปแก้ไขแล้วนะคะว่าคําเหล่านี้คําจํากัดความของมัน จริงคืออะไร ขอฝากท่านเอาไว้ ณ ที่ตรงนี้ด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน