สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

นริศ ขํานุรักษ์ พูดถึงความสําเร็จของรัฐบาลที่ประกอบด้วยนโยบายที่ดีข้าราชการปฏิบัติตามนโยบายและงบประมาณที่เป็นระบบ นอกจากนี้ยังพูดถึงยุทธศาสตร์ที่ ๕ ของรัฐบาลในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาดินป่าไม้ ปะการังเทียม การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และปัญหาความชื้นในภาคเหนือ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณในการแก้ไขปัญหานี้

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความสําเร็จ ของรัฐบาลหนึ่ง ๆ ไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนต้องประกอบด้วย

๑. รัฐบาลต้องมีนโยบายที่ดี

๒. มีข้าราชการที่ปฏิบัติตามนโยบายที่จริงจัง เอาใจใส่ ทุ่มเท เสียสละ

๓. มีการจัดงบประมาณที่เป็นระบบสอดคล้องกับสถานการณ์ สามารถ สนองตอบต่อปัญหาและพัฒนาประเทศได้

โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่เรากําลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ นอกเหนือจากสอดรับกับนโยบายที่ดีแล้ว ผมคิดว่ารัฐบาลหวังว่าจะแก้ปัญหายุทธศาสตร์ของประเทศ ๘ ยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะ ยุทธศาสตร์ที่ผมจะขออภิปรายคือยุทธศาสตร์ที่ ๕ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก ซึ่งรัฐบาล ได้ตั้งงบประมาณไว้ทั้งหมด ๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพียง ๑ ยุทธศาสตร์เท่านั้น

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยมีปัญหาทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาป่าถูกบุกรุกและป่าบุกรุกที่ชาวบ้าน

๒. ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพยากร ทางบก ทางทะเล

๓. ตลิ่งถูกกัดเซาะพังทลาย

๔. โครงการพระราชดําริถูกละเลยเพิกเฉย

๕. หมอกควัน

๖. มลพิษกรณีมาบตาพุด

ปัญหาเหล่านี้รัฐบาลขออนุมัติงบประมาณจากสภาแห่งนี้และจาก เพื่อนสมาชิกทั้งหมด ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเพื่อให้สภาได้พิจารณาอนุมัติ ซึ่งเพิ่มเติมขึ้นมาจากงบประมาณปีที่แล้ว ๑๑.๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ จากปัญหาดังกล่าวผมขออนุญาตอภิปราย เพียงบางปัญหาเช่นปัญหาแนวเขต ปัญหาแนวเขตที่ป่าไม้รัฐบาลชุดนี้ได้ตั้งงบประมาณ ไว้ทั้งหมด ๔๖๖ ล้านบาท ผมอยากเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกได้สนับสนุนครับ เพราะว่ารัฐบาลได้ปรับแผนที่ระวางจากมาตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ เป็น ๑ : ๔,๐๐๐ เป็ นมาตราส่วนเดียวกันแล้ว แล้วก็รัฐบาลขออนุมัติที่จะทําแนวเขตทั้งหมด ๓,๗๕๐ กิโลเมตร ซึ่งไม่เคยมีงบประมาณใดที่ระบุไว้ชัดเจนเท่านี้มาก่อน ผมคิดว่า หากปัญหาป่ำไม้ถ้าแนวเขตยังไม่เรียบร้อย ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ดินป่ำไม้ได้เลย อันนี้เป็นหัวใจของปัญหาที่ดินป่าไม้ แล้วก็ฝากว่าเมื่อทําแนวเขตจบสิ้นแล้วปัญหาก็คือ การทํารั้วรอบขอบชิดให้มั่นคงแข็งแรงเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องทําตามมา แล้วผมคิดว่า ถ้างบประมาณ ๔๖๐ ล้านบาทที่รัฐบาลอนุมัติมาในวันนี้ไม่เพียงพอ ผมคิดว่ายังมีงบ รายได้ของอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชซึ่งมีปีละหลายร้อยล้านบาทสามารถ เอามาทําได้ ดีกว่าเอาไปทําแนวกันไฟ ดีกว่าเอาไปทําอบรมสัมมนา เพราะว่างบประมาณ ส่วนนี้ไปทําอบรมสัมมนา บางทีเจ้าหน้าที่คนเดียวไปอบรมหลักสูตรเดียวกันถึง ๓ ครั้ง

เรื่องที่ ๒ เรื่องปะการังเทียม ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันอนุมัติ งบประมาณส่วนนี้เพราะเป็นการทําให้ทะเลอุดมสมบูรณ์เป็นไปตามแนวพระราชเสาวนีย์ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และในทางวิชาการว่าการทิ้งปะการังเทียม ลงสู่ทะเลจะทําให้ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น แต่กราบเรียนท่านประธานว่า แนวพระราชเสาวนีย์อาจจะแตกต่างจากแนวของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบ้าง ตรงที่พระราชเสาวนีย์ต้องการให้นํารถเก่า เครื่องบินเก่า รถไฟเก่า และเรือเก่า ๆ ไปทิ้ง ลงสู่ทะเลเพราะว่าสิ่งเหล่านี้มีเหลี่ยมมีหลืบมากจะทําให้นํ้านิ่งสัตว์นํ้าหลบร้อนได้ วางไข่ได้ อนุบาลตัวอ่อนและเจริญวัยได้ ส่วนแท่งลูกบาศก์ของกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งนั้นมีประโยชน์น้อยกว่ารถเก่า เครื่องบินเก่า ตามแนวพระราชเสาวนีย์ ผมจึงอยากให้ทบทวนการทําปะการังเทียมนี้ด้วย แต่ก็อยากให้เพื่อนสมาชิกได้อนุมัติ งบประมาณแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทสําหรับการฟื้นฟูทะเลในอ่าวไทย

การป้ องกันการกัดเซาะและฟื้นฟูชายฝั่ง ได้ตั้งงบประมาณไว้แค่ ๕๕ ล้านบาทเอง แต่ว่ามติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๓ นี้ได้อนุมัติ หลักการให้ใช้งบประมาณ ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทแก้ไขการกัดเซาะชายฝั่งทั้งอ่าวไทย และอันดามันรวม ๖๐๐ กิโลเมตร เพราะว่าแต่ละปีเราต้องสูญเสียผืนดินไปหลายหมื่นไร่ รวมมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี การลงทุนแค่ ๑,๙๐๐ ล้านบาทสําหรับการปกป้ องพื้นที่ ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ที่พังทลายต่อปีผมคิดว่าคุ้มค่า และฝากเรียนว่าเพียงแต่อ่าวไทยกับอันดามัน เท่านั้นนะครับ ตลิ่งในแม่นํ้าเจ้าพระยา ตลิ่งในแม่นํ้าโขง และตลิ่งในทะเลสาบสงขลา ก็พังทลายอย่างรุนแรงอยู่เช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ที่มีความชัดเจนก็คือค่าใช้จ่ายในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้ องกันรักษาป่า ตามแนวพระราชดําริ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในการป้ องกันป่าของโครงการตามแนวพระราชดําริ และผมอยากให้ทางรัฐบาลได้ไปดูแลโครงการตามแนวพระราชดําริอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงการป่ารักษ์นํ้า บ้านเล็กในป่าใหญ่ ป่าเปียก ฝายแม้ว ฟาร์มตัวอย่าง ฟู้ ด แบงก์ (Food bank) ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ สวนรวบรวมพันธุกรรมไม้ดอกไม้ประดับ และโครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์ ล้วนแล้วแต่เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์

สุดท้ายที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า แม้ว่าในกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะตั้งงบประมาณไว้เพียง ๑๐ ล้านบาทก็คือปัญหา หมอกควันในภาคเหนือ แต่ว่าได้ไปตั้งงบประมาณส่วนนี้ไว้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ท้องถิ่น และตั้งจากรายได้ของอุทยาน เป็นปัญหาที่สําคัญแล้วก็ หนักหน่วงกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจของพี่น้องชาวภาคเหนือ กรรมาธิการที่ผมอยู่ ได้เคยระดมคนเข้าไปดูแลปัญหานี้ในจังหวัดภาคเหนือ แต่เสียดายครับท่านประธาน วันที่กรรมาธิการไปส่วนราชการอื่นได้ให้ความร่วมมือหมดครับ ได้ทุ่มเททํางาน แต่ว่าในทางจังหวัดเชียงใหม่เองไม่มีใครเข้ามาเลยครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มา รองผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มา ปลัดจังหวัดไม่มา ให้ป้ องกันจังหวัดมาคนเดียว ในขณะที่ ปัญหาเป็นปัญหาใหญ่ของคนทั้งภาค มันเป็นปัญหาใหญ่ของคนทั้งสุขภาพและปัญหา เศรษฐกิจ แต่ได้รับการดูแลจากจังหวัดเชียงใหม่น้อยมาก ผมจึงขออนุญาตเพื่อนสมาชิกว่า ขอให้ช่วยกันสนับสนุนงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ของรัฐบาลเป็นงบประมาณที่เป็นระบบ ครบถ้วนและสามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้ และสนองตอบต่อยุทธศาสตร์ที่เป็นปัญหา ของประเทศแต่ละด้าน และสอดรับกับนโยบายที่ดีของประเทศ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ