สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงว่า รัฐบาลไม่ต้องการให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะของการเผชิญหน้าและกดดัน โดยการหารือเรื่องการปรองดองและเสนอแผนปรองดอง โดยไม่สนับสนุนกลุ่มกองกำลังที่ติดอาวุธ และยืนยันการไม่สนับสนุนกลุ่มที่ใช้อาวุธและความรุนแรง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงก็อยากเห็นบรรยากาศการอภิปราย ในสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ อยากจะกราบเรียนในส่วนที่ท่านสมาชิก ผู้ซึ่งอภิปรายได้อภิปรายไปอย่างนี้ครับ ผมเห็นด้วยกับท่านนะครับ ในประเด็นที่ว่า เส้นทางของบ้านเมืองต้องไปในเส้นทางของการพัฒนา แก้ปัญหาของประชาชน ลดความเหลื่อมลํ้า ลดความคลางแคลงใจ ในเรื่องของการถูกเลือกปฏิบัติ การเอารัดเอาเปรียบทุกอย่าง แล้วท่านก็รู้จักผมพอสมควร ท่านก็ทราบดีว่าแนวทาง ของผมและรัฐบาลก็ไม่ต้องการที่จะให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะของการเผชิญหน้า กดดัน เพราะผมรู้ว่าการเผชิญหน้า การกดดัน ก็ย่อมมีปฏิกิริยาแล้วก็ทําให้ความรุนแรงนั้น เพิ่มมากขึ้น เพียงแต่ว่าข้อเท็จจริงที่ท่านเข้าใจอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่ผมยืนยันว่า เป็นแนวทางของรัฐบาลอย่างแท้จริง ผมขอยกตัวอย่างนะครับมีการพูดกันมากในเรื่อง ของการเพิ่มงบประมาณของทหาร แต่ว่าถ้าท่านดูตัวเลขในเอกสารงบประมาณ มันก็บอกอยู่แล้วครับ คืองบประมาณของทุกกระทรวงมันเพิ่มขึ้นนะครับ อาจจะมี กระทรวงการคลังปีนี้ที่ลดลงเท่านั้นเอง แล้วก็แต่ละกระทรวงเขาจะมีฐานงบประมาณ ของเขาอยู่มากน้อยเป็นกระทรวงใหญ่ กระทรวงเล็ก แทบไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเลยครับ แต่สิ่งที่มันบ่งบอกแล้วก็เป็ นคําตอบชัดเจนก็คือว่าสัดส่วนของงบประมาณ อย่างกระทรวงกลาโหมแท้ที่จริงแล้วมันลดลงนะครับมันไม่ได้เพิ่มขึ้น เอกสารก็เขียนชัดครับ ลดลงจากร้อยละ ๙.๑ เป็นร้อยละ ๘.๒ ครับ การเติบโตของมันร้อยละ ๑๐.๖ ก็จริง แต่งบประมาณโดยเฉลี่ยมันเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๑ ครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านกังวลว่า การเพิ่มขึ้นของงบประมาณของกระทรวงกลาโหมเป็นการบ่งบอกทิศทางว่าเป็นเรื่องของ การที่จะมีการกดดันอะไรเพิ่มเติมขึ้นมันไม่ใช่ และตัวเลขมันก็ไม่ได้บ่งบอกอย่างนั้น แต่ต้องยอมรับความเป็นจริงครับว่าในส่วนของกองทัพ ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ก็มีความรู้สึกจริง ๆ ว่าสัดส่วนงบประมาณของเขาเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือรายได้ ประชาชาติ ถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านและเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนแล้ว มันก็ตํ่าแต่การเพิ่มขึ้นก็ต้องมีเหตุมีผล แล้วก็แน่นอนที่สุดครับต้องเป็นเรื่องของการรักษา ผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ คงไม่ใช่เรื่องที่จะมากดดันซึ่งกันและกันนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่อยากจะกราบเรียนเพื่อให้เกิดความมั่นใจ

ประการที่ ๒ ท่านเรียกร้องให้เราพยายามที่จะปรองดอง ผมก็ขอยืนยันนะครับ ตลอดระยะเวลาของการชุมนุม ๒ เดือนนี้ ผมพยายามหลายครั้งในการที่จะแก้ไขปัญหา โดยวิธีการการเจรจาบ้าง การเสนอให้มีแผนปรองดองบ้าง เชื่อเถอะครับไม่ใช่ผมนะครับ ที่เป็นผู้ล้มแผนการเหล่านี้ ไม่ใช่ผมหรอกครับที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้น ไม่ใช่ผมหรอกครับ ที่ต้องการให้เกิดการสูญเสียล้มตาย ผมยืนยันได้ แล้วก็วันนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันก็ต้องไปแยกแยะและพิสูจน์ให้เห็นครับว่าความสูญเสียที่มันเกิดขึ้นนั้นมันเกิดขึ้นอย่างไร ก่อนที่ท่านจะอภิปรายผมได้ชี้แจงไป ผมคิดว่าอย่างน้อย ๓ ครั้งครับว่าถ้าท่านไปเข้าใจว่า การพูดถึงผู้ก่อการร้ายก็ดี หรือการที่บางคนล่วงละเมิดสถาบันก็ดี ไปหมายถึงกลุ่มคน เสื้อแดงทั้งหมด ไม่ใช่ครับ รัฐบาลไม่เคยพูดอย่างนั้นละครับ รัฐบาลพูดชัดครับว่า ปัญหาที่มันเกิดขึ้น ๒ เดือนที่ผ่านมาคือกลุ่มกองกําลังที่ติดอาวุธ กลุ่มที่ต้องการเห็น ความรุนแรง และบางกลุ่มนะครับต้องขอกราบเรียนว่าต้องการเห็นความสูญเสียของ ผู้ชุมนุมเองเป็นเครื่องมือของตัวเองทางการเมืองครับ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สร้างปัญหา และสร้างความหนักใจให้กับรัฐบาล ถ้าท่านถามว่าผมมีความสุขไหม ผมไม่มีความสุขหรอกครับ ตั้งแต่ที่ผมทราบว่ามีแผนการอย่างนี้ แต่ว่าผมก็จะต้องหาวิธีการทําอย่างไรให้บ้านเมือง เดินไปข้างหน้าได้บนความถูกต้องและมีการสูญเสียน้อยที่สุดเมื่อมีคนคิดอย่างนี้ อันนี้คือสิ่งที่ผมพยายามทําอยู่ แล้วก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าไม่มีความคิดเลยครับ ที่จะไปไล่กดดัน ล้างผลาญ เดินหน้า อะไรอย่างที่ท่านว่าไม่มีครับ ยกเว้นกลุ่มที่ทําผิดกฎหมาย โดยการใช้อาวุธและความรุนแรงเท่านั้นเองครับ ซึ่งผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม ส่วนใหญ่เขาไม่ได้อยู่ในข่ายนั้นเขาไม่ต้องกังวลครับ คนเหล่านั้นจะต้องถูกเชิญชวน ให้เข้ามาร่วมในกระบวนการปรองดองเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศในที่สุด อันนี้คือ อยากจะกราบเรียนยืนยันเจตนาซึ่งผมคิดว่าถ้าเจตนาเป็นอย่างนี้ ผมกับท่านก็คิดไม่ต่างกัน ถ้าท่านยืนยันคําพูดเมื่อสักครู่ว่าแนวทางของประเทศคือการเดินหน้าปรองดองและพัฒนา แต่เราต้องไม่เป็นเครื่องมือของคนที่ประสงค์จะเห็นความรุนแรงและความสูญเสีย แล้วเอาสิ่งเหล่านั้นไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองเท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ