สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล หารือเรื่องงบประมาณแผ่นดิน โดยวิพากษ์วิจารณ์แนวโน้มการจัดงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะงบประมาณด้านความมั่นคง และเรียกร้องให้รัฐบาลหันกลับมามองเรื่องความปรองดองและสมานฉันท์กันใหม่

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันที่เราจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณครั้งสําคัญอีกครั้งหนึ่ง เป็นการพิจารณางบประมาณในขณะที่บ้านเมืองมีวิกฤติความแตกแยกอย่างรุนแรง ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าวันนี้เราคงต้องพูดคุยความจริงกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะ แนวโน้มของการจัดงบประมาณแผ่นดิน ตั้งแต่เมื่อหลังมีการปฏิวัติ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นต้นมา เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่างบประมาณด้านความมั่นคงมีแนวโน้มสูงขึ้น เรื่อย ๆ ถ้าท่านประธานยังจําได้ในช่วงนั้นงบประมาณของกระทรวงกลาโหม หรือทางความมั่นคงอยู่ประมาณสัก ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่วันนี้ งบประมาณของกระทรวงกลาโหมขึ้นไปถึง ๑๗๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งตรงนี้ เป็นงบประมาณที่สูงมาก ในขณะที่ปี นี้ปี เดียวงบประมาณของกระทรวงกลาโหม เพิ่มขึ้นมาถึง ๑๖,๒๐๐ กว่าล้านบาท ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่มีนัยอะไรครับ มันมากกว่างบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ อีกตั้งเยอะ อย่างเช่น งบประมาณ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๙,๘๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘,๗๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงการต่างประเทศ ๗,๖๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ ๗,๓๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรม ๖,๗๐๐กว่าล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๕,๘๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงวัฒนธรรม ๕,๒๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงพลังงาน ๒,๑๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงทุกกระทรวง หลายสิบปีที่ผ่านมางบประมาณไม่เคยเพิ่มเลย นิดเดียว แต่งบประมาณด้านความมั่นคง ปี นี้เพิ่มขึ้นมหาศาลจาก ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวนี้เพิ่มขึ้นอีก เป็นแสนล้านบาทเลย ขึ้นเป็น ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทรวมความมั่นคงทั้งระบบ เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ชี้ให้เห็นอะไรครับ ชี้ให้เห็นว่าวันนี้การบริหารงานราชการ ของรัฐบาลภายหลังมีการปฏิวัติมีแนวโน้มที่ต้องใช้อํานาจนิยมมากขึ้น เพิ่มงบประมาณ ด้านความมั่นคงลงไปกดดัน แล้วก่อให้เกิดผลกระทบกับงบประมาณแผ่นดิน และการพัฒนาประเทศมากขึ้น วันนี้ต้องเรียนว่าเราบอกว่าเราจะพัฒนาประเทศ เราบอกว่า เราจะฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่งบประมาณของกระทรวงเศรษฐกิจเรามีเท่าไรครับ มีนิดเดียว วันนี้ต้องเรียนความเป็นจริงให้กับท่านประธานนะครับว่าพี่น้องประชาชนวันนี้ยากแค้น แสนสาหัส ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะเข้าใจผิดบางเรื่อง ท่านบอกวันนี้เกษตรกรรู้สึกว่า ดีใจที่ได้เป็นเกษตรกร แต่เขารู้ไหมว่าวันนี้ราคาพืชผลการเกษตรตกตํ่าอย่างรุนแรง ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเราจําได้ไหมครับ พืชผลการเกษตรร่วงหล่นอย่างรุนแรง ข้าวตอนนี้เหลือเท่าไรครับ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท การประกันราคาข้าวแทนที่เกษตรกร จะได้เหมือนตอนจํานําราคาข้าว วันนี้เกษตรกรยากแค้นแสนสาหัสทั้งแผ่นดิน วันนี้อบายมุขเต็มเมือง ยาเสพติดทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชนเต็มไปหมด รัฐบาลต้องการ เม็ดเงินภาษีมาก มาก มาก แล้วอย่างไรครับ รีดภาษีจากพี่น้องประชาชน ภาษีนํ้ามันครับ ภาษีสรรพสามิตครับ รัฐบาลดีใจใช่ไหมว่าวันนี้เก็บภาษีได้มาก ไปถามพี่น้องประชาชนสิครับว่า เขาดีใจไหม เขาไม่ได้ดีใจเลยที่รัฐบาลเก็บภาษีได้มาก เก็บภาษีไปแล้วก็มีการทุจริต เกิดขึ้นมหาศาลในโครงการแต่ละโครงการ ซึ่งหลายโครงการก็มีเพื่อนสมาชิกพูดถึงไว้แล้ว การพัฒนาประเทศตํ่ามาก อบายมุขมาก ยาเสพติดมาก ผมคิดว่าปรากฏการณ์ ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ผมว่านับเป็ นสิบล้านคนลุกขึ้นมา เรียกร้องรัฐบาลอยากให้ยุติกระบวนการที่มาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วเริ่มต้นใหม่ ให้มีการเลือกตั้งนําประเทศกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตย เลิกกลไกอํานาจนิยม เลิกกลไกการใช้กําลังกดขี่บังคับขู่เข็ญ วันนี้รัฐบาลมองเรื่องของอํานาจนิยม ทะเลาะเบาะแว้ง กับประเทศเพื่อนบ้านเต็มไปหมด รอบบ้านเพื่อนบ้านใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็นเขมร ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย ไม่มีใครมีความสุขกับประเทศไทยเลย ทุกคนอึดอัดกับประเทศไทยหมด พอทะเลาะมาก ๆ ก็ต้องจัดซื้ออาวุธให้มาก จัดซื้ออาวุธ ให้มากเกิดการกระทบกระทั่งกันก็ส่งทหารไปรบ ไปรบทหารก็ตายเยอะแยะไปหมด พี่น้องทหารหาญที่เป็นลูกชาวบ้านตายกันมหาศาลภายใต้นโยบายที่เรามีอํานาจนิยม วันนี้ผมต้องเรียนว่ารัฐบาลต้องหันกลับมามองเรื่องความปรองดองและสมานฉันท์กันใหม่ ถ้าหันกลับไปใช้อํานาจนิยม ไปเพิ่มงบประมาณของทหารจํานวนมาก ๆ นี่ ผมคิดว่า รังแต่จะทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความเจ็บชํ้านํ้าใจ ท่านประธานครับ เวลาที่ผ่านมานี่ ซื้ออาวุธมามากแล้ว แทนที่จะเอาอาวุธนั้นไว้ปกป้ องแผ่นดิน ทหารเป็นรั้วของชาติ วันนี้เรากลับใช้กองทัพ ใช้ทหารเหล่านั้นไปปราบปรามประชาชน อาวุธที่ได้มานี่นะครับ ที่เราซื้อกันแพง ๆ นี่ครับท่านประธาน สไนเปอร์อย่างนี้เอาไว้ใช้ทําอะไรครับ เอาไว้สังหาร ผู้ก่อการร้าย แต่ว่าประชาชนจํานวนมากที่ตายไปในช่วงเวลาที่ผ่านมานี่นะครับ ที่ถูกสังหารไปในเวลาที่ผ่านมาโดยสไนเปอร์นี่เขาตายไปเป็นร้อยนะครับ พบอาวุธ ที่ศพของเขาไหม ไม่มีครับ ผมเรียนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้รัฐบาลต้องทบทวนใหม่ รัฐบาล ปิดข่าวหมดครับ โอ้โฮ ดีมาก เข้าไปสลายการชุมนุม ส่งเสื้อแดงกลับบ้าน โบกไม้โบกมือ แต่จํานวนคนที่ตายไปในเวลาที่ผ่านมานี้นับเป็นร้อย ๆ ศพ อีกหลายภาพผมเชื่อว่า เดี๋ยวจะมีการพูดคุยในตอนที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่วันนี้ผมจะพูดถึงว่ารัฐบาล ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเข้าสู่กระบวนการปรองดอง ภาพหลายภาพผมเห็นแล้วนี่กดดัน ผมอยากเรียนว่าวันนี้พี่น้องประชาชนจํานวนมากในหลายจังหวัดเกือบทั่วทั้งประเทศ เกิดความคับแค้นข้องใจจนอาจจะกลับกลายเป็นความอาฆาตแค้น สิ่งเหล่านี้จะปล่อยให้ เกิดขึ้นในแผ่นดินไทยไม่ได้ วันนี้ท่านเป็ นรัฐบาลท่านคิดว่าท่านอยู่ในอํานาจ ท่านมีความสุข ผมถามสักคําสิครับ วันนี้รัฐบาลก็ดี ส.ส. พรรครัฐบาลก็ดี ท่านไปพบพี่น้อง ชาวบ้านท่านมีความสุขไหมครับ ท่านไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร ท่านรู้ได้อย่างไรครับ นั่นคือชาวบ้านเขาพึงพอใจท่านหรือเขาไม่พอใจ เขาจะปองร้ายท่านหรือเปล่า ท่านไปสระผม ท่านไปใช้บริการเขา เขาจะทําอะไรท่านหรือเปล่า ท่านระแวงไปหมดแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งระแวงไปใหญ่เลยว่าวันนี้จะมีสไนเปอร์ไปยิงท่าน ต้องจัดกองกําลังป้ องกัน ต้องทําโน่นทํานี่ สิ่งเหล่านี้มันก่อให้เกิดโรคประสาท ก่อให้เกิดการหวาดวิตก และก่อให้เกิดการตึงเครียด ตัวเองจะปลอดภัยหรือไม่ก็ไม่รู้ ครอบครัวจะปลอดภัยหรือไม่ก็ไม่รู้ พรรคพวกเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องจะปลอดภัยหรือไม่ก็ไม่รู้ แล้วเราจะอยู่ในแผ่นดินไทยนี้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้น วันนี้การเพิ่มกําลังอาวุธ เพิ่มงบประมาณด้านการทหาร เพิ่มการใช้อํานาจมากขึ้น ๆ และโดยเฉพาะการใช้ในทางที่ผิดคือใช้กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าเป็นแนวทาง ที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานครับ ผมคงต้องให้ท่านประธานเห็นภาพ ๒-๓ ภาพ ขออนุญาต ท่านประธานใช้ภาพบางเรื่อง